อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

บทที่ 198 หน้าที่ของผู้นำ

บทที่ 198 หน้าที่ของผู้นำ


 


ปัง!!

 


อย่างไรก็ตาม ในตอนที่ไม่ทันได้คาดคิด ร่างใหญ่ของใครบางคนก็กระโดดออกจากกำแพงตกลงไปด้านล่างจนเรียกความสนใจของทหารทุกคนได้  

 


“นั่น! นั่นคือผู้นำฐาน!”

 


“ผู้นำฐานหรือ? เขาจะทำอะไรน่ะ!” ทหารทุกคนได้เห็นการแสดงของอีกฝ่ายที่กล้ากระโดดลงไปจากที่สูงเช่นนี้ก็พากันแตกตื่น

 


ร่างใหญ่ที่ถือโล่ไว้หันมามองทุกคน ท่าทางของเขาดูองอาจอย่างมาก กวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะประกาศกร้าว

 


“ฐานเขต F นี้...ฉันจะปกป้องเอาไว้ให้ได้!” เขาพูดแค่นั้นแล้วก็กระโจนเข้าไปข้างหน้า ด้านหลังมีเหล่าผู้นำอีกหลายคนที่สวมอุปกรณ์ครบชุด บุกเข้าเผชิญหน้ากับเจ้าจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์อย่างไม่เกรงกลัว

 


ผู้นำฐานใช้โล่ของตนเองเพื่อป้องกันการโจมตีของจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์ เปิดโอกาสให้ผู้นำที่ใช้กระบอกหนามสามารถมีช่องในการโจมตีได้ พร้อมกันนั้นก็มีดาบจากผู้นำอีกคนฟาดลงมาจากที่สูง การโจมตีที่สอดประสานกันนี้ทำให้จ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์ต้องชะงักการเคลื่อนไหวของตนเองไป

 


ตู้ม!!

 


ด้วยการกวาดมือเพียงครั้งเดียว มันก็ปัดการโจมตีทั้งหมดออกไปได้ ทว่า...ผู้นำฐานก็ได้ใช้โล่ของเขาป้องกันการโจมตีนี้เอาไว้ ทั้งยังปลดปล่อยพลังงานผ่านแกนพลังงานธาตุไฟ เกิดเป็นลูกไฟพวยพุ่งออกมาโจมตีจ่าฝูงวานรลมกลับไปในตอนที่มันไม่ทันได้ตั้งตัว

 


ด้านหลังยังมีผู้ใช้เคียวคมที่ลอบเข้าไปตอนที่มันไม่ทันตั้งตัว ฟันลงมาจนเกิดรอยแผลลึกตั้งแต่สันคอจนถึงกลางหลัง แม้ว่าจะทำให้มันล้มตายในครั้งเดียวไม่ได้ แต่การที่พวกเขาสามารถสร้างบาดแผลให้กับมันได้นี้ก็ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่แล้ว

 


“พวกเราจะดูอยู่ได้ยังไง เร็วเข้า! รีบสนับสนุนเหล่าผู้นำ”

 


“สนับสนุนผู้นำ!!” เสียงโห่ร้องของพวกทหารที่ได้เห็นผู้นำของตนเองเข้าต่อสู้อย่างไม่กลัวตายแบบนั้น ความหวาดกลัวในครั้งแรกก็ถูกทำลายทิ้งไปจนสิ้น พวกหน่วยจู่โจมได้รับคำสั่งก่อน รีบบุกเข้าไปเพื่อสนับสนุนเหล่าผู้นำไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากพวกลูกสมุนวานรลมกลายพันธุ์พวกนั้น

 


พลธนูทั้งหลายหันมองซูหยวน ไม่มีท่าทางขลาดเขลาเหมือนก่อนหน้าอีก เรียกได้ว่าพวกผู้นำได้ทำหน้าที่ของตนเองแล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้...เขาสามารถเรียกคืนขวัญและกำลังใจในการต่อสู้กลับมาได้ ซูหยวนรู้สึกชื่นชมพวกเขาจากใจจริง

 


เห็นแบบนั้น เธอก็ส่งสัญญาณ เตรียมออกคำสั่งให้โจมตีระลอกต่อไป

 


เนื่องจากมีทหารหน่วยจู่โจมมาก เธอไม่สามารถให้ใช้ระเบิดเล็กได้อีก ดังนั้นจึงออกคำสั่งให้พวกเขาช่วยประสานการโจมตี หรือลอบจัดการพวกกลายพันธุ์ที่อยู่ห่างออกไป นอกจากนี้...เธอก็มีแผนที่น่าจะช่วยพวกเขาได้บ้าง

 


“หน่วยพลธนูของพวกเรานอกจากจะสนับสนุนการโจมตีแล้ว จะต้องช่วยลดจำนวนไม่ให้วานรลมกลายพันธุ์สามารถรวมตัวกันมากเกินไปได้ ไม่อย่างนั้นหน่วยจู่โจมจะรับมือไม่ไหว ดังนั้น...ขอให้ทหารที่สามารถโจมตีระยะไกลได้ เตรียมพร้อม”

 


“นำลูกธนูที่ชุ่มไปด้วยสารดึงดูดสัตว์ร้ายพวกนี้ พยายามโจมตีไปที่วานรที่ล้มลงแล้ว เอาตำแหน่งที่อยู่ไกลที่สุด พยายามล่อพวกมันออกไปทุกทิศทาง”

 


ซูหยวนออกคำสั่ง ธนูที่แช่ไว้ในสารดึงดูดสัตว์ร้ายจะไม่มีประสิทธิภาพมากเท่ากับการใช้สารดึงดูดสัตว์ร้ายทั้งขวดก็จริง ทว่า...หากใช้พวกมันมากเกินไปในครั้งเดียว แทนที่จะทำให้การต่อสู้ดีขึ้น พวกเขาอาจจะต้องรับมือกับสัตว์กลายพันธุ์ชนิดอื่นๆที่ถูกพามาที่นี่ด้วยกลิ่นแทน

 


เหมือนกับการโจมตีครั้งก่อนที่บ่อจระเข้สีแดง ซูหยวนแค่ต้องการให้ดึงความสนใจของสัตว์กลายพันธุ์ที่อยู่ใกล้เท่านั้น ทำให้พวกมันไม่สนใจที่จะโจมตีแค่ทหาร อย่างน้อยก็ถือเป็นการถ่วงเวลาได้บ้าง

 


ระหว่างนั้น ซูหยวนก็ตรวจสอบความสามารถของจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์ไปด้วย บาดแผลลึกที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ถูกประสานจนแทบไม่เห็นรอยแผลอีกแล้ว ดังนั้นจุดเด่นของมันอีกอย่างก็คือเรื่องการฟื้นฟู เหมือนกับข้อมูลที่เธอเคยได้รับมา และนั่นจะทำให้การต่อสู้เพิ่มระดับความยากขึ้นไปอีก

 


นอกเหนือจากการฟื้นตัวที่สุดยอดและความแข็งแกร่งในด้านพละกำลังแล้ว ตอนนี้ที่ต้องระวังมากที่สุดก็คือที่มาของชื่อวานรลมกลายพันธุ์นี่แหละ

 


ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัว จู่ๆผู้นำฐานก็ตะโกนขึ้นมา

 


“ถอย!!” เขาออกคำสั่งอย่างเร่งด่วนเช่นนั้น ทหารหน่วยจู่โจมย่อมเคลื่อนไหวไม่ทัน แล้วตอนนั้นเองก็เกิดเสียงดัง “ตู้ม!!” ที่ก้องดังไปทั่วบริเวณ

 


พายุลมหมุนขนาดใหญ่ที่เกิดจากการใช้แขนทั้งสองของจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์พัดเอาร่างของทหารหน่วยจู่โจมหลายคนลอยเคว้งขึ้นไปบนอากาศ ก่อนที่จะถูกฝ่ามือขนาดใหญ่ของมันตบลงมา ร่างมากมายถูกกระแทกลงพื้นและยังไม่ทันจะได้เห็นว่าเป็นใครบ้าง เศษชิ้นเนื้อก็แตกกระจายไปทั่วบริเวณ ผสมระหว่างร่างของทหารและพวกสมุนวานรลมกลายพันธุ์พวกนั้น

 


ทักษะพิเศษของจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์ และเป็นที่มาที่ทำให้วานรพันธุ์นี้ถูกเรียกว่าวานรลม นั่นก็เพราะ...หลังจากที่พวกมันได้ยกระดับตัวเองขึ้นไป พวกมันจะใช้ทักษะสร้างพายุหมุนเช่นนี้ได้นั่นเอง!

 


“ถอยออกไป สนใจแค่จัดการวานรลมกลายพันธุ์ธรรมดาก็พอ!” ผู้นำเห็นการสูญเสียครั้งนี้ก็หน้าเสีย เขาตะโกนออกคำสั่ง ไม่สามารถปล่อยให้ลูกน้องตัวเองต้องมาตายง่ายๆแบบนี้ได้

 


“ท่านผู้นำ พวกเราถอยไม่ได้ครับ ถ้าถอยล่ะก็...พวกผู้นำจะลำบากแน่”




“ใช่ พวกเราจะจัดการพวกวานรลมกลายพันธุ์ตัวอื่นๆไม่ให้เข้าไปยุ่งกับการต่อสู้ของท่าน ได้โปรดสนใจแค่การต่อสู้กับจ่าฝูงก็พอ!”

 


เมื่อได้ยินการตอบกลับแบบนั้น ผู้นำฐานก็กำหมัดแน่น นึกอยากจะออกคำสั่งให้เด็ดขาด แต่ก็เข้าใจว่าทำเช่นนั้นจะทำให้การต่อสู้ของพวกเขายากลำบากขึ้นไปด้วยจริงๆ

 


“ถ้าอย่างนั้นก็ระวังตัว...”

 


“เข้าใจแล้วครับ” ทหารหน่วยจู่โจมรับคำ พวกเขาไม่คิดถอยออกมา การต่อสู้โรมรันระลอกต่อไปก็เริ่มต้นขึ้น อย่างไรก็ตาม...จ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังเสียเปรียบก็เรียกใช้ทักษะอีกครั้ง

 


“ระวัง!!”

 


ครั้งนี้ผู้นำระวังอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นท่าทางของมัน เขาก็รีบร้องเตือนทันที ทหารหน่วยจู่โจมหลายคนพยายามหลบออกมา แต่ก็ยังมีบางคนที่ถูกดึงเข้าไปในพายุหมุนนั่นอยู่ดี

 


“ศรพิพากษา!”  

 


ในขณะที่มองดูการต่อสู้อย่างนั้น ซูหยวนก็หักลูกศรในมือของตนเองออก ทำลายคมที่จะแทงเข้าไปในร่างกายของศัตรูให้เหลือเพียงหัวศรทื่อๆเท่านั้น  

 


ปัง!!

 


แรงโจมตีของลูกศรที่ฝ่าเข้าพายุหมุนอย่างกะทันหันกระแทกเข้าอย่างแรงที่หน้าท้องของทหารคนหนึ่ง ร่างของเขากระเด็นออกจากพายุหมุนไปกระแทกกับกำแพงเก่าด้านหลังจนกระอักเลือดออกมาคำโต อย่างไรก็ตาม...เขาที่ถูกโจมตีเช่นนั้นกลับยังไม่ตกตาย เพียงกำลังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้น

 


เมื่อเห็นว่าการลงมือของตนเองได้ผล ซูหยวนก็รีบยกมือขึ้นทำลายหัวลูกศรอีกครั้งแล้วยิงศรพิพากษาออกไป แน่นอนว่าการใช้ทักษะและกำลังที่จะฝ่าลมพายุหมุนนี้ต้องอาศัยพลังงานมาก อีกทั้งการที่เธอต้องคอยทำลายหัวลูกศรเองนั้นทำให้ล่าช้าไปไม่น้อย กว่าจะยิงออกไปช่วยชีวิตคนได้ จ่าฝูงก็เริ่มฟาดฝ่ามือลงมาแล้ว

 


ตู้ม!!

 


ร้องกับแรงฟาดฝ่ามือ ร่างของทหารอีกคนถูกช่วยเอาไว้ เขาเหมือนเห็นเงาของมัจจุราชที่ใกล้เข้ามา ก่อนจะถูกโยนออกมาจากบ่อความตายนั้น

 


แค่สามคน! ซูหยวนสามารถช่วยทหารเอาไว้ได้แค่สามคนเท่านั้น ในขณะที่ยังมีร่างของทหารถูกทำลายเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยอีกหลายคน ทำเอาคิ้วของหญิงสาวขมวดมุ่น ไม่พอใจกับผลลัพธ์เช่นนี้

 


ทว่า ในตอนที่ซูหยวนไม่พอใจ คนอื่นกลับตะลึงกับความสามารถของเธอ ..... ฝ่าพายุหมุนของจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์เพื่อช่วยทหารที่ติดอยู่ในนั้นได้งั้นหรือ? นี่เป็นความสามารถระดับไหนกัน!

 


ทหารที่ได้เห็นฉากการช่วยชีวิตเมื่อครู่ จู่ๆก็รู้สึกเหมือนมีกำลังใจมากขึ้นอย่างน่าประหลาด ข้างหลังของพวกเขาก็ยังมีคนอยู่ไม่ใช่หรือ? ดังนั้นแทนที่จะกล้าๆกลัวๆ พวกเขาก็โถมสู้เต็มกำลัง

 


“มันกำลังใช้พายุหมุนอีกครั้งแล้ว” คนเป็นผู้นำร้องเตือน ทหารหลายคนพยายามออกมาจากวิถีการโจมตีเพื่อไม่ให้เป็นภาระมากเกินไป ซูหยวนเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อเตรียมจะหยิบลูกศร แต่ตอนนั้นกลับมีมือหนึ่งยื่นออกมาแทน

 


“ใช้ลูกศรนี้เถอะครับ” หน่วยสนับสนุนที่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ยื่นลูกศรที่ถูกจัดการหัวให้ไร้คมมาทางเธอ แถมเพื่อลดทอนแรงกระแทก พวกเขายังใส่พลาสติกนุ่มเอาไว้ด้วย

 


แม้ว่ามันจะทำให้การเล็งเป้ายากขึ้นไม่น้อย แต่สำหรับซูหยวนที่ใช้พลังงานของตนเองแทนคมของศรก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เธอพยักหน้ารับก่อนจะยิงลูกศรออกไปทันที

 


ปัง ปัง ปัง ปัง!!

 


เพราะไม่ต้องจัดการกับลูกศรและไม่ต้องลังเลเพื่อรอดูผลลัพธ์อีก ซูหยวนยิงออกไปรวดเดียว 4 ศร ช่วยชีวิตทหารให้กระเด็นออกจากพายุหมุนได้ในเสี้ยววินาที ทำเอาผู้เห็นฉากนั้นได้แต่ส่งเสียงตื่นเต้นออกมา

 


“โถมโจมตีตอนนี้เลย!”  

 


คนเป็นผู้นำออกคำสั่ง ในเมื่อไม่ต้องสนใจว่าจะมีทหารในพายุหมุนอีกกี่คนที่ต้องเสียชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย เช่นนั้นเขาก็สามารถให้ความสนใจกับการต่อสู้ตรงหน้าได้เลย รวมถึงพวกทหารหน่วยจู่โจมด้วยเช่นกัน ได้เห็นว่าอันซูหยวนกำลังช่วยพวกเขา เช่นนั้นก็พุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลังได้!

 


ด้านหลังอันซูหยวนยังคงพยายามยิงศรพิพากษาเพื่อช่วยชีวิตของทหารในพายุหมุนให้ได้มากที่สุด ปกติแล้วเธอสามารถปล่อยการโจมตีพร้อมกันได้สามถึงสี่ศร ทว่าเวลานี้ไม่เหมือนกัน ทำให้ต้องใช้พลังและสมาธิมากในการช่วยคน ซูหยวนปล่อยศรได้แค่ครั้งละหนึ่งอันเท่านั้น แต่ความเร็วของเธอกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหลังจากมีความชำนาญมากขึ้น

 


หน่วยสนับสนุนทำหน้าที่ของตนเองสุดความสามารถเช่นกัน ทำให้ซูหยวนได้รับลูกศรตามที่ต้องการ แค่แบมือออกไปด้านข้างก็มีลูกศรวางไว้บนมือของเธอแล้ว หญิงสาวปล่อยลูกศรออกไปติดๆกัน และรอบนี้เธอก็ช่วยทหารเอาไว้ได้ถึง 9 คน มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่ช่วยเอาไว้ไม่ทัน

 


“ต้องเร็วอีก” ซูหยวนพ่นลมหายใจออกมา เธอเตรียมขยับมือตั้งแต่ก่อนที่เจ้าจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์เริ่มโจมตี ด้านหลังของมันปรากฏหน่วยจู่โจมมากกว่าสิบคนที่อ้อมไปสำเร็จ จัดการโจมตีจนทิ้งบาดแผลเอาไว้ไม่น้อย

 


ฝูงวานรลมกลายพันธุ์ตัวอื่นๆยังคงปะทะกับพวกหน่วยจู่โจมที่กระจัดกระจายไปรอบๆ ศรที่มีสารดึงดูดสัตว์กลายพันธุ์ทำหน้าที่ได้อย่างดี มันทำให้วานรหลายตัวถูกดึงดูดไป ในขณะที่ตัวจ่าฝูงไม่สามารถควบคุมได้มีประสิทธิภาพมากพอ

 


“เคี๊ยก!!” จ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์โกรธจัดเมื่อสถานการณ์กลายเป็นพวกมันที่ถูกบังคับถอยร่นไป ทั้งๆที่มันแข็งแกร่งขนาดนี้ แต่มนุษย์ตัวเล็กกลับก่อกวนจนมันไม่สามารถต่อสู้ได้อย่างเต็มที่




ความโกรธของมันทำให้วานรตัวใหญ่ตัดสินใจรวบรวมพลัง ไม่สนใจบาดแผลด้านหลังที่กำลังถูกโจมตีเลยแม้แต่น้อย ในที่สุด...สัญชาตญาณเอาตัวรอดของพวกผู้นำก็ร้องเตือน ทำให้พวกเขาตัดสินใจส่งสัญญาณให้ถอยก่อน

 


ตู้ม!!

 


คลื่นลมกระแทกออกมาอย่างรุนแรง ไม่เหมือนกับพายุหมุนก่อนหน้านี้ มันกลับกระแทกร่างของทหารที่อยู่บนเส้นทางโจมตีจนกระเด็นไปไกล พร้อมกันนั้นก็ยังปะทะตรงไปอย่างต่อเนื่องก่อนจะทำลายกำแพงโดยตรง

 


คลื่น...

 


กำแพงฝั่งทิศเหนือถูกทำลายทั้งอย่างนี้ เกิดเป็นช่องขนาดใหญ่ที่แตกหัก มีทหารที่โดนการโจมตีนี้มากหลายสิบคน แม้แต่ด้านหลังกำแพงก็ยังมีความเสียหายด้วย ดีที่อุปกรณ์อย่างระเบิดไม่ได้อยู่ในพื้นที่โจมตีนั้น ไม่เช่นนั้นคงจะเกิดความเสียหายที่รุนแรงมากกว่านี้เป็นสิบเท่า

 


“บัดซบเอ้ย! มันมีพลังมากขนาดนี้ได้ยังไง”

 


“กำแพงนี้รับการโจมตีของจ่าฝูงวานรลมมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้มันแข็งแกร่งขึ้นผิดหูผิดตาจริงๆ”

 


“เร็วเข้า รีบโจมตีเร็ว! อย่าปล่อยให้มันฟื้นตัว” หัวหน้าหน่วยต่างๆส่งสัญญาณ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาวิพากษ์วิจารณ์แล้ว ถ้าพวกเขายังปล่อยให้มันสามารถโจมตีออกมาได้อีกครั้ง เช่นนั้นฐานเขต F นี้คงจะปกป้องเอาไว้ไม่ได้อีก




.


…………………..

คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน