การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 101 เกิดโรคเวินอี้ครั้งแรก

            ฝุ่นควันตลบกลบเส้นทางที่รถม้าของต้วนชิงหมิงวิ่งจากไปส่วนเจิ้งจี๋ก็เก็บเงินจากไปเช่นกัน

            เส้นทางที่ไร้ซึ่งผู้คนยิ่งทำให้รู้สึกเงียบเหงาและโดดเดี่ยวทว่าตอนนี้กลับมีเงาคนขี่ม้ามาสองตัวชายรูปร่างสง่างามที่สวมหมวกคลุมห้อยม่านตาข่ายบังหน้าบังคับม้าให้ไล่ตามไปยังทางที่ต้วนชิงหมิงเพิ่งจากไป

            เหอะ!จิ้งจอกน้อย ไม่รู้ว่าในใจเจ้าคิดอะไรอยู่! เมื่อก่อนช่วยลูกลูกชายอัครเสนาบดีมาตอนนี้กลับมาช่วยเหลือเด็กหนุ่มที่ไม่มีเงินซื้อแม้กระทั่งยา ดูท่าแล้วเจ้าช่างว่างเสียจริง!

            แต่คงไม่ถูกเสียทีเดียวจิ้งจอกน้อยของเขาไม่เคยทำอะไรที่ไม่ได้ประโยชน์นางจะต้องช่วยเด็กซื่อบื้อที่ชื่อเจิ้งจี๋ อาจเป็นเพราะว่าเจิ้งจี๋ต้องมีประโยชน์อะไรบางอย่างที่สามารถช่วยนางได้

            หรือจะเป็นเหมือนหลิวยวนอีกคน? หรือว่าพ่อของเจิ้งจี๋จะเป็นขุนนางระดับสูง เป็นขุนนางใหม่? หรือจิ้งจอกน้อยถูกใจ เพราะรูปโฉมที่หล่อเหลา? พลางส่ายหน้าเบาๆละม้ายสะบัดความคิดนี้ให้หลุดไป คนอย่างเจิ้งจี๋ผอมแห้งเช่นนี้แค่ถูกลมพัดก็คงปลิวไปแล้ว

            แต่เพื่อความปลอดภัยเขาคงต้องไปสืบประวัติเจิ้งจี๋คนนี้เสียหน่อย ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร… ฮึ!จิ้งจอกน้อยไม่ว่าเจ้าจะคิดทำอะไรจะต้องผ่านความเห็นชอบจากองค์ชายอย่างเขาเสียก่อนหรือว่าจะให้เขาช่วยยุติความสัมพันธ์ของเจ้าให้!

            คิดได้ดังนั้นองค์ชายจึงกวักมือไปข้างหลังลั่นวาจา“ลั่วสุ่ยไปสืบประวัติบรรพบุรุษเจ็ดชั่วโคตรของเจิ้งจี๋ผู้นี้มาให้ข้า!”

            ดูท่าแล้วคนที่ว่างคงจะเป็นองค์ชายเสียมากกว่า ที่ตอนนี้ให้ไปสืบบรรพบุรุษทั้งโคตรของเขาอีกฝ่ายได้แต่นิ่งเงียบฟังคำสั่ง ทำได้เพียงคิดในใจเท่านั้น

            เหยียนหลิ่งอวี๋หันหน้ากลับไปมองด้วยความแปลกใจเมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากลั่วสุ่ยพลันเห็นในมือของเขาถือถุงยาพะรุงพะรัง พลางทำสีหน้าละม้ายกังวลใจในที

            เป็นเพราะว่าองค์ชายบอกเขาว่าให้กินยาที่หมอเทวดาจ่ายมาให้หมด โดยหนึ่งวันกินสองห่อ ห้ามลืมและต้องกินยาให้หมด... แน่นอนว่า องค์ชายไม่เคยบังคับใคร เพราะถ้าบังคับขึ้นมาจริงจะไม่ใจอ่อนเป็นอันขาด

            ดังนั้นตรงหน้าของเขาในตอนนี้มีทางให้เลือกเดินสองทางทางแรกก็คือ เขากินยาอย่างว่านอนสอนง่ายและห้ามอาเจียนออกมาระหว่างทานยาทางที่สองคือ เขาจะต้องไปอี๋หงย่วนแทนเจิ้งสุ่ย เพื่อสืบคดีทุจริตของหลิวเซิ่น

            แน่นอนว่าถ้ามีแค่สองทางให้เลือกเขาจะเลือกดื่มยาแทนที่จะไปทำงานที่อี๋หงย่วน ลั่วสุ่ยที่น่าสงสารได้แต่มองห่อยาที่ถืออยู่ในมือ คิดในใจว่าถ้ากลับไปแล้ว จะไปซื้อชะเอมเข้ามาผสมแล้วค่อยดื่ม

            เหยียนหลิ่งอวี๋เรียกเสียงดังด้วยความโกรธ “ลั่วสุ่ย”

            “อยู่ขอรับ!” เขารีบเอ่ยตอบ

            “เจ้าคิดจะทำอะไร?” เหยียนหลิ่งอวี๋ชักจะอารมณ์ไม่ดีขมวดมุ่นคิ้วและมองเขา

            “เรียนองค์ชาย กำลังคิดว่าจะไปซื้อชะเอมมาผสมยาขอรับ” ลั่วสุ่ยตอบอย่างรวดเร็วไม่ทันได้คิด

            เมื่อพูดออกมาลั่วสุ่ยก็ถึงกลับอ้าปากตาค้างในทันที...ทำไมเขากล้าพูดความในใจออกมาต่อหน้าองค์ชายกันแม้ว่าเขาจะจงรักภักดีต่อองค์ชายด้วยชีวิต แต่ปัญหาก็คือเรื่องเล็กอย่างการกินยาจะต้องรายงานองค์ชายด้วยหรือ?

            ด้วยความกังวลกลัวว่าถ้าองค์ชายรู้ความในใจของเขาจะเพิ่มยาให้อีกเท่าหนึ่งเป็นแน่ จึงมีสีหน้าทุกข์ทรมานด้วยความร้อนใจเขาควรพูดอย่างไรถึงจะดีเล่า

            ทว่าองค์ชายกลับผายมือออกคล้ายไม่ใส่ใจลั่นวาจา“เจ้ารีบไปสืบตระกูลทั้งเจ็ดชั่วโคตรของเจิ้งจี๋มาให้ข้าจำไว้ว่าห้ามตกหล่น แม้แต่คนเดียว!”

            เอาทั้งโคตรเหง้าเจ็ดชั่วโคตรเลยหรือขอรับ? ลั่วสุ่ยเกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง พลางเหลือบตามองไปยังห่อยาที่อยู่ในมือ “อย่างนั้น ยาพวกนี้!”

            “แล้วแต่เจ้าจะจัดการแล้วกัน!” องค์ชายผายมือพูดด้วยความไม่พอใจ

            แล้วแต่จะจัดการเช่นนั้นไม่กินก็ได้ใช่หรือไม่? เขาได้ฟังก็รีบยืดตัวอกผายไหล่ผึ่งขึ้น “รับรองว่าภารกิจนี้ จะต้องสำเร็จลุล่วงขอรับ”

            เขาไม่รีรอฟังที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดต่อรีบหยิบห่อยาและควบม้าออกไปอย่างรวดเร็ว ฮ่า ฮ่า! แล้วแต่เจ้าจะจัดการ? ดูทีเถอะ ถ้าห่อยาเหล่านี้ไม่ถูกโยนลงไปในบ่อเกรอะก็อย่ามาเรียกเขาว่าลั่วสุ่ย

            เจิ้งจี๋เอ้ย...ดูท่าแล้วข้าจะต้องขอบคุณเจ้าที่โผล่ออกมาพอดีถ้าไม่มีเจ้ามาเบี่ยงเบนความสนใจขององค์ชายก็กลัวว่ายาห่อใหญ่เหล่านี้จะต้องกินลงท้องในคืนนี้เป็นแน่

            ข้าติดหนี้ชีวิตเจ้าแล้วเจิ้งจี๋…ลั่วสุ่ยตัดสินใจแล้ว เพื่อที่จะตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้เขาจะต้องไปขุดบรรพบุรุษเจ็ดชั่วโคตรของเจิ้งจี๋ขึ้นมาให้หมดไม่เว้นแม้แต่คนที่เป็นลูกภรรยาเอกหรือลูกอนุภรรยา ต้องจะสืบมาให้หมดเปลือก

            อืมทำแบบนี้ก็แล้วกัน

            …...

            กว่าต้วนชิงหมิงกลับมาถึงจ้วงจื่อก็เป็นช่วงกลางวันแล้วนางนั่งพักอยู่ครู่เดียว คนดูแลสวีป๋อก็ได้พาตัวคนดูแลชวี๋เหลียงมาด้วยอีกคนพวกเขาทั้งสองนำข่าวไม่ดีมาบอกกับนาง

            เมื่อคืนนี้แม่ของเอ้อตั้นบ่าวรับใช้ในจ้วงจื่อป่วยตายด้วยโรคเวินอี้[1] นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า‘โรคเวินอี้’

            ในชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงไม่เคยได้ยินข่าวโรคเวินอี้เกิดขึ้นใกล้ๆ เมืองหลวงไม่ว่าจะตอนที่นางยังเป็นเด็ก หรือว่าตอนที่แต่งเข้าจวนไป๋แล้วก็ตามหาเคยได้ยินข่าวเช่นนี้ไม่! อีกทั้งโรคเวินอี้ปกติจะแพร่ระบาดในช่วงฤดูร้อนเพราะในช่วงนั้นจะมีแมลงเป็นพาหะนำโรค หรือไม่ก็จะเกิดหลังจากอุทกภัย แต่ไม่น่าจะเกิดได้ช่วงต้นฤดูหนาวแบบนี้!อีกอย่างที่ที่เกิดโรคเวินอี้ ก็ไม่ควรจะเป็นสถานที่ที่เงียบสงบมานาน และตัดขาดจากโลกภายนอกเหมือนจ้วงจื่อ

            ลางสังหรณ์ของเด็กสาวบอกว่า เรื่องนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว แต่จะเป็นตรงจุดไหนนั้นก็สุดที่จะรู้

            หยุดนิ่งไตร่ตรองเพียงไม่นานก็ขยับลุกขึ้นมองไปยังสวีป๋อ  “พวกเราไปบ้านเอ้อตั้นเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น”

            สวีป๋อได้ยินก็ถึงกับตกใจจนตาค้างเขารีบโบกมือให้นาง “คุณหนูใหญ่ไปไม่ได้ โรคเวินอี้นี้มันติดกันง่ายขอรับ!”

            คุณหนูใหญ่ผู้นี้ช่างไม่กลัวอะไรเลยหรือหรือว่านางไม่รู้จริงๆว่าเมื่อติดโรคเวินอี้นี้แล้วก็จะเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว?

            “แต่ว่าถ้าไม่ไปดูจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคเวินอี้จริง?”

            “เรื่องนี้จะต้องเป็นท่านหมอวินิจฉัยออกมาแล้วถึงได้ข้อสรุปแต่ตอนนี้บ้านของเอ้อตั้นถูกปิดตายไปแล้ว ถ้าตรวจสอบแล้วว่าเป็นโรคเวินอี้จริงก็จะต้องเผาพวกเขาหมดทั้งบ้าน!” เขาละล้าละลังตอบเสียงฝืดเฝื่อนด้วยสีหน้าที่ซีดขาวขึ้นไปอีก

            เด็กสาวได้ฟังแล้วสีหน้าก็ดูไม่ได้เลย “ที่เจ้าพูด หมายความว่าต้องเผาคนบ้านเอ้อตั้นทั้งเป็นใช่หรือไม่?”

            ทุกคนต่างกลัวโรคเวินอี้นี้จนขนหัวลุกเมื่อเกิดโรคเวินอี้ขึ้น จะนำคนที่ติดเชื้อและคนที่ไม่ได้ติดเชื้อมารวมกันไม่ว่าจะเป็นคน เสื้อผ้าหรือข้าวของเครื่องใช้ ก็ต้องเผาให้หมด

            “เพราะเรื่องนี้ยังไม่มีวิธีรักษา... ขอให้คุณหนูใหญ่อยู่ในจ้วงจื่อไปก่อนอย่าได้ออกไปเดินที่อื่นตามอำเภอใจ!” สวีป๋อถอนหายใจ

            ต้วนชิงหมิงคิดอยู่ประเดี๋ยวจึงพูดขึ้นว่า “เจ้าไปตามหมอมา เพื่อข้าจะได้ถามสถานการณ์อีกอย่างเรื่องบ้านของเอ้อตั้นอย่าเพิ่งพูดออกไป!”

            เรื่องนี้ในเมื่อเกิดตอนที่ต้วนชิงหมิงอยู่ที่นี่เช่นนั้นนางจะอยู่นิ่งเฉยไม่ดูดำดูดีไม่ได้ สิบกว่าชีวิตในบ้านเอ้อตั้นนางจะไม่ยอมปล่อยให้ถูกเผาทั้งเป็น!

            ในชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงเคยได้ยินว่าการเผาคนทั้งเป็น เป็นสิ่งที่โหดร้าย พวกเขาจะถูกกักตัวรวมกันไว้ในห้องเล็กๆที่ใส่ฟางไว้เต็มห้อง เมื่อจุดไฟเผาด้วยน้ำมัน เพลิงจะลุกโชนมิอาจดับลงได้ถึงตอนนั้นจะได้ยินเสียงร้องอย่างทุกข์ทรมานและเสียงตะโกนสุดชีวิตด้วยความเจ็บปวดที่โดนไฟเผาไหม้ร่างกายสิ่งที่ตามมาคือกลิ่นเหม็นไหม้ ที่กระจายไปหลายลี้!

            ยิ่งไม่ต้องพูดถึงต้วนชิงหมิงในชาติที่แล้วเพราะนางถูกต้วนอวี้หรานใช้ข้ออ้างโรคเวินอี้นี้ในการเผาแม่ลูกทั้งสามชีวิตให้ตายทั้งเป็นภาพไฟไหม้ลุกโชนและเลือดที่สาดกระจายในชาติที่แล้วกลับปรากฏขึ้นในแววตาของนางอีกครั้ง

            ความทรงจำครั้งก่อนถาโถมคล้ายเพิ่งเคยเกิดขึ้นนางได้แต่บีบมือแน่นและพูดเสียงเรียบ “สวีป๋อเจ้าไปเชิญหมอที่บอกว่าเป็นโรคเวินอี้มาหน่อย ข้าจะได้ถามรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร!”

            เขาตอบรับว่าจะไปตามหมอโจวที่วินิจฉัยมา…ทว่าหมอโจวท่านนี้เป็นหมอที่เกษียณอายุจากเมืองหลวง เพื่อกลับมาใช้ชีวิตในบั้นปลายที่จ้วงจื่อ

            ในตอนนี้เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงจึงได้ทำความเคารพ จากนั้นพูดด้วยเสียงดุดัน “คารวะคุณหนูใหญ่”

            


            …...

            [1]โรคเวินอี้เป็นโรคที่มีสร้างความเสียหายต่อร่างกายอย่างรุนแรง และเข้าสู่ร่างกายอย่างฉับพลันทางปากและจมูกโดยเชื้อจะทำลายเนื้อเยื่อช่องอกและกระเพาะอาหาร

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663