เซอร์เตส เคลย์
เด็กหนุ่มที่เป็นหนึ่งความหวังของตระกูลเซอร์เตส บุตรคนโตของวิชเชอร์แห่งตระกูลเซอร์เตสกับท่านหญิงเดเรียแห่งตระกูลวินเซ่
แม้ว่าเขาจะเป็นหลานชายที่เกิดจากบุตรคนที่4 ของเอิร์ตเซอร์เตส โรเซ่ แต่เขาก็ถูกคาดหวังให้เป็นอนาคตของตระกูล
เคลย์นั้นเป็นชายหนุ่มอายุ18 ปีและเขายังเป็นนักเรียนในชั้นปีที่ 5 ของสถาบันแห่งนี้
ระดับการบ่มเพาะของเคลย์นั้นไม่อาจดูแคลนได้พลังเวทย์ระดับ 4 ของขั้นนักเวทย์นั้นสามารถข่มขู่ให้ผู้คนหวาดกลัวได้เขาจึงได้รับความคาดหวังจากโรเซ่เป็นอย่างมาก
แต่หากเอ่ยในเรื่องความสัมพันธ์ของเคลย์และเมอร์ลินที่เป็นพี่น้องต่างมารดาแล้วมันสามารถเรียกได้ว่าวิกฤติ
เคลย์นั้นถูกมารดาปลูกฝังความเกลียดชังในตัวของเมย์และน้องชายต่างมารดาของเขาเป็นอย่างมาก
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเคลย์ชื่นชอบที่จะกลั่นแกล้งน้องชายต่างมารดาของเขาไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เล็กน้อยหรือถึงขั้นเอาชีวิต เขาก็เคยทำมาแล้ว แต่ในทุกๆครั้งเมอร์ลินนั้นก็สามารถรอดมาได้เสมอ นับวันความเกลียดชังในใจของเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆสองแม่ลูกนั้นมักหลีกเลี่ยงเสมอเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขา
ในใจของเคลย์นั้นไม่สามารถให้คำว่าพี่ชายแก่เมอร์ลินได้สิ่งที่เขาสามารถมอบให้ได้มันคือคำว่า “ศัตรู”
ความเกลียดชังภายในใจของชายหนุ่มสามารถทำลายได้แม้แต่คำว่าพี่น้อง
แต่ในวันนี้เหมือนโชคชะตานั้นเล่นตลกทำให้ทั้งสองนั้นได้พบกันอย่างบังเอิญ
4ปีผ่านไป น้องชายที่น่าชิงชังของเคลย์นั้นยังคงรูปลักษณ์เดิม รูปร่างของเมอร์ลินไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อยต่างจากเคลย์ที่พ้นจากวัยเด็กเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นอย่างเต็มตัว
เคลย์สบตากับเด็กน้อยเมอร์ลินเขาสามารถจำน้องชายที่แสนเกลียดชังของเขาได้
เมอร์ลินเองก็เช่นกันแม้ว่าเคลย์จะเปลี่ยนไปแต่เขานั้นยังคงสามารถจำได้
ความบังเอิญนี้ทำให้เคลย์ถึงกับผงะและดวงตาเบิกกว้าง
“เมอร์ลิน?”
“เด็กนั้นมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”เคลย์คิดในใจอย่างไม่น่าเชื่อ เขานั้นได้พบเจอคนที่ไม่น่าจะพบ ในสถานที่ที่ไม่น่าจะเจอกันได้
“ที่นี่คือที่ใดกัน? มันคือสถาบันอันทรงเกียรติของอาณาจักรเด็กคนที่เป็นแค่คนรับใช้กล้าเสนอหน้ามาที่นี่ได้ยังกันไม่ใช่ว่ามันควรตายไปเมื่อหลายปีก่อนที่เมืองวอเดอร์เซี่ยนแล้วหรือ?”
ใบหน้าของเคลย์นั้นเต็มไปด้วยความว่างเปล่าความงุนงงจำนวนมากทำให้เขาขบคิดเมื่อได้เจอเมอร์ลินที่นี่ มิหนำซ้ำยังสวมใส่ชุดคลุมชั้นปีที่3 มันเป็นไปได้อย่างไรกัน เด็กที่น่าจะพ้น 12 ขวบปีมาไม่นานไม่ควรจะอยู่ในชั้นปีที่ 3
เคลย์ตั้งใจมองไปที่เด็กน้อยอีกครั้งเขากลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดดังนั้นเขาจึงตรวจสอบให้แน่ใจ แต่ในแวบแรกที่เด็กน้อยนั้นสบตากับเขาเขาก็สังเกตเห็นความหวั่นไหวอยู่ภายในแววตานั้น
มันมีความเป็นไปได้เป็นอย่างมากที่เด็กน้อยคนนี้คือเมอร์ลิน
เคลย์เดินเข้าหาเด็กน้อยและยิ้มเหยียด
“เมอร์ลิน”หางคิ้วข้างหนึ่งของเคลย์ถูกยกขึ้นเป็นสัญลักษณ์เชิงคำถาม
บรรดาเพื่อนของเคลย์ที่ติดตามมาด้วยนั้นมองการกระทำของเขาอย่างน่าสนใจบรรดาเพื่อนของเคลย์นั้นไม่รู้จักกับเมอร์ลิน พวกเขาไม่รู้ว่าเมอร์ลินเป็นใคร เพราะที่ผ่านมาคนในตระกูลเซอร์เตสแทบจะไม่พูดถึงเรื่องของเมอร์ลินให้คนภายนอกได้รับรู้
เมอร์ลินนั้นถูกปฏิบัติราวกับเป็นความอัปยศของตระกูล
ในสังคมชั้นสูงมันจึงไม่แปลกใจที่ผู้คนจะไม่รู้จักเขา
ไม่ว่าจะเป็นเคลย์หรือบรรดาญาติคนอื่นๆพวกเขาได้มองว่าเมอร์ลินนั้นไม่ใช่คนของตระกูลเซอร์เตสมานานแล้ว ตั้งแต่วิชเชอร์ตายไปก็ไม่มีใครยินดีที่จะต้อนรับสองแม่ลูกนั้นอีกเลย
เมอร์ลินวางตัวสบายๆเขาไม่ได้แยแสต่อพฤติกรรมของพี่ชายต่างมารดาคนนี้กระทั่งเอริกยังไม่สามารถทำให้เขาหวั่นไหวได้ นับภาษาอะไรกับเด็กน้อยอมมือคนนี้ การแสดงออกของเขานั้นเต็มไปด้วยความยโส
"ถูกต้องแล้วข้าคือเมอร์ลิน" เมอร์ลินกล่าวพร้อมกับแสยะยิ้มออกมาอย่างท้าทาย
เคลย์เมื่อเห็นท่าทีของเมอร์ลินที่เปลี่ยนไปภายใจของเขาก็ปะทุความโกรธพุ่งพรวดขึ้นมา
เด็กคนนี้กล้าที่จะท้าทายเขามันไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ในอดีตเด็กคนนี้มักจะอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา เขาสามารถกลั่นแกล้งมันได้ มันไม่แม้แต่จะว่ากล่าวหรือโวยวายร้องขอความยุติธรรมใดๆออกมา
"เจ้ากล้ามากนะที่โผล่ออกมาต่อหน้าข้าแบบนี้"เคลย์พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังความเกลียดชังระหว่างเขากับเด็กคนนี้มันถูกฝังลึกเสียแล้ว
สายตาอันยามเหยียดนั้นมองเมอร์ลินตั้งแต่หัวจรดเท้า
เมอร์ลินนั้นไม่ใส่ใจต่อการแสดงออกนี้เขาเพียงอมยิ้มและเอ่ย
"เคลย์ ...เจ้าคิดผิดแล้ว ข้าคิดว่าข้านั้นไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ความกล้าใดๆในการเผชิญหน้ากับเจ้า”
เมอร์ลินมองเคลย์กลับด้วยสายตาที่ดูแคลนนี่ถือเป็นการยั่วยุเคลย์เป็นอย่างมาก
แม้ว่าเมลดี้จะขอเขาไม่ให้มีเรื่องกับนักเรียนคนอื่นในวันแรกที่เข้าเรียนแต่สำหรับเคลย์นั้นเป็นข้อยกเว้น ด้วยความทรงจำในอดีตของเจ้าของร่างคนเดิม ทำให้เขาอดที่จะรู้สึกขุ่นเคืองไม่ได้
"ฮ่าฮ่า ฮ่า สงสัยว่าเจ้านั้นห่างจากมือเท้าของข้านานเกินไป เจ้าจึงได้หลงลืมว่าควรปฏิบัติยังไงกับข้า"เคลย์ระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมกับก้าวเข้าหาเมอร์ลิน
เพื่อนทั้งสามของเคลย์นั้นไม่มีท่าทีที่จะห้ามปรามใดๆกลับกันพวกเขากลับพากันหัวเราะอย่างสนุกสนาน
แต่ยังไม่ทันที่เคลย์จะเข้าถึงตัวเมอร์ลินนักเรียนคนหนึ่งก็ตะโกนออกมา
"อาจารย์วิชาศาสตร์เวทมนต์กำลังมาถึงแล้วใครที่จะเข้าเรียนวิชานี้ในวันแรก ให้รีบเข้ามาได้แล้ว"
เคลย์นั้นถึงกับชะงักเขานั้นลืมไปว่าที่นี่มันคือหน้าห้องเรียน ไม่ใช่สนามประลองหรือซอกตึกที่ลับตาคน มันไม่เหมาะสมเท่าไหร่ที่จะมีเรื่องในบริเวณนี้เขานั้นไม่ต้องการให้คะแนนภารกิจของเขานั้นถูกหักออกไป
จิ๊...
"วันนี้ถือว่าเจ้าโชคดีฝากไว้ก่อนเถอะ ครั้งต่อไปเจ้าไม่รอดแน่เมอร์ลิน"
เคลย์จงใจที่จะเดินชนไหล่ของเมอร์ลินออกไปอารมณ์ของเขานั้นตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ครุกรุ่น
ปึก!
แต่แล้วเหตุการณ์นั้นไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิดเคลย์นั้นแสดงสีหน้าตกใจออกมา
การจงใจที่จะเดินชนเด็กน้อยนั้นเกิดการผิดพลาดเคลย์ใช้ไหล่ชนกับเมอร์ลินอย่างแรง
แต่กลับเป็นเคลย์ที่เป็นฝ่ายเซออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ
ร่างของเมอร์ลินนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
เคลย์นั้นรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังเดินชนกับเสาหินที่แข็งแกร่งต้นหนึ่ง
เมื่อคนคนหนึ่งชนกับเสาหินแน่นอนว่าย่อมต้องเป็นคนที่กระเด็นออกมา แต่เด็กน้อยคนนี้ไม่ใช่เสาหินเขาเป็นเพียงเด็กน้อยธรรมดา แล้วเหตุใดเคลย์ถึงเป็นฝ่ายที่เซออกมา
เคลย์และพรรคพวกของเขาเดินจากไปด้วยความสงสัย
เมอร์ลินยังคงยืนอยู่ที่เดิมรอยยิ้มเล็กน้อยถูกยกขึ้นก่อนที่จะได้ยินเสียงของอีกคนที่ดูเหมือนกำลังเรียกเขาอยู่
"เฮ้... ทางนี้" เป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังส่งเสียงเรียกเมอร์ลิน
เด็กหนุ่มคนนั้นมีใบหน้าอันเป็นเอกลักษณ์จมูกแหลม ตาตี ริมฝีปากบาง รูปร่างผอมแห้ง อายุน่าจะประมาณ 15-16 ปี ซึ่งมากกว่าเมอร์ลินที่ไหล่ขวาของชุดคลุมปรากฏแถบสีทอง 3 แถบ นั่นหมายความว่าเขาเองก็อยู่ชั้นปีที่3 เช่นเดียวกับเมอร์ลิน
ห้องที่เขาโผล่หน้าออกมานั้นก็คือห้องเรียนที่เป็นจุดหมายของเมอร์ลิน
เมอร์ลินไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆเขาเพียงแต่เดินตรงไปที่ห้องนั้นอย่างเงียบงัน
"สวัสดีข้าชื่อเกร์เทลเจ้าคงจะเป็นเด็กเส้นที่เขาลือกันสินะ ดูเหมือนพวกเราจะเรียนห้องเดียวรู้ไหมเมื่อกี้เจ้าเกือบจะมีเรื่องกับพวกกรงเล็บมังกรซะแล้วคนที่มีเรื่องกับพวกเขาไม่เคยอยู่ได้อย่างเป็นสุขในโรงเรียนนี้ซักคนเมื่อกี้ถ้าข้าไม่ช่วยเจ้าไว้เจ้าได้เดือดร้อนแน่"
เมอร์ลินมองเด็กหนุ่มหน้าแหลมพูดจ้ออยู่คนเดียวแม้จะจุ้นจ้านไปซักนิดแต่ในเมื่อเขาประสงค์ดี เมอร์ลินจึงไม่เกี่ยงที่จะพูดคำขอบคุณออกไป
"ขอบใจ" เมอร์ลินกล่าวด้วยประโยคขอบคุณสั้นๆ การพูดแบบประหยัดคำนั้นได้กลายเป็นนิสัยของเขาไปเสียแล้ว
"ดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นคนที่เขาลือกันที่ว่าเป็นเด็กเส้นของอาจารย์เมลดี้”
เมอร์ลินฟังและไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆออกมา นั่นหมายความว่าเขากำลังยอมรับในข่าวลือนี้
ข่าวลืออันไร้สาระนี้ไม่มีความน่าสนใจมากพอที่เขาจะใส่ใจหากเป็นคนอื่นอาจจะโมโหหรือขุ่นเคืองแต่สำหรับเขานั้นไม่
เกร์เทลเมื่อสังเกตปฏิกิริยาของเมอร์ลินเขาก็พูดขึ้นมาอย่างยิ้มแย้มต่ออีกว่า
“เจ้าพึ่งมาใหม่เจ้าคงจะไม่รู้สินะว่าไม่ควรจะไปมีเรื่องกับคนกลุ่มไหนและคนที่เจ้าได้พบเมื่อครู่นั้นอยู่ในกลุ่มที่ควรระวัง พวกเขานั้นคือพวกกรงเล็บมังกรคนบางคนอาศัยอำนาจของกิลใหญ่ที่พวกเขาอาศัยอยู่เกะกะระรานคนอื่นไปทั่วหากเลี่ยงได้ก็ต้องเลี่ยง”
"กิลด์... มันคือ?" เมอร์ลินขมวดคิ้วและเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"อ่า... กิลด์น่ะหรอ มันคือแหล่งรวมกลุ่มนักเรียนที่มีความต้องการที่ทำภารกิจที่โรงเรียนมอบหมายให้สำเร็จเพราะในสถาบันแห่งนี้คะแนนที่ได้จากภารกิจคือสมบัติอย่างหนึ่ง คะแนนเหล่านี้สามารถนำไปแลกความสะดวกสบายในการฝึกพลังเวทย์ได้”
เกร์เทลพูดจาฉะฉานเอ่ยตอบข้อสงสัยของเมอร์ลินด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ในโรงเรียนแห่งนี้มีกิลด์ใหญ่อยู่ไม่กี่กิลด์ที่มีอำนาจพวกเขาเหล่านั้นมีจำนวนสมาชิกและอิทธิพลเป็นอันดับต้นๆ ของโรงเรียน”
"กรงเล็บมักกรเขี้ยวพยัคฆ์ ปีกหงสา คือชื่อของ 3กิลด์ใหญ่ที่ข้ากล่าวมา เหล่านักเรียนทั่วไปมักจะไม่อยากจะมีเรื่องกับสมาชิกของกิลด์เหล่านี้แม้ว่า 3 กิลด์นี้จะทรงอิทธิพลก็จริง แต่กิลด์ที่แข็งแกร่งที่สุดกลับเป็นกิลด์ที่มีสมาชิกน้อยกว่าเป็นอย่างมากมันแทบจะเรียกว่าเป็นกิลด์ที่มีสมาชิกน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้”
“กิลด์ที่แข็งแกร่งที่สุดของโรงเรียนเวทย์อารากอนก็คือกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยว หรือบางทีคนอาจจะเรียกพวกเขาว่ากลุ่มเหยี่ยว กิลด์นี้มีสมาชิกแค่11 คนเท่านั้นตามชื่อของกิลด์พวกเขาจะไม่รับคนเพิ่มจนกว่าหนึ่งในคนใดคนหนึ่งจะออกจากกิลด์หรือได้จบการศึกษาไปแล้วเท่านั้นสมาชิกของกิลด์จึงมีแค่ 11 ตำแหน่ง"
"ว่ากันว่าหัวหน้ากิลด์ของ3 กิลด์ใหญ่บางคนนั้นเคยเป็นคนของกลุ่มเหยี่ยว แต่ภายหลังพวกเขาได้แยกตัวออกมาตั้งกิลด์เป็นของตัวเองด้วยชื่อเสียงการเป็นสมาชิกของกลุ่มเหยี่ยวนั้นมากพอที่จะสร้างอิทธิพลให้ผู้คนติดตามพวกเขาได้3 กิลด์ใหญ่จึงถือกำเนิดขึ้นมาไม่นานมานี้”
“กิลด์11 ดวงตาเหยี่ยวนั้นไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงแค่ในรั้วโรงเรียนแห่งนี้เพียงเท่านั้นว่ากันว่าบางทีพวกเขาก็จะได้รับภารกิจของอาณาจักรโดยตรงนั่นหมายถึงอาณาจักรได้มีความเชื่อมั่นในกลุ่มเหยี่ยวเป็นอย่างมาก”
“ดังนั้นแล้วหากใครที่ได้เป็นสามาชิกของกิลด์11 ดวงตาเหยี่ยว เขาคนนั้นก็จะเป็นที่มีชื่อเสียงขึ้นมาทันที ชื่อเสียงนี้จะกระจายไปถึงตระกูลของพวกเขาเหล่านั้นด้วย”
“แม้แต่ข้าเองก็ยังฝันที่จะเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มเหยี่ยวหากข้าฝันของข้าเป็นจริงขึ้นมา ครอบครัวข้าคงดีใจแบบสุดๆ ไปเลยแน่ๆ ฮ่า ฮ่าฮ่า"
เมอร์ลินฟังเด็กหนุ่มพูดจ้อเกร์เทลไม่ได้สนใจเขาเลยด้วยซ้ำว่าอยากฟังเรื่องพวกนี้ไหม แต่เขาก็ยังพูดไม่หยุด
"เฮ้... อย่ามองข้าแบบนั้นสิ ข้ารู้ว่าข้าช่างพูด แต่ทั้งหมดนั่นเป็นเพราะข้าก็หวังดีต่อเจ้า”
เกร์เทลพูดหนึ่งประโยคยิ้มหนึ่งประโยคใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความร่าเริง
“จริงสิ... ข้ายังไม่ได้ถามชื่อของเจ้าเลย ในเมื่อข้าบอกชื่อข้าไปแล้วพวกเราสองคนสามารถเป็นเพื่อนกันได้ตกลงเจ้าชื่ออะไร"
"ชื่อของข้าคือเมอร์ลิน... เซอร์เตส เมอร์ลิน" เมอร์ลินนั้นตอบกลับไปอย่างเรียบเฉย
“อ่า... อย่างนี้นี่เอง” เกร์เทลเมื่อได้ยินชื่อของเมอร์ลิน เขาเหมือนจะคิดอะไรได้แต่เขานั้นก็ไม่ได้พูดมันออกมา
ความนิ่งเฉยของเมอร์ลินนั้นไม่ใช่ปัญหาของเกร์เทลเกร์เทลนั้นเป็นเด็กหนุ่มที่ประหลาดมากถึงแม้เขาจะมีอายุที่มากกว่าเมอร์ลินแต่เขาก็ยังอยากที่จะเป็นเพื่อนกับเมอร์ลินและท่าทางของเขานั้นก็มีความร่าเริงสดใสอยู่ตลอดเวลา
เกร์เทลถือวิสาสะเดินเข้ามาโอบไหล่ของเมอร์ลินอย่างสนิทสนมเพื่อพาเมอร์ลินเข้าห้องเรียนเขานั้นมีทักษะในการเข้าหาผู้คนที่ยอดเยี่ยมแม้แต่ความเย็นชาของเมอร์ลินนั้นก็ไม่มีผลต่อเขา
"ไปกันเถอะเมอร์ลินนี่ได้เวลาเข้าเรียนแล้ว"
เมอร์ลินนั้นไม่ตอบรับคำใดๆเขาเพียงเดินไปอย่างเงียบๆ พร้อมกับมือของเกร์เทลที่กำลังอยู่บนไหล่ของเขา
ในโรงเรียนแห่งนี้นอกจากเมลดี้แล้วเมอร์ลินยังต้องรับมือกับคนไม่ปกติอย่างเกร์เทลด้วยอีกคนคนในดินแดนแห่งนี้มีแต่พวกไม่ปกติทั้งนั้นเลยหรือนี่?
ในที่สุดร่างของทั้งสองก็หายเข้าไปในห้องเรียนที่อยู่ใกล้ๆนั้น
คนสวมชุดคลุมสีดำทั้ง3 คนที่ยืนอยู่บนยอดตึกของฝั่งตรงข้าม ตั้งแต่ที่เมอร์ลินก้าวออกจากห้องพักพวกเขานั้นอยู่ที่นั่นมาตลอด
แต่หลังจากที่เมอร์ลินเข้าห้องเรียนพวกเขาทั้งสามก็ได้สลายตัวไป
หากสังเกตให้ดีแล้วล่ะก็จะพบว่าเสื้อคลุมของพวกเขาทั้งสามนั้นถูกปักด้วยรูปของเหยี่ยว
พวกเขาต้องการจะทำอะไรกัน?
สิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับเมอร์ลิน?
คำถามเหล่านี้นั้นไม่มีใครสามารถบอกได้