บทที่ 124 เพื่อข้อมูล!
เช้าอย่างรวดเร็ว สายฝนตื่นขึ้นมาแล้วเขาก็รู้สึกอยากจะหัวเราะเล็กน้อย ตัวเขากำลังหลับในความฝัน นี่คงเรียกได้ว่าหลับซ้อนหลับได้มั้ง?
“โชคดีที่ตอนฉันหลับไปไม่มีศัตรูปรากฏตัวขึ้น” สายฝนบิดขี้เกียจพลางพึมพำกับตัวเอง เขาใช้สัมผัสรับรู้ที่มีอาณาเขตกว้างขึ้นกว่าเมื่อวานเล็กน้อยสำรวจรอบข้าง ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปจากเมื่อวาน ยังคงไร้ร่องรอยสิ่งมีชีวิต
‘ตอนนี้การฟื้นฟูตามธรรมชาติของฉันกากมาก แม้จะผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วแต่บาดแผลตามร่างกายฉันก็ยังไม่หายไปสักบาดแผล ฟู่วว~ ฉันคงทำอะไรไม่ได้นอกจากบ่น’ มองร่างกายตัวเองแล้วสายฝนก็คิดเช่นนั้น
คิดจบสายฝนก็ตัดสินใจเริ่มต้นออกเดินทาง เขาไม่มีเป้าหมายการเดินทางแน่ชัดเนื่องจากไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับที่นี่ สายฝนคิดว่าเขาจะเดินไปทางทิศเหนือเรื่อยๆจนกว่าจะเจอบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ใช่ศพและอาวุธ แน่นอน ก่อนจะเริ่มต้นออกเดินทางสายฝนได้หยิบดาบจากพื้นมาเล่มหนึ่งเพื่อเอาใว้ใช้ป้องกันตัว
ฟึบ! ฟับ ฟึบ! ดาบถูกตวัดกวัดแกว่งจนเกิดเสียงแหวกอากาศ นํ้าหนักดาบหนักพอสมควรแต่ก็เบากว่าดาบและอาวุธอื่นบนพื้นมาก ดาบนี้มีความทนทานที่ถือว่าไม่เลว มันสามารถทำลายใบดาบเล่มอื่นบนพื้นได้อย่างง่ายดาย นี่คือดาบที่ทรงพลังและมีความทนทานมากที่สุดในหมู่ดาบบนพื้นบริเวณสายฝน! เขาไม่มีทางเลือกดาบกากๆอยู่แล้ว การเลือกดาบกากๆเมื่ตกอยู่ในอันตรายมันแทบจะไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย
“ในอนาคตฉันอาจจำเป็นต้องใช้แก” มองใบดาบสีเงินแวววาวสายฝนก็กล่าวขึ้น โดยไม่สนใจว่าเจ้าของคนก่อนของมันเป็นใครเขาเก็บดาบเข้าฝักและแต่งตั้งให้ตนเองเป็นเจ้าของดาบคนใหม่
หลังจากสายฝนเริ่มต้นออกเดินทางได้ไม่นานนัก ท้องเขาก็ร้องคำรามแสดงให้เห็นว่ามันต้องการอาหารมากแค่ไหน สายฝนทำเป็นไม่สนใจมันจากนั้นก็เริ่มเดินทางต่อ แม้จะรู้สึกหิวแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เวลานี้มันมีอาหารซะที่ไหนล่ะ?
หลายชั่วโมงถัดมา สายฝนใช้ดวงตาคู่ของเขาจับจ้องไปไกลสุดระยะสายตา เขาเห็นเพียงศพ ศพ ศพ แล้วก็ศพ ไม่มีอย่างอื่นเลย ใช่แล้ว! ฟังไม่ผิด มีเพียงแค่ร่างไร้วิญญาณ ไม่มีอาวุธเลยแม้เพียงชิ้นเดียว มันเกิดอะไรขึ้นกัน? ทำไมมีแต่ศพล่ะ?
“ความฝันนี้แปลกเกินไป มันคือฝันอะไรกันแน่?” สายฝนเริ่มรู้สึกกลัวเล็กน้อย ตัวเขาไม่ได้กลัวความตายอย่างเดียว ยังมีสิ่งอื่นที่สามารถทำให้เขารู้สึกกลัวได้ด้วย แน่นอน สิ่งที่สายฝนกลัวมากที่สุดคือความตาย การที่ตัวตนหายไปตลอดกาลเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการ
สูดหายใจเข้าลึกถัดไปก็ก้าวเดินไปข้างหน้าต่อ ไม่ว่าเขาจะกลัวแค่ไหนสุดท้ายเขาก็ต้องก้าวเดินต่อไป ถ้ากลัวแล้วยอมแพ้เขาก็คงไม่ใช่สายฝนแล้ว มือข้างหนึ่งของสายฝนจับด้ามดาบ อีกข้างหนึ่งจับฝักดาบ มือทั้งสองจับแน่น เตรียมโจมตีทุกเมื่อหากศัตรูปรากฏตัว
เวลาไหลผ่านไปครึ่งชั่วโมง ยังไม่มีศัตรูปรากฏตัวออกมาทว่าสายฝนก็ไม่ประมาท เขาใช้สัมผัสรับรู้ตรวจสอบรอบข้างและจับด้ามดาบกับฝักดาบแน่นตลอดเวลา
‘นั่นมัน!’ เวลานั้นสายฝนพลันพบว่าสุดระยะสายตาเขามีจุดสีดำสี่จุดกำลังเคลื่อนที่อยู่ กำลังเคลื่อนที่มาทางเขา! ความระมัดระวังสายฝนพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ดึงใบดาบครึ่งหนึ่งออกจากฝักดาบ สายฝนไม่คิดจะหนี เขาหนีไม่ได้ ไม่มีที่ให้หนี มีแต่ต้องสู้อย่างเดียวเท่านั้น
‘ฉันไม่รู้ว่าฉันกำลังเจอกับอะไรแต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรฉันก็จะไม่มีทางประมาทเด็ดขาด ในความฝันรอบสองฉันเกือบตายเพราะประเมินศัตรูตํ่าเกินไป ฝันรอบสามจะต้องไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น’ สายฝนสงบนิ่ง แววตาเขาไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ หากเป็นยามปกติตอนนี้เขาคงเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งไปเรียบร้อยแล้ว น่าเสียดาย ตอนนี้มันไม่ปกติ มีพลังลึกลับบางอย่างทำให้เขาหลุดออกจากสภาวะสงบนิ่ง
จุดสี่ดำทั้งสี่เคลื่อนที่มาทางสายฝนเรื่อยๆ เมื่อเข้ามาใกล้มากขึ้นสายฝนก็รู้ว่าจุดสี่ดำสี่จุดคืออะไร เป็นมนุษย์ มนุษย์สี่คน ชายสาม หญิงหนึ่ง ดูแล้วผู้หญิงน่าจะกำลังหนีชายสามคนอยู่ สายฝนเริ่มครุ่นคิด เขาควรจะช่วยผู้หญิงคนนี้มั้ย? ช่วยไปจะได้อะไรบ้าง? จะเสียอะไรบ้าง? ท้ายที่สุดสายฝนก็ตัดสินใจได้ เขาจะช่วยผู้หญิงคนนี้ เขามีข้อมูลที่นี่น้อยเกินไป การช่วยผู้หญิงคนนี้เขาอาจจะได้รับข้อมูลมาก็ได้
“ถึงจะเสี่ยงแต่ฉันก็ไม่มีทางเลือก ฉันไม่อยากหิวตายเพราะงั้นฉันจะช่วยเธอเพื่อข้อมูล!” สายฝนพึมพำ ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว สายฝนคิดว่าด้วยความเร็วของผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางแน่ที่เธอจะมาถึงตัวเขาได้โดยไม่โดนผู้ชายสามคนจับซะก่อน
‘โชคดีที่ร่างกายในความฝันรอบนี้ดีกว่ารอบก่อน’ เมื่อวานนี้สายฝนพบเรื่องแปลก มันแปลกมาก! ทั้งๆที่ร่างกายเขาได้รับบาดเจ็บแต่ความแข็งแกร่งและความเร็วกลับมากกว่าร่างกายเขาในความฝันรอบก่อนเสียอีก ความแข็งแกร่งและความเร็วของเขาเกือบจะถึงระดับศูนย์จุดห้าทว่าก็ไม่ถึง
สายฝนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด เขาไม่ได้ใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสง ท่านั้นไม่ได้ช่วยให้เขาเร็วขึ้นเท่าไหร่ การใช้งานมันเขาจะสูญเสียเรี่ยวแรงเยอะกว่าปกติซึ่งการแลกเรี่ยวแรงจำนวนมากเพื่อให้ได้ความเร็วเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมันไม่คุ้มค่า เวลานี้เรี่ยวแรงจำเป็นมาก เขาไม่ได้กินอาหารมาหนึ่งวันเต็มๆแล้ว เรี่ยวแรงก็ไม่น่าจะมีมากมาย
///
“พวกเจ้าเป็นใคร?” เด็กสาวถามชายทั้งสามเบื้องหน้า เธอหอบหายใจถี่ไม่เป็นจังหวะเนื่องจากเธอวิ่งหนีชายทั้งสามมาไกลมาก ตอนนี้เด็กสาวแทบไม่มีเรี่ยวแรงเหลือแล้ว
“ทำไมพวกข้าต้องบอกเจ้าด้วยล่ะ?” ชายคนหนึ่งจากสามคนกล่าวขึ้น มันจ้องมองร่างเด็กสาวด้วยสายตาหื่นกาม เด็กสาวตรงหน้าแม้จะไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่มันต้องการแต่มันไม่คิดจะปล่อยเธอไป เพราะอะไร? นั่นก็เพราะความสวยของเธอยังไงล่ะ เด็กสาวคนนี้สวยเกินไป!
“ถ้าพวกเจ้าทำอะไรข้า พวกเจ้าจะต้องเสียใจ!” เด็กสาวเอ่ยพลางก้าวถอยหลัง เธอไม่คิดเลยว่าความอยากรู้อยากเห็นของเธอจะทำให้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ หากเธอรู้แบบนี้ตั้งแต่แรกเธอคงไม่มีทางมาที่นี่แน่
ชายสามคนเห็นเด็กสาวก้าวถอยหลังแต่พวกมันก็ไม่ได้ขัดขวาง พวกมันเชื่อว่าด้วยความแข็งแกร่งของพวกมันเด็กสาวนางนี้ย่อมไม่มีทางหนีไปไหนได้
“หืม? ข้าอยากจะรู้แล้วสิว่าถ้าข้าทำไปแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น” ชายซึ่งกล่าวกับเด็กสาวไปเมื่อครู่พูดอย่างไม่เกรงกลัว คำขู่ของเด็กสาวจะทำให้พวกมันรู้สึกกลัวได้อย่างไร? พวกมันเคยผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน สิ่งที่พวกมันเคยเจอน่ากลัวกว่าคำขู่เด็กสาวมาก
“อย่าเข้ามานะ” เห็นชายทั้งสามขยับเข้าใกล้ เด็กสาวก็ส่งเสียงออกมาจากนั้นก็เตรียมตัวหันหลังวิ่งหนี ไม่คาดคิด จังหวะที่เธอกำลังจะหันหลังมือของเธอพลันถูกหนึ่งในชายทั้งสามจับเอาใว้แน่น เด็กสาวพยายามทำให้มือตนเองหลุดออกจากการจับของฝ่ายตรงข้าม โชคร้าย แรงของเธอน้อยกว่าศัตรู
“ปล่อยข้านะ” เด็กสาวร้องพร้อมกับใช้แรงทั้งหมดที่มี เห็นแบบนั้นชายซึ่งจับมือเด็กสาวพลันยิ้ม มันปล่อยมือเด็กสาวกะทันหันเป็นผลให้เธอล้มลงกับพื้นเพราะเสียการทรงตัว
---