ตอนที่ 125 Master
[ Cry ]
พูดจบ
ประตู Teleport ก็ปรากฏขึ้นอยู่เบื้องหน้าของเด็กหนุ่ม ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าเข้าไปอย่างช้าๆ
ภายใน Black Market
หลังจากที่พวกเขาชื่นชมและรสชาติของกลิ่นหอมที่โหยหวนออกมาแล้วนั้น ดอนนี่เป็นคนแรกที่เดินไปหามัน แต่เหตุการณ์แปลกๆ มันก็ได้เกิดขึ้น เขาไม่สามารถคว้าอาหารได้ ดอนพยายามประมาณสิบกว่ารอบ แต่มันก็ไม่เป็นผล มันทำให้เขาหงุดหงิดเล็กน้อย และคิดว่าภาพที่มันปรากฏขึ้นว่านั้น เป็นแค่การหลอกลวงเท่านั้น
" Fuc... นี่มันแค่ภาพโฮโลแกรม "
เขาเดินกลับมาหาอีกทั้ง 3 คนทันที ในขณะนั้นแคทเทอรีนน่าก็เดินไปตามถนนทีละก้าว ทีละก้าว ก่อนที่เธอจะเดินไปได้สักพัก
" แยกกันตรวจสอบว่ามีซอมบี้อาศัยอยู่ที่นี่รึเปล่า จากนั้นค่อยมาเจอกันอีกที "
1 ชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็แยกย้ายสำรวจทุกที่ภายในพื้นที่ ที่พวกเขาสามารถสำรวจได้ในตอนนี้ พวกเขาพบอาหารมากมายหลายเชื้อชาติ รวมถึงอุปกรณ์อาวุธ ม้วนสกิล และของจิปาถะมากมาย ภายใน Market แห่งนี้ และมันไม่มีซอมบี้อาศัยอยู่ที่นี่เลยสักกะตัวเดียว ทำให้พวกเขาใจชื้นขึ้นมาอีกเปลาะหนึ่ง
" Jack ตอนนี้นายก็ได้เข้ามาที่นี่สมใจอยากแล้ว และสรุปว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิด และโครอสเซียมมันก็น่าจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน "
[ ผมเข้าใจแล้วครับคุณแคทเทอรีนน่า ผมจะไปญี่ปุ่นกับคุณ แต่ก่อนที่ผมจะไป ผมขอทำอะไรสักอย่างได้มั้ยครับ ]
[ อะไรละ ]
" ผมขอติดต่อวิทยุเข้าไปในเมืองได้มั้ยครับ ผมยังมีเหลืออีกเครื่องหนึ่ง และเราจะรออยู่ที่นี่ 24 ชั่วโมง และหลังจากนั้นผมจะไปกับคุณ "
เธอประมวลผลอยู่สักพัก ก่อนจะตอบสวนกลับมา
" Jack มันมี % น้อยมากที่พวกเขาจะมีชีวิตอยู่ "
[ ผมรู้ ]
[ นายลองคิดดูดีดีนะ Jack พวกเขาไม่มีอาหาร ในระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมา เสบียงของพวกเขาก็น่าจะโดนไปทำลายไปจนหมดแล้ว เรี่ยวแรงของพวกเขาไม่สามารถมาถึงที่นี่ได้หรอก ถึงพวกเขาจะโชคดีและสามารถรอดมาจนถึงที่นี่ได้ นายจะเอาอาหารจากไหนมาให้พวกเขา พวกเขาทุกคนจะอดตาย และมันก็จะเกิดความวุ่นวายไม่ต่างอะไรกับตอนที่ผู้คนฆ่ากันเพื่อแลกกับอาหาร ]
Jack เขาถึงกับเงียบ แต่แคทเทอรีนน่าก็ไม่คิดอยู่แล้วว่าจะมีคนเหลือชีวิตรอด และเธอก็คิดว่าเรื่องนี้ Jack เองก็น่าจะรู้อยู่แล้ว แต่เขาก็ยังดันทุรัง
" แต่ก็เอาเถอะ ถ้านั้นคือความต้องการของนาย ก็ทำเถอะ "
" ขอบคุณครับคุณแคทเทอรีนน่า "
จากนั้น Jack เขาก็เดินไปออกไปจากประตูบานใหญ่ ที่พวกเขาเข้ามาในตอนแรก
ลูน่าผู้ที่ซึ่งสังเกตเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้น และในใจของเธอก็ยังคลับแคลงใจไม่น้อย
" ดอน ถ้าพวกเขาไป เราจะหาอาหารยังไง "
" ฉันรู้ว่าเธอกำลังจะหมายความว่ายังไง แต่เราก็ไม่รู้ว่าญี่ปุ่นจะมีสภาพแตกต่างจากที่นี่รึเปล่า "
[ แต่มันคงดีกว่าแน่นอน ถ้าฉันได้อยู่กับคนที่แข็งแกร่งแบบนั้น ]
[ ฉันรู้ แต่ว่าเธอจะยอมเรารึเปล่ามันก็อีกเรื่องหนึ่ง ]
ทางด้าน Jack
เมื่อเขาออกไปข้างนอกแล้วนั้น เขารีบจับวิทยุขึ้นทันตาและได้ตะโกนพูดไปที่มันทันที
" Heyyyy ถ้ายังมีคุณมีชีวิตอยู่ตอบด้วย "
เขาพูดแบบเดิมซ้ำกันถึง 3 ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีเสียงที่ตอบโต้มาแต่อย่างใด
" ฉัน Jack ฉันพบที่ที่ปลอดภัย มันคือสถานที่ ที่พวกเราคิดว่ามันอันตรายเสมอมา มันคือ Market ถ้าหากมีใครยังมีชีวิตอยู่ช่วยตอบฉันดี "
Jack เขาพูดประโยคเดิมซ้ำทีละ 3 รอบ มันเหมือนกับเสียงเอคโค่ที่สะท้อน
" ฉันจะรอพวกนายอยู่ข้างในนั้น 24 ชั่วโมง "
" ถ้าหากว่าพวกนายมาถึง แล้วพบประตูบานใหญ่สีดำ ขอให้พวกนายผลักมันและวิ่งเข้าไปข้างใน มันไม่เป็นอันตราย ฉันรับประกัน พวกนายไม่ต้องกลัว "
เขาพูดประโยคเดิมซ้ำๆ แต่มันก็ไม่มีใครตอบกลับมาแม้แต่นิดเดียว ทำให้เขาเหมือนคนที่สติไม่ดีเข้าไปทุกที
และสุดท้าย Jack เขาพูดประโยคหนึ่งก่อนที่จะหยุด และพูดมันเพียง 1 ครั้งเท่านั้น
[ พระเจ้าคุ้มครอง ]
พูดจบ เขาก็เก็บวิทยุเข้าไปในกระเป๋า ก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างใน
ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าข้างในนี้ปลอดภัย แต่มันก็ดูว่างมาก เมื่อมันไม่มีอะไรให้พวกเขาทำ ทำให้ดอนนี่คิด Idea ที่ดมกลิ่นอาหาร พร้อมกับกินอาหารของพวกเขาไป เพราะพวกเขาไม่สามารถริ้มรสได้มันจริงๆ แต่ทำได้ไม่นาน เขาก็เบื่อ ทำให้ตอนนี้พวกเขาได้แต่รอ รอเวลา 24 ชั่วโมง ให้มันหมดไป และพวกเขาก็จะออกไปจากที่นี่สักที แต่พวกเขาทั้ง 2 ยังไม่ได้ขอเธอ หรือถามเลยว่าเธออนุญาตหรือไม่ แต่สุดท้ายลูน่าและดอนก็กัดฟันและเปิดปากถาม แต่ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ เธออนุญาตให้พวกเขาไปด้วยโดยทันทีโดยไม่คิดเลยด้วยซ้ำ แต่มีข้อแม้คือ ชีวิตของพวกเขา พวกเขาต้องดูแลเอง พวกเขาจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำลงไป
เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง
3 ชั่วโมง ต่อมา
10 ชั่วโมง ต่อมา
พวกเขาก็เริ่มแยกไปอยู่คนละพื้นที่และอยู่ห่างกัน ด้วยความเบื่อ และเบื่อ พวกเขาก็ต่างแยกกันทำกิจกรรมที่ตัวเองอยากทำ ส่วนแคทเทอรีนน่านั้นเธอยังเดินสำรวจอย่างไม่ลดละ ทุกร้านทุกตารางนิ้ว ส่วน Jack เขาก็นั่งครุ่นคิดอยู่คนเดียว และใช้มือทั้ง 2 ข้างจับไปที่วิทยุของเขา
ลูน่าและดอนนี่นั้น พวกเขาทั้ง 2 ก็ต่างนอนหลับพักผ่อน หลังจากไม่ได้นอนอย่างเต็มตามาเป็นเวลานาน
ฟริ๊งงง
ร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นมากลางลานโล่งแห่งหนึ่ง
" OH เจ๋งแห่ะ "
ริวจิยังทึ่งไม่หายกับการเคลื่อนย้ายของประตู Teleport
ตู้ดดดดดดดดดดดด
ตู้ดดดดดดดดดดดดดดดดด
[ ฮโล ]
[ เธอว่างรึเปล่า ]
" อืม ก็ว่าง "
[ ฉันว่าจะไปที่ตลาดมืดหน่อย ไปด้วยกันมั้ย ]
" นายยังมีเวลามาทำแบบนี้อีกเหรอ "
[ ฮ่า ฮ่า ใจเย็น เอาจริงๆ ฉันลืมของนิดหน่อย ]
แต่เสียงปลายสายก็ไม่มีการพูดตอบโต้กลับมา ทำให้เด็กหนุ่มต้องเป็นฝ่ายที่พูดขึ้นเสียเอง
[ งั้นไปเจอกันที่ TLP เบอร์ 3 ]
" Ok "
จากนั้นสายมันก็ได้ตัดไป
หลังจากที่แคทเทอรีนน่าใช้เวลาสำรวจทุกร้าน ทุกกระเบียดนิ้ว และในที่สุด เธอก็ได้พบกับ พีระมิดลอยได้ มันทำให้เธอเกิดความสงสัย และเดินตรงดิ่งไปหามัน โดยที่ไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
และเมื่อระยะห่างจากเธอกับพีระมิดใกล้เข้าทุกที ใกล้เข้าทุกที มันก็มีตัวอักษรภาษาอังกฤษปรากฏขึ้นมา มีความหมายว่า
[ขอต้อนรับสู่โหมดแนะนำ Market]
[ผู้เล่น 1 ผู้เล่นสามารถถามข้อสงสัยได้ 3 คำถามและระบบจะตอบคำถามที่เกี่ยวกับ Market เท่านั้น]
เธอรู้สึกตกใจไม่น้อยกับสิ่งที่เห็น แต่ก็ค่อยๆรวบรวมสติ และพยายามเข้าใจสถานการณ์ และจากนั้นเธอก็ได้เปิดถามคำถามออกไป หลังจากเธอได้ตรวจสอบร้านค้ามาเป็นเวลานาน เธอก็ได้สังเกตเห็นป้ายราคาซึ่งมันก็แปลกมากสำหรับเธอ และมันทำให้เธอคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นแค่ภาพโฮโลแกรมเฉยๆ
" ของที่เป็นภาพโฮโลแกรมสามารถนำออกมาใช่จริงได้มั้ย "
จากนั้นตัวอักษรก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา
[ แน่นอน ถ้าผู้เล่นมีสิ่งมาแลกเปลี่ยน ]
" เยี่ยม "
เธอรีบถามต่อทันทีโดยไม่รีรอ
" ฉันสามารถหามันได้จากไหน "
[ผู้เล่นสามารถหา Coin ได้จากใน Gate]
หลังจากเธอได้อ่านทุกตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นมาแล้วนั้น เธอก็รู้สึกไม่เข้าใจว่าอะไรคือ Gate ทำให้เธอรีบถามออกไปทันที
"แล้วฉันจะหา Gate ได้จากที่ไหน "
[Gate จะปรากฏขึ้นเองหลังจากที่มีผู้เล่นคนแรกได้เข้ามาใน Marketแล้ว 3 วัน]
เธอพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เห็น และถามไปอีกคำถาม แต่พีระมิดมันก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้กลับมาเหมือนกับก่อนหน้านี้ ทำให้เธอนึกย้อนกลับไปว่า มันกำหนดให้เขาถามคำถามได้แค่ 3 คำถามต่อคนเท่านั้น ทำให้เธอหันขวับทันที เพื่อจะไปตามอีก 3 คนที่เหลือ และสมองของเธอก็ประมวลผลอย่างรวดเร็วว่า พวกเธอทั้ง 4 คน สามารถถามคำถามได้เป็นจำนวณ 12 ข้อ
ฟริ๊งงงง
เด็กหนุ่มผมสีดำและหญิงสาวผมสีส้มได้ปรากฏตัวออกมาจากประตูสีดำที่อยู่บริเวณห่างจากประตูบานใหญ่เพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น
ต๊อก
ต๊อก
ทั้งคู่เดินอยู่ข้างๆ กัน ซึ่งทิศทางของพวกเขาก็มุ่งไปหาประตูสีดำบานใหญ่ชัดเจน แต่มันก็ไม่มีประโยคสนทนาใดๆ ของทั้ง 2 เกิดขึ้น
พวกเขาได้เปิดประตูบานที่ 1 และเดินเข้าไป จนกระทั่งเมื่อพวกเขาเปิดประตูบานที่ 2 ออกไป
แอ๊ดดดดดดดด
ภาพที่ริวจิและอายูสังเกตเห็นก็คือ มีคน 1 คน นอนอยู่กลางถนน มันทำให้เขาตกใจไม่น้อย และยังมีอีก 2 คนอยู่ภายในระยะ 500 เมตร
และมันได้มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นบนหัวของริวจิก็คือ คนอื่นนอกจากพวกเขา น่าจะรู้เกี่ยวกับความลับของตลาดมืดแล้ว ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องน่าแปลก เพราะริวจิคิดอยู่แล้วว่า ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ความลับแห่งนี้มันก็จะถูกเปิดเผย และอีกอย่างริวจิก็อยากให้พวกเขารู้อยู่แล้วด้วย เนื่องจากธุรกิจที่เขาได้วางแผนเอาไว้ มันจำเป็นต้องมีคนจำนวณมากๆ มาใช้บริการ ไม่อย่างงั้นมันก็จะสูญเปล่า
อายูเธอก็ยังรู้สึกตกใจเล็กน้อย เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครเคยเข้ามาที่นี่เลยนอกจากพวกเขา
แต่ตอนที่พวกเขาทั้ง 2 กำลังยืนสตั้นอยู่หน้าประตูอยู่นั้น ประตูบานใหญ่สีดำมันก็ได้ปิดลง และทำให้เกิดเสียงดังขึ้น
แอ๊ดดดดดดดดดดด
ครึบบบบบบ
มันเหมือนกับการไปปลุกคนที่หลับอยู่กลางถนนให้ตื่นขึ้นมา พร้อมกับพูด
[หาววว]
[เพื่อนเอ้ย พวกเขาคงไม่มาแล้วละ ]
เขาได้บ่นออกมาด้วยท่าทางสะลึมสะลือ แต่ตัวเรตินาของเขาได้ปรับแสงหลังจากตื่นได้แล้วนั้น มันทำให้เขารู้สึกแปลกใจมาก เพราะคนที่พึ่งเข้ามานั้นไม่ใช่ Jack เขารีบปรี่เข้าไปหาทันที
" พวกนายคือคนที่รอดชีวิตใช่มั้ย "
ดอนนี่ได้กล่าวถามด้วยเสียงที่ตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะนี่คือสิ่งที่ Jack เพื่อนของเขาต้องการ แต่เมื่อเขาสังเกตใบหน้าของทั้ง 2 คนดีดีแล้วนั้น พบว่าหน้าตาของทั้งคู่ดูไม่เหมือนกับคนยุโรปเลยแม้แต่น้อย
" พวกนายเป็นใครกัน "
เมื่อฟังคำถามจากชายหนุ่มผิวสีร่างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าของเขาแล้วนั้น ริวจิก็สามารถได้คาดเดาได้จากคำถามของเขาว่า เขาน่าจะหนีอะไรสักอย่างมาและเขาไม่มีทางเลือกนอกจากจะเข้ามาที่นี่
แต่เขาก็ไม่คิดจะตอบคำถาม และคนเหล่านี้มีแค่ 3 คนมันยังเร็วเกินไปที่เขาจะทำธุรกิจ เขาจำเป็นต้องรอให้มีคนเข้ามามากกว่านี้เสียก่อน ทำให้เขาตอบคำถามแบบขอไปที
" ฉันเป็นใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย "
[ เฮ้ นี่ฉันถามดีดีแล้วนะ ]
และตอนนั้นเองเขาก็สังเกตเห็นเสื้อผ้าของอายู มันเป็นเสื้อผ้าที่ใหม่ และแถมกลิ่นกายของเธอก็ยังหอมมากอีกด้วย แต่ริวจิไม่คิดจะมาเสวนากับเขาตอนนี้ เขาเริ่มเดินสวนทางไปทันที
ต๊อก
ต๊อก
อายูเมื่อเห็นดังนั้น เธอก็เดินตามเด็กหนุ่มไปทันที
ดอนนี่เขารู้สึกโมโหขึ้นมาเมื่อทั้ง 2 คนดูไม่มีท่าทีสนใจเขาแม้แต่น้อย เหมือนกับคนเป็นฝุ่นบนอากาศ ทำให้เขาเริ่มพูดจาไม่สุภาพออกมา
[ แกนายคงจะเข้ามาหลบอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้วใช่มั้ย แล้วทำไม พวกแกถึงไม่บอกพวกเรา แกรู้มั้ยว่ามันมีการสูญเสียเกิดขึ้นแค่ไหน ผู้คนต้องล้มตายไปมาก ]
ริวจิหยุดชะงักเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้มาจากไหน รู้แค่ว่าเขาพูดภาษาอังกฤษ และเขาไม่รู้จักคนคนนี้ ไม่จำเป็นที่ริวจิจะต้องมาสุภาพกับเขา แต่การที่จะฆ่าเขานั้น คงเป็นวิธีที่ไม่เหมาะกับธุรกิจของเขานัก เพราะถ้าเขานำข่าวไปกระจายไปทั่ว คนก็จะเข้าที่นี่เป็นจำนวณมากขึ้นๆ
เขาได้หันหน้ามาเพียงครึ่งซีกเท่านั้นก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
[ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน ]
ปรอทของดอนนี่ที่มันเกือบจะแตกอยู่แล้วในก่อนหน้านี้ มันได้แตกออกเรียบร้อย เมื่อได้ยืนคำพูดของเด็กหนุ่มพร้อมกับกริยาที่เขาแสดงออกมา มันทั้งหยิ่งยโสและโอหัง
แต่ริวจิไม่ได้สนใจ เขาเดินต่อไปโดยไม่สนใจดอนนี่มันกำลังวีนสุดขีด
" มันจะมากไปแล้วนะโว้ยยยยยย "
ดอนนี่พุ่งเข้ามาหาริวจิอย่างรวดเร็ว เขาเหวี่ยงหมัดหวังชกไปที่หน้าของเด็กหนุ่มด้วยแขนขวาของเขา
ฟู้ววววววว
แต่วินาทีต่อมามันก็ได้เกิดเสียงดังขึ้น
ตู้มมมมมมมมมมม
ร่างอันสูงใหญ่เกือบ 2 เมตรของเขานั้น ได้กระเด็นไปกระทบกำแพงที่อยู่ทางด้านซ้าย ดอนนี่เขาแทบไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าตัวเขาโดนอะไร แต่มันก็ทำให้เขาโกรธขึ้นมา
[ Shadow Step ]
มันค่อยๆ เกิดร่างเขาแยกออกมาตามหลังเขา และเขาก็ค่อยๆ หยิบมีดออกมาจากกระเป๋าทางด้านหลังของเขา
" ดอนน หยุดดดดดดด ! "
[ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ]
Jack และลูน่าได้โผล่ออกมา จากทางด้านหน้าของทางริวจิ ทำให้ดอนนี่ได้หยุดชะงักลงไปก่อนที่จะพุ่งเข้ามา
ริวจิยังไม่สนใจพวกเขาทั้ง 2 เหมือนเดิม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะปรากฏตัวออกมาให้เขาเห็นก็ตาม เขารู้มาตั้งแต่เข้ามาที่นี่ตั้งนานแล้ว เขายังเดินไปทางด้านหน้าต่อไป
ต๊อก
ต๊อก
แต่เมื่อดอนนี่ได้พูดขึ้นนั้นมันทำให้ริวจิและอายูชะงักลงทันที
[ Jack คนพวกนี้มันมาอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว แต่พวกมันเก็บเอาไว้คนเดียว และปล่อยให้พวกเราโดนซอมบี้โจมตี ]
ริวจิที่ชะงักลงแล้วนั้น เมื่อเขาได้ยินประโยคที่ชายดังกล่าวพูดแล้วนั้น เขาได้จ้องไปหาบุคคลที่ชายที่น่าจะใช่คนที่ชื่อดอนนี่พูดด้วยทันที พร้อมกับเป็นคนเปิดปากถามขึ้นเป็นครั้งแรกทันที
" พี่ชายของนายชื่ออะไร "
แจ็กตกใจเล็กน้อย และกำลังจะพูดขึ้น แต่ดอนนี่ก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน
[ อย่าไปคุยกับคนแบบนี้เลยแจ็ก ]
ริวจิเขาเริ่มจะมีน้ำหูเล็กน้อยแล้ว กับอาการและพฤติกรรมที่ดอนนี่แสดงออกมา แต่ตอนนั้นเอง มันก็มีเสียงอีกเสียงดังขึ้น
" แจ็ก ลูน่า ตามฉันมา แล้วดอนนี่ไปไหนสะละ "
ทั้ง 2 คนเป็นคนยุโรป ซึ่งสรีระของพวกเขานั้นส่วนใหญ่แล้วจะมีรูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่กว่าคนเอเชียอยู่แล้ว
ลูน่าเป็นคนแรกที่ตอบคำถามแทนแจ็ก ที่กำลังคิดอยู่ว่าจะตอบคำถามของคนแปลกหน้าคนนี้หรือไม่
" ดอนนี่อยู่ข้างหน้านี้เอง "
[ งั้นก็ดีทั้ง 3 คนรีบตามฉันมาเดี๋ยวนี้เลย ]
เธอพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ
" เรามีเรื่องสำคัญจะบอก "
[ อะไรละ รีบๆพูดฉันกำลังรีบ ]
[ แคทเทอรีนน่าเธอรู้มั้ยว่าที่นี่มันไม่ได้มีแค่พวกเรา ]
จบคำพูดของลูน่าแล้วนั้น เธอก็ค่อยๆ สไลตัวออกห่างจาก Jack ไปทางด้านข้าง ทำให้เกิดช่องว่างบริเวณตรงกลางพอที่จะมองไปเห็นทางด้านหลัง
และดวงตาทั้ง 2 ข้างของเธอก็ได้เบิกตาโตขึ้นทันที เมื่อเธอได้เห็นเด็กหนุ่มผมสีดำที่อยู่ด้านหน้า
" Master "
ตอนที่ 126 Trick
" Master "
[ แคทเทอรีนน่า ]
ริวจิกับอายูอุทานขึ้นมาพร้อมกัน
แคทเทอรีนน่าใบหน้าของเธอแข็งทื่อและเหมือนกับว่าเธออยากจะพูดอะไรออกไป แต่มันก็ติดอยู่ที่ปากของเธอ
ทั้ง 3 คนยืนจ้องตากันอยู่สักพัก โดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว และเมื่อดอนนี่สังเกตเห็นแคทเทอรีนน่า เขารีบตะโกนพูดขึ้นทันที
" คุณแคทเทอรีนน่า ไอ้พวกนี้อยู่มันเก็บที่นี่ไว้เป็นความลับ และปล่อยให้พวกเราตาย "
เมื่อสิ้นเสียงของดอนนี่ มันก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นทันที
เพรี๊ยะะ
แคทเทอรีนน่าเคลื่อนที่มาอย่างรวดเร็ว ดอนนี่เขารู้ตัวอีกเธอหน้าของเขาก็รู้สึกโดนกับโดนอะไรเข้าไปกระแทกที่หน้าของเขาแล้ว ซึ่งมันไม่ใช่ใครที่ไหน คนที่ลงมือก็คือแคทเทอรีนน่า เธอเคลื่อนไปที่ไปตบหน้าของดอนนี่ทันทีเมื่อเขาพูดจบ
[ เสียมารยาท !!]
เธอรีบเปลี่ยนน้ำเสียงและหันไปหาริวจิทันที พร้อมกับก้มหัวลงไป
[ ต้องขอโทษด้วยคะ Master เพื่อนของ Jack เขาไม่รู้เรื่องอะไร ]
แคทเทอรีนน่าเธอไม่ได้กระซิบ ทำให้ทั้ง 3 คน Jack ดอนนี่ และลูนี่ พวกเขาทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ พวกเขาไม่คิดว่าแคทเทอรีนน่า จะพูดเพราะแบบนี้กับคนแปลกหน้า แถมยังก้มหัวและเรียกเขาว่า Master อีกด้วย
ดอนนี่ถึงกับปากสั่น เมื่อเห็นว่าแคทเทอรีนน่าเรียกเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าว่า Masterและเป็นคนเดียวกันที่เขากำลังจะทำร้าย และว่ากล่าวอย่างหยาบคาย ส่วนลูน่านั้นเธออึ่งจนอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนมองเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นอยู่เบื้องหน้าของเธอ
Jack นั้นอาการของเขาก็ไม่ต่างกันของทั้ง 2 บรรยากาศมันได้เงียบสงบลง
สักพักริวจิก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่เขาชี้ไปที่ Jack แทนและพูดขึ้นว่า
[ นี่นายใช่น้องของโจเซฟรึเปล่า ]
แคทเทอรีนน่าเมื่อเธอได้ยินเสียงของริวจิแล้วนั้น เธอก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา พร้อมกับตอบถามของเด็กหนุ่มแทน Jack
[ ใช่แล้วคะ Master ]
พูดจบแคทเทอรีนน่า ตาข้างตาของเธอได้หันจิกมองไปที่ดอนนี่ ทำให้เขาสะดุ้งเฮือกขึ้นมา เพราะเธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน มันเหมือนกับเป็นการบอกทางอ้อมว่าให้ดอนนี่ไปขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
[ ขอ ขอ ขอโทษด้วย ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร พวกเราพึ่งผ่านเลวร้ายแรงมา ทำให้ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ]
ริวจิไม่ได้ตอบคำถามหรืออะไรทั้งนั้น เขาหันไปหา Jack พร้อมกับพูดขึ้น
[ นายอยากมาอยู่กับพวกฉันมั้ย ฉันหมายถึงที่ญี่ปุ่น ]
Jack เขาได้ยืนอึ้ง เมื่อเห็นเด็กหนุ่มพูดประโยคที่น่าตกใจขึ้น แต่เขาก็ยังใจแข็งตอบคำถามไป ถึงแม้จะรู้ว่าคนคนนี้เป็นหัวหน้าของแคทเทอรีนน่า แต่มันก็นานมาแล้ว เธออาจจะแข็งแกร่งกว่าเขาแล้วก็ได้ในตอนนี้ เพราะ Jack ได้เห็นกับตาของตัวเองมาแล้วในความแข็งแกร่งของเธอ
[ ผมไม่รู้นะว่าคุณมีบุญคุณอะไรกับเธอทำให้เธอเรียกคุณว่าเป็นหัวหน้า ซึ่งผมไม่เคยเธอเป็นแบบนี้มาก่อน แต่ว่าผมยังมีสิ่งที่ต้องทำ ผมไม่สามารถไปอยู่ญี่ปุ่นกับคุณได้ ผมยังมีครอบครัวพี่น้องที่อาจจะเหลือรอด ]
" งั้นเหรอ งั้นก็ตามใจ "
พูดจบเขาก็หันไปหาแคทเทอรีนน่าอีกครั้ง
[ ฉันดีใจนะที่ได้เจอกันอีก เธอทำตามสัญญาได้จริงๆด้วย ]
เธอก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น
[ ขอบคุณ Master ]
แต่เมื่อแคทเทอรีนน่าสังเกตเห็นเสื้อผ้าที่อายูสวมใส่นั้น เธอก็รู้สึกอายเล็กน้อย และหันกลับมองมาที่ตัวเอง เสื้อผ้าของเธอมันดูเก่าและโทรมเป็นอย่างมาก
" Master คุณมาอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว รึว่าญี่ปุ่นก็โดยซอมบี้บุกเหมือนกัน ]
ริวจิเข้าใจเป็นอย่างดีว่าเธอกำลังจะสื่อถึงอะไร ทำให้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะตอบคำถาม
" ประมาณ 1 เดือน เศษๆ "
เมื่อเห็นริวจิตอบกลับมาแบบนั้นแล้วแคทเทอรีนน่าก็ได้เข้าใจว่าริวจิคงจะกักตุนอาหารเก็บว่าเป็นจำนวณมาก เพราะว่าริวจิมีแหวนมิติ แต่เธอก็ยังแอบถามกลับไป
[ แล้ว Master หาอาหารมาจากที่ไหนอย่างงั้นเหรอคะ ]
ริวจิไม่ตอบคำถามแต่เขากลับพูดขึ้นมา
[ ตอนนี้ฉันไม่ค่อยมีเวลามากนัก เดินไปคุยไปก็แล้วกัน ]
เมื่อเห็นริวจิเดินนำหน้าไป แคทเทอรีนน่าก็เดินตามไปหลังทั้ง 2 ไปทันที โดยที่ทั้ง 3 ยังคงตกใจไม่หาย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก คนที่พวกเขาคิดว่าเป็นศัตรูกลับกลายเป็น หัวหน้าหรือผู้มีพระคุณของแคทเทอรีนน่าสะงั้น
หลังจากเดินไปสักพัก เขาก็มาถึงร้านเนื้อ 2 เหรียญ Coin เขาได้เดินไปหามัน และแคทเทอรีนน่ากำลังจะพูดหยุดริวจิเอาไว้ เพราะก่อนหน้านี้ดอนนี่เขาพยายามมากกว่า 10 ครั้งแต่มันก็ไม่เป็นผล
แต่เมื่อริวจิดูเข้าไปใกล้ๆ แล้วนั้น เขาได้เอาเหรียญสีทองเป็นประกาย ยื่นไปสัมผัสกับก้อนเนื้อชินใหญ่แล้วนั้น
[ ติ๊ง ]
[ ชำระเสร็จสิ้น ]
ก้อนเนื้อที่ดูเหมือนภาพโฮโลแกรมในเมื่อคราวก่อน มันก็กลายเป็นเนื้อขึ้นมาจริงๆ พวกเขาทั้ง 3 ที่เดินตามหลังมานั้น พวกเขาไม่อยากจะเชื่อ แต่แคทเทอรีนน่าเธอก็ได้เข้าใจในสิ่งที่ริวจิทำ และมันก็คือกุญแจทั้งหมดที่เธอกำลังจะพาทั้ง 3 คนไปนั้นเอง
[ สมกับเป็น Master ]
จากนั้นริวจิก็ไม่ได้พูดอะไรตอบ เขายื่นอาหารให้กับแคทเทอรีนน่า แต่เธอก็ไม่กล้าจะรับเอาไว้
[ ฉันไม่ได้ให้เธอกินนี่สะหน่อย ]
จากนั้นเขาก็หยิบเนื้ออีก 1 ไม้ออกมา และโยนมันไปให้กับลูน่าและดอนนี่ที่เดินตามหลังมา โดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ
เมื่อทั้งคู่ได้รับมันแล้วนั้น พวกเขาก็ต่างกัดกินก้อนเนื้ออย่างรวดเร็ว ด้วยความเอร็ดอร่อย
จากนั้นริวจิก็หยิบก้อนเนื้อ 10 Coin 2 ชิ้น ออกมาจากแหวนมิติ พร้อมกับพูดขึ้นอีกครั้ง
[ อ่าวนี่ ]
เขาได้ส่งมันไปให้กับแคทเทอรีนน่าและJack
[ ตอนนี้ฉันไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่นัก ไว้ฉันเคลียปัญหาของฉันเสร็จ ไว้ฉันจะพาไปร้านอาหาร มันอาจจะอร่อยกว่าฝีมือเธอก็ได้นะ hah ha ]
เธอยังรู้สึกงงและอึ้งไม่หาย แต่ก็พยายามเข้าใจมันและพูดกับเด็กหนุ่ม
[ ฉันกำลังจะไปที่ญี่ปุ่นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้คะ เดี๋ยวฉันจะแว่ะไปเยี่ยมนะคะ ]
" งั้นเหรอ จะกลับมามั้ยละ "
มันเหมือนจุกอยู่ข้างใน เธอรู้สึกว่ามันพูดยากมาก ที่จะตอบคำถามนี้ออกไป
[ เอ่อ เรื่องนั้น มันอยู่ที่ Jack เป็นคนตัดสินใจคะ ]
ริวจิไม่อยากจะไปบีบคั้นเธอ เขาเข้าใจความรู้สึกของเธอในตอนนี้ ทำให้เขาหยิบแหวนมิติ ออกมาจากแหวนมิติ มันเป็นอันที่เขาเก็บเอาไว้นานแล้ว พร้อมกับ Coin จำนวณ 1,000 Coin
[ มันคือสกุลเงินของที่นี่ ถ้าอยากซื้ออะไรที่นี่ต้องใช้มัน และวิธีใช้ก็คือยื่นเหรียญไปสัมผัสกับมันแค่นั้น ]
เธอรู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก เอาจริงๆ ความรู้สึกลึกๆ ของเธอ ก็คิดว่าเธอเป็นฝ่ายที่ทิ้งริวจิไป ทำให้เธอรู้สึกลำบากใจกับการที่ต้องมาเจอกับเขา แต่ริวจิกลับไม่คิดอย่างงั้น เขาให้อาหาร และ ยังไม่หวังผลอะไรตอบแทนอีก
[ ขอบคุณอีกครั้งคะ Master ]
" งั้นฉันไปก่อนนะ "
พูดจบริวจิก็หันไปหาอายู ซึ่งเธอเหมือนกับว่าอยากจะพูดคุยกับอายู ริวจิได้พยักหน้าก่อนที่จะเดินจากไป ทิ้งอายูเอาไว้กับแคทเทอรีนน่า พวกเธอไม่ได้เจอกันมาเป็นเวลานาน ตอนนั้นพวกเขาเริ่มจะสนิทกัน แต่แคทเทอรีนน่าก็ได้จากไปเสียก่อน แต่ถึงแบบนั้นอายูก็ไม่เคยสนิทสนมกับใครมากเท่าเธอ ถึงจะเป็นมิโกะ และ ริเอะก็เถอะ อาจจะเป็นเพราะว่า ตอนนี้มันสะดวกเกินไปก็เป็นได้ มันไม่ได้ลำบากเหมือนกับตอนที่พวกเขาเดินทางในตอนแรกๆ ก็อย่างว่าถ้าหากคนที่ผ่านประสบการณ์ที่ลำบากมาด้วยกัน พวกเขาก็จะสนิทกันง่ายและรักกันมาก มันก็เหมือนทหารสมัยก่อนที่เมื่ออกรบด้วยกันครั้งหนึ่ง ก็จะยิ่งสนิทสนมกันมากขึ้นเป็นทวีคูณ
แต่ตอนที่ริวจิจะเดินจากไป เขาก็ชะงักลงอีกครั้งพร้อมกับพูดขึ้น
" เธอเลื่อนเป็นขั้นที่ 3 อย่างที่พวกเราคาดหวังเอาไว้จริงๆ ด้วย "
แคทเทอรีนน่าได้ยิ้มออกมา พร้อมกับมองไปที่แผ่นหลังของเด็กหนุ่ม ที่กำลังเดินจากไป
หลังจากนั้นริวจิก็ได้ไปทำการซื้อน้ำเอาไว้พร้อมกับอาหารที่เขาอยากกินเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เดินกลับมา ในระหว่างนั้น อายูและแคทเทอรีนน่าก็พูดคุยกันเรื่อง เหตุการณ์ที่พวกเขาไปประสบพบเจอมา ซึ่งมันทำให้แคทเทอรีนน่าอึ้งไม่น้อย เมื่อรู้ว่าญี่ปุ่นไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่นิดเดียวเลย และเมื่ออายูเล่าไปเรื่อยๆ มันยิ่งเหมือนกับว่าเธอโม้ แต่ทุกอย่างมันคือความจริง การผจญภัยของพวกเขามันน่าเหลือเชื่อมากๆ และแคทเทอรีนน่าเธอก็ไม่คิดว่าอายูโกหกแต่อย่างใด แต่ที่เธอได้รู้นั้นมันเป็นแค่ผิวเพลินเท่านั้น เรื่องชั้น 2 ชั้น 3 ของที่นี่เธอก็ยังไม่รู้ รวมถึงเรื่องประตู TLP ก็เช่นกัน
แต่เธอก็หลุดพูดออกมาจนได้ เมื่อเข้าเรื่องของความสวยความงามและเสื้อผ้า แต่อายูก็คิดว่า มันไม่ใช่เรื่องที่จะบอกกับเธอไม่ได้ ทำให้เธอได้บอกเรื่องราวเกี่ยวกับ ชั้นที่ 2 และ Gate ให้กับแคทเทอรีนน่าได้รู้ รวมถึงระดับความยากของมัน
มันทำให้แคทเทอรีนน่าอึ้งไปเลย ทุกอย่างที่เธอสงสัย และทุกอย่างที่ผู้หญิงยุคมืดใฝ่ฝันอยากจะมี มันรวมเอาไว้ที่นี่หมดแล้ว และอายูเธอมีทุกอย่าง
" งั้นแสดงว่าซอมบี้เกราะนั้น มันเป็น Boss ของGate ระดับ D อย่างงั้นเหรอ "
[ อืม ]
แคทเทอรีนน่าเมื่อเธอได้ฟังเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วนั้น เธอได้รู้สึกแล้วว่าการทดสอบรอบ 2 ที่ผู้คนต่างคิดว่ามันเป็นเรื่องหลอกลวงและบ้านเมืองกำลังจะกลับมาสู่ความสงบสุขนั้น มันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ และเธอไม่อยากจินตนาการเลยว่า Boss ของ Gate ระดับ S นั้น มันจะเป็นศัตรประหลาดประเภทไหน
ริวจิได้เดินมาถึงตรงที่ทั้ง 2 สนทนากันทันที ถึงพวกเธอจะเข้าไปคุยในที่ที่ลับ เพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นกริยา เวลาที่พวกเธออยู่ด้วยกัน แต่ริวจิก็สามารถสัมผัสมันได้
" เธอสามารถอยู่ที่นี่ดูแลพวกเขาได้นะ "
มันมีแค่เสียงตอบเบาๆ เท่านั้นตอบกลับมา
[ อืม ]
" อะนี่ "
เขาได้หยิบเหรียญ 10,000 Coin ออกมาและดีดมันไปให้กับอายูพร้อมกับพูดขึ้น
" ไว้เจอกัน "
จากนั้นริวจิก็ได้หายไปอย่างรวดเร็ว มันทำให้แคทเทอรีนน่าอดสงสัยไม่ได้ ในเมื่อตอนนี้บรรยากาศมันกำลังลื่นไหล
" Master ไปไหนอย่างงั้นเหรอ "
จากนั้นใบหน้าของอายูก็เริ่มเปลี่ยนไป จากที่ล่าเริงเมื่อครู่ก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปกลายเป็นโศกเศร้า แคทเทอรีนน่าไม่อยากจะฝืนความรู้สึกของอายู ถ้าเธอไม่อยากบอก หรือเป็นเรื่องที่ไม่สามารถบอกได้ เธอก็เข้าใจ เพราะเธอก็ไม่ได้อยู่กับพวกเขามานานแล้ว ความไว้ใจมันก็ลดลงได้เป็นเรื่องธรรมดา
[ ถ้ามันเป็นความลับมาก ก็ไม่เป็นไรนะ ]
[ เปล่าหรอก มันไม่ใช่ความลับอะไรแบบนั้น ]
[ งั้นเธอช่วยบอกฉันหน่อยได้มั้ยว่า ทำไมม Master ถึงรีบขนาดนั้น ]
จากนั้นอายูก็เว้นช่วงไปสักพัก ส่วนแคทเทอรีนน่าก็ใจจดใจจ่อกับคำพูดที่จะออกมาจากปากของเธอ
[ หมอนั่นกำลังจะตาย ]
ตอนที่ 127 สงสัย
[หมอนั่นกำลังจะตาย]
แคทเทอรีนน่าถึงกับสะดุ้ง หลังจากเธอได้รับฟัง เธอยังทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ
" หมายความว่ายังไงที่ว่า Master กำลังจะตาย "
[ถ้าจะให้ฉันเล่ามันค่อนข้างยาว]
แต่แคทเทอรีนน่าก็ตอบกลับมาโดยทันที
" ไม่เป็นไรฉันจะฟัง "
จากนั้นอายูก็เริ่มเล่าเรื่องการเข้าไปใน Gate ระดับ C รวมถึงการอัพเกรดสกิลซึ่งในส่วนนี้แคทเทอรรีน่าก็รู้ดีเพราะเธอเป็นขั้นที่ 3 แล้ว และอายูก็เล่าเหตุการณ์ที่ริวจิต่อสู้กับมิลฟา ก่อนที่เขาจะเอาชนะเอาได้ ถึงจะเป็นแค่เวลาไม่นาน แต่อายูเชื่อว่าริวจิจะต้องใช้ Exp มหาศาลในการอัพเกรดสกิลเป็นจำนวณมาก ทำให้ร่างกายของเขาทนไม่ไหว และสุดท้ายเธอก็เล่ามาถึงตอนที่ริวจิตื่น ซึ่งเขาก็บอกว่าเขามีเวลาเพียงแค่ 7 วัน ก่อนที่เขาจะตาย
" งั้นแสดงว่า Master จะต้องเลื่อนเป็นขั้นที่ 4 ภายใน 7 วันอย่างงั้น "
[อืม]
" พระเจ้า แล้วเขาจะหา Exp มากมายขนาดนั้นมาจากไหนละ ในเมื่อเธอบอกว่าที่ญี่ปุ่นไม่มีซอมบี้โผล่ออกมาเลย "
[หมอนั่นกำลังไปเกาหลี]
" ใช้เฮลิคอปเตอร์หนะหรอ มันค่อนข้างเปลืองเวลาเอาเรื่องเลยนะ "
[ไม่ใช่หรอก มันเรียกว่าประตู Teleport มันสามารถเคลื่อนที่ระยะไกลได้โดยเดินเข้าไป]
แคทเทอรีนน่าทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ แต่เมื่อดูสีหน้าของอายูแล้ว มันไม่มีท่าทีขำหรืออะไรทั้งนั้น มันเป็นใบหน้าที่นิ่งเฉย มันดูจริงจังมาก
[ฉันสำรวจที่นี่ทุกกระเบียดนิ้วแล้วนะ แต่ฉันไม่เห็นของที่เธอว่ามาเลยนะ]
[ก็เพราะมันไม่ได้อยู่ในชั้นนี้หนะสิ]
แคทเทอรีนน่าเงียบทันที ก่อนที่อายูจะพูดต่อ
[เธอสังเกตเห็นบันไดสีขาวรึเปล่า ตรงสุดทางเดิน]
แคทเทอรีนน่าพยักหน้า แสดงออกถึงความเข้าใจ
[นั้นคือบันไดของชั้นถัดไป แต่สิ่งที่เรียกว่า ประตู TLP นี้ มันไม่ได้อยู่ชั้นที่ 2 หรอกนะ แต่มันอยู่ถึงชั้นที่ 3]
เธอพยายามคิดภาพตามและพยายามไม่ตื่นตะลึงในสิ่งที่ได้ยิน
" งั้นเธอช่วยพาฉันไปข้างบนหน่อยได้รึเปล่า "
อายูพยักหน้าพร้อมกับพูดขึ้น
" ได้ แต่ชั้นที่ 3 ชั้นขึ้นไปไม่ได้ "
มันทำให้แคทเทอรีนน่า ผุดคำถามขึ้นมาบนหัว
[ทำไมเหรอ]
[มันต้องจำเป็นต้องมี Level ที่สูงมากพอ ที่จะขึ้นไปบนชั้นถัดไป]
ประโยคนี้มันทำให้เธอยิ่งสงสัยขึ้นไปอีก
[เธอบอกว่า Master ใช้ Exp ไปจนหมด แล้วเขาขึ้นไปบนชั้นที่ 3 ได้ยังไง]
หลังจากอายูได้ฟังคำถามจากแคทเทอรีนน่าแล้วนั้น อายูก็พยายามคิดตาม และปรากฏว่ามันเป็นความจริง ริวจิสามารถขึ้นไปบนชั้นที่ 3 ได้ ถึงแม้ว่าเลเวลของเขาจะยังไม่ถึง 150 ก็ตาม แต่เธอก็ไม่รู้จะพูดยังไง เพราะอายูก็ไม่รู้เช่นกัน
[ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ฉันจะพาเธอไปที่ชั้นที่ 2 ก่อนละกัน]
แคทเทอรีนน่าพยักหน้าพร้อมกับเดินตามหลังอายูไป และลึกๆ ในใจของเธอก็คิดว่า ริวจิอาจจะปิดปังอะไรบางอย่างต่อพวกเขาอยู่ก็ได้ แต่เขาเลี้ยงที่จะไม่บอก ซึ่งมันก็ไม่มีปัญหาอะไร
ในระหว่างทางเดินอายูก็ได้พูดขึ้นอีกครั้ง
[เอาตามจริงหมอนั่นคิดจะขายข้อมูลเกี่ยวกับที่นี่ ในตอนที่มีคนเข้ามาเป็นจำนวณมาก]
" ฉันก็แค่เอาคนไปถาม พีระมิดลอยได้ก็สิ้นเรื่องไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นจำเป็นต้องไปซื้อ "
[เธอคิดว่าทุกคำถามมันจะฟรีอย่างงั้นเหรอ]
จากนั้นบรรยากาศก็เงียบลงไป
[เอาเถอะ เดี๋ยวเธอก็รู้เอง]
15 ต่อมา Black Market
เมื่ออายูได้นำแคทเทอรีนน่ามาถึงบนชั้น 2 แล้วนั้น เธอแทบจะคลั่งเมื่อมันมีเครื่องสำอางของอำนวยความสะดวกมากมาย รวมอยู่ที่นี่ ก่อนที่อายูหยุดเธอเอาไว้ และพาเธอไปหาลูกบาศก์หน้าเลือด และเมื่อแคทเทอรีนน่าถามคำถามไป ลูกบาศก์กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้กลับมาเลยแม้แต่น้อย อายูอธิบายทันที
[1 คำถาม ต่อ 1 หมื่น Coin ถ้าเธออยากถามคำถามเกี่ยวกับ Gate]
เธอยังไม่เข้าใจถึงค่าเงินของ Coin มากนัก ทำให้แคทเทอรีนน่าก็ต้องถามไปอีกครั้ง
[แล้วพวกเธอเข้าไปใน Gate ปกติได้ครั้งละเท่าไหร่]
[1 หมื่น Coin]
อายูพูดขึ้น มันทำให้แคทเทอรีนน่าโล่งใจเล็กน้อย
[ฉันหมายถึง Coin สำหรับการตอบคำถามนะ]
ทุกอย่างมันเป็นเงินหมด เท่านี้ก็พอจะรู้ได้แล้วว่า ทุกอย่างเธออายูทำให้กับเธอนั้น มันไม่ใช้สิ่งที่คนทั่วไปจะบอกได้
[แต่ก็เอาเถอะ ฉันบอกเพราะอยากบอก ไม่ได้อยากจะมีค่าตอบแทนหรือบุญคุณหรอกนะ]
แต่แคทเทอรีนน่าเธอก็อดพูดคำว่าขอบคุณไม่ได้
[ขอบคุณ]
อายูได้ชี้นิ้วไปที่ Zone เสื้อผ้า พร้อมกับพูด
[เอาเถอะ ตอนนี้ถึงเวลาของเธอแล้ว]
ในระหว่าง Shopping กันอยู่ แคทเทอรีนน่าก็ได้ถามถึงว่า พวกเขาตามหาครอบครัวเจอมั้ย ซึ่งอายูก็ตอบไปตามความจริง มันทำให้แคทเทอรีนน่าอดดีใจไม่ได้ ที่ทั้ง 2 คนทำสำเร็จ มันทำให้เธอนึกถึงวันเก่าๆ และเกือบจะน้ำตาคลอออกมา
ชั้นที่ 1 ของ Black Market
ทั้ง 3 คนกำลังพูดคุยกัน พร้อมกับกินอาหารไปด้วย
[ดอน ตอนนั้น นายได้สู้กับ คนที่คุณแคทเทอรีนน่าเรียกว่าหัวหน้าใช่รึเปล่า]
[เอ่อจะพูดว่าใช่ก็ใช่อะนะ แต่พูดตรงๆ นะ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าร่างของฉันกระเด็นไปชนกับกำแพงตั้งแต่เมื่อไหร่]
ดอนนี่พูดพร้อมกับชี้ไปทิศที่กำแพงถูกทำลาย แต่กลับกลายว่าสภาพของมันนั้น ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
[นายช่วยจริงจังหน่อยได้มั้ย]
[ฉันพูดจริงๆ แต่ไม่รู้ว่า สภาพมันกลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง มันอาจจะสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ก็เป็นได้]
ลูน่าได้พูดสวนขึ้นทันที
[ไร้สาระ]
จากนั้นเธอก็อาศัยจังหวะดอนนี่เผลอ
ตู้มมมมมมมมมมมมม
ร่างของเขากระเด็นไปชนกำแพงอีกครั้ง
ดอนนี่ลุกขึ้นมาจากเศษหิน ก่อนจะตะโกนสวนกลับไป
[นี่เธอตั้งใจจะทำอะไรกันแน่]
ลูน่าแสดงสีหน้าเย้ยหยัน พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่รู้สึกรู้สา
[พิสูจน์ไง ว่านายพูดจริงรึไม่]
[เอาละๆ เลิกทะเลาะกันได้แล้ว]
Jack เขาได้พูดหยุดทั้งสองเอาไว้ ในใจลึกๆ ตอนนี้มันยังมีภาพติดตาอยู่ ในตอนที่แคทเทอรีนน่าก้มหัวลงหัวโทษ รวมถึงเหตุการณ์ที่เธอพูดสุภาพกับเด็กที่ดูแล้วอายุไม่ถึง 20ด้วยซ้ำ มันยังวนเวียนอยู่ในหัวของเขายังไม่หายจนถึงตอนนี้
ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลี
เมื่อริวจิได้มาถึงเกาหลีแล้วนั้น เขาไม่รีรอแต่อย่างใด เขารู้สึกว่าเขาเสียเวลามามากพอแล้ว ถึงมันจะเป็น 1 / 6 ในเวลาความเป็นจริงก็เถอะ
[เอาละมาเริ่มกันต่อได้แล้ว]
ริวจิจ้องไปที่ฝูงซอมบี้ที่อยู่เบื้องหน้า จากนั้นเขาก็วิ่งเข้าใส่ฝูงซอมบี้ด้วยตัวคนเดียว โดยไม่เกรงกลัวเลยแม้ต่อน้อย
ฉิ๊ง
ฉิ๊ง
มันได้ยินแต่เสียงดาบ กับเสียงครวญครางของซอมบี้เท่านั้น เด็กหนุ่มไม่แสดงความเหนื่อยล้า หรืออาการตกใจหรือหวาดกลัวพวกมันเลยแม้แต่น้อย
มันมีแค่สีหน้านิ่งๆ และฟันไปยังซอมบี้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีหยุดพัก โดยร่างของซอมบี้ G2 และ ซอมบี้ G3 นั้นถูกดาบเพลิงสีชาติฟันราวกับกระดาษ มันทำให้ริวจิประหยัดแรงลงไปเยอะเลยดีเดียว
โครมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
เสียงของตึกถล่มได้ดังมาถึงหูของริวจิ ที่อยู่ห่างเกือบ 200 เมตร
[มาแล้วสินะ]
เขารู้ดีว่าเสียงนั้นมันคือเสียงของอะไร แล้วเขาต้องทำยังไง จึงจะไม่ทำให้ตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก
ดาบนภา
ดาบนภา
ดาบนภา
ริวจิได้วิ่งไปข้างหน้า ตรงทิศที่เขาได้ยินเสียงของตึกถล่ม และใช้ดาบนภาเบิกทางซอมบี้ที่เข้ามาขวางทางของเขา
ฟึบ
ฟึบ
รู้ตัวอีกที ริวจิก็ได้มาโผล่ตรงบริเวณซากตึกเรียบร้อยแล้ว และร่างอันใหญ่ยักสวมชุดเกราะอันคุ้นชิน ก็ได้ปรากฏออก ต่อหน้าต่อตาของเขา
เขาไม่รีรอ
ฟึบ
ฟึบ
เขาหายไปจากสายตาของซอมบี้เกราะทันที
ฉิ๊ง
ฉิ๊ง
มันได้เกิดเสียงฟันสองครั้ง และซอมบี้เกราะมันก็ได้ทรุดลงไป โดยที่มันยังไม่ได้เหวี่ยงดาบของมันออกไปเลยสักครั้งเดียว
ริวจิไม่รีรอเมื่อเขาเห็นร่างกายของมันเตี้ยลงแล้วนั้น เขารีบใช้ร่างกายของมันเป็นฐาน และกระโดดขึ้นบนตัวของมันทันที เขาทำด้วยความชำนาญเนื่องจากเขาเคยทำมันมาหลายครั้ง และริวจิรู้วิธีรับมือมันเป็นอย่างดี
เมื่อซอมบี้เกราะรู้ตัวว่ามันถูกโจมตี มันพยายามเหวี่ยงดาบของมันทันที แต่ริวจินั้นอยู่ในระยะกระชั้นชิดจนเกินไปทำให้มันไม่สามารถเหวี่ยงดาบเพื่อปลิดชีพริวจิได้ ทำให้มันต้องใช้มือตะปบไปที่จุดที่ริวจิเคลื่อนที่ไปบนร่างกายของมันแทน
ตึ้บ
ตึ้บ
แต่การโจมตีกลับไร้ผล มันไม่เฉียดร่างของริวจิเลยด้วยซ้ำ เขาเคลื่อนที่ไปก่อนที่มันจะตะปบเสียอีก แต่ริวจิก็ยังไม่ทำการโจมตีแต่อย่างใด เอาจริงๆ เขาสามารถแทงดาบของเขาลงและวิ่งไปบนร่างของมันก็สามารถทำได้ แต่เด็กหนุ่มเลือกที่จะวิ่งไหลขึ้นไปบนส่วนหัวของมัน
ฉิ๊ง
คอของมันได้หลุดออกจากบ่าเรียบร้อย แค่เพียง ดาบเดียวเท่านั้น ริวจิสามารถตัดคอของมันให้ขาดได้โดยง่าย และหลังจากคอของมันได้หลุดออกแล้วนั้น ซอมบี้เกราะมันได้เสียการควบคุมตัวของมันไป ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่ตายก็ตาม
[เอาละนะ]
ฉิ๊งๆๆๆๆๆๆ ... ... .
ได้เกิดเสียงของดาบปะทะกับเนื้อหนังของซอมบี้นับไม่ถ้วน และร่างของซอมบี้นั้นมันเหมือนกับหอมที่ถูกซอยเป็นชิ้นเล็กๆ และไม่นานร่างอันใหญ่ยักของมัน ก็ได้หายไปอย่างรวดเร็ว โดยที่มันยังไม่ทันจะเข้าสู้โหมดบ้าคลั่งด้วยซ้ำไป
Exp + 1,000,000
โครมมมมมม
[มาอีกแล้วเหรอ]
ริวจิคิดว่าก่อนแล้วว่าถ้าเขาให้พวกมันเข้ามาหลายๆ ตัว ในสภาพที่เขาค่อนข้างจะไม่สมบูรณ์ในตอนนี้ เขาจะต้องลำบากแน่ ริวจิจะต้องจัดการพวกมันอย่างรวดเร็ว และห้ามให้พวกมันเข้าใส่โหมดบ้าคลั่งเด็ดขาด ไม่อย่างงั้น มันอาจจะทำให้เขาลำบากได้
เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาวิ่งฝ่าซอมบี้ไปหาต้นเสียงทันที และใช้วิธีเดียวกันจัดการกับซอมบี้เกราะ ซึ่งจนถึงตอนนี้มันก็ได้ผลทุกครั้ง
หลังจากนั้นเมื่อเด็กหนุ่มยังไม่ได้ยินสัญญาณหรือมันยังไม่เข้าสกิลตรวจจับของเขานั้น ริวจิก็จะจัดการซอมบี้ G2 และ G3 แต่ริวจิไม่สามารถฆ่าซอมบี้ได้รวดเร็วเหมือนกับคราวก่อนๆ อีกแล้ว ถึงแม้เขาจะได้รับสกิล Passive จากดาบเพลิงสีชาติ แต่ว่าดาบของเขาก็มีรัศมีวงการโจมตีในระยะที่ไม่กว้าง การฆ่าซอมบี้ในแต่ละดาบของเขานั้น ทำได้แค่ 8 ตัวต่อหนึ่งดาบเท่านั้นเอง และตอนนี้เขาเหลือเวลาประมาณ 6 วันกับอีก 8 ชั่วโมง เขาจะต้องหา Exp ที่ขาดไปอีกเกือบ 450 ล้าน Exp ให้ครบ ไม่อย่างงั้นเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน
ซึ่งริวจิตอนนี้เขาเหมือนกับเครื่องจักรทำลายล้าง ซอมบี้ที่เข้ามาในระยะในอัตโนมัติ ถึงดาบของเขาจะเหวี่ยงไปตัดซอมบี้ได้อย่างแม่นยำ แต่ว่าสมองของเขาก็ได้คิดถึงวิธีที่จะลดระยะเวลาให้สั้นลงไป และอยู่ๆ
[ใช่แล้ว]
เขาใช้มือข้างซ้ายตบที่ไปกบาลของตัวเอง 1 ที ก่อนจะพูดขึ้น
" ยังมีไอ้นั่นอยู่นี่นา "
พูดจบริวจิก็กระโดดขึ้นไปบนฟ้า
ฟึบบ
และใช้นิ้วของเขาไปสัมผัสกับแหวนมิติ ก่อนที่จะหยิบม้วนกระดาษ 1 แผ่นออกมา และฉีกมันอย่างรวดเร็ว
[ติ๊ง]
[แผ่นค่าประสบการณ์ x 5 ระยะเวลาใช้ 1 ชั่วโมง]
และร่างของเขาก็กระโดดลงถึงพื้นพอดี และเขาเปิดเสียงของระบบเพื่อเช็ก Exp และเริ่มฟาดฟันซอมบี้อย่างต่อเนื่อง
+5000
+500
.
.
.
[เจ๋ง]
เมื่อรู้ว่ามันยังใช้ได้อยู่ริวจิก็โล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย มันสามารถเพิ่ม Exp ของเขาถึง 5 เท่า ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง และมันทำให้เขาคิดได้ว่าจะยังมีแผ่น x 2 อีก 3 แผ่น แต่ริวจิก็ยังไม่เลือกใช้มันตอนนี้ เพราะกลัวว่า Effect ของแผ่น Exp x5 จะสูญหายไป และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันทำให้ริวจิอดเสียดาย Exp 8 ล้านที่สูญหายไปเมื่อครู่นี้ไม่ได้จริงๆ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังให้ผมด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ