ตอนที่ 162 แผนการของกระทะทอง
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูยังคงดังเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง หากแต่เสียงเคาะนี้กลับผิดแผกไปจากเสียงเคาะประตูปกติของพวกมันที่อยู่ในรังโจรแห่งนี้ ที่จะกำหนดเสียงเคาะประตูให้เป็นจังหวะที่พวกมันต่างรับรู้และนัดแนะกันไว้ตั้งแต่แรกนั่นเอง
ครั้นเมื่อรู้ว่าเสียงเคาะประตูในครั้งนี้ ไม่ใช่เสียงปกติของกลุ่มพรรคพวกของพวกมัน ผู้คนที่อยู่ด้านในก็รีบเปิดรังลับเพื่อซุกซ่อน เจ้าของร้านกระทะทอง ที่ดูจะตกใจไม่แพ้กัน ลงไปในทางเดินลับใต้ดินของพวกมัน
“ท่านกระทะทอง รีบไปซ่อนตัวด้านล่างนี้ก่อน ที่เหลือพวกเราจะจัดการกันเอง” ร็อคเปิดทางเดินลับที่อยู่ใต้พรมกลางบ้านของมา
เผยให้เห็นประตูช่องเล็กๆ ที่มีขนาดเท่ากับคนหนึ่งคน ถูกสร้างไว้อยู่ใต้บ้านหลังนี้
ด้านในของทางลับนั้นมีทางเดินลับที่ทอดยาวออกไปด้านนอกของหมู่บ้าน รวมไปถึงยังแยกย่อยไปตามจุดต่างๆ ในหมู่บ้านอยู่เต็มไปหมด จึงไม่แปลกเลยที่ร็อคมักจะใช้รังลับนี้ในการเล่นชู้กับใครต่อใครในหมู่บ้าน โดยที่ภรรยาและครอบครัวของมัน ก็ไม่ล่วงรู้
เจ้าของร้านกระทะทองมุดหน้าลงไปยังทางเดินลับใต้ดิน โดยมีคนอารักขาคุ้มกันติดตามไปด้วย 2-3 คน ก่อนที่ประตูทางเดินลับด้านบนจะถูกปิดลงมาและถูกซุกอยู่ใต้พรมเก่าๆ ประหนึ่งว่ามันไม่เคยมีประตูลับแห่งนี้มาก่อน
“เท็ดดี้ออกไปดูหน่อยว่าใครมา...หากเป็นนักผจญภัยก็ล่อมันเข้ามา ส่วนถ้าเป็นทหารหรืององครักษ์ก็ให้แสร้งตีเนียนว่าพวกเรา มาสังสรรค์ร่วมกันเพื่อฉลองวันเกิดของแก ตกลงไหม” แม้รังลับแห่งนี้จะไม่เคยมีผู้ใดที่ล่วงรู้หรือสังเกตเห็นมานานหลายปี แต่ร็อคก็ได้วางแผนรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้เอาไว้อยู่แล้ว
เท็ดดี้พยักหน้าให้กับทุกคนเพื่อให้สัญญาณว่าให้ทุกคนเตรียมพร้อม ระหว่างนั้นสมัครพรรคพวกของมันก็ได้ซ่อนมีดหรืออาวุธเอาไว้ด้านหลัง เพื่อเตรียมสังหารนักผจญภัยที่คิดจะมาล่าค่าหัว ท่านกระทะทองของพวกมันเอาไว้นั่นเอง
“มาแล้วครับ” เท็ดดี้ปั้นหน้าอย่างเป็นมิตร พร้อมๆ กับเปิดประตูหน้าบ้านของพวกมันออกมา
กึก~!
“ว่าไงเท็ดดี้ เห็นว่าพวกนายมารวมตัวกันที่นี่...ฉันมาช้าไปหรือเปล่า” มาร์คัสได้ยืนยิ้มหน้าแป้นแล้นอยู่ที่หน้าประตู
สร้างความแปลกใจให้กับสมัครพรรคพวกนับสิบคนที่อยู่ในรังโจรกันเป็นอย่างมาก ถึงกระนั้นแม้จะแปลกใจที่เห็นมาร์คัสเป็นคนเคาะประตู แต่อย่างน้อยๆ มาร์คัสก็ไม่ใช่นักผจญภัยที่จะมาล่าค่าหัวของท่านกระทะทองได้อย่างแน่นอน
รวมไปถึง มาร์คัส คงไม่มีทางไปรู้จักกับ ทหารองครักษ์ ได้อยู่แล้ว
“เอ่อพวกเรามารวมตัวเพื่อกินเลี้ยงในวันเกิดฉัน แกก็เข้ามาด้วยสิ” เท็ดดี้ไม่รู้จะจัดการกับมาร์คัสยังไง จึงได้เปิดทางให้ ลูกชายของสองตายายจากร้านอาหารสามเวลา เข้ามาในรังโจรของพวกมันอย่างเสียไม่ได้
เพราะขืนปล่อยให้มาร์คัสยืนอยู่หน้าประตูรังลับของพวกมันนานเกินไป อาจเป็นที่สะดุดตาของนักผจญภัยและทหารก็เป็นได้
มาร์คัสได้พาตัวเข้ามาด้านในรังโจรลับของร็อค มันมองซ้ายมองขวา ก่อนจะพบเห็นถึงกลุ่มเพื่อนในกลุ่มของพวกมันที่อยู่กันครบ ไม่ว่าจะเป็น ร็อค เท็ดดี้และคนอื่นๆ ที่ตอนนี้มือที่ซุกซ่อนอาวุธของพวกมัน ได้หดกลับ เก็บเข้ากระเป๋ากันไปหมดแล้ว
ซึ่งในระหว่างที่มาร์คัสกำลัง ทักทายผู้คนพร้อมกับชูอาหารที่มันได้เตรียมมาให้กับทุกคน เพื่อกินเลี้ยงสังสรรค์ตามที่ได้รับรู้มาว่า จะมีการจัดเลี้ยงที่บ้านหลังนี้ มาร์คัสก็ได้ถูกร็อคที่ดูโกรธเกรี้ยว
โถมร่างอัดเข้าใส่ จนติดผนังบ้านอย่างแรง
“แกรู้จักที่นี่ได้ยังไงมาร์คัสและใครเป็นคนชวนแกมา ตอบมาเดี๋ยวนี้?!” ใบหน้าของร็อค ในตอนนี้แทบจะฆ่าคนด้วยมือเปล่าได้เลยทีเดียว
มันจ้องมองด้วยแววตาที่โหดเหี้ยมใส่มาร์คัสอย่างไม่ลังเลที่จะสังหารเลยสักนิด
“ขอโทษนะ พอดีฉันเผอิญไปได้ยิน กลุ่มของพวกเราคุยกันที่ร้านขายเนื้อใกล้ๆ กับบ้านของเท็ดดี้เข้าพอดี ตอนนั้นฉันออกมาตามหายูริ เมียของฉันที่ไม่กลับร้านมาสักที และก็บังเอิญไปได้ยินว่านาย เป็นคนสั่งให้ทุกคนในกลุ่ม ไปรวมตัวกันเพื่อฉลองวันเกิดของเท็ดดี้กันที่นี่ และฉันที่ไม่ได้อยู่ที่ร้านคงอาจจะไม่มีใครตามตัวเจอ จึงรีบกลับไปที่ร้านและทำอาหารมาฝากทุกคนนี้แหละ” มาร์คัสแต่ไหนแต่ไรก็หวาดกลัว ร็อคเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
เพียงแค่ถูกร็อคพูดจาข่มขู่เล็กน้อย ก็แทบจะฉี่แตกแล้ว มันรีบเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับมาของมันในครั้งนี้ออกไปโดยไม่มีข้อหมกเม็ดหรือซ่อนกลใดๆ ไว้เลย
ชิ!
“คราวหลัวถ้าฉันไม่ได้เจาะจงชื่อของแก ก็อย่าได้สะเออะมาที่บ้านหลังนี้ของพวกเราเป็นอันขาด…ครานี้ฉันจะอนุโลมให้เพราะเห็นเป็นวันเกิดของเท็ดดี้หรอกนะ” ร็อคดูหัวเสีย แต่ก็ไม่อยากลงมือรุนแรงกับมาร์คัสมากเกินไป
ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมันตื่นตระหนกและกังวลว่ามาร์คัสจะเป็นนกต่อ เหยื่อล่อให้กับทหารนั่นเอง
“เอาหน่าร็อค ใจเย็นๆ เถอะ...มาร์คัสอุตส่าห์เอาอาหารมาให้พวกเรากินเชียวนะ” เท็ดดี้รีบเข้าไปห้ามทัพระหว่างร็อคและมาร์คัส โดยมีเพื่อนคนอื่นๆ ที่รู้เรื่องของร็อคและยูริ เมียของมาร์คัสว่าทั้งสองแอบลอบคบชู้กัน
อีกทั้งในก่อนหน้านี้ ในบ้านหลังนี้ ยูริและร็อคก็ยังพึ่งจะมีอะไรกันไปหยกๆ ฉันั้นพวกมันจึงอดสงสารมาร์คัสที่ถูกสวมเขาขึ้นมาจับใจ จึงออกตัวแก้ต่างให้กับมาร์คัสกันจนร็อค พลันสงบลง
“ขอโทษนะมาร์คัสที่ไม่ได้เชิญนายมาร่วมงานวันเกิดของฉัน พอดีฉันเห็นว่าช่วงนี้นายกำลังยุ่งกับร้านอาหารที่พึ่งจะเปิดเลยไม่อยากจะรบกวน งั้นฉันขอรับอาหารของนายไว้ด้วยความเต็มใจก็แล้วกัน” เท็ดดี้ตรงเข้าไปรับอาหาร พลางนำจานมาใส่อาหารที่มาร์คัสเป็นคนทำ เอาไว้ชุดหนึ่ง ส่วนอีกหนึ่งชุดยังคงถูกห่อเก็บเอาไว้เป็นอย่างดี
แน่นอนว่าอาหารที่ร็อคและเท็ดดี้ไม่ได้แกะออกมากิน พวกมันได้เตรียมเอาไว้ให้กับท่านกระทะทองที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องล่างนั่นเอง
ส่วนทางด้านของมาร์คัสเองก็รู้ตัวดี ว่าตัวมันไม่ได้เป็นแขกของที่นี่ มันดูจะผิดหวังที่จนป่านนี้ เพื่อนในกลุ่มของมันก็ยังไม่ยอมรับตัวมันเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มสักที ทั้งๆ ที่ตอนนี้มันเองก็ย้ายจากป่าดาราฉายเข้ามาอยู่ที่หมู่บ้านแล้ว กระนั้นก็ยังกลายเป็นแกะดำของกลุ่มอยู่ดี
มาร์คัสได้ดูนั่งดูเพื่อนของมันกินอาหารที่มันนำมาให้อยู่รอบนอก ก่อนที่ระหว่างนั้นมือของมันจะพลันสัมผัสไปโดนกับผ้าพันคอที่มีเรือนผมของหญิงสาวติดอยู่โดยบังเอิญขณะที่นั่งอยู่บนเตียงเพียงลำพัง
‘ผ้าพันคอนี้คุ้นจัง สีผมนี้ก็เหมือนกับสีผมของยูริอีกด้วย?’
มาร์คัสไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแค่แปลกใจที่ผ้าพันคอและผมที่ติดอยู่คล้ายกับ ผ้าพันคอของยูริ ภรรยาของตัวเองก็เท่านั้น
แต่กระนั้นดูเหมือนว่าร็อคจะตีตัวไปก่อนไข้ หวาดระแวงไม่เข้าเรื่อง เมื่อเห็นมาร์คัสหยิบเอาผ้าพันคอที่มันจดจำได้ว่ายูริสวมมาเมื่อก่อนหน้านี้ ก็รีบตะโกนเสียงดังลั่น สั่งห้ามมาร์คัสแตะต้องของในบ้าน พลางขับไล่มาร์คัสกลับไปในที่สุด
แน่นอนว่ามาร์คัสที่เป็นลูกไล่ เป็นแกะดำของกลุ่ม ย่อมไม่อาจมีปากเสียงกับร็อค มาร์คัสได้แต่ยอมทำตาม ก้มหน้ากลับไปที่ร้านของมันด้วยความผิดหวัง ซึ่งแน่นอนว่าทันทีที่มันกลับไป ก็ได้พบเห็นยูริกำลังนอนกลิ้งเกลือกเป็นคุณนายอยู่ที่บ้านของมันแล้ว
ในขณะเดียวกันทันทีที่มาร์คัสได้กลับออกไปจากรังลับ ทางด้านของร็อคก็ได้พลิกพรหมกลับขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเปิดประตูลับให้เจ้าของร้านกระทะทองและพรรคพวกได้กลับขึ้นมา
“ที่หลังจะนัดแนะอะไรกันก็ให้มันระวังหน่อย ครั้งหน้าถ้าคนที่เคาะประตูเป็นทหารองครักษ์ ฉันไม่ถูกจับไปอย่างนั้นเหรอ” หลังจากกลับขึ้นมา เจ้าของร้านกระทะทองก็ได้ดุด่า กลุ่มอันธพาลที่มันเลี้ยงเอาไว้อย่างไม่ไว้หน้า
และครั้งนี้ก็เป็นฝ่ายของร็อคที่โดนดุจนหน้าชาไปบ้าง ไม่ต่างกับมาร์คัสที่โดนมันดุในก่อนหน้านี้
เพียงแต่คราวนี้กลับเป็นร็อคที่ได้ถูกเจ้าของร้านกระทะทอง ตวาดด่าจนอับอาย เขาสำนวนที่ว่า ‘ปลาใหญ่กินปลาเล็กและปลาใหญ่ก็ถูกปลาที่ใหญ่กว่ากิน’
เจ้าของร้านกระทะทองเมื่อได้ด่าเหล่าลูกสมุนของมันเสร็จ ก็ปล่อยให้พวกมันกินอาหารกันต่อไป ส่วนตนเองก็ดึงถาดจานข้าวที่ให้เท็ดดี้นำไปล้าง มาเทอาหารที่มาร์คัสทำมาให้ด้วยความรังเกียจ เมื่อต้องมากินอาหารฝีมือของพ่อครัวบ้านนอกๆ อย่างมาร์คัส
หากแต่ว่าเมื่อเทอาหารออกมา รูปลักษณ์ของอาหารนี้กลับคล้ายคลึงกับอาหารของร้านอาหารสามเวลาไม่มีผิดเพี้ยน
ไม่ว่าจะเป็นข้าวไข่เจียว ข้าวผัด ทั้งหมดนี้แม้เจ้าของร้านกระทะทองจะไม่เคยกินที่ร้านอาหารสามเวลาของไลท์มาก่อน แต่มันก็พอจะได้ยินถึงสิ่งที่ลูกค้ามักจะบอกเล่าถึงอาหารจากร้านอาหารสามเวลาอยู่บ่อยๆ
และอาหารตรงหน้าของมัน ก็ดูเหมือนจะมีลักษณะแบบเดียวกัน จนทำให้เจ้าของร้านกระทะทองเกิดสนใจขึ้นมา
“ร็อค...ไอ้มาร์คัสคนนั้นเป็นลูกชายของร้านอาหารสามเวลาจริงๆ ใช่ไหม?” “ใช่ครับ” เจ้าของร้านกระทะทองถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะเผยรอยยิ้มอันมีเลศนัยออกมาบางอย่าง พลางตักกินอาหารที่มาร์คัสเป็นคนทำเพื่อลิ้มลองรสชาติ
‘อุแหว๊ะ!’
“รสชาติไม่ได้เรื่อง พวกแกทนกินไปได้ยังไงกัน” เจ้าของร้านกระทะทองแทบจะกระเดื้อก อาหารของมาร์คัสเกือบไม่ลง
“นี้ก็ดีกว่าแต่ก่อนเยอะแล้วนะครับ ท่านกระทะทองอย่าได้นำรสชาติอาหารที่ท่านทำมาเปรีบเทียบสิครับ อาหารของท่านกระทะทองนั้นอร่อยล้ำจนไม่มีใครเทียบได้แล้วครับ” ร็อคตอบกลับ ประหนึ่งเพื่อเอาใจเจ้านายของมัน แต่จริงๆ แล้ววันนี้รสชาติของอาหารของมาร์คัสก็ดีกว่าวันก่อนจริงๆ
แม้จะยังเทียบไม่ได้ราวๆ 2/10 จากข้าวผัดที่มันได้เคยกินมาเมื่อก่อนหน้าเข้าไปในป่าเมื่อหลายเดือนก่อน ก็นับว่ามาร์คัสในตอนนี้ทำอาหารได้อร่อยกว่าหลายๆ ร้านในหมู่บ้านแล้วก็ว่าได้
“จริงอย่างที่แกพูด...พรุ่งนี้แกไปพาตัวไอ้มาร์คัสคนนี้มาพบฉันสักหน่อยสิ พอดีฉันอยากจะถามถึงการทำอาหารของมันสักหน่อย” เจ้าของร้านกระทะทองมีแผนในใจบางอย่าง
ใช่แล้ว แผนที่ว่า ขนาดร็อคและเท็ดดี้ที่รับคำสั่งให้ไปตามมาร์คัสมาพบ ก็พอจะเดาออก ท่านกระทะทองของพวกมันตั้งใจจะขโมยสูตรอาหารของมาร์คัสนั่นเอง
นี้คือสันดาน ธาตุแท้ของเจ้าของร้านกระทะทองที่พวกมันต่างก็รู้กันดี และถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนั้น ร็อคและเท็ดดี้รวมไปถึงกลุ่มของมันที่ทราบเรื่องก็ไม่มีใครสนใจหรือสงสารมาร์คัสที่กำลังจะโดนหลอกขโมยสูตรกันสักนิด
เพราะการที่เจ้าของร้านกระทะทองขโมยสูตรของใครไป นั้นหมายถึงพวกมันเองก็จะได้รับอานิสงส์นี้กลับมาเป็นค่าเลี้ยงดูอยู่แล้ว
ดังนั้นต่อให้มันจะต้องขายเพื่อนอย่างมาร์คัส พวกมันก็ไม่แคร์สักนิด พวกมันตกปากรับคำเป็นมั่นเหมาะ พลางเตรียมที่จะช่วยเหลือเจ้าของร้านกระทะทอง หลอกมาร์คัสเพื่อขโมยสูตรอาหารของมันอีกด้วย
ส่วนทางด้านของเจ้าของร้านกระทะทองที่ตั้งใจจะขโมยสูตรอาหารของมาร์คัส มันไม่ได้หวังว่าสูตรอาหารนี้จะทำเงินหรือชื่อเสียงให้กับมันเหมือนกับเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว
เนื่องด้วยตอนนี้มันคือคนที่กำลังถูกประกาศจับในอาณาจักรลูนาเทียไปทั่วทั้งอาณาจักรเช่นนี้ การจะกลับไปยังเมืองหลวงที่เป็นบ้านและร้านอาหารของมัน ก็คงไม่ง่ายอีกแล้ว
ดังนั้นมันจึงมีแผนในใจ คือตั้งใจที่จะเดินทาง หลบหนีไปยังอาณาจักรอื่นๆ หรือก็คือ อาณาจักรมังกรทมิฬนั่นเอง
อาณาจักรมังกรทมิฬ นี้แหละคืออาณาจักรแห่งใหม่ที่มันจะไปสร้างชีวิตใหม่ ส่วนอันธพาลที่มันเลี้ยงไว้ที่อาณาจักรแห่งนี้ ก็จะกลายมาเป็นสายข่าวให้กับมัน นำไปถวายต่อองค์จักรพรรดิแห่งอาณาจักรมังกรทมิฬ ที่คนในโลก The Gloria ต่างรู้กันดีว่า อาณาจักรลูนาเทียและอาณาจักรมังกรทมิฬ กำลังทำสงครามกันอยู่นั่นเอง
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy