ทุกคนทั่วทั้งดวงดาวเคอเซอร์รู้สึกหวาดกลัวหลังได้ยินเสียงคำรามที่แฝงไปด้วยจิตสังหารของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์
เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา พวกเขากำลังจะเฉลิมฉลองภายใต้ฝนอวยพรแห่งสวรรค์ แต่ใครจะไปคิดว่าฝนอวยพรแห่งสวรรค์จะอยู่แค่ไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก่อนจะมีการปะทะขึ้นระหว่างเทพ
เหตุการณ์ในครั้งนั้นผู้คนในดวงดาวเคอเซอร์ตัดสินจะเรียกวันนั้นว่า วันฝนแห่งหายนะ ที่เรียกไปแบบนี้เพราะว่าทุกคนที่ดูการปะทะกันของมังกร 3 สีกับ ดาบน้ำแข็งที่ใหญ่ราวกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์
ได้รับความเสียหายจากวิญญาณ แม้แต่ตอนนี้ทุกคนก็ยังไม่สามารถฟื้นได้ 100 % แม้แต่นักฆ่า โจรหรืออาชญากรรมคนอื่นในเวลานี้เป็นโอกาสดีในขโมย การสร้างความเสียหายให้กับอาณาจักรต่าง ๆ หรือทำในสิ่งที่ตนเองชอบ
แต่ไม่มีใครกล้าที่จะเคลื่อนไหวในเวลานี้เพราะกลัวว่าจะทำให้เทพพิโรธแล้วตนเองจะโชคร้ายและตายอย่างทรมาน
ในช่วงเวลาแบบนี้คนที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือชาวบ้านที่ไม่สามารถฝึกฝนได้ ตอนการปะทะกันของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์และหู่เสวียนั้นเกิดเป็นคลื่นกระแทกขนาดใหญ่
ได้พัดไปทั่วทั้งดวงดาว วิญญาณของชาวบ้านไม่ได้แข็งแกร่งพอจะต่อต้านได้จึงสลบไป หลังจากตื่นมาก็ทำงานแบบปกติและเรื่องในวันนั้นทุกคนหวาดกลัวจึงไม่มีใครบอกเกี่ยวกับเหตุการณ์ในวันนั้น
พวกคนที่ไม่สามารถฝึกฝนได้ถูกกดขี่มาโดยตลอด แต่หลังจากเหตุการณ์ วันฝนหายนะ ทุกคนที่มีการฝึกฝนได้รับความเสียหายจึงต้องพักผ่อนกันทั้งหมด
และพวกโจรก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวด้วยเช่นเดียวกัน ในเหตุการณ์ครั้งนั้นชาวบ้านได้เรียกกันว่า วันกำหนดชะตา
ชาวบ้านบางคนที่ตากฝนอวยพรแห่งสวรรค์ บางคนได้รับโอกาสปรับปรุงร่างกายของตนเอง จากไม่สามารถฝึกฝนได้หลังจากตากฝนก็สามารถฝึกฝนได้
ทารกบางคนที่เกิดในวันนั้นชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านได้บูชาราวกับเป็นลูกหลานของสวรรค์
แต่วันนี้พวกเขาได้ยินเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ทุกคนในดวงดาวเคอเซอร์รู้สึกกังวลไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น
ทั่วทั้งท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆสีดำที่ไม่มีแสงผ่านมาได้แม้แต่นิดเดียว ราวกับวันนี้เป็นวันสิ้นโลกสัตว์ป่าหรือสัตว์อสูรทุกตัวร้องคำรามด้วยความตกใจ
และรีบวิ่งหนีไปเรื่อย ๆ ราวกับจะหลบหนีออกจากดวงดาวแห่งนี้
.......
หู่เสวียลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับมีรอยยิ้มขึ้นที่ใบหน้า
“แย่งชิงมาสำเร็จแล้วสินะ”
หู่เสวียรีบติดต่อแจ๊คอย่างทันทีเพื่อนบอกแผนการของตนเอาไว้และวิธีจะปรามเปลวไฟแก่นโลก เพราะธาตุไฟ ธาตุดินและธาตุทองจะใช้วิธีเดียวกับธาตุน้ำและธาตุไม้ไม่ได้
[ได้ยินฉันไหม]
ติดมาทางแจ๊คหลังจากที่แจ๊คได้ตัดสินใจกินเปลวไฟแก่นโลก แจ๊คได้ดิ้นทุรนทุรายอยู่ในกองไฟ เปลวไฟแก่นโลกนี้เขายังไม่ยอมแพ้หลังจากที่เข้าไปสู่กระเพาะอาหารของเขา
ราวกับแจ๊คได้กินลาวาที่ยังมีชีวิตอยู่และอาละวาดอยู่ในร่างกายของเขา ถ้ามองจะในมุมมองบุคคลที่ 3 จะเห็นได้ว่าร่างกายของแจ๊คมีไฟลุกทั่วตัว
ผิวหนังและกล้ามเนื้อบางส่วนได้ถูกเผาไหม้จากเปลวไฟแก่นโลก แต่มันไม่สามารถฆ่าแจ๊คได้เพราะเลือดมีชีวิตในร่างกายได้รับการอัพเกรดครั้งใหญ่
เลือดมีชีวิตสามารถรักษาได้รวดเร็วถึง 100-300เท่าก่อนเข้ามาประตูแก่นโลก และแจ๊ครู้สึกว่าเลือดของเขาเริ่มพัฒนาขึ้นไปอีก
แจ๊คเกร็งร่างกายเมื่อลุกขึ้น ตอนนี้เปลวไฟแก่นโลกดวงเล็กไม่สามารถฆ่าเขาได้ แต่เขาก็ไม่สามารถดูดซับพลังของมันเช่นเดียวกัน
ระหว่างที่แจ๊คกำลังลุกขึ้น เขารู้สึกขนลุกไปทั่วร่างกายราวกับมีความตายมาจ้องมองด้านหลังตน แจ๊คกลืนน้ำลายและหันกลับไปด้านหลัง
ด้านหลังของแจ๊คเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ที่สูง 2000 เมตร กว้าง 1800 เมตร สิ่งที่แจ๊คอยู่ตอนนี้คือทางเข้าเท่านั้นและสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกอันตรายคือลูกกลมสีแดง
ลูกกลมสีแดงอยู่ด้านบนตรงกลางโดยล้อมรอบไปด้วยไฟจำนวนมากขนาดใหญ่ที่กำลังขยับไปมาราวกับเต้นรำและลาวาที่ไหลออกจากไฟ ทำให้แจ๊ครู้สึกสยองเพราะไฟนั้นมีอุณหภูมิมากว่าลาวามาพวกมันผลิตออกมา มันลอยตัวอยู่ 1800 เมตร สิ่งที่เขาเห็นราวกับไม่ใช่ลูกกลมเล็ก ๆ แต่เป็นดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่ แค่มองเหงื่อภายในร่างกายของแจ๊คก็ไหลมาจำนวนมาก
ร่างกายเริ่มจะขาดน้ำไปอย่างรวดเร็ว แจ๊คห่างกับแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาวแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้นยังขนาดนี้ แจ๊คมองและรู้ได้ทันทีว่าลูกกลมนั้นคือแก่นโลก
ที่เขาบุกเข้ามาเพื่อจะชิงเปลวไฟแก่นโลก เหมือนกับแก่นโลกมันมีสติปัญญาและรับรู้ได้ว่าใครมาปล้นชิงส่วนหนึ่งของร่างกายมัน
ลูกกลมมีสีแดงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับเก็บความร้อนอันมหาศาลไม่ได้ปล่อยออกมาเหมือนเดิม แจ๊ครู้ได้ทันทีว่าถ้ายังอยู่ต่อ มีแต่ตายกับตาย
แจ๊ควิ่งเข้าหาแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาวทันทีอย่างรวดเร็ว เหมือนกับแก่นโลกจะรู้เป้าหมายของแจ๊คมันได้ปล่อยไฟแก่นโลกขนาดใหญ่มาเผาแจ๊คทันที
คราวนี้ไม่ได้เป็นคลื่นความร้อน แต่เป็นไฟที่มีพลังมากกว่าคลื่นหลายพันเท่านัก ขนาดไฟแก่นโลกยังไม่ถึงตัวแจ๊ค แต่เขารู้สึกว่ากล้ามเนื้อบนแผ่นหลังกำลังจะไหม้เกรียม
“บ้าเอ๋ย คราวนี้ไม่ได้โชคดีเหมือนก่อนแน่ ถ้าโดนไปมีแต่ตายเท่านั้น”
แจ๊คระเบิดพลังส่วนขาและอัดร่างกายอย่างเต็มที่ แม้ร่างกายของเขาตอนอัดร่างกายจะมีเปลวไฟด้านในปะทุขึ้นมาด้านนอกเกือบทำให้เปลวไฟแก่นโลกมีโอกาสหลบหนี แต่เพื่อความอยู่รอดแจ๊คไม่มีทางเลือกมากนักจึงกระโดดเข้าแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาวทันที
แจ๊คได้ตัดสินใจกระโดดทำให้เขามาถึงแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาวทันที แต่ขาทั้ง 2 ข้างของเขาไม่ได้โชคดีนักมันละลายทันทีหลังถูกแค่สะเก็ดไฟของแก่นโลก
แจ๊คถอนหายใจ เขาเสียขาไปเท่านั้นก็ได้เขาสามารถฟื้นฟูกลับมาได้ตลอดเวลา แจ๊ครู้สึกได้ทันทีหลังเข้ามาที่แม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาวว่าแม่น้ำสายนี้มีธาตุน้ำจำนวนมหาศาล
ธาตุน้ำจำนวนมากได้เข้ามาในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว และแม่น้ำดาราไหวผ่านดวงดาวนั้นยังสยบเปลวไฟแก่นโลกได้อีกด้วย
แจ๊คคิดว่าถ้าเขายังอยู่ในแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาว 2 ชั่วโมงเขาสามารถหลอมเปลวไฟแก่นโลกเข้ากับหัวใจได้ทันที ระหว่างที่คิดร่างกายได้ถูกเผาไหม้ของแจ๊คได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
แจ๊คไม่ได้รู้สึกขาดอากาศหายใจอีกต่อไป หลังจากร่างกายมีพลังของแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาวเป็นจำนวนมาก
แจ๊คยังได้ยินเสียงเหล็กกระทบกันเสียงดังมาก ราวกับยักษ์ตัวหนึ่งเล่นเอาเหล็กเทพทั้ง 2 อันมานั่งกระทบกัน เสียงนั้นดังและแสบแก้วหูเป็นอย่างมาก
ทำให้แก้วหูแจ๊คระเบิดออก เสียงทุกสิ่งทุกอย่างดับลงก่อนจะกลับมาเพราะการรักษาตัวของแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาว แจ๊ครู้ว่ามันคือเสียงอะไร
มันคือเสียงแก่นโลกสั่นเทาไปด้วยความโกรธเกรี้ยวโมโห ที่เจ้าโจรขโมยของมันหลบหนีไปได้
เขาเห็นก็หัวเราะแก่นโลก แต่ไม่กล้าหัวเราะเสียงดังมากถ้ามันบ้าขึ้นมาเขาอาจจะตายได้ก่อนจะนั่งฟื้นฟูและหลอมเปลวไฟแก่นโลกเข้ากับหัวใจทันที
ระหว่างที่กำลังหลอมนั้นเสียงของหู่เสวียได้ดังขึ้นภายในจิตใจ
[ได้ยินฉันไหม]
แจ๊คโมโหเล็กน้อยที่มีคนมาขัดจังหวะ แต่เขาไม่กล้าด่าหู่เสวีย
[มีอะไรหรือ]
[นายได้เปลวไฟแก่นโลกมาแล้วใช่ไหม]
แจ๊คแปลกใจที่หู่เสวียรับรู้ได้ เพราะพลังจิตหรือวิญญาณของเขาถูกเปลวไฟแก่นโลกเผาจึงไม่สามารถใช้พลังจิตหรือวิญญาณในการสำรวจพื้นที่รอบ ๆ ได้
แจ๊คคิดว่าหู่เสีวยก็คงเหมือนกัน
[ใช่เธอรู้ได้ยังไง]
[เรื่องนั้นไม่สำคัญ ตอนนี้นายอยากจะเอาอะไรในชุดอันสกปรกของนายไหม]
แจ๊คยิ้มเมื่อหู่เสวียด่าทางอ้อมว่าเขาสกปรกจึงทำให้ชุดสกปรกไปด้วย
[เอาแก่นแท้วิญญาณธาตุดินมา]
[นายสยบเปลวไฟแก่นโลกได้แล้วหรือ]
[ยังแต่ตอนนี้ฉันอยู่ในแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาวคิดว่าขึ้นอยู่กับเวลาว่าฉันจะสยบได้ตอนไหน]
หู่เสวียลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอาแก่นแท้วิญญาณธาตุดินมาให้กับแจ๊ค แจ๊คเหมือนกับเจอเรื่องน่ามหัศจรรย์เพราะอยู่มีหลุมดำขนาดเล็กโผล่ตรงหน้าเขาและทิ้งกล่องที่เก็บแก่นแท้วิญญาณธาตุดิน
[นาย ตอนนี้นายต้อง.........ระ............คน]
อยู่ ๆ การพูดของหู่เสวียก็ติด ๆ ดับ ๆ ราวกับสัญญาณหาย แจ๊คไม่คิดอะไรมากเขาเปิดกล่องและหยิบแก่นแท้วิญญาณธาตุดินขึ้นและดูดซับทันที
เหมือนกับเปลวไฟแก่นโลก ร่างกายของเขาและแก่นแท้วิญญาณธาตุดินไม่ยอมสยบกับแจ๊ค แจ๊คจึงกินมันเข้าไปทันที หลังจากแจ๊คกินแก่นแท้วิญญาณธาตุดินเข้าไป
เขารู้สึกร่างกายหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถขยับตัวได้ ร่างกายของเขามีสีน้ำตาลปรากฏขึ้นบนร่างกาย ถ้ามองจากมุมมองบุคคลที่ 3 จะเห็นแจ๊คเป็นรูปปั้นดินเผาที่มีไฟลุกทั่วตัว
โชคดีที่ว่าด้านนอกของเขาเป็นแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาวทำให้ไม่มีเรื่องอันตรายเกิดขึ้น
..........................
ภายในดินแดนน้ำแข็งแห่งความตาย หู่เสวียแค่นเสียงอย่างเย็นชาเมื่อรู้ว่าเธอไม่สามารถติดต่อไอบ้านี้ได้
หู่เสวียมองไปด้านบนและไม่พบเจอใบหน้าของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์เหมือนแต่ก่อน หู่เสวียจึงหัวเราะเยาะเย้ย
“ไม่มีพลังจะคงสภาพร่างกายให้เห็น ยังมาปั่นป่วนฉันอีกหรือ”
แต่หู่เสวียได้รับการตอบกลับมาเป็นสายฟ้าฟาดแทน ไม้คทาของหู่เสวียส่งเสียงร้องและทำลายสายฟ้าทั้งหมดไปอย่างง่ายดาย
หู่เสวียลูบไม้คทาเบา ๆ และพูดขึ้นมา
“ตอนนี้ก็เหมาะสมกับเจ้าดีนะ”
หลังสิ้นสุดเสียงหู่เสวียมีเสียงสายฟ้าจำนวนมากดังขึ้น และไม่มีสายฟ้าอันไหนฟาดมาทางหู่เสวียเหมือนเมื่อสักครู่
หู่เสวียได้ด่าเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ไปว่า เจ้าเป็นคนขี้ขลาดก็ควรหลบหนีอย่างคนขี้ขลาด
............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................