The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 124 ไอ้จอมยโส


         

    เครดิตภาพจาก https://wallha.com


          หนุ่มทุกนายที่อยู่ในโรงฝึกหันมามองเจ้าของเสียงเป็นตาเดียวกันคนผู้นั้นก็คือ "อากิเนะ" หลานสาวของเทพศาสตรา ความงามของเธอทำให้เหล่าลูกศิษย์หายเหน็ดเหนื่อยไปตามๆกันโดยเฉพาะโอคุยาสุ ถึงขนาดเอ่ยทัก พร้อมรอยยิ้ม 


    “ สวัสดี น้องหญิง ไม่เจอกันตั้งหลายวันสบายดีมั้ยจ๊ะ ” 


    “ สบายดีค่ะ อากิเนะขอตัวพาเจ้าหน้าลิง เอ๊ะมาวิน ไปหาท่านปู่ก่อน ” อากิเนะก้มหัวทักทาย พร้อมคว้าข้อมือของเด็กหนุ่มหัวเขียวที่ยืนเอ๋ออยู่ข้างหลังเพื่อไปหาท่านปู่ที่กำลังนั่งหน้าขรึม


    “ เฮ้ เบาๆหน่อยดิ เจ็บนะ ยัยกระต่ายน้อย” เด็กหนุ่มเริ่มโวยวาย แน่นอนว่าอากิเนะไม่สนใจรับฟัง เธอยังคงดึงร่างเพรียวบางไปหาท่านปู่ด้วยกำลังที่มีทั้งหมด

              


           เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้โอคุยาสุรู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรงเพราะเมื่อครู่นี้ หนุ่มหล่อถึงกับลงทุนโปรยเสน่ห์ใส่จนหมดกรุ ทว่าเด็กสาวมิได้สนใจเขาเลยแต่กลับไปวุ่นวายกับคนภายนอกซึ่งไร้ที่มา


    “ คิกๆ สาวเมิน สมน้ำหน้าว่ะ เสียทีที่โคตรหล่อ” เสียงหัวเราะและเสียงกระซิบกระซาบดังออกมาจากหนึ่งในกลุ่มลูกศิษย์โอคุยาสุจึงรีบหันกลับมามอง พร้อมตะโกนเสียงดัง


    “ เฮ้ย เมื่อกี้ใครเป็นคนพูด เดินออกมาหน้าแถวเดี๋ยวนี้” 

              


            สิ่งที่ตอบกลับมามีแต่ความเงียบ ไม่มีผู้ใดหาญกล้าออกมารับข้อกล่าวหานั่นยิ่งทำเอาโอคุยาสุยั้วหนักกว่าเดิม


    “ หน็อย.....ตกลงจะไม่มีใครยอมรับใช่มั้ย ” โอคุยาสุตวาดลั่น ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวจนหมดเค้าหนุ่มหล่อเจ้าสำอางไปโดยปริยาย 

           


            แน่นอนว่าในภาวะตึงเครียดแบบนี้ ใครยอมรับความผิดก็เท่ากับฆ่าตัวตายอึดใจต่อมา ลูกแถวทุกคนก็ผวาหนักกว่าเดิมเนื่องจากหนุ่มหล่อได้หยิบดาบคาตานะขึ้นมากระชับที่มือซ้าย พร้อมเค้นคำเสียงกร้าวด้วยอาการดุร้าย 


    “ ตกลงจะบอกได้รึยังว่า....ใครเป็นคนพูด ถ้าไม่ยอมปริปาก พวกแกได้ลิ้มรสคมดาบของชั้นแน่ เหอ เหอ เหอ” 

              


            ถึงจุดนี้ ทุกคนในแถวได้แต่มองหน้ากันเอง ท่าทางเลิ่กลั่ก ไม่นานนักชายอ้วนหน้าตี๋ที่อยู่ในแถวก็ยกมือขึ้นฟ้อง 


    “ เดี๋ยวก่อนครับ อาจารย์โอคุยาสุ ผมรู้แล้วว่าใครนินทา” 


    “ ใครนินทา บอกมา เจ้าอ้วน ” โอคุยาสุหันขวับไปทางหนุ่มอ้วนช่างฟ้อง 


    “ ไอ้ผอมที่ยืนข้างผมครับ มันเป็นคนนินทา” หนุ่มอ้วนชี้ไปยังชายร่างผอมที่อยู่ซ้ายมือ  


    “ เหอๆ แกเองรึที่ปากดี ” โอคุยาสุยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาย่างสามขุมเข้าหาชายร่างผอม ทุกคนที่ขวางหน้าพร้อมใจกันหลบให้หนุ่มหล่อเดินผ่านโดยง่ายแน่ล่ะใครจะบ้าไปขวางทางนักดาบอันดับหนึ่งที่กำลังโกรธจัด แต่ก่อนจะเข้าถึงตัวคู่กรณีก็ปฏิเสธโดยเร็ว


    “ โอ้...... เปล่าครับผมไม่ได้นินทาอาจารย์เลยแม้แต่คำเดียว แต่ผมรู้ว่าใครเป็นคนทำ ” 


    “ ใคร ” โอคุยาสุถามห้วนๆ 


    “ ไอ้ล่ำที่อยู่แถวหน้าสุดไงครับมันนินทาอาจารย์และแอบทำทุกครั้งที่มีจังหวะ ” ชายร่างผอมชี้ไปยังหนุ่มร่างล่ำสันที่ยืนประจำอยู่แถวหน้าสุด 

               


          ทันทีที่โอคุยาสุได้ตัวผู้กระทำผิด เขาก็เดินตรงเข้าไปหาพร้อมดาบคาตานะ ทุกสิ่งที่เกิด ทำให้ลูกศิษย์หนุ่มทุกคนถึงกับถอยห่างด้วยกลัวมรณะภัยที่กำลังจะเกิด แต่ก่อนที่ศาสตราจะหลุดออกจากฝัก ชายร่างล่ำก็ร้องค้าน


    “ เดี๋ยวครับ ผมก็ไม่ได้นินทาอาจารย์เช่นกันไอ้คนที่นินทาจริงๆก็คือไอ้อ้วนต่างหาก ” ชายร่างล่ำพูดจบเขาก็ชี้ไปยังชายร่างอ้วนที่ลุกขึ้นมาฟ้องเป็นคนแรก 


    “ อะจึ้ย ไม่ใช่ครับ ผมถูกใส่ความ ไอ้ผอมนี่ต่างหากที่นินทา” ชายร่างอ้วนสะดุ้งโหยง เขาโบ้ยไปทางชายร่างผอม แน่นอนว่าทุกคนไม่ยอมรับข้อกล่าวหาแถมยังใส่ความกันเองจนกลายเป็นงูกินหาง ทำให้โอคุยาสุรู้สึกสับสนและหงุดหงิด


    “ ตกลงใครเป็นคนนินทากันแน่ ” หนุ่มหล่อกัดฟันกรอดใหญ่ 

              


           เหล่าผู้ต้องหาต่างผลัดกันใส่ความจนกลายเป็นศึกสามเส้า ด้วยความวุ่นวายที่ชวนปวดหัวทำให้โอคุยาสุตบะแตก เขาโวยดัง พร้อมชักดาบคาตานะออกมา 


    “ โว้ย...... ปวดหัวเฟ้ยในเมื่อหาไอ้ปากปีจอไม่ได้ ก็ตัดหัวมันซะให้หมดทั้งฝูงเลยแล้วกัน ” 


    “ จ้าก..... อาจารย์ขี้เก๊กบ้าไปแล้ว ตัวใครตัวมันโว้ย ” ทุกคนในวงแหกปากเสียงดังพร้อมเตรียมเผ่นหนี ในจังหวะนั้นเอง ก็ปรากฏเสียงนุ่มทุ้มลึกจากเทพศาสตราที่นั่งเป็นประธาน 


    “ ทุกคนพักการฝึกก่อน และกลับไปนั่งประจำที่” 

               


           เหมือนสัญญาณห้ามทัพที่แสนศักดิ์สิทธิ์ โอคุยาสุกลับมาเป็นปกติ ทว่าสายตาของหนุ่มหล่อที่สาดออกมายังคงเปล่งประกายอาฆาตดุจเดิม แต่เขาก็จำใจรับฟัง แล้วหันไปสั่งศิษย์รุ่นน้อง


    “ รับทราบครับ ทุกคนกลับไปประจำที่”

            


            สิ้นเสียงของโอคุยาสุ ลูกศิษย์หนุ่มนับสิบก็แยกย้ายกันประจำที่กำลังพลครึ่งหนึ่งนั่งแถวตอนเรียงหนึ่งชิดผนังด้านซ้ายส่วนอีกครึ่งก็พากันไปนั่งแถวตอนเรียงหนึ่งชิดผนังด้านขวา ก่อให้เกิดที่ว่างตรงกลางพวกเขาดำเนินการอย่างรวดเร็ว บ่งบอกถึงระเบียบวินัยที่ดีเยี่ยม ทำให้มาวินถึงกับอึ้ง


    “ โว้...... วินัยโคตรแจ่มอย่างกะพวกทหารในโลกของชั้นเลย ” 


    “ ทหาร ใช่แล้ว จะว่าไป พวกคนหนุ่มเหล่านี้ก็ถูกฝึกเหมือนทหารจริงๆนั่นแหละ” เทพศาสตราทวนคำนิดนึง ก่อนตอบกลับมาเบาๆ 

             


            มาวินหันไปมองเทพศาสตรา หลังจากนั้น เขาก็ร้องถามแบบกวนๆตามสไตค์ของตนเอง 


    “ แล้วตกลง มีอะไรจะแนะนำชั้นรึ ลุงแกนดัล์ฟเวอร์ชั่นญี่ปุ่น” 

            


            ทุกคนในที่นั้นออกอาการไม่พอใจอย่างชัดเจน เพราะนอกจากเทพศาสตราจะเป็นอาจารย์ยังเป็นที่เคารพรักของผู้คนในดินแดนนี้ ดังนั้นการแสดงท่าทางเสียมารยาทของเด็กหนุ่มหัวเขียวจึงเป็นการเหยียดหยามและหมิ่นศักดิ์ศรีทว่าชายชรามาดขรึมกลับไม่ถือสาหาความ พร้อมไถ่ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย 


    “ ข้าได้ยินมาจากอากิเนะว่า......เจ้าอยากออกจากดินแดนลี้ลับ จริงหรือไม่ ” 


    “ อื้อ จริงดิ และตอนนี้ เริ่มหายดีแล้วชั้นจะออกจากดินแดนแห่งนี้ได้รึยัง ” มาวินเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนตอบกลับอย่างฉะฉาน 

              


            เทพศาสตราเงียบอยู่อึดใจ ใบหน้าของเขาดูนิ่งเฉยและไร้อารมณ์ เวลาต่อมาชายชราร่างสูงก็เอ่ยถามอีกครั้ง 


    “ อากิเนะบอกหรือยัง……เจ้าต้องพบกับอสูรร้ายผู้มีนามว่า "ซวงเย่" ที่หน้าประตูทิศเหนือและต้องชนะอสูรตนนี้ให้ได้ จึงจะสามารถออกจากเขตอาคม ” 


    “ บอกแล้ว ไม่เห็นยากอะไรนี่ ชั้นก็แค่เตะตูดไอ้ซวยเยอะซวยน้อยนี่ซักสามสิบกว่าทีก็ออกไปได้แล้ว ใช่มะ ” มาวินทิ้งตัวลงนั่งถ่างแข้งถ่างขาด้วยกิริยาที่ไม่สุภาพพร้อมคุยโตแบบไม่เกรงใจใคร 

             


            ท่วงท่าที่ยียวนกวนประสาทของมาวิน ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับหน้าเครียดไปตามๆกันเพียงแต่ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมา เนื่องจากเกรงใจเทพศาสตราผู้เป็นอาจารย์ ทว่าประธานสูงวัยยังคงนั่งนิ่งพร้อมกล่าวต่อไปด้วยท่าทางที่ดูสุขุม 


    “ ไอ้หนู เจ้ายังสู้กับซวงเย่ไม่ได้หรอกอสูรตนนั้นร้ายกาจมาก แม้แต่โอคุยาสุซึ่งเป็นศิษย์เอกของข้า ยังเอาชนะมันไม่ได้ ถ้าไปต่อกรกับมันในยามนี้ก็เหมือนเอาไข่ไปต่อยหิน ” 


    “ เฮ้ๆ ลุงยังไม่เคยเห็นฝีมือของชั้นเลยแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าสู้ไอ้ซวยเยอะซวยน้อยนั้นไม่ได้ อีกอย่างหนึ่ง ” มาวินโวยดัง พร้อมเหล่มองไปทางโอคุยาสุที่นั่งอยู่ไม่ห่าง จากนั้นก็กล่าวกับเทพศาสตราท่าทางยโส


    “ สำหรับพี่ชายเจ้าสำอางคนนี้ ถ้าได้สู้กันรับประกันว่าไม่เกินหนึ่งนาที มีหมอบแน่ๆ ” 


    “ ท่านอาจารย์ ” โอคุยาสุทนไม่ไหวแต่ก่อนที่นักดาบรูปงามจะได้กล่าวคำใด เทพศาสตราก็ยกมือขึ้นห้าม เป็นเชิงสั่งให้สงบเอาไว้ก่อน 

             


            เทพศาสตรามองมาที่มาวินเป็นเชิงตรึกตรอง จากนั้นก็กล่าวกับเด็กหนุ่มหัวเขียวด้วยเสียงที่ดังกังวาน 


    “ งั้นเอางี้ ข้าขอดูฝีมือของเจ้าหน่อยแล้วกัน” 


    “ ได้เลย ลุง จะให้ไปดวลกับใครในที่นี้ก็ได้เอ๊ะ เดี๋ยว ยกเว้นลุงกับยัยกระต่ายน้อยนะ เพราะรู้สึกว่าชั้นจะแพ้ทาง ” มาวินลุกขึ้นยืน พร้อมตบอกตัวเอง ท่าทางมั่นใจแต่ก็แอบแหยงเทพศาสตรากับอากิเนะอยู่นิดๆ 


    “ อืม.....ตกลงตามนี้คู่ต่อสู้ของเจ้าคือ เคนจิ ” เทพศาสตราประกาศนามของคู่ต่อสู้  

              


           สิ้นคำกล่าว ชายร่างผอมอันเป็นหนึ่งในสามสหายที่แย่งกันโยนความผิดก็ลุกขึ้นยืนพร้อมก้าวมากลางลานฝึกอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเขาอยากกระทืบมาวินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

            


            เมื่อมาวินเห็นท่าทางที่ดูขึงขังของหนุ่มร่างผอม เขาก็เกิดอาการแหยงขึ้นมาอย่างกะทันหันจนต้องร้องค้านเสียงหลง


    “ เฮ้ๆ เดี๋ยวก่อนดิหมอนี่มันดูท่าทางเอาเรื่องแฮะ เปลี่ยนคนได้รึเปล่า ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน