“ ทำไมมันอึดอัดแบบนี้นะ ชุดราคาหลักร้อยยังใส่สบายกว่าอีก ”
เฉินห่าวลองเหยียดแขนไปด้านหน้าหวังว่าผ้าจะคลายตัว เขากลับรู้สึกอึดอัดเช่นเดิม
ชุดที่เขาสวมใส่ในวันนี้คือชุดสูทสีครีมสั่งตัดพิเศษเมื่อสองวันก่อน โดยใช้เงินไปทั้งสิ้น 1,000,000 เหรียญ เขาแทบจะต่อยเจ้าของร้านเพราะคิดว่าโกงราคา แต่เมื่อเห็นป้ายหน้าร้านเขาจึงรู้ว่าตนเองเข้าผิดร้าน
ร้านสูทภายในห้างมี 2 ร้านติดกัน ทางฝั่งซ้ายมือเป็นสูทสำเร็จรูป ส่วนฝั่งขวาเป็นสูทสั่งตัดพิเศษ ราคาของทั้งสองก็นับว่าแตกต่างเช่นกัน แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะต่างมากขนาดนี้ สูทสำเร็จรูปเพียงหลักพันสูทตัดกลับมีราคาหลักล้าน จะเดินหนีก็ไม่ได้เพราะถ้าหากมีคนตามสืบพบว่าเขาเป็นเจ้าของโรงแรมอาจจะทำให้ฮันเตอร์แบนโรงแรมของเขาอีก
“ คุณชายถึงที่หมายแล้วครับ ”
เฉินห่าวลงจากรถก่อนจะมองสองข้างทาง ถนนที่นี่กว้างมากราวกับว่ามันเป็นถนนที่สร้างขึ้นมาพิเศษ เมื่อมองไปด้านหน้าเขาพบว่ามีกำแพงสูงใหญ่ตั้งตระหง่าน บนยอดของมันมีคริสตัลส่องแสงระยิบระยับคอยให้แสงสว่างในยามมืดมิด ห่างออกไปอีกนิดเขาพบว่ามีรถหรูหลายร้อยคันวิ่งเข้าไปในตัวบ้าน
สถานที่ที่เขาเดินทางมาในคืนนี้คือสถานที่จัดงานวันเกิดที่ลุงจูงสุนัขเชิญมา เฉินห่าวไม่ได้พาเป่าเป้ยมาด้วยก็เพราะว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงคนสูบบุหรี่ได้ โดยเฉพาะคนรวย
การห้ามคนรวยไม่ให้สูบบุหรี่เหมือนเข้าไปห้ามหมาบ้า พวกเขาพร้อมจะมีเรื่องทุกเมื่อเขาจึงแอบออกมาหลังจากรอให้เป่าเป้ยหลับ แม้จะมาสายจนงานเลี้ยงเริ่มไปได้ 2 ชั่วโมงแล้วก็ตาม อย่างไรเขาก็ยังทำตามที่รับปากกับเจ้าของงานเอาไว้
“ โอโห หรูหราไม่น้อยเลย หมดไปกี่ร้อยล้านเนี่ย ”
ห่างออกไปราว 200 เมตรมีคฤหาสน์หลังใหญ่โตโออ่าตั้งตระหง่าน เหนือทางเดินไปจนถึงตัวคฤหาสน์มีซุ้มดอกไม้ครอบทับทำให้งานวันเกิดในคืนนี้อลังการขึ้นไปอีกหลายร้อยขั้น
ฝั่งทางขวาของซุ้มดอกไม้มีรถจำนวนมากจอดเรียงกัน แต่ละคันเป็นซุปเปอร์คาร์หลักร้อยล้าน
เฉินห่าวยืนมองซักพักจนรู้ว่าผู้คนภายในงานไปทักทายเจ้าของงานที่ไหน เขาจึงเดินตามคนที่มาสายเช่นเดียวกับตนเองเข้าพบเจ้าของงาน
ในระหว่างเดินเขาไม่ลืมตรวจสอบผู้คนสองข้างทางว่ามีใครบ้างมาจากตระกูลเจียงและตระกูลหานหรือเปล่า แม้เขาจะมาในนามของเฉินห่าว ผมเผ้าของเขากลับตัดแต่งมาอย่างดี เสื้อผ้าที่สวมใส่เรียบร้อยกว่าทุกทีจนสลัดลุคเถ้าแก่หลงเฉียงฟิตเนสไปกลายเป็นเจ้าพ่อธุรกิจหนุ่มคนหนึ่ง
เสียงผู้คนทักทายกันดังขึ้นเรื่อยๆ หลังจากผู้คนทักทายเจ้าของงานแล้วต่างก็ถอยห่างออกมาทักทายกันตามประสาคนรู้จัก
เฉินห่าวจึงเดินไปต่อแถวที่มีคนยืนรออยู่ราว 5 - 6 แล้วกวาดตามองรอบๆสักพัก ก่อนที่เขาจะเห็นคนสวมสูทสีแดงเลือดติดเข็มกลัดตระกูลหาน 1 คน
ใบหน้าของชายคนนี้เขาไม่คุ้นเคยเพราะมันไม่ได้เดินทางไปยังเขต X เขามั่นใจว่ามันไม่เคยเดินทางไปเขต X ก็เพราะว่าเนตรเซียนหมื่นวิถีไม่มีทางลืมคนที่เคยมอง
ถึงอย่างนั้นเขาพยายามหลีกเลี่ยงชายคนนี้เช่นเดิมเพราะอยากจะใช้เวลา 1 เดือนนี้กระจายชื่อเสียงของตนเองแบบเงียบๆ
“ ฉันต้องพูดยังไงนะ ”
เฉินห่าวจับไปยังลูกกระเดือกแล้วกระแอมไอเบาๆสองสามที วันนี้เป็นวันเกิดของหลานสาวชายแก่ที่เขาช่วยเหลือ เขาไม่รู้ว่าตนเองจะต้องพูดเช่นไรกับเจ้าของงาน ทันใดนั้นแถวก็หดหายเหลือเพียงแค่เขาที่ต้องทักทาย
“ เออ..”
เฉินห่าวมองเด็กสาวด้านหน้าตนเอง เธอมีผมสีดำยาวประบ่าหน้าตาน่ารักให้ความรู้สึกเป็นกันเอง แม้จะพึ่งเคยพบหน้ากันเขากลับรู้สึกสบายใจไม่ได้กดดันเลยสักนิด
“ สวัสดีค่ะพี่ชาย ”
“ สวัสดีหนูน้อย พอดีคุณปู่ของเธอชวนฉันมางานวันเกิดเธอน่ะ ฉันไม่รู้ว่าเธออายุอยู่ในช่วงไหนก็เลยไม่รู้จะเตรียมอะไรให้ หวังว่าเธอจะชอบมันนะ ”
“ ขอบคุณค่ะ ”
เด็กสาวรับกล่องของขวัญห่อด้วยกระดาษสีแดงผูกริบบิ้นสีทองดูราคาแพงมาไว้แล้วให้พ่อบ้านนำไปวางรวมกันกับของขวัญคนอื่นๆ
ทันทีที่เฉินห่าวส่งมอบของขวัญเสร็จพ่อบ้านคนหนึ่งได้เข้ามายืนด้านข้างของเขาพร้อมด้วยรอยยิ้มอันนอบน้อม
“ คุณชายเฉินห่าว คุณท่านของเราอยากจะเจอตัวของคุณ ”
“ คุณท่านเหรอ ได้สิ ”
เฉินห่าวกระชับเสื้อเล็กน้อยแล้วเดินตามพ่อบ้านไปติดๆ สถานที่นัดพบไม่ได้อยู่ด้านหน้าคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายและไม่ได้อยู่ภายในคฤหาสน์
พ่อบ้านพาเขาเดินอ้อมมาด้านข้างพบเข้ากับหนองน้ำขนาดใหญ่มีดอกไม้สีขาวปลูกล้อมเอาไว้จนราวกับว่าที่นี่มีหิมะร่วงตกลงมา
ข้างหนองน้ำมีศาลาขนาดใหญ่ จากการมองดูรอยต่อเฉินห่าวไม่พบเขาจึงรู้ว่ามันเป็นศาลาที่ถูกแกะสลักมาจากหินเพียงก้อนเดียว
ภายในศาลามีชายชราอยู่ 5 คน แต่ละคนกำลังคุยด้วยท่าทางสนุกสนานราวกับงานเลี้ยงรุ่น หลังจากเดินมาใกล้ศาลาพ่อบ้านคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้าได้เข้าไปกระซิบหนึ่งในชายที่กำลังหัวเราะด้วยท่าทางสนุกจนทำให้เสียงค่อยๆเงียบลง
แต่ละคนที่รู้ว่าแขกเดินทางมาถึงแล้วจึงจับไปยังเสื้อผ้าของตนเองเพื่อให้เข้าที่เข้าทาง
“ คุณชายเฉินเชิญเข้าไปด้านในก่อนนะครับ ”
พ่อบ้านนำทางเข้าไปในศาลา เฉินห่าวจึงยกมือไหว้เหล่าชายแก่ ในใจหนึ่งเขารู้สึกแปลกไม่น้อยเพราะกำลังไหว้เหล่าคนที่อายุน้อยกว่าตนเองเพราะเมื่อก่อนเขาอายุร้อยปี เหล่าชายชราตรงหน้าล้วนแล้วมีอายุราว 60 - 70 ปีไม่นับว่าแก่เทียบเท่ากับเขา
“ สวัสดีคุณชายเฉิน ในที่สุดคุณก็มาเรากำลังรอคุณอยู่เลย ”
“ รอแค่ผมคนเดียวเหรอครับ ”
“ ใช่แล้วล่ะ ขอแนะนำตัวก่อนก็แล้วกัน ฉันหวังรุ่ยและคนพวกนี้คือเพื่อนของฉันเอง ”
เฉินห่าวยกมือสวัสดีชายแก่ผมขาวหวังรุ่ยอีกครั้งแล้วยกมือสวัสดีเพื่อนของหวังรุ่ยที่มีอายุแตกต่างกัน เขาจึงรู้ว่าคนเหล่านี้คงคบกันเพราะสถานะทางสังคม แม้จะไม่ได้เกิดปีเดียวกันพวกเขากลับเป็นรุ่นที่อยู่ใกล้เคียงกันจึงคบกันได้
“ เฉินห่าว ไอ้เฒ่าหวังรุ่ยโม้ทั้งวันบอกว่าเขาหายดีเพราะนาย เป็นเรื่องจริงเหรอที่นายทำลายสิ่งอุดตันในร่างให้กับเขา ”
ชายร่างอ้วนถามขึ้นมาในทันที แต่ละคนทำสีหน้าคาดหวังอยากให้เฉินห่าวยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง
“ ผมแค่ใช้ความรู้ที่มีอยู่สลายพวกมันไปเล็กๆน้อยๆเท่านั้นครับ ไม่รู้ว่ามันจะกลับมาอีกหรือเปล่า ”
“ เห็นไหมฉันบอกแล้วไม่มีใครเชื่อฉัน ” หวังรุ่ยตบบ่าเฉินห่าวด้วยท่าทางพอใจ แม้จะไม่เคยเจอกันบ่อยครั้งเขากลับรู้สึกว่าตนเองจะสนิทกับเฉินห่าวได้เร็ว
“ นี่นี่เฉินห่าว ฉันจะบอกอะไรให้ฟังนะ ตอนที่ฉันฟื้นขึ้นมาไอ้อ้วนนี่ไม่เชื่อฉันเลย มันบอกว่าฉันโม้บ้างแหละ บ้างก็บอกว่าฉันได้ไอเทมบางอย่างที่หายากมากๆมา…นี่เป็นไง คนช่วยเหลือมายืนยันเองพวกแกจะเชื่อหรือยัง ”
“ ยังยัง ฉันเป็นคนที่เชื่อคนอื่นยากมากๆ….เฉินห่าว นายบอกเราได้ไหมว่าช่วยหวังรุ่ยยังไง ”
ชายแก่อีกคนสวมใส่วิกผมปลอมอยากเห็นวิธีช่วยเหลือของเฉินห่าว เขาจึงชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้วแล้วเรียกใช้จิตแห่งดาบจนทำให้เกิดดาบเล่มเล็กไม่ต่างจากเข็มบริเวณปลายนิ้วชี้
เหล่าชายแก่มองไม่เห็นสิ่งที่เฉินห่าวทำจึงค่อยๆขยับเข้ามาใกล้จนเห็นสิ่งที่อยู่ปลายนิ้ว พวกเขาจึงขอให้เฉินห่าวใช้งานมันเพราะไม่รู้ว่าเข็มเล็กๆนี่คืออะไร
เฉินห่าวจึงมองไปยังแก้วน้ำใบหนึ่งที่ยังคงว่างอยู่ เขาจึงหยิบน้ำแข็งจากถาดด้านข้างมาวางเอาไว้บนโต๊ะแล้วใช้แก้วคว่ำลงไปที่มัน
ทุกคนมองดูด้วยสายตาสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับน้ำแข็งที่อยู่ในแก้ว หลังจากที่เฉินห่าวเห็นว่าทุกคนให้ความสนใจกับน้ำแข็งเขาจึงแทงนิ้วทะลวงเข้าไปในแก้วแทงไปยังน้ำแข็งที่วางอยู่ด้านใน
เพียงพริบตาที่ปลายเข็มสัมผัสเข้ากับน้ำแข็งมันก็ถูกสลายกลายเป็นไอในทันที
หลังจากดึงเข็มออกมาจากแก้วทุกคนต่างก็ตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อพบว่าบริเวณเนื้อแก้วที่เฉินห่าวแทงนิ้วเข้าไปไม่มีรูเลย
“ เฮ่ยๆ ใครพกแว่นขยายเอามาหน่อย ฉันตาไม่ดี ”
ชายแก่ทั้ง 5 พยายามเดินวนรอบโต๊ะเพื่อส่องดูแก้ว เฉินห่าวเห็นท่าทางของชายแก่ทั้ง 5 ทำเพียงยิ้มดูท่าเขาจะมีมิตรที่ดีเพิ่มขึ้นมา 5 คน
“ ไม่มี ไม่มีเลยนายทำได้ยังไง ” ชายร่างอ้วนแสดงท่าทางสงสัย
“ มันเป็นเทคนิคการใช้ดาบที่ผมคิดค้นขึ้นมาเองครับ แต่ตอนที่ใช้กับคุณลุงหวังรุ่ยผมใช้อีกแบบเพราะต้องระบายเลือดออกมาด้วยก็เลยต้องเจาะแบบทิ้งรูเล็กๆเหมือนเข็มเอาไว้ที่ตัว ”
“ เดี๋ยวนะ นายจะบอกว่าทำลายน้ำแข็งที่อยู่ข้างในโดยที่ไม่ทำลายแก้วเหรอ ” ชายสวมวิกตกใจเมื่อรู้ว่าเฉินห่าวทำอะไรลงไป
“ ใช่แล้วครับ ”
“ บ้าน่า อย่างกับสกิลของพวกเทเลพอร์ตเตอร์ ”
“ ไม่น่าใช่ ฉันเห็นนักศึกษามีสกิลเทเลพอร์ตหลายคน แต่ไม่มีใครใช้สกิลที่คล้ายกับเมื่อครู่ได้เลย เฉินห่าว ฉันขอถามได้ไหมว่านายทำมันได้ยังไง ” หวังรุ่ยสอบถามด้วยท่าทางอยากรู้อยากเห็น
“ หากเข้าใจในการใช้ดาบจนถึงจุดสูงสุดจะใช้มันได้เองครับ ”
“ จุดสูงสุดของดาบเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นใช้งานได้กัน ”
ชายร่างกายกำยำควบแน่นมานาไปที่ปลายนิ้วจนทำให้เกิดดาบเล็กๆเหมือนของเฉินห่าว ดาบเล็กๆกลับมีความแตกต่างจากเฉินห่าวราวกับว่าต้นกำเนิดของมันมาจากสิ่งที่ต่างกัน
“ แสดงว่ายังเข้าใจไม่ดีพอ ”
ฮ่าๆๆ
หวังรุ่ยหัวเราะเสียงดังเมื่อรู้ว่ามีคนหนุ่มพูดกับคนที่ถูกเรียกว่าเทพดาบว่าเขายังแข็งแกร่งไม่พอ ทันใดนั้นเพื่อนร่วมโต๊ะก็หัวเราะเสียงดังไม่คิดว่าจะได้ยินเรื่องตลกแบบนี้มาก่อน
“ พอเลยๆ เมื่อกี้นายบอกว่าฉันยังเข้าใจไม่ดีพอสินะ งั้นช่วยใช้ดาบของนายให้ฉันดูหน่อยสิ ”
“ ใช่ๆ ฉันอยากรู้ว่าคนที่เข้าใจดาบได้เหนือกว่าเทพดาบจะแสดงดาบออกมายังไง ”
เฉินห่าวทำเพียงยิ้มแล้วค่อยๆเดินออกจากศาลา เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้เดินไปที่สนามหญ้ากลับเดินลงไปในหนองน้ำแทน
เหล่าคนที่อยู่ภายในศาลาต่างก็สงสัยว่าเฉินห่าวกำลังทำสิ่งใด หลังจากที่เขาก้าวเท้าแรกลงไปที่ผิวน้ำร่างกายกลับไม่จมลงไป เมื่อก้าวที่สองออกไปได้เฉินห่าวก็เดินไปหยุดอยู่ที่กลางบึง
เหล่าคนแก่ทั้ง 5 หันมองหน้ากันแล้วมองไปยังเฉินห่าวด้วยท่าทางจริงจัง ความขี้เล่นก่อนหน้านั้นหายไปทั้งหมดเพราะคนที่สามารถเดินเหยียบบนผิวน้ำได้มีน้อยมาก จำเป็นต้องพึ่งพาสกิลจากมอนสเตอร์ เพียงแต่ว่าเฉินห่าวไม่ได้ใช้สกิลแต่อย่างใด สิ่งที่เขาใช้คือทักษะ
แม้จะไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ด้วยเลเวลเพียงเท่านี้ การเดินบนผิวน้ำสำหรับเขาไม่นับว่าเป็นเรื่องยากเลย
หลังจากปลดคอเสื้อออกเฉินห่าวเริ่มค่อยๆเรียกจิตแห่งดาบมาถือในมือขวา เขาจะต้องทำให้ชายทั้ง 5 เห็นว่าเขาน่าคบหามากแค่ไหน
เมื่อเตรียมอาวุธได้แล้วเขาก็เริ่มร่ายรำดาบด้วยวรยุทธ์ดาบฟันสะบั้นหมื่นวิถีเซียนที่สังหารเซียนมามากมายจนทำให้เกิดแสงสีทองส่องสว่างทุกครั้งที่ดาบฟาดฟันออกไป ทุกครั้งที่ดาบสั่นไหวหมู่มวลดอกไม้ที่อยู่รอบๆล้วนแล้วโน้มเอียงราวกับว่ามีพายุลูกใหญ่พัดผ่าน
หลังจากร่ายรำจบกระบวนท่าเฉินห่าวจึงเดินกลับเข้ามาในศาลาก่อนที่เขาจะเห็นชายแก่ทั้ง 5 เบิกตาค้างไปแล้ว
ถึงแม้พลังโจมตีของเขาจะยังน้อยเทียบกับผู้ที่เรียกตนเองว่าเทพดาบไม่ได้ แต่วรยุทธ์ที่เขาใช้ออกไปเมื่อครู่ ต่อให้จะเป็นเทพดาบที่ลดเลเวลให้เท่ากับเขาก็ไม่สามารถเอาชนะได้แน่นอน
ทันใดนั้นภายในศาลาก็เริ่มเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยอีกครั้ง แต่ละคนตื่นเต้นเป็นอย่างมากพยายามสอบถามเกี่ยวกับทักษะที่เฉินห่าวใช้งาน
เมื่อเขารู้ว่าตัวเองมีแรงจูงใจที่จะทำให้ชายแก่คุยด้วยได้แล้วนั้นจึงเปิดโอกาสตีสนิทในทันที