บทที่ 42 ถ้าจะนอนต้องนอนบนเตียงพ่อ
“ฮือ...พี่ใหญ่กลับมาเร็วหน่อยได้ไหมคะ?”
เสียงนุ่มนวลของเด็กน้อยดังขึ้นมา มันแฝงความกังวลในน้ำเสียง
อินเสินเม้มริมฝีปาก...
เด็กน้อยคิดถึงเขามากขนาดนี้เลยหรือ?
“ฉันจะพยายาม” เขาพูด “ซิงซิงเธอ…”
อินเสินยังพูดไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงวางสายจากในโทรศัพท์
เสิ่นเฉินโจววางสายไปด้วยความรู้สึกหมดความอดทนอย่างอธิบายไม่ได้ มองเด็กน้อยคนนี้ที่เกาะติดคนเหมือนกับแมว
เด็กน้อยเบิกตากว้างมองอย่างมึนงงเพราะเขาวางสายกะทันหัน รูม่านตายังมีร่องรอยของความกังวลเหลืออยู่
เสิ่นเฉินโจวเก็บสายตากลับมาก่อนจะยืนขึ้นและใช้นิ้วมือเรียวยาวจัดเสื้อผ้าของตัวเอง วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับเสื้อสูทลำลองแขนยาว ทำให้ร่างของเขาดูสูงเพรียวเป็นพิเศษ
ดูสุภาพและสง่างาม
เมื่อครู่เพิ่งจัดการลงโทษคนไปจนโชกเลือดอย่างโหดร้าย ทว่าบนตัวของเขากลับไม่มีรอยเลือดแม้แต่น้อย
“ฉันมีคาบบรรยาย เธอรออยู่ในบ้านเถอะ”
ซิงซิงยังคงอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยความสับสน แต่ก็ยังพยักหน้าอย่างว่าง่าย
เสิ่นเฉินโจวตบหัวซิงซิงเบา ๆ อย่างพึงพอใจ ก่อนจะเดินไปหยิบแว่นบนโต๊ะกาแฟที่ข้างประตูขึ้นมา
กรอบแว่นสีทองปกปิดใบหน้าอันดุดันและเฉียบแหลมของเขาไว้ให้เห็นไม่ชัดเจน และช่วยขับเน้นใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา อีกทั้งบุคลิกของเขายังดูงดงามและดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทำให้เขากลายเป็นนักวิชาการที่สง่างามคนหนึ่ง
เขาใช้นิ้วกลางดันแว่นตาขึ้นก่อนจะก้าวออกจากประตูไป ด้านหลังมีเสียงหวานของเด็กน้อยดังขึ้นมา
“บ๊ายบายค่ะคุณพ่อ”
เสิ่นเฉินโจวไม่ได้ตอบกลับ ทำเพียงแค่หันไปมองก่อนจะปิดประตู
ในคฤหาสน์หลังใหญ่เหลือเพียงซิงซิงคนเดียว
ไม่สิ ยังมีติ๋งติ่งอยู่ด้วย
แม้ที่นี่จะไม่มีของเล่นแต่ก็มีติ๋งติ่ง ซิงซิงไม่โดดเดี่ยว เธอชอบติ๋งติ่งมาก รู้สึกว่าสามารถเล่นกับสุนัขตัวใหญ่ได้ทั้งวัน
เธอเล่นจนเหนื่อยก็กิน พอกินจนอิ่มก็นอน แต่เพียงแค่นึกถึงพี่สาวก็มีท่าทีเหม่อลอยตลอดเวลา ไม่นานก็ค่ำแล้ว
ก่อนเสิ่นเฉินโจวจะกลับมา ชิงฮวนก็กลับมาก่อนแล้ว
ซิงซิงขยี้ตาลุกขึ้นมานั่งบนโซฟานุ่มนิ่ม ร่างของเธอถูกห่มด้วยผ้าห่ม น้ำเสียงยังคงสะลึมสะลือ
“สวัสดีค่ะพี่สาวชิงฮวน...”
ชิงฮวนเดินมาข้างโซฟาและวางถุงใหญ่ใบหนึ่งไว้ตรงหน้าซิงซิง
“ลองดูสิว่าชอบหรือเปล่า?”
ซิงซิงมองดูดี ๆ ก็พบว่ามันคือของเล่นทั้งหมด!! ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นสีชมพูหมดเลย!
“ว้าว!” เด็กน้อยเบิกตากว้าง มือเล็กจับที่ใบหน้าในขณะที่มุมปากยกขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาเปล่งประกาย มองดูก็รู้ว่าชอบมาก
ชิงฮวนถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนที่มุมปากจะโค้งขึ้น “ทั้งหมดเป็นของเธอแล้ว”
“จริงเหรอคะ!!” เด็กน้อยที่เดิมทียังสะลึมสะลือมีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันที!
เธอคว้าเอากระต่ายสีชมพูตัวหนึ่งออกมา
“ขอบคุณค่ะพี่สาว! ขอบคุณนะคะพี่สาวชิงฮวน”
หนึ่งในจุดเด่นของซิงซิงก็คือความปากหวาน พูดขอบคุณไปก็ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปด้านข้างชิงฮวน ชิงฮวนยืนอยู่ข้างโซฟา ส่วนซิงซิงยืนอยู่บนโซฟา ขอเพียงยื่นมือออกไปก็สามารถกอดเอวของเธอได้
แต่ซิงซิงยื่นมือไปได้ครึ่งทางก็นึกอะไรขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน ก่อนจะซวนเซหดมือกลับมา
เจ้าก้อนแป้งตกใจกับตัวเอง มือเล็กตบลงที่อก เงยหน้าขึ้นโดยที่ดวงตาทั้งสองสะท้อนภาพใบหน้าของชิงฮวนอยู่ข้างใน
“พี่สาวชิงฮวนยังเจ็บท้องอยู่ไหมคะ?”
ชิงฮวนชะงักไป
ผ่านไปไม่นานเธอจึงตอบเสียงเบา “ไม่...เจ็บแล้ว”
บาดแผลสาหัสขนาดนั้นหากเป็นคนปกติเกรงว่าคงต้องไปนอนอยู่โรงพยาบาลเป็นสัปดาห์ แต่เธอชินเสียแล้ว
แต่ใบหน้าเล็กยังมีความกังวลอยู่ “ไม่เจ็บแล้วก็ดีค่ะ...ถ้าพี่สาวบอกว่าเจ็บซิงซิงจะช่วยเป่าฟู่ฟู่ให้ค่ะ”
ชิงฮวนจ้องมองซิงซิงอยู่หลายวินาทีก่อนจะหัวเราะเสียงเบา “ได้สิ”
หลังจากซิงซิงเอาใจใส่ชิงฮวนเสร็จก็ถดตัวกลับมาอย่างมีความสุข หยิบของเล่นชิ้นแล้วชิ้นเล่าออกมาวางไว้บนโซฟานั่งเรียงเป็นแถว
หยิบไปปากก็พึมพำไป
“คุณหมีตัวสูง...ต้องนั่งอยู่แถวหลังสุด คุณกระต่ายหูยาวต้องนั่งอยู่ข้างคุณหมี...”
เสียงของเด็กน้อยพึมพำ ตอนที่พูดออกมาไม่ชัดอยู่บ้าง
ชิงฮวนเดินมาข้างโต๊ะก่อนจะเทน้ำให้ตัวเอง เมื่อหันกลับไปแผ่นหลังของเด็กน้อยตัวกลมก็ฟุบอยู่บนโซฟา ในขณะที่ก้นเล็กส่ายไปมา
ของเล่นชิ้นใหญ่นั้นเห็นได้ชัดว่าใหญ่กว่ามือเล็ก ๆ ของเด็กน้อยจนเธอต้องถือด้วยสองมือ
ชิงฮวนชะงักไปและจ้องมองอยู่นาน จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากนอกประตู เธอจึงเพิ่งได้สติกลับมา สีหน้าของเธอแข็งค้างก่อนจะตระหนักขึ้นมาได้ด้วยความตะลึง เมื่อครู่เธออยู่ในสภาพผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์
นี่มันอันตรายมาก ถูกลอบโจมตีได้ง่ายเกินไป
ชิงฮวนกัดฟันยืนขึ้น เสิ่นเฉินโจวก็เดินเข้ามาแล้ว
ชิงฮวนยังไม่ทันได้ทักทายเสิ่นเฉินโจวก็เห็นลูกกระสุนปืนใหญ่ตัวน้อยก้อนกลมพุ่งผ่านข้างตัวเองไป...
“พ่อ พ่อ พ่อคะ!!!”
ราวกับสุนัขพันธุ์ซามอยด์ตัวกลม ขนขาวนวลตัวหนึ่งที่เห็นเจ้าของกลับบ้าน ขาเล็ก ๆ พุ่งเข้าชนเสิ่นเฉินโจว
เสิ่นเฉินโจวเลิกคิ้ว ก่อนที่ซิงซิงจะพุ่งเข้าชนในเสี้ยววินาทีก็เบี่ยงตัวไปด้านข้างเล็กน้อย หลังจากนั้นเด็กน้อยที่โผเข้ามาข้างหน้าซึ่งมีจุดศูนย์ถ่วงไม่มั่นคงก็ล้มลงไปราวกับสุนัขเล่นโคลน
เสิ่นเฉินโจว “พรืด”
คงไม่ใช่ว่าจะร้องไห้ขึ้นมาหรอกนะ
ผลคือซิงซิงร้อง “อูย” ออกมาเสียงหนึ่ง แล้วพยายามบิดก้นลุกขึ้นมาจากพื้น
ขาสั้น ๆ ของเธอล้มลงไปบนพื้นที่ปูด้วยพรมทำให้ไม่เจ็บมากนัก เธอเพียงแค่สงสัยว่าตัวเองโผเข้าไปใส่อากาศได้ยังไง เมื่อลุกขึ้นมาก็ลูบจมูกกระจิริดที่เจ็บเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของเสิ่นเฉินโจว ซิงซิงก็ยกยิ้มกว้าง
“คุณพ่อ~”
เจ้าก้อนแป้งทั้งนุ่มนิ่มและติดหนึบพยายามกอดขาของเสิ่นเฉินโจวอีกครั้ง
และครั้งนี้เธอทำสำเร็จ
เสิ่นเฉินโจวขมวดคิ้วเล็กน้อยกับเครื่องประดับขาที่เพิ่มเข้ามา จนกระทั่งเขาเปลี่ยนรองเท้ามานั่งที่โซฟาแล้ว เด็กน้อยก็ยังไม่ถูกเอาออกจากขา
ชิงฮวนที่สบเข้ากับสายตาของเสิ่นเฉินโจวพลันเก็บสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณผู้ชาย ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
เสิ่นเฉินโจวพยักหน้า “อืม”
เขารู้ว่าบนตัวเธอมีบาดแผลแต่ไม่ได้สนใจจะถามออกไป
ชิงฮวนออกจากคฤหาสน์ไปอย่างเงียบ ๆ มีเพียงซิงซิงที่ใส่ใจการจากไปของเธอ เด็กน้อยกระโดดลงจากตักของเสิ่นเฉินโจว
“บ๊ายบายค่ะพี่สาว”
ฝีเท้าของชิงฮวนชะงักไปก่อนจะพูดเสียงเบา “ลาก่อน”
ซิงซิงมองส่งจนชิงฮวนออกจากประตูไป
เสียงไร้ความรู้สึกของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างหลัง “ของพวกนี้คืออะไร?”
บนโซฟามีตุ๊กตาสัตว์ตัวน้อยขนนุ่มนิ่มหลากสีวางเรียงแถวอยู่
ซิงซิงหันกลับมาอย่างตื่นเต้นดีใจและแนะนำให้เขาทีละตัว
“คุณพ่อ นี่คือเพื่อนของหนูค่ะ นี่คือคุณกระต่าย เธอชื่อว่าเจ้าดำ นี่คือคุณหมี เขาชื่อว่าเจ้ากระต่าย...”
เสิ่นเฉินโจวไม่เข้าใจตรรกะในการตั้งชื่อของเด็กน้อยเป็นอย่างมาก เขารู้สึกแค่ว่ามันดูไม่สอดคล้องกันเอาเสียเลย
บ้านหลังนี้เขาเป็นคนออกแบบเอง โดยมีโทนสีดำเทา มีดีไซน์เรียบหรู โซฟาสีน้ำตาลเข้มนี้ทำจากหนังวัวที่ดีที่สุด ส่วนโต๊ะกาแฟทำจากไม้แดงอายุแปดสิบปี
ผลคือตอนนี้สีที่ลงตัวถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว
ซิงซิงแนะนำอย่างร่าเริงจบก็หันกลับไปมองเสิ่นเฉินโจวด้วยสีหน้าคาดหวัง “พ่อคะ ชอบไหมคะ?”
แน่นอนว่าไม่ชอบ…
เสิ่นเฉินโจวมีสีหน้าไร้อารมณ์เก็บสายตากลับมา ในใจคิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวพรุ่งนี้เจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยก็ไปแล้ว
เขาไม่สนใจซิงซิง และขึ้นไปอาบน้ำที่ชั้นบน
เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็พบว่าซิงซิงยังเล่นของเล่นไม่วางมืออยู่บนโซฟา
เยี่ยมมาก ดูท่าคืนนี้คงไม่มารบกวนเขาแล้ว
......
ซิงซิงชอบเพื่อนใหม่ของตัวเองมาก ทั้งมีติ๋งติ่งอยู่เป็นเพื่อน ทั้งมีผ้าห่มผืนหนา เธอตัดสินใจว่าคืนนี้จะนอนตรงนี้กับพวกเพื่อนของตัวเอง
เด็กน้อยถูกล้อมรอบไปด้วยตุ๊กตาสัตว์ตัวน้อยในขณะที่ตัวเองนอนอยู่ตรงกลางด้วยความรู้สึกมีความสุข
ฉันเป็นเจ้าหญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก!
ซิงซิงคิดก่อนจะลูบผ้าห่ม แต่เพิ่งจะหลับตาผ้าห่มก็ถูกเปิดขึ้น
เสิ่นเฉินโจวก้มมองลงมาที่เธอ “การไม่นอนที่เตียงมันไม่ถูกต้อง”
หลังจากนั้นก็หิ้วซิงซิงขึ้นมาและเดินไปชั้นบน
ซิงซิง “หือ?”