ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 112 โดนเข้าแล้ว

            เสียงนี้ทะลุทะลวงมิติออกมาแสดงให้เห็นถึงความลึกลับไร้ขอบเขต

            ในพริบตาที่ได้ยินเสียงนี้เสิ่นเสวียนรู้สึกเกร็งไปทั้งร่าง เข้าสู่สภาวะเตรียมพร้อมในทันที

            นี่คือพลังอำนาจที่เซียนเทพเท่านั้นจึงจะมีได้

            เสียงนี้ทะลวงเข้าไปถึงจิตใจมนุษย์ทำให้เกิดความหวาดกลัวขึ้นมา

            เสียงที่ดังขึ้นนี้ทำให้คนชุดดำที่ยืนอยู่เหนือโลงศพตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้บุรุษกับสตรีคู่นั้นที่สัมผัสโลงศพอยู่โดนเสียงนั้นโจมตีจนร่วงหล่นลงไปที่พื้น

            “เจ้ายังไม่ตายหรือ”

            คนชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจระคนหวาดกลัว

            หากเผชิญหน้ากับคนตายก็เป็นเรื่องหนึ่งแต่การเผชิญหน้ากับคนที่ยังมีชีวิตอยู่กลับกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

            “ข้าคิดคำนวณไว้แล้วว่าเจ้าจะต้องมาข้ารอเจ้ามาพันปีแล้ว”

            เสียงนั้นดังออกมาจากโลงศพอีกครั้งดูน่าเกรงขามอย่างที่สุด

            เสียงนี้ทำให้คนชุดดำที่ยืนอยู่ด้านบนกระเด็นลงไปที่พื้นและถอยหลังไปถึงสามก้าวก่อนจะยืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง

            ตึง!

            โลงศพสีดำที่เคยลอยอยู่กลางอากาศพลันตกลงไปบนแท่นหินอย่างรุนแรงก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ไม่ได้ลอยอยู่กลางอากาศอีกแล้ว

            ทว่าโลงศพโลงนั้นยังคงสมบูรณ์ดียังลึกลับเหมือนกับก่อนหน้านี้

            “ฮ่าๆๆเจ้าแพ้แล้ว”

            ทันใดนั้นคนชุดดำที่ร่วงหล่นลงไปที่พื้นกลับหัวเราะเสียงดัง

            “หืม? เหตุใดข้าถึงแพ้ล่ะ”

            “เจ้าไม่กล้าให้ข้าเข้าไปในสุสานของเจ้าเพราะเจ้าหวาดกลัวหรือว่าไม่ใช่”

            คนชุดดำมองโลงศพโลงนั้นพลางกล่าวถาม

            หลังจากคนชุดดำกล่าวจบภายในถ้ำก็เงียบสงบลง ไม่มีเสียงใดดังออกมาจากโลงศพอีกเหมือนกำลังคิดว่าจะตอบกลับอย่างไรดี

            “คิดอย่างนั้นก็ได้แต่ข้าไม่ได้กลัวเจ้า หรือเจ้าอยากถูกคนขุดค้นสุสานเมื่อเจ้าตายไปแล้ว”

            ผ่านไปครู่ใหญ่เสียงในโลงจึงดังออกมาอีกครั้ง

            เสิ่นเสวียนที่ยืนอยู่ไม่ไกลพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

            ตอนมีชีวิตอยู่ไร้ศัตรูก็เพียงพอแล้วเมื่อตายไปใครๆ ต่างก็กลัวโดนขุดค้นสุสานทั้งนั้น

            “นับแต่วันนั้นข้าเคยบอกไว้แล้วว่าจะทำให้เจ้าตายตาไม่หลับ ข้าจะขุดค้นสุสานและทำลายร่างของเจ้า”

            คนชุดดำก้าวเดินไปหนึ่งก้าวพลังรุนแรงปะทุออกมาจากร่าง แสดงพลังขั้นจักรพรรดิออกมาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

            “ไม่เลวเลยนี่มีความก้าวหน้าขึ้น”

            เสียงนั้นดังออกมาจากโลงศพอีกครั้งตามมาด้วยม่านพลังที่ปรากฏขึ้นเพื่อปกป้องโลงศพเอาไว้

            ตอนนี้ที่ภายนอกมีคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้หลายคนโดยเฉพาะจี๋เล่อน้อยและซูเหยียนซึ่งอยู่ในอาณาเขตวิญญาณร้ายเรียบร้อยแล้วพวกเขาไม่ได้หลับตา กำลังมุ่งหน้าเข้ามาได้ทีละน้อย เพราะไม่ใช่ว่าใครก็จะรู้ถึงวิธีการฝ่าเข้ามายังที่นี่ได้

            เริ่นเสี้ยวเทียนก็ไม่ได้หลับตาเช่นกันทว่าเขาไม่ได้เข้ามาทางนี้ผ่านสุสานใหญ่ แต่เขามีแผนที่ของราชามารตะวันตกจึงเข้ามาจากอีกทางหนึ่งด้วยความเร็วสูง

             

            ภายในถ้ำไอพลังบนร่างของคนชุดดำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ย่างก้าวของเขาพลังจะแข็งแกร่งขึ้นหนึ่งส่วน

            เขาในตอนนี้พลังไม่ได้เพิ่งทะลวงถึงขั้นจักรพรรดิแต่เพิ่มจนถึงขั้นจักรพรรดิระดับกลางแล้ว

            พลังเช่นนี้แม้แต่ราชามารทิศเหนือยังยากที่จะเอาชนะได้

            และนี่ยังเป็นการควบคุมพลังของเขาด้วยแล้วพลังที่แท้จริงของเขาจะถึงขั้นไหนแล้ว

            เปรี้ยง!

            คนชุดดำเดินไปอยู่ตรงหน้าโลงศพสีดำจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นตบลงไปบนโลงศพฝ่ามือของเขาปะทะเข้ากับม่านพลังที่ปกคลุมโลงศพก่อให้เกิดเสียงดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำ

            ห่างไปไม่ไกลบุรุษกับสตรีสองคนนั้นยืนอยู่ กำลังสังเกตแรงสั่นสะเทือนรอบๆป้องกันไม่ให้ใครเข้ามารบกวน

            เดิมทีที่นี่เป็นสถานที่ที่ลึกลับมากยากจะมีใครเข้ามาพบเจอได้ แต่เมื่อเกิดการต่อสู้ขึ้นคลื่นพลังอาจกระจายออกไปถึงด้านนอก หากคิดปิดบังคงเป็นเรื่องยาก

            แล้วก็เป็นอย่างที่คาดหลังจากเสียงดังก้องออกไปเป็นครั้งแรกมีไอพลังอย่างน้อยสามสายพุ่งเข้ามาทางนี้แล้ว

            ชี่ๆ!!!

            ฝ่ามือของคนชุดดำปะทะกับม่านพลังทำให้เกิดเสียงดังขึ้นเมื่อเห็นว่ายังไม่อาจทำลายม่านพลังป้องกันได้ เขาจึงตบฝ่ามืออีกข้างลงไปทันที

            ตูม!

            คลื่นพลังกระจายออกไปรอบๆแท่นหินที่ตั้งอยู่ใจกลางถ้ำในรัศมีหกฉื่อ ฝุ่นตลบฟุ้งไปทุกทิศทาง บุรุษกับสตรีสองคนนั้นอยู่ห่างไปราวสามจั้งแต่ยังโดนคลื่นพลังโจมตีจนต้องถอยหลังไปอีกหลายก้าว

            ส่วนม่านพลังปกคลุมโลงศพที่ดูแข็งแกร่งกลับมีรอยแตกร้าวปรากฏขึ้น

            คนชุดดำโจมตีลงไปด้วยพลังทั้งหมดเขาจะทำลายโลงศพได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

            “ข้าบอกแล้วว่าข้าจะขุดค้นสุสานและทำลายร่างของเจ้าข้าต้องทำให้ได้”

            เมื่อเห็นว่าตนเองกำลังจะทำสำเร็จแล้วในที่สุดคนชุดดำก็เผยรอยยิ้มออกมา

            “ช่างไร้เดียงสาเสียจริงยังไม่ปรากฏตัวออกมาอีกหรือ”

            ทันใดนั้นก็มีเสียงดังออกมาจากโลงศพสีดำอีกครั้งเพียงแต่เสียงนี้ไม่ได้ดังเพื่อให้คนชุดดำได้ยินแต่มันกลับลัดเลาะไปตามถ้ำและดังในหูของเสิ่นเสวียน

            “หืม?”

            เสิ่นเสวียนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเขาซ่อนตัวอยู่ยังถูกอีกฝ่ายหาเจอได้อีกหรือ แต่เพื่อป้องกันตนเองเขาจึงไม่ปรากฏตัวออกไปทันทียังคงซ่อนตัวอยู่เหมือนเดิม

            คนชุดดำได้ยินเสียงจึงกวาดตามองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง กลัวว่าอีกฝ่ายยังมีกับดักบางอย่างรอให้ตนเข้าไปติดกับอยู่อีก

            “ไปหาตัวเขาให้เจอ”

            คนชุดดำออกคำสั่งกับบุรุษและสตรีคู่นั้นที่ยืนอยู่ด้านหลังทันที

            หลังจากสองคนนั้นได้ยินคำสั่งก็กระโจนออกไปตามหาโดยรอบในทันทีทว่าเส้นทางภายในถ้ำมีอยู่หลายทาง อยากตามหาต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง

            เสิ่นเสวียนซ่อนตัวอยู่ที่เดิมอยากลองทักทายคนของคนชุดดำสักหน่อย อีกฝ่ายตั้งใจผลักเขาออกมาเช่นนี้แสดงว่าอยากให้เขาเข้าขัดขวางคนชุดดำอย่างแน่นอน

            ทว่าทั้งสองฝ่ายมีพลังต่างกันมากเกินไปหากเขาเปิดเผยตัวออกไปก็ไม่ต่างกับออกไปตาย

            “เจ้าซ่อนใครไว้”

            คนชุดดำพยายามทำลายโลงศพสีดำด้วยพลังทั้งหมดพลางกล่าวกับโลงศพอย่างหวาดระแวงเขาต้องระวังตัวไว้ก่อน ตอนนี้เขากำลังโจมตีออกไปด้วยพลังทั้งหมดหากมีใครลอบโจมตีเขาต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน

            “จะว่าใช่ก็ได้ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง ออกไปจากที่นี่แล้วข้าจะทำเป็นว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

            “เฮอะแน่จริงก็ทำเลย”

            คนชุดดำไม่ได้ยั้งมือในทางกลับกันยิ่งส่งพลังออกไปมากขึ้นกว่าเดิม พยายามทำลายม่านพลังด้วยพลังทั้งหมด

            ตูม!!!

            ทันใดนั้นเสียงระเบิดพลันดังขึ้นม่านพลังปกคลุมโลงศพสีดำแตกออกในพริบตาเพราะพลังรุนแรงที่กดทับลงไปแรงสั่นสะเทือนมหาศาลแผ่กระจายออกไป ทำให้คนชุดดำถอยหลังไปเกือบสองจั้ง

            “เฮอะเจ้ามีพลังแค่นี้เองหรือ”

            คนชุดดำหายใจหอบอย่างรุนแรงเขามองโลงศพที่ไร้พลังป้องกันเบื้องหน้าพลางยิ้มอย่างร่าเริงเขาจมอยู่กับความคิดนี้มานานมากแล้ว หากเขาทำลายมันลงได้เส้นทางการฝึกฝนของเขาจะก้าวหน้าไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

            หลังจากม่านพลังป้องกันถูกทำลายไปแล้วโลงศพสีดำก็ไม่มีอะไรป้องกันอีก มันวางนิ่งๆ อยู่บนแท่นหิน ไม่เคลื่อนไหวอีกเลย

            ขณะนี้เสิ่นเสวียนค่อยๆเคลื่อนที่เข้าใกล้อย่างช้าๆ มองสถานการณ์ภายในด้วยความสงบนิ่งสองคนนั้นยังคงตามหาร่องรอยไปทั่ว ยังไม่กลับมาที่นี่ในตอนนี้

            คนชุดดำก้าวเดินเข้าไปหาโลงศพสีดำเรื่อยๆแล้ว

            โลงศพสีดำยังคงนิ่งอยู่เหมือนเดิม

            ขณะที่คนชุดดำเข้าไปถึงโลงศพและเตรียมจะเปิดโลงพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้น

            “ดูด้านหลัง”

            ขณะเดียวกับที่เสียงนั้นดังขึ้นคนชุดดำหันไปมองด้านหลังในพริบตา แล้วเขาก็เห็นเสิ่นเสวียนกำลังซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลเขาโผล่หัวออกมากำลังมองทุกอย่างที่เกิดขึ้น

            “เอ๋? หากข้าบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดท่านจะเชื่อไหม”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับอีกฝ่ายพลางยิ้มแห้งๆคิดไม่ถึงว่าคนผู้นั้นจะทำเช่นนี้

            “รนหาที่ตาย!”

            ความปรารถนาของคนชุดดำกำลังเป็นจริงขึ้นมาแล้วแต่กลับมาเจอเสิ่นเสวียนเขาจึงละทิ้งโลงศพสีดำไปทันทีแล้วหันมากระโจนใส่เสิ่นเสวียน

            แม้โลงศพสีดำจะไร้พลังป้องกันแต่เขาก็รู้ดีว่าต้องใช้พลังอีกมากในการเปิดฝาโลง แต่เสิ่นเสวียนกลับต่างออกไปหลังจากคาดคะเนดูแล้วอีกฝ่ายมีพลังขั้นบรรพบุรุษเท่านั้นเอง

            แม้พลังจะไม่ธรรมดาอย่างมากก็ถึงขั้นราชัน ซึ่งเทียบกับเขาไม่ได้เลย

            พลังขั้นจักรพรรดิน่ากลัวมากคนชุดดำกำลังกระโจนเข้ามาแล้ว เสิ่นเสวียนกระโจนขึ้นไปด้านบนอย่างไม่ต้องคิดเพื่อหลบหลีกพลังโจมตีของอีกฝ่าย

            ทว่าหลังจากอีกฝ่ายกระโจนออกไปกลางอากาศแล้วกลับพุ่งตามขึ้นไปด้านบนได้อีก

            เสิ่นเสวียนโดนไล่ต้อนจนมุมอยู่ภายในถ้ำขณะเดียวกันบุรุษกับสตรีสองคนนั้นวิ่งกลับมาแล้วเห็นว่าคนชุดดำกำลังไล่ล่าเสิ่นเสวียนอยู่ ทั้งสองคนจึงไม่ทำอะไรอีก

            “ไม่เข้าใจภาษาคนหรือไรข้าบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด”

            เสิ่นเสวียนวิ่งไปพลางอธิบายไปพลางคนอื่นกลัวอีกฝ่ายแต่เขาไม่กลัว เขาแค่สู้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงลงมือนานแล้ว

            “จัดการเขา”

            คนชุดดำออกคำสั่งกับบุรุษและสตรีสองคนนั้นขณะที่กำลังไล่ตามเสิ่นเสวียนอยู่