Legendary Combination การผสมผสานของตำนาน

    ตอนที่ 37 มือเดียวบังฟ้า

     

            ตอนที่37 มือเดียวบังฟ้า

             

            เมืองอู๋โจว

             

            กุยแกได้นัดพบกับทุกคนใน3 วันข้างหน้า ทำให้ตอนนี้ยังพอมีเวลาว่างเพราะการเดินทางจากเมืองอู๋โจวไปยังจุดนัดพบ ถ้าเช่าม้าแล้วขี่ไปเองจะใช้เวลาเพียง1 วันเท่านั้น

             

            กลุ่มของทีชจึงแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวสมิทนั้นไปที่โรงตีเหล็ก อัลเฟรดกับเว่ยเถียนก็ล็อกเอ้าท์ออกไปทำธุระที่โลกภายนอกองค์หญิงผิงหยางขอตัวกลับโรงเตี้ยมเพื่อพักผ่อนและปรางจีกับมอนจีก็ขอตัวไปทำธุระเช่นกัน จึงเหลือแค่ ทีช หมิง ดาร์ค อลาโน่อิจิโนเสะ และเหิ่นซ่วยเท่านั้นเพราะกุยแกกับฮิเดโยชินั้นหลังจากที่ยืนคุยอะไรกันอยู่สักพักก็ขอตัวไปจัดการธุระกันทั้งคู่

             

            เมื่ออลาโน่เห็นว่าอิจิโนเสะยังอยู่และคนในกลุ่มก็เริ่มน้อยเขาที่กลัวผู้หญิงคนนี้จนหัวหดก็เริ่มคิดหาแผนการที่จะชิ่งหนีดาร์คที่เหมือนจะคาดเดาได้จึงเอ่ยปากช่วยเพื่อนของตน

             

            “ข้าว่าจะให้อลาโน่ไปช่วยทำเควสสำหรับเจ้าข้าแนะนำว่าใช้เวลาว่างไปเก็บเลเวลเพิ่มหน่อยก็ดีนะ แล้วก็อย่าลืมศึกษาระบบกิลดีๆละ” ดาร์ค พูดกับทีช

             

            เมื่ออลาโน่ได้ยินก็รีบเออออตามน้ำพร้อมกระซิบให้ดาร์ครีบไปทำเควสที่บอกเร็วๆดาร์คได้แต่ถอนหายใจและคิดอย่างเหนื่อยหน่ายเพราะเขาแค่ยกเรื่องเควสมาอ้างเท่านั้นไม่ได้มีเควสจะให้ช่วยทำจริงๆเสียหน่อย

             

            อิจิโนเสะที่เห็นอลาโน่กับดาร์คเดินออกไปก็หัวเราะคิกคักทีชที่เห็นหญิงสาวตรงหน้าหัวเราะดูสดใสร่าเริงคล้ายกับผู้หญิงขี้แกล้งทั่วไปแต่ไม่รู้ทำไมเขากลับไม่กล้าสบตากับอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ไม่รู้ว่าเธอนั้นสวยเกินไปจนไม่กล้าสบตา หรือจริงๆเขากลัวเธอเหมือนกับอลาโน่กันแน่ แต่ในฐานะหัวหน้ากิลเขาจำเป็นต้องทำความรู้จักกับเธอเพิ่มสักหน่อย

             

            “เอ่อ...ธ...เธอ...ม...มี...ธุระหรือเปล่า” ทีช พูดอย่างตะกุกตะกัก

             

            “หัวหน้าไม่ต้องเกร็งหรอกค่ะมันแค่เรื่องที่เล่าต่อๆ กันมาข้าเหมือนคนใจร้ายงั้นหรือ” อิจิโนเสะ ยิ้มให้จนโลกของทีชดูสว่างสดใส

             

            “อ่อครับ ผมว่าจะออกไปเก็บเลเวลเธอจะไปด้วยกันมั้ยแต่สัตว์อสูรบนหุบเขาข้างๆ นี้มีเลเวลไม่เกิน 150 นะครับ”ทีชเอ่ยปากชวน

             

            “ได้สิ ถือซะว่าไปเดินเล่นทำความรู้จักกับหัวหน้ากิลเพิ่ม”

             

            “ผมไปด้วยนะพี่เลเวลเราสองคนใกล้เคียงกันเราตั้งปาร์ตี้กันสองคนน่าจะเก็บเลเวลได้ไวกว่าแต่ผมขอรบกวนให้คุณอิจิโนเสะช่วยลากสัตว์อสูรให้หน่อยได้มั้ยครับ”หมิงเอ่ยอย่างสบายๆ โดยไม่รู้สึกเกร็งเวลาอยู่ใกล้อิจิโนเสะ

             

            “อ๋อ...ได้สิคะ” อิจิโนเสะตอบรับ

             

            “ไม่ได้! ให้ผู้หญิงที่สวยอย่างคุณอิจิโนเสะทำงานลำบากได้ยังไงเดี๋ยวข้าจัดการลากให้เอง เห็นหยั่งงี้ข้าเลเวล 184 แล้วนะกับสัตว์อสูรเลเวล 150 เดี๋ยวข้าจะลากให้หมดทั้งหุบเขาเลยคอยดู”เหิ่นซ่วยกล่าวพร้อมกับเอามือตีไปที่หน้าอกด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ

             

            “นายจะไหวแน่เหรอ” ทีช ไม่มั่นใจ

             

            “พี่ทีช เชื่อมือผมเถอะน่า” เหิ่นซ่วยพูดจบก็เดินนำออกไปทันที

             

            ทีชหันไปมองหมิงกับอิจิโนเสะพร้อมกับยักไหล่คล้ายกับจะบอกว่าในเมื่อเจ้าตัวบอกแบบนั้นก็ลองดูสักตั้ง

             

            .......

             

            หลังจากที่พวกทีชเดินออกจากเมืองอู๋โจวเพื่อไปเก็บเลเวลที่หุบเขาผ่านไป 30 นาที ปรากฏเสียงที่ดังออกมาจากหุบเขา

             

            อ๊ากกกกก!

             

            ว๊ากกกกก!

             

            โอ๊ย!

             

            “ค...คุณอิจิโนเสะคนสวย...ช...ช่วยผมด้วยยย”เหิ่นซ่วยที่อาสาจะไปลากสัตว์อสูรแต่ทว่าเขาไม่ทราบมาก่อนว่าสัตว์อสูรในภูเขาจะเป็นพวกนก!

             

            ในขณะนี้เหิ่นซ่วยกำลังวิ่งกลับมายังจุดที่กลุ่มของทีชยืนอยู่ทีช และหมิงที่เห็นเหิ่นซ่วยวิ่งหน้าตั้งแหกปากร้องตะโกนเสียงดังอยู่นั้นทั้งสองได้แต่มองหน้ากันแล้วก็ส่ายหัวเมื่อตั้งสมาธิได้ทั้งสองคนก็จับอาวุธเตรียมจะเข้าไปช่วย

             

            แต่ทว่าที่ด้านหลังของเหิ่นซ่วยกลับมีสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์นกเป็นนกที่มีขนสีน้ำตาลสลับขาว โดยมีลักษณะรูปร่างกลมๆคล้ายนกกระทุ่มแต่มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย ที่ขามีกรงเล็บที่แหลมคมเอาไว้ใช้โจมตีแต่ที่น่ากลัวมากกว่านั้นคือนกเหล่านี้สามารถใช้เวทมนตร์โดยการใช้ปีกกระพือให้เกิดเวทธาตุลมออกมาได้ชื่อของเวทคือ ‘มีดสายลม’เป็นเวทที่พลังโจมตีไม่รุนแรงแต่จุดเด่นคือใช้พลังเวทน้อยสามารถร่ายได้ไวและที่สำคัญคือมองเห็นได้ยากรู้ตัวอีกทีมีดที่เกิดจากสายลมก็เฉือนเนื้อเข้าให้แล้วเหิ่นซ่วยนั้นเป็นจอมยุทธที่เลเวล 186 ถือว่าอยู่ในผู้เล่นระดับทั่วๆไป ในความเป็นจริงนั้นสามารถรับมือกับนักและเวทชนิดนี้ได้เพียงแต่ในขณะนี้นั้นนกที่บินตามมามีจำนวนมากเกินไป ลองนับคร่าวๆ อาจจะมีมากถึง 30กว่าตัว

             

            เหิ่นซ่วยนั้นเป็นเด็กหนุ่มร่างอ้วนตุ้ยนุ้ยร่างในเกมเท่าที่เห็นยังดูอ้วนกว่าโลกภายนอกเสียอีกการที่ต้องมาเจอนกที่บินบนอากาศและยังมีมากถึง 30 ตัว จึงไม่แปลกที่จะรับมือไม่ไหวแม้แต่ทีชกับหมิงที่กำลังเข้ามาช่วยก็ทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นจำนวนของนก

             

            “เห้ย! ไอ้อ้วน ทำไมลากมาเยอะแบบนี้!” ทีชตะโกนพร้อมกับหันหลังเตรียมตัวจะหนีแต่ทว่าเมื่อหันกลับมาก็พบกับ...หมิงเด็กผู้มีปฏิกิริยาว่องไวเหนือมนุษย์ในขณะนี้กำลังกระโดดหลบต้นไม้รอบๆอย่างคล่องแคล่วเพียงแต่ทิศทางที่กระโดดไปนั้นตรงข้ามกับที่เหิ่นซ่วยอยู่

             

            “เห้ย! ทิ้งกันยังงี้เลยเหรออออออ” ทีช ไม่รอช้าพุ่งตามหมิงไปทันที

             

            “พ...พี่ทีชอย่าหนีมาทางเดียวกันซิครับ แยกออกไปเร็วๆ”หมิงตะโกนเสียงดังพร้อมกับวิ่งต่อไป แม้แต่หน้านั้นยังไม่หันกลับมามองเลยด้วยซ้ำ

             

            ไม่แปลกที่หมิงเลือกจะหนีเพราะหมิงนั้นมีแต่วิชาที่เหมาะกับการดวลหนึ่งต่อหนึ่งวิชาของหมิงจะเป็นการโจมตีคอมโบมากกว่าเมื่อเจอสัตว์อสูรที่ตัวเล็กแบบนกแถมยังบินได้อีก แล้วยังบินมามากกว่า 30 ตัวแบบนี้ต่อให้ปฏิกิริยาสูงยังไงก็ไม่สามารถหลบการโจมตีได้หมดแน่ๆแถมจะให้เอาพลองไล่ฟาดทีละตัวสองตัวคงจะตายซะก่อน

             

            ส่วนทีชนั้นความจริงอาจจะรับมือได้ดีกว่าหมิงนิดหน่อยเพราะมีวิชาดรรชนีหกชีพจรกับกระบี่หกชีพจรสามารถยิงพลังปราณโจมตีออกไปได้ แต่จำนวนที่มากและความไวในการบินแบบนี้ทำให้ยิงโดนยากอาจทำให้พลังปราณหมดซะก่อน จึงไม่มีทางเลือกนอกจากหนี!

             

            “พี่ทีชชชชช เพื่อนหมิงงงงงงงง ช่วยด้วยยย โอ๊ยๆๆๆ” เหิ่นซ่วยที่กำลังตะโกนโดนฝูงนกโจมตีไปอีกระลอก

             

            “เพลงดาบไฮโนะฮาคุโชว กระบวนท่าที่ 1 ดาบเดียว”

             

            เมื่อสิ้นเสียงปรากฏหญิงสาวที่มีใบหน้างดงามดั่งภาพวาดเธอชักดาบออกจากฝักพร้อมกับฟันออกไปเป็นแนวขวางเมื่อดาบวาดออกไปในอากาศปรากฏแถบริ้วพลังปราณที่เป็นไฟออกมาจากดาบแล้วก่อตัวขึ้นจนเป็นรูปร่างคล้ายกับนกไฟที่ก่อตัวเป็นนกนั้นพุ่งเข้าหาเป้าหมายที่อยู่ด้านหลังของเหิ่นซ่วย

             

            นกกระทุ่มตัวแรกที่หลบการโจมตีไม่ทันนั้นร่างของมันพลันติดไฟขึ้นมาทำให้มันบินเซไปชนกับนกอีกตัวแต่ทว่าเมื่อนกตัวแรกที่ติดไฟไปชนเข้ากับตัวที่สองไฟเหล่านั้นกลับติดไปยังนกตัวที่สองด้วยและเมื่อนกไฟที่เกิดจากแถบริ้วดาบบินผ่านฝูงของนกกระทุ่มก็ทำให้นกกระทุ่มกว่าครึ่งถูกเผาจนไม่เหลือในทันที

             

            แต่อิจิโนเสะนั้นยังไม่หยุดเพียงเท่านี้หลังจากที่ออกกระบวนท่าแรกไปแล้วเมื่อฝูงนกกระทุ่มกระจัดกระจายเธอก็กระโดดเข้าไปตรงกลางฝูงนกทันที

             

            “เพลงดาบไฮโนะฮาคุโชว กระบวนท่าที่ 2 ดาบเริงระบำ”

             

            อิจิโนเสะควงดาบหมุนไปรอบตัวแต่ทว่าคราวนี้ไม่มีนกเพลิงอีกแล้วแต่กลับปรากฏคลื่นเพลิงแผ่ขยายออกมาจากรอบตัวของเธอคลื่นเพลิงนี้กระจายรัศมีออกเป็นวงกว้างกว่า 5 เมตรรอบตัวอย่างรวดเร็วทำให้ในเวลานี้รอบตัวเธอนั้นมีแต่ไฟแผดเผาจนทำให้ทุกอย่างรอบๆตัวของเธอถูกเผาจนไม่เหลือซาก

             

            ทีชและหมิงที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ในขณะนี้พวกเขาทั้งคู่ได้แต่ยืนหน้าซีดเมื่อลองคิดว่าถ้าตัวเองต้องอยู่ในรัศมีการโจมตีของหญิงสาวที่ขณะนี้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเธอนั้นไหม้เกรียมไปหมดแล้วทีชกับหมิงนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดได้หรือเปล่า

             

            ......

             

            “ข...ขอบคุณ...ค...ครับพี่สาว” เหิ่นซ่วย กล่าวขอบคุณด้วยท่าทางนอบน้อมเจ้าอ้วนนั้นไม่กล้าสบตาหรืออวดเก่งต่อหน้าเธออีกต่อไปแล้ว

             

            “อื้ม ไม่เป็นไรค่ะ แค่เรื่องเล็กน้อย” อิจิโนเสะ ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

             

            ‘เฮือก! ถึงเธอจะสวยขนาดไหน แต่เราขอสาบานว่าจะไม่ทำให้เธอขุ่นเคืองเด็ดขาดไม่งั้นหัวได้หลุดจากบ่าแน่’

             

            ทั้งสามคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นไม่ได้รู้ตัวเลยว่าในขณะนี้พวกเขาได้เอ่ยคำสาบานในใจโดยที่คำสาบานนั้นเหมือนกันไม่มีผิด

             

            ......

             

             

            ในขณะที่กลุ่มของทีชกำลังแยกกันไปทำธุระอยู่นั้นโรงเตี้ยมในเมืองอู๋โจว มีบัณฑิตกำลังนั่งจิบชาสนทนากับซามูไรคนหนึ่งอยู่

             

            “ท่านกุนซือ ข้าจะมิถามว่าท่านต้องการจะทำอะไรกับพื้นที่ตรงนั้นแต่ข้าอยากรู้ว่าแผน ‘มือเดียวบังฟ้า’ ที่ท่านคิดจะกระทำนั้นจะสำเร็จแน่หรือ”ชายใส่ชุดซามูไรเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปยังชายที่สวมชุดบัณฑิตสีฟ้า

             

            กุยแกที่ได้ยินฮิเดโยชิเอ่ยถามมือที่กำลังถือถ้วยชาพลันชะงักค้างไว้ที่ริมฝีปากชั่ววูบหนึ่งเขาวางถ้วยชาลงอย่างแช่มช้า เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างใจเย็นแล้วพูดขึ้น

             

            “สมเป็นจอมคนลำดับที่สองแห่งยุคเซ็งโงกุ ถึงขนาดมองออกว่าข้าหวังจะใช้‘โอกาสสำคัญ’ ดำเนินแผน ‘มือเดียวบังฟ้า’ ”

             

            “ข้ามิอาจรับคำว่ามองออกข้าเพียงแค่รู้ว่าท่านคิดทำอย่างไรกับพื้นที่ตรงนั้นแต่สำหรับแผนการอื่นตัวข้ายังคงไม่มั่นใจ” ฮิเดโยชิปฏิเสธคำชม

             

            “หืม...ท่านลองบอกได้หรือไม่ว่าสิ่งใดที่ไม่มั่นใจ” กุยแก เอ่ยถาม

             

            “ท่านมิจำเป็นต้องลองภูมิของข้า ในขณะนี้เราสองล้วนลงเรือลำเดียวกันข้าย่อมไม่คิดแข่งขันกับท่าน อีกอย่างข้านั้นคือแม่ทัพ ส่วนท่านคือกุนซือสนามรบของข้านั้นหาใช่ที่นี่ไม่” ฮิเดโยชิกล่าว

             

            “ฮ่าๆๆ พูดได้ดี! ‘คำสนามรบของข้านั้นหาใช่ที่นี่ไม่’ อันประเสริฐงั้นท่านรู้หรือไม่ว่าข้าได้เตรียมสนามรบแรกให้กับท่านแล้วเพียงแต่ท่านพร้อมจะกลับเข้าสู่สนามรบของท่านหรือยัง!” กุยแกกล่าวพร้อมกับยืดอกขึ้น แววตาเพ่งพินิจไปที่ฝ่ายตรงข้ามอย่างตรงไปตรงมาไม่เหลือมาดของบัณฑิตที่ดูอ่อนแอขี้โรคอีกบรรยกาศบนโรงเตี้ยมคล้ายกับเย็นยะเยือกขึ้นฉับพลัน

             

            ทันใดนั้นเองปรากฏเสียงของหญิงสาวกล่าวแทรก

             

            “พวกท่านไยต้องทำให้บรรยกาศชมท้องฟ้าของข้าต้องมัวหมองท่านกุนซือหากท่านต้องการแม่ทัพไยท่านไม่ถามข้าหรือท่านคิดว่าข้านั้นเป็นผู้หญิงอ่อนแอ”

             

            องค์หญิงผิงหยางที่กำลังนั่งชมวิวอยู่ที่โต๊ะประจำกล่าวขึ้น เธอนั้นไม่จำเป็นต้องแอบฟังแม้แต่น้อยเพราะกุยแกนั้นคล้ายกับจงใจพูดทุกคำเพื่อให้เธอได้ยินตั้งแต่แรกและตัวเธอเองก็เดาได้เช่นกันว่ากุยแกจงใจ เธอจึงตั้งใจแทรกการสนทนานี้ แต่ทว่า

             

            “ในเมื่อเป็นสิ่งที่ท่านกุนซือเตรียมไว้ให้ข้า ข้า ‘โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ’คนนี้ไม่ต้องการให้ใครมาทำแทน ไม่ว่าสนามรบจะเป็นแบบไหนข้าหาเคยกลัวไม่แล้วข้าก็อยากจะรู้นักว่าแผนของกุนซือผู้ที่โจโฉคนนั้นยังร่ำไห้นั้นจะเป็นอย่างไร”ฮิเดโยชิ กล่าวพร้อมกับมองไปยังกุยแกและองค์หญิงผิงหยาง

             

            แต่องค์หญิงผิงหยางกลับไม่คิดจะต่อปากต่อคำเธอยังคงมองไปที่กุยแกอยู่เช่นเดิม

             

            “ฮ่าๆๆ สนามรบแรกที่ข้าเตรียมให้ท่านเป็นแค่สนามเด็กเล่นของท่านเท่านั้นท่านมิต้องกังวลพวกเราแค่พึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น” กุยแก หันมาบอกกับฮิเดโยชิ

             

            “เหอะ ถึงจะเป็นสนามเด็กเล่นแต่สนามรบก็คือสนามรบ ข้ามิเคยประมาทศัตรู”ฮิเดโยชิกล่าว

             

            “ท่านกุนซือ ถ้าครั้งหน้ายังหลอกใช้ข้าอีก ข้ามิอาจรับประกันว่าดาบในมือจะไม่กระทบถูกท่าน”องค์หญิงผิงหยางกล่าวกับกุยแก

             

            องค์หญิงผิงหยางนั้นรู้ดีว่าที่กุยแกจงใจพูดดังๆให้เธอได้ยิน ก็เพื่อยืมชื่อของเธอมากระตุ้นซามูไรตรงหน้า

             

            “หืม...ข้ามิเคยคิดหลอกใช้ท่าน สำหรับท่านข้าเองก็เตรียมไว้ให้เช่นกัน”กุยแก หันมากล่าวกับองค์หญิง

             

            “ฮึ! เจ้ากุนซือเจ้าเล่ห์ ถ้าท่านให้ข้าทำในสิ่งที่เสียเกียรติละก็....”องค์หญิงผิงหยางกำลังจะขู่ แต่โดนขัดเสียก่อน

             

            “ป่าวเลยท่านองค์หญิง สิ่งที่ข้าเตรียมไว้ให้ท่านก็เป็นสนามรบเช่นเดียวกัน!”

             

            “ดี! แล้วข้าจะรอ” เมื่อพูดจบองค์หญิงผิงหยางก็กลับไปนั่งชมวิวที่โต๊ะเดิม

             

            “อ้อ ข้าลืมบอกท่านอีกอย่างหนึ่งน่ะ‘ข้าไม่เคยคิดว่าท่านเป็นผู้หญิงอ่อนแอ!’ ” เมื่อพูดจบกุยแกก็นั่งลงพลางคิดในใจว่า

             

            ‘รอก่อนเถอะ มังกรและจิ้งจอก นี่พึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น’ 

    คล้ายกับเรื่องLegendary Combination การผสมผสานของตำนาน ที่คุณอ่าน