ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    บทที่ 27-3 (เล่ม 2): เด็กชายผู้รอบรู้

            ผมไม่รู้ว่าเด็กชายแอบลงบันไดมาอย่างเงียบเชียบตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แน่ ๆ น่าจะเป็นหลังจากที่ตายายของเขานินทาจบมิฉะนั้นคงไม่กล้าพูดระยะเผาขนเช่นนี้

            “มีเต็มเลยจ๊ะมีแกงกะหรี่เห็ดที่หลานชอบด้วยนะ” แม่อิสราแนะนำน้ำเสียงฟังดูเหมือนเป็นคุณยายใจดีในนิทาน

            เด็กชายลงมานั่งตรงข้ามผมเขามีผมสั้นดำสนิท สวมแว่นตาข้างเดียวที่เห็นได้ชัดว่าเป็นอุปกรณ์เอวีเอสอี แววตาเด็กชายสะท้อนความมุ่งมั่นจริงจังดูท่าทางเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุจริง เขากำลังหรี่ตาจ้องตรงมาทางผมคงเพิ่งสังเกตความผิดปกติ

            “นี่คือประชา เป็นเพื่อนน้าเอง” อิสราแนะนำ ผมไม่ค่อยชอบที่เธอเน้นเสียงย้ำตรงคำว่าเพื่อน มากเกินไป ผมพยายามยิ้มให้ดูเป็นมิตรที่สุด แต่อีกฝ่ายสีหน้าบึ้งตึงไม่รู้ว่าหงุดหงิดเรื่องอะไร

            “โอเคผมคงไม่ต้องแนะนำตัว เพราะที่น้าสองคนคุยกันเมื่อกี้ คงเอ่ยชื่อผมไปแล้ว”เด็กชายพูดอย่างรู้ทัน ผมขอถอนคำพูดที่กล่าวชมเขาก่อนหน้านี้ เขาไม่พูดอะไรกับผมสักคำก้มหน้าก้มตาตักอาหารกินอย่างเดียว

            “แซททำการบ้านเสร็จแล้วเหรอครับ”ผมพยายามชวนเด็กชายคุยเพื่อสร้างสัมพันธไมตรี

            “ยังไม่เสร็จ”เขาตอบห้วน ๆ ไม่สบตาผมแม้แต่น้อย

            “พูดดีๆ หน่อยสิจ๊ะ น้าประชายังพูดกับหนูลงท้ายว่า ‘ครับ’ เลย”อิสราตักเตือนหลาน ผมเคยได้ยินมาว่าแซทสนิทกับเธอมากกว่าแม่แท้ ๆ เสียอีกเพราะพี่สาวของอิสราไม่ค่อยมีเวลาว่างแต่พอเห็นการตอบของเขาแล้วก็รู้สึกว่าไม่มีใครรับมือวัยรุ่นอยู่หมัด

            “ไม่จำเป็นหรอกครับถ้าคำลงท้ายทำให้สุภาพขึ้นจริง ทำไมภาษาราชการไม่เขียนคำลงท้ายไปทุกประโยคเลยล่ะมันเป็นแค่ตัวเลือกที่สร้างความรู้สึกดีให้แค่คนบางกลุ่มเท่านั้นเคยมีงานวิจัยแล้วว่ามีคนแค่ 30เปอร์เซ็นต์ในสังคมที่รู้สึกว่าคำลงท้ายทำให้สุภาพขึ้นครอบครัวเราก็เป็นแค่คนส่วนน้อย อีกอย่างประชาก็ไม่ใช่น้าของผม”เด็กชายโต้กลับเป็นชุด ดูอวดฉลาดมากไป

            “แต่ประชาก็เป็นหนึ่งในคนส่วนน้อย 30 เปอร์เซ็นต์นั้นนะ”

            “งั้นก็ได้ถือว่าเป็นข้อมูลใหม่ สำหรับผมก็แล้วกัน” แซทตอบน้าสาว แล้วหันไปหาผม

            “ยังไม่เสร็จ...ครับบบบ”เขาเน้นเสียงเต็มที่เหมือนประชดประชัน สีหน้าอิสราดูเอือมระอา

            “ไม่เป็นไรหรอกอีฟ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ซีเรียส” แม่อิสราห้ามปรามเธอไม่ให้เถียงต่อความต่างระหว่างวัยของคนยุคนี้ดันตรงกันข้ามกับสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง คนรุ่นผมกลับเป็นฝ่ายยึดมั่นในขนบธรรมเนียมดั้งเดิมยิ่งกว่าคนรุ่นพ่อแม่ของอิสราเสียอีกนี่มันโลกอะไรกันแน่

            “โตขึ้นแซทอยากเป็นอะไรครับ น้าอีฟยังไม่ได้บอกเรา” ผมลองเปลี่ยนหัวข้อเจรจาใหม่เด็กชายสูดหายใจเข้าลึก ๆ เตรียมพร้อมจากนั้นก็พ่นคำพูดมาต่อเนื่อง

            “Environmental International Policy Compliance Officer ofUnited DemocraticNation Office of Environmentหรือจะเรียกว่าเอพโกแห่งยูดีเอ็นโออีก็ได้”

            แซทเอ่ยชื่ออาชีพในฝันที่ยาวเหยียดและซับซ้อนจนผมนิ่งฟังอย่างทึ่งในใจประมาทความรู้ของเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้เลยจริง ๆ

            “น่าสนใจดีนะ”ผมแสร้งทำเป็นพยักหน้า ทั้งที่ฟังไม่ทันด้วยซ้ำจะบอกให้เด็กพูดชื่อซ้ำก็กลัวจะเสียหน้า ผมมารู้ภายหลังว่าตำแหน่งที่แซทบอก คือเจ้าหน้าที่ของยูเอ็นดีที่คอยกำกับดูแลและตรวจสอบว่าประเทศสมาชิกมีการใช้นโยบายสิ่งแวดล้อมล้อตามที่ยูเอ็นดีกำหนดไว้หรือไม่แต่ในจังหวะนั้นผมรู้เพียงว่า ทำงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในยูเอ็นดี

            “วันก่อนที่ไปหมู่บ้านบงชัยตรงชายแดน สปป.ลาว น้าเจอทหารของยูเอ็นดีเยอะเลย ถ้าแซทไปเห็นน่าจะชอบ”อิสราพยายามชวนหลานชายคุย

            “ไม่แปลกประเทศเพื่อนบ้านรอบประเทศเราทั้งทิศตะวันตก ตะวันออก ทิศเหนือไม่มีใครยอมเข้ายูเอ็นดีเลยมีแต่มาเลเซียทางทิศใต้ที่เข้ายูเอ็นดีเลยต้องส่งทหารมาดูแลมากหน่อยเพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ” เขาชี้แจง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคำพูดของเด็กอายุ 12ปีดูเหมือนเขาจะสนใจองค์กรนี้จริงจัง หลังจากเขาพูดจบ ห้องก็เงียบพักหนึ่งผมนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

            “วันก่อนเราได้ข่าวว่ามีคนโดนโทษปรับโทษฐานไม่แยกขยะเขาบอกว่าเครื่องช่วยแยกขยะอัตโนมัติเสีย แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ฟังคำแก้ตัวยังมาจับเขา พอมีคนไปเรียกร้องกับผู้ว่าฯ พฤฒธานี ขอร้องให้ชะลอการบังคับใช้กฎหมายนี้ช่วงที่เครื่องเสียจนกว่าจะซ่อมเสร็จแต่ผู้ว่าก็ตอบว่าไม่ได้ แซทมีความเห็นว่ายังไง” พอมั่นใจว่าหลานอิสราฉลาดผมจึงลองหยั่งเชิงความรู้เขาดู ไม่ยั้งมือ

            “ไม่ได้หรอก ฐาปนทัศน์พูดถูกแล้ว”เด็กชายตอบเกือบจะในทันที “นโยบายที่สั่งมาจากยูเอ็นดี ถ้าจะยกเลิกนโยบายอาจจะต้องขอร้องในเวทีโลกของตัวเองก่อนซึ่งจะใช้เวลานาน ผมเดาว่าเครื่องที่เสียทั่วประเทศไม่เยอะพอที่จะทำ ถ้าไม่ทำคงต้องออกจากองค์กรระหว่างประเทศนี้อย่างเดียว”

            “โหถึงขนาดนั้นเลยเหรอ” ผมอุทาน เหมือนเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ องค์กรนี้เข้ามายุ่มย่ามประเทศเรามากกว่าที่คิด

            “แต่ที่ง่ายกว่า คือ ช่วยกันทำตามป้ายสอนการแยกขยะไปก่อน...”เด็กชายหันมายักคิ้วใส่ผมประหนึ่งกำลังท้าทาย “ไม่เห็นจะยากตรงไหน เป็นความรู้พื้นฐานที่สอนมาตั้งแต่ผมอยู่ป.1 ผมแยกขยะเองไม่เคยผิดเลยสักครั้ง”

            หลานชายอิสรายืดอกเล็กน้อยคล้ายภาคภูมิใจผมรู้สึกหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก

            “คนเมื่อก่อนเขาไปแยกกันเองมีแต่คนยุคนี้แหละที่พึ่งพาเครื่องจักรมากเกินไปเครื่องแยกขยะเป็นที่นิยมช่วงเอไอกำลังฮิต แค่ 20-30 ปีมานี้เอง” พ่ออิสราเสริมเหมือนอยากมีส่วนร่วม หลานชายหันไปพยักหน้าเห็นด้วย เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

            “เห็นอีฟเล่าว่า ท่านไปเซนทรัลพาร์กมาเมื่อวันเสาร์ที่แล้วท่านได้ฟังอะไรบ้างล่ะ” แม่อิสราเปิดหัวข้อใหม่

            “นอกจากกลุ่มอิสระเสรีนิยมกับกลุ่มความหวังใหม่พร้อมกับอีฟ ก็มีกลุ่มปลดแอกครับ” 

            “กลุ่มฝ่ายขวาเก่าหมดเลยเนาะ”หญิงสูงวัยกล่าวต่อ “ว่าแต่ ชา ชอบพรรคไหนจ๊ะ”

            “เอ่อ...ไม่มีในใจเป็นพิเศษครับ”ผมเพิ่งรู้ตัวว่าตอบโง่ ๆ ออกไป อายุปูนนี้แล้วคงต้องผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้งเลยรีบขยายความคำพูดตนเอง “ปกติก็เลือกเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ครับ”

            “พ่อเขาชอบพรรคผ่อนกับพรรคสมดุลแต่เรากับอีฟเชียร์พรรคอัตตากับพรรคนกเงือก” หญิงสูงวัยแจ้งให้ผมทราบสามีเธอวิพากวิจารณ์ในทันที

            “พรรคนกเงือก ยังพอเข้าใจ เหตุผลโยบายแต่พรรคอัตตา นี่ พ่อไม่เข้าใจว่ารัฐบาลจะช่วย ประชาชนยังไง บอกให้พึ่งตัวเอง

            “ก็เขาเน้นเสริมสร้างทักษะให้กับแต่ละคนและค้นหาศักยภาพไง” แม่อิสราโต้แย้ง “แล้วพรรคผ่อนล่ะ ถ้าผลักดันนโยบายสำเร็จกลายเป็นคนขี้เกียจกันหมดกลัวว่าเศรษฐกิจจะไม่ดีไม่เข้าใจว่าได้อันดับหนึ่งมาได้ไง”

            “ไม่หรอก เหมือนที่นายกประสิทธิพูด สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือกระบวนการและเทคโนโลยีต่างหากใช้เวลาน้อยลงแต่ผลผลิตเท่าเดิม ชาวนวไทยทำงานห้าวันต่อสัปดาห์มาตั้งกี่ร้อยปีแล้วไม่เคยเปลี่ยนในขณะที่บางประเทศเหลือแค่สามวันครึ่ง”

            หลังจากนั้นผมก็มองดูคู่สามีภรรยาถกเถียงกันอย่างดุเดือดพ่อผมซึ่งเป็นคนเสื้อแดงก็เคยเกือบทะเลาะกับลุงซึ่งเป็นเสื้อเหลืองยิ่งตอนนั้นเหล้าเข้าปากยิ่งหนักถึงขนาดเกือบจะลุกมาต่อยกันจริงโชคดีที่แม่กับป้าห้ามไว้ จากนั้นทั้งสองคนเลยไม่คุยเรื่องการเมืองอีก เพราะกลัวบ้านแตกตอนนี้พ่อกับแม่ของอิสราเหมือนเป็นฝ่ายค้านกับรัฐบาลตอบโต้กันในสภาผลัดกันปล่อยหมัด แต่ก็ไม่ได้จะลุกขึ้นมาชกกันจริงส่วนแซทก็เคี้ยวอาหารของตนเองอย่างไม่สนใจโลกเขาอาจจะเด็กเกินไปที่จะสนใจเกมการเมืองผมเห็นพ่อแม่อิสราแล้วจึงรู้ว่าทำไมลูกสาวถึงเป็นคนเปิดเผยที่บ้านนี้มีวัฒนธรรมการเปิดอกเปิดใจคุยกันทุกเรื่องจริง ๆ ตั้งแต่การเมืองทัศนคติ ยันเรื่องส่วนตัว เป็นครอบครัวตัวอย่างที่น่ายกย่องเรื่องความสัมพันธ์และการไม่มีความลับต่อกัน

            ผมโน้มตัวไปกระซิบข้างหูอิสรา“ปกติพ่อแม่ท่านก็คุยกันแบบนี้เหรอ”

            “ใช่ แค่แบบนี้แหละ ไม่ได้ทะเลาะกันนะก็เหมือนเถียงกันว่าหนังเรื่องไหนสนุกกว่านั่นแหละ” หญิงสาวตอบภายหลังเธอได้ขยายความให้ผมฟังว่าสาเหตุที่พวกท่านไม่ทะเลาะกัน เพราะต่างก็แยกแยะได้ว่าอันไหนเป็นรสนิยมส่วนตัวพันธะผูกพันครอบครัว หรือเรื่องงาน พวกท่านรู้ว่าไม่มีใครถูกผิด เพราะคนตัดสินก็คือคนส่วนใหญ่ว่าไงก็ต้องยอม

            “แต่แม่ก็ยังเชียร์ให้เลือกคู่ครองที่มีอุดมการณ์ตรงกับเราจะดีกว่าจะได้ลดภาระของการใช้สติคุมอคติ ลดโอกาสการทะเลาะไปได้เยอะ อย่างตอนคบกันใหม่ ๆแม่ก็ถามพ่อไปตรง ๆ เลยว่า เลือกพรรคไหน อุดมการณ์ยังไงจากนั้นก็คุยกันจนเป็นเรื่องปกติจนมาถึงตอนนี้” เธอบอกให้ผมฟังปกติไม่รู้ทำไมผมต้องรู้สึกเขินด้วยเท่าที่สังเกตความเห็นทางการเมืองผมหลายเรื่องก็ตรงกับของเธอ

            “ชา สนใจอยู่ทีมแมวพลัดถิ่นกับเราไหมช่วงนี้กระแสมาแรงเลยนะ” อยู่ ๆ พ่ออิสราก็ชวนผมเลือกข้างเฉยจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าพรรคนี้มีนโยบายอะไร

            “ไว้ค่อยศึกษาดูอีกทีนะครับ”ผมแสยะยิ้ม พยายามทำตัวเป็นกลางให้มากที่สุด

            “บางทีเราต้องดู ๆ ไว้บ้างเผื่อได้ไปเลือกตั้งฉุกละหุก บางทีรัฐบาลก็เปลี่ยนเร็วนะ ตัวชี้วัดไม่ผ่าน พอมาก ๆเข้าก็ยุบสภา” แม่อิสราแนะนำ แล้วหันไปเรียกแรงสนับสนุนจากลูกสาว “...ใช่ไหมอีฟ”

            “ถ้าไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับการศึกษาปกติหนูเดลิเกตให้ธรค่ะ เลยไม่ค่อยได้หาความรู้” อิสราชี้แจงถือเป็นข้อมูลใหม่สำหรับผมเลยก่อนหน้านี้เธอแค่เล่าว่าต้องอ่านหนังสือเกี่ยวกับกฎหมายและติดตามการเมืองรายวันเพราะต้องทำงานข่าว แต่ผมไม่เคยเห็นเธอฟังการดีเบตเลยสักครั้งเพิ่งมาเข้าใจวันนี้ว่าเธอโยนสิทธิให้ธรณีตัดสินใจแทนยกเว้นจะเป็นเรื่องนโยบายการศึกษาที่เธอสนใจ

            “พูดถึงธรเห็นว่าจะตั้งพรรคใช่ไหม”

            “ใช่ค่ะเห็นว่าเขาเริ่มมีกลุ่มคุยกันแล้วนะ กำลังเริ่มหาสมาชิกค่ะรอดูเหมือนกันว่าจะชูโรงเรื่องอะไร” อิสราอธิบายแสดงว่าเธอน่าจะรู้เรื่องที่ธรณีทาบทามสหายมาเข้าร่วมอุดมการณ์ตั้งแต่ตอนที่ไปพื้นที่เอฟอีเอ

            “แล้วธรมาชวนลูก รึเปล่า” แม่อิสราถาม

            “เปล่าค่ะเขาคงรู้ว่าหนูคิดไม่ตรงกับเขา” อิสราปฏิเสธหญิงสูงวัยจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปถามผมต่อ

            “ไม่ครับเราเพิ่งรู้ว่าเขาจะตั้งพรรคการเมืองได้ไม่นานนี้เองครับ”คำตอบผมคงไปสะกิดใจพ่ออิสราบางอย่าง เขาเหล่มองผมแล้วหันไปคุยกับอีฟนินทาผมระยะเผาขน

            “พ่อว่า...สงสัยชาจะเป็นแบบแน่รี่แน่ ๆแต่ก็เข้าใจนะ แค่เสียดายเสียงโหวตเหมือนกัน”

            “ไม่เหมือนหรอกค่ะ ชา ไม่ใช่คนอิกนอร์อย่างแน่นอนค่ะไมตรียังชมว่าเขาเขียนข่าวเก่งเลยเสาร์ที่แล้วเขายังใจดีให้สัมภาษณ์เด็กที่มาถามทัศนคติเรื่องตลาดนโยบายตอนที่หนูอยู่พื้นที่เอฟอีเอเลย”หญิงสาวตอบโต้ ผมพยายามข่มใจไม่ให้ยิ้มออกมาทั้งที่หัวใจพองโตอิสราอุตส่าห์ออกตัวปกป้องผมขนาดนี้ หรือว่ารอยยิ้มในตอนนั้นจะสร้างความประทับใจให้เธอจริง ๆหญิงสาวพูดถูก ผมไม่เคยคิดว่าตนเองเพิกเฉยต่อการเมือง แม้จะมีช่วงที่เผชิญภาวะช็อกทางวัฒนธรรม[1]ตอนมาถึงโลกนี้ใหม่อยู่บ้างแต่พอใช้เวลาปรับตัวสักพักใหญ่ ประชาคนเดิมก็กลับมา 

            “ผมขึ้นไปทำการบ้านต่อก่อนนะเมื่อกี้คิดไม่ออกเลยลงมากินก่อน”เสียงหนึ่งเรียกความสนใจของทุกคนมาเป็นจุดเดียว เด็กชายเอ่ยขึ้นหลังจากรูดซิปปากเงียบมานานเขาลุกขึ้นยืนโดยไม่รอคอยคำอนุญาต แซทถือจานอาหารเปล่าของตนเองไปหย่อนใส่เครื่องล้างจานอัตโนมัติแล้วกดสวิตช์

            “ให้น้าขึ้นไปช่วยไหมจ๊ะ”อิสรายื่นข้อเสนอ น้ำเสียงฟังดูนุ่มนวล เด็กชายยักไหล่

            “ก็ได้ครับ”เขาตอบแล้วก้าวขึ้นบันไดไปอย่างไม่รีรอ หญิงสาวมองตามแล้วหันมาประสานสายตากับผม

            “ท่านก็ไปกับเราสิ” 

     


    [1]Culture shock คือ ความรู้สึกสับสน วิตกกังวลและไม่คุ้นเคยที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลต้องย้ายถิ่นฐานไปสู่สภาพแวดล้อมทางสังคมที่แตกต่างออกไป

    คล้ายกับเรื่องประชา : 2090 (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199