บทที่ 4 กักขัง
เผิงฟู่หลินจำใจต้องกลับจวนของตนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นางรู้สึกตกตะลึงกับสิ่งที่หนี่ซูเว่ยเอ่ยออกมายิ่งนัก
“ไม่จริงท่านกับข้ารักกันไม่ใช่หรอกหรือ ต้องเป็นเพราะเสี่ยวว่านแน่ ๆเป็นนางที่ยั่วยวนท่าน ทำให้ท่านเปลี่ยนใจจากข้า” เผิงฟู่หลินพ้อออกมาสองมือกำชายเสื้อแน่นจนผ้าเกือบจะฉีกขาดออกมา
เจ้าจูรีบเข้ามาประคองเผิงฟู่หลินเอาไว้พร้อมเอ่ยเรียกสติของนาง“คุณหนู กลับจวนก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
เผิงฟู่หลินหันมองหน้าสาวใช้ตาขวางความคับข้องใจท่วมท้นจนนางแทบอยากจะกรีดร้องออกมายิ่งนัก “กลับ” นางเอ่ยคำสั้น ๆก่อนจะสะบัดตัวเดินออกไปจากจวนรัชทายาททันที
รถม้าขับเคลื่อนไปตามทางอย่างเอื่อยเฉื่อยเผิงฟู่หลินที่นั่งด้านใน เอาแต่เหม่อลอย ความคิดวนเวียนในหัวไม่หยุดเหตุใดกันเล่า เหตุใดเรื่องราวจึงแปรเปลี่ยนเช่นนี้ ยิ่งคิดนางก็ยิ่งปวดหัว สุดท้ายคำกล่าวโทษทั้งหมดก็ตกอยู่ที่เผิงเสี่ยวว่าน“นังพี่สารเลว แกกล้าแย่งคนรักของข้า”เผิงฟูหลินสบถออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะ
เผิงฟู่หลินกลับถึงจวนด้วยความโมโหนางตรงไปยังห้องเผิงเสี่ยวว่านในทันที จงหลีพยายามทัดทานเอาไว้แต่กลับถูกนางผลักออกไปจนกระเด็น ซ้ำเจ้าจูยังเข้ามายืนขวางเอาไว้ทำให้จงหลีไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก
เผิงฟู่หลินผลักบานประตูออกไปเต็มแรงก่อนจะเดินฉับ ๆ เข้าไปภายในห้องด้วยท่าทางร้อนรน
เผิงเสี่ยวว่านนั่งปักผ้าอยู่ที่โต๊ะกลางห้องนางเงยหน้าขึ้นมาน้องสาวด้วยสีหน้าราบเรียบ “หลินเอ๋อร์ เจ้ามีธุระอันใดกัน”
น้ำเสียงเรียบสงบที่พูดอย่างไม่ใส่ใจนักทำเอาเผิงฟู่หลินถึงกับเลือดขึ้นหน้า “พี่ชั่ว” นางด่าออกมาอย่างสุดจะทนก่อนจะถลาเข้าตบใบหน้าของเผิงเสี่ยวว่านอย่างเต็มแรง“เพี๊ยะ...”
“เจ้าสารเลวนัก เจ้าแย่งคนรักของข้าวันนี้เจ้าสมควรตาย” เผิงฟู่หลินพุ่งทะยานตัวตบตีเผิงเสี่ยวว่านอย่างไม่สนเสียงห้ามปรามใดๆ ของเหล่าสาวใช้
จงหลีรีบพยายามกันตัวเองเข้ามาห้ามไว้แต่กลับถูกเจ้าจูขัดขวางทำให้ทั้งสองต่างกันยื้อยุดและตบตีกันไปอีกคู่หนึ่ง
สาวใช้คนอื่น ๆ พยายามเข้ามาห้ามปราม หากแต่เผิงฟู่หลินกลับตะคอกใส่นางด้วยน้ำเสียงอันดังอย่างคนเสียสติ“พวกเจ้าอย่าได้เข้ามายุ่ง นางบ่าวชั้นต่ำ”
เหล่าสาวใช้ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ยืนตัวแข็งไม่กล้าเข้ามาขัดขวางเพราะต่างรู้ดีว่าคุณหนูรองของจวนราชครูมีอำนาจในเรือนมากเพียงใดสาวใช้บางส่วนรีบลนลานวิ่งออกไปเพื่อขอเข้าพบราชครูเผิงโดยทันที
ราชครูเผิงที่กำลังยืนอยู่ในสวนหลังจวนด้วยท่าทีที่กลัดกลุ้มราชโองการดังกล่าวทำให้จวนของเขาอยู่ไม่เป็นสุขอีกแล้วเขาเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวายใจทันใดนั้นก็มีสาวใช้วิ่งเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าของเขาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“เรียนนายท่านตอนนี้คุณหนูรองอาละวาดอยู่ที่เรือนคุณหนูใหญ่ นายท่านโปรดรีบไปห้ามเถิดเจ้าค่ะ”
เมื่อราชครูเผิงได้รับรายงานจากสาวใช้เขาก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขารีบตรงดิ่งไปยังเรือนบุตรสาวคนโตอย่างเร่งรีบ
ทันทีที่ราชครูเผิงก้าวเข้ามาภายในห้องของเผิงเสี่ยวว่านเขาก็ต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้า บุตรสาวคนรองกำลังขี่คร่อมร่างของบุตรสาวคนโตและตบหน้านางอย่างไม่ปรานี
“หลินเอ๋อร์ หยุดบ้าเดี๋ยวนี้นะ”เสียงตะคอกของบิดาที่ดังมาจากด้านหลัง ทำให้เผิงฟู่หลินหยุดชะงักไป นางหันหน้ากลับมามองบิดาของตนด้วยแววตาปวดร้าว
“พวกเจ้ามัวทำอะไรกันรีบพยุงว่านเอ๋อร์ขึ้นมา” ราชครูเผิงตวาดใส่สาวใช้ทั้งหลาย พวกนางต่างลนลานรีบเข้าไปยื้อยุดตัวของเผิงฟู่หลินทันที
“ปล่อยข้านะ ข้าจะฆ่ามัน นังพี่สารเลวแกกล้ายั่วยวนท่านพี่ซูเว่ยของข้า” เผิงฟู่หลินร้องตะโกนพลางสะบัดตัวจากการเกาะกุม
“หยุดได้แล้วหลินเอ๋อร์เจ้าบ้ามากพอแล้ว” ราชครูเผิงตวาดใส่บุตรสาวอย่างเดือดดาล
“ข้าไม่หยุดหากท่านพ่อไม่จัดการให้ข้า ข้าจะฆ่ามันเสีย หากข้าไม่ได้แต่งงานกับท่านพี่ซูเว่ยข้าก็จะไม่ยอมให้ใครช่วงชิงเขาไปจากข้า” เผิงฟู่หลินยังคงอาละวาดไม่หยุด
ในขณะที่เผิงเสี่ยวว่านได้แต่ก้มหน้านิ่งใบหน้าแดงเปื้อนตามรอยมือที่ประทับลงไป จนบางจุดเริ่มมีสีม่วงช้ำขึ้นเป็นแถบมุมปากมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย นางได้แต่กัดฟันไว้แน่น ทำเพียงก้มหน้าน้ำตาเอ่อคลอออกมาอย่างสุดจะกลั้น
ราชครูเผิงที่โกรธจนสติขาดสะบั้นเขาชี้หน้าไปที่เผิงฟู่หลินด้วยความโมโห
“เจ้า...หลินเอ๋อร์ข้าขอสั่งกักบริเวณเจ้า จงไปสำนึกผิดที่ศาลบรรพชน ไม่มีคำสั่งข้าห้ามเจ้าออกมาเด็ดขาด” ราชครูเผิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดแม้เขาจะรักและเอ็นดูบุตรสาวคนเล็กมากสักเพียงใดแต่บัดนี้นางกระทำสิ่งที่เกินสมควรไปมาก อีกทั้งเผิงเสี่ยวว่านก็กำลังจะแต่งงานกับหนี่ซูเว่ยในไม่ช้าเขาจึงได้แต่จนใจกักบริเวณนางเพื่อป้องกันไม่ให้นางทำเรื่องบ้าบิ่นเช่นนี้อีก
ฮูหยินเซียงที่ได้ยินเรื่องจากสาวใช้นางรีบวิ่งตามมาที่เรือนของเผิงเสี่ยวว่านในทันทีเมื่อนางได้ยินคำสั่งของสามีนางจึงรีบปรี่เข้ามากอดขาราชครูเผิง พร้อมอ้อนวอนขอร้องสามีของตน“ท่านพี่ หลินเอ๋อร์ยังเด็กนัก ตอนนี้นางกำลังเสียใจท่านอย่าได้ลงโทษนางเลย”
ราชครูเผิงมีสีหน้าเคร่งเครียดหนักกว่าเดิมเขาหันไปมองฮูหยินด้วยความรู้สึกผิดหวังพร้อมตวาดใส่นางทันที “เป็นเพราะเจ้าให้ท้ายนางเยี่ยงนี้อย่างไรบัดนี้นางถึงได้ทำอะไรเกินตัวเช่นนี้”
เผิงฟู่หลินยืนตัวตรงพร้อมเชิดหน้ามองหน้าบิดาของตนด้วยความน้อยใจ“ท่านพ่อท่านไม่รักข้า ท่านเข้าข้างเสี่ยวว่าน หากชาตินี้ข้าไม่ได้แต่งงานกับท่านพี่ซูเว่ยข้าก็ไม่ยินดีแต่งงานกับใครทั้งสิ้น” นางพูดด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งจองหอง ก่อนที่นางจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป
“พวกเจ้าตามไปดูแลหลินเอ๋อร์ให้ดี”ราชครูเผิงหันไปบอกกับสาวใช้ เขามองลูกสาวที่เดินจากไปด้วยความปวดร้าวเช่นกันบัดนี้เขาได้แต่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก รู้สึกผิดกับเผิงฟู่หลินแต่ก็ได้แต่ข่มใจตนเองเอาไว้