[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    123 งานวันเกิด

    “ ทำไมมันอึดอัดแบบนี้นะ ชุดราคาหลักร้อยยังใส่สบายกว่าอีก ”


    เฉินห่าวลองเหยียดแขนไปด้านหน้าหวังว่าผ้าจะคลายตัว เขากลับรู้สึกอึดอัดเช่นเดิม


    ชุดที่เขาสวมใส่ในวันนี้คือชุดสูทสีครีมสั่งตัดพิเศษเมื่อสองวันก่อน โดยใช้เงินไปทั้งสิ้น 1,000,000 เหรียญ เขาแทบจะต่อยเจ้าของร้านเพราะคิดว่าโกงราคา แต่เมื่อเห็นป้ายหน้าร้านเขาจึงรู้ว่าตนเองเข้าผิดร้าน


    ร้านสูทภายในห้างมี 2 ร้านติดกัน ทางฝั่งซ้ายมือเป็นสูทสำเร็จรูป ส่วนฝั่งขวาเป็นสูทสั่งตัดพิเศษ ราคาของทั้งสองก็นับว่าแตกต่างเช่นกัน แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะต่างมากขนาดนี้ สูทสำเร็จรูปเพียงหลักพันสูทตัดกลับมีราคาหลักล้าน จะเดินหนีก็ไม่ได้เพราะถ้าหากมีคนตามสืบพบว่าเขาเป็นเจ้าของโรงแรมอาจจะทำให้ฮันเตอร์แบนโรงแรมของเขาอีก


    “ คุณชายถึงที่หมายแล้วครับ ”


    เฉินห่าวลงจากรถก่อนจะมองสองข้างทาง ถนนที่นี่กว้างมากราวกับว่ามันเป็นถนนที่สร้างขึ้นมาพิเศษ เมื่อมองไปด้านหน้าเขาพบว่ามีกำแพงสูงใหญ่ตั้งตระหง่าน บนยอดของมันมีคริสตัลส่องแสงระยิบระยับคอยให้แสงสว่างในยามมืดมิด ห่างออกไปอีกนิดเขาพบว่ามีรถหรูหลายร้อยคันวิ่งเข้าไปในตัวบ้าน


    สถานที่ที่เขาเดินทางมาในคืนนี้คือสถานที่จัดงานวันเกิดที่ลุงจูงสุนัขเชิญมา เฉินห่าวไม่ได้พาเป่าเป้ยมาด้วยก็เพราะว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงคนสูบบุหรี่ได้ โดยเฉพาะคนรวย


    การห้ามคนรวยไม่ให้สูบบุหรี่เหมือนเข้าไปห้ามหมาบ้า พวกเขาพร้อมจะมีเรื่องทุกเมื่อเขาจึงแอบออกมาหลังจากรอให้เป่าเป้ยหลับ แม้จะมาสายจนงานเลี้ยงเริ่มไปได้ 2 ชั่วโมงแล้วก็ตาม อย่างไรเขาก็ยังทำตามที่รับปากกับเจ้าของงานเอาไว้


    “ โอโห หรูหราไม่น้อยเลย หมดไปกี่ร้อยล้านเนี่ย ”


    ห่างออกไปราว 200 เมตรมีคฤหาสน์หลังใหญ่โตโออ่าตั้งตระหง่าน เหนือทางเดินไปจนถึงตัวคฤหาสน์มีซุ้มดอกไม้ครอบทับทำให้งานวันเกิดในคืนนี้อลังการขึ้นไปอีกหลายร้อยขั้น


    ฝั่งทางขวาของซุ้มดอกไม้มีรถจำนวนมากจอดเรียงกัน แต่ละคันเป็นซุปเปอร์คาร์หลักร้อยล้าน


    เฉินห่าวยืนมองซักพักจนรู้ว่าผู้คนภายในงานไปทักทายเจ้าของงานที่ไหน เขาจึงเดินตามคนที่มาสายเช่นเดียวกับตนเองเข้าพบเจ้าของงาน


    ในระหว่างเดินเขาไม่ลืมตรวจสอบผู้คนสองข้างทางว่ามีใครบ้างมาจากตระกูลเจียงและตระกูลหานหรือเปล่า  แม้เขาจะมาในนามของเฉินห่าว ผมเผ้าของเขากลับตัดแต่งมาอย่างดี เสื้อผ้าที่สวมใส่เรียบร้อยกว่าทุกทีจนสลัดลุคเถ้าแก่หลงเฉียงฟิตเนสไปกลายเป็นเจ้าพ่อธุรกิจหนุ่มคนหนึ่ง


    เสียงผู้คนทักทายกันดังขึ้นเรื่อยๆ หลังจากผู้คนทักทายเจ้าของงานแล้วต่างก็ถอยห่างออกมาทักทายกันตามประสาคนรู้จัก


    เฉินห่าวจึงเดินไปต่อแถวที่มีคนยืนรออยู่ราว 5 - 6 แล้วกวาดตามองรอบๆสักพัก ก่อนที่เขาจะเห็นคนสวมสูทสีแดงเลือดติดเข็มกลัดตระกูลหาน 1 คน 


    ใบหน้าของชายคนนี้เขาไม่คุ้นเคยเพราะมันไม่ได้เดินทางไปยังเขต X เขามั่นใจว่ามันไม่เคยเดินทางไปเขต X ก็เพราะว่าเนตรเซียนหมื่นวิถีไม่มีทางลืมคนที่เคยมอง 


    ถึงอย่างนั้นเขาพยายามหลีกเลี่ยงชายคนนี้เช่นเดิมเพราะอยากจะใช้เวลา 1 เดือนนี้กระจายชื่อเสียงของตนเองแบบเงียบๆ


    “ ฉันต้องพูดยังไงนะ ”


    เฉินห่าวจับไปยังลูกกระเดือกแล้วกระแอมไอเบาๆสองสามที  วันนี้เป็นวันเกิดของหลานสาวชายแก่ที่เขาช่วยเหลือ เขาไม่รู้ว่าตนเองจะต้องพูดเช่นไรกับเจ้าของงาน ทันใดนั้นแถวก็หดหายเหลือเพียงแค่เขาที่ต้องทักทาย


    “ เออ..”


    เฉินห่าวมองเด็กสาวด้านหน้าตนเอง เธอมีผมสีดำยาวประบ่าหน้าตาน่ารักให้ความรู้สึกเป็นกันเอง แม้จะพึ่งเคยพบหน้ากันเขากลับรู้สึกสบายใจไม่ได้กดดันเลยสักนิด


    “ สวัสดีค่ะพี่ชาย ”


    “ สวัสดีหนูน้อย พอดีคุณปู่ของเธอชวนฉันมางานวันเกิดเธอน่ะ ฉันไม่รู้ว่าเธออายุอยู่ในช่วงไหนก็เลยไม่รู้จะเตรียมอะไรให้ หวังว่าเธอจะชอบมันนะ ”


    “ ขอบคุณค่ะ ”


    เด็กสาวรับกล่องของขวัญห่อด้วยกระดาษสีแดงผูกริบบิ้นสีทองดูราคาแพงมาไว้แล้วให้พ่อบ้านนำไปวางรวมกันกับของขวัญคนอื่นๆ


    ทันทีที่เฉินห่าวส่งมอบของขวัญเสร็จพ่อบ้านคนหนึ่งได้เข้ามายืนด้านข้างของเขาพร้อมด้วยรอยยิ้มอันนอบน้อม


    “ คุณชายเฉินห่าว คุณท่านของเราอยากจะเจอตัวของคุณ ”


    “ คุณท่านเหรอ ได้สิ ”


    เฉินห่าวกระชับเสื้อเล็กน้อยแล้วเดินตามพ่อบ้านไปติดๆ สถานที่นัดพบไม่ได้อยู่ด้านหน้าคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายและไม่ได้อยู่ภายในคฤหาสน์


    พ่อบ้านพาเขาเดินอ้อมมาด้านข้างพบเข้ากับหนองน้ำขนาดใหญ่มีดอกไม้สีขาวปลูกล้อมเอาไว้จนราวกับว่าที่นี่มีหิมะร่วงตกลงมา


    ข้างหนองน้ำมีศาลาขนาดใหญ่ จากการมองดูรอยต่อเฉินห่าวไม่พบเขาจึงรู้ว่ามันเป็นศาลาที่ถูกแกะสลักมาจากหินเพียงก้อนเดียว


    ภายในศาลามีชายชราอยู่ 5 คน แต่ละคนกำลังคุยด้วยท่าทางสนุกสนานราวกับงานเลี้ยงรุ่น  หลังจากเดินมาใกล้ศาลาพ่อบ้านคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้าได้เข้าไปกระซิบหนึ่งในชายที่กำลังหัวเราะด้วยท่าทางสนุกจนทำให้เสียงค่อยๆเงียบลง


    แต่ละคนที่รู้ว่าแขกเดินทางมาถึงแล้วจึงจับไปยังเสื้อผ้าของตนเองเพื่อให้เข้าที่เข้าทาง


    “ คุณชายเฉินเชิญเข้าไปด้านในก่อนนะครับ ”


    พ่อบ้านนำทางเข้าไปในศาลา เฉินห่าวจึงยกมือไหว้เหล่าชายแก่ ในใจหนึ่งเขารู้สึกแปลกไม่น้อยเพราะกำลังไหว้เหล่าคนที่อายุน้อยกว่าตนเองเพราะเมื่อก่อนเขาอายุร้อยปี เหล่าชายชราตรงหน้าล้วนแล้วมีอายุราว 60 - 70 ปีไม่นับว่าแก่เทียบเท่ากับเขา


    “ สวัสดีคุณชายเฉิน ในที่สุดคุณก็มาเรากำลังรอคุณอยู่เลย ”


    “ รอแค่ผมคนเดียวเหรอครับ ”


    “ ใช่แล้วล่ะ ขอแนะนำตัวก่อนก็แล้วกัน ฉันหวังรุ่ยและคนพวกนี้คือเพื่อนของฉันเอง ”


    เฉินห่าวยกมือสวัสดีชายแก่ผมขาวหวังรุ่ยอีกครั้งแล้วยกมือสวัสดีเพื่อนของหวังรุ่ยที่มีอายุแตกต่างกัน เขาจึงรู้ว่าคนเหล่านี้คงคบกันเพราะสถานะทางสังคม แม้จะไม่ได้เกิดปีเดียวกันพวกเขากลับเป็นรุ่นที่อยู่ใกล้เคียงกันจึงคบกันได้


    “ เฉินห่าว ไอ้เฒ่าหวังรุ่ยโม้ทั้งวันบอกว่าเขาหายดีเพราะนาย เป็นเรื่องจริงเหรอที่นายทำลายสิ่งอุดตันในร่างให้กับเขา ”


    ชายร่างอ้วนถามขึ้นมาในทันที แต่ละคนทำสีหน้าคาดหวังอยากให้เฉินห่าวยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง


    “ ผมแค่ใช้ความรู้ที่มีอยู่สลายพวกมันไปเล็กๆน้อยๆเท่านั้นครับ ไม่รู้ว่ามันจะกลับมาอีกหรือเปล่า ”


    “ เห็นไหมฉันบอกแล้วไม่มีใครเชื่อฉัน ” หวังรุ่ยตบบ่าเฉินห่าวด้วยท่าทางพอใจ แม้จะไม่เคยเจอกันบ่อยครั้งเขากลับรู้สึกว่าตนเองจะสนิทกับเฉินห่าวได้เร็ว


    “ นี่นี่เฉินห่าว ฉันจะบอกอะไรให้ฟังนะ ตอนที่ฉันฟื้นขึ้นมาไอ้อ้วนนี่ไม่เชื่อฉันเลย มันบอกว่าฉันโม้บ้างแหละ บ้างก็บอกว่าฉันได้ไอเทมบางอย่างที่หายากมากๆมา…นี่เป็นไง คนช่วยเหลือมายืนยันเองพวกแกจะเชื่อหรือยัง ”


    “ ยังยัง ฉันเป็นคนที่เชื่อคนอื่นยากมากๆ….เฉินห่าว นายบอกเราได้ไหมว่าช่วยหวังรุ่ยยังไง ”


    ชายแก่อีกคนสวมใส่วิกผมปลอมอยากเห็นวิธีช่วยเหลือของเฉินห่าว เขาจึงชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้วแล้วเรียกใช้จิตแห่งดาบจนทำให้เกิดดาบเล่มเล็กไม่ต่างจากเข็มบริเวณปลายนิ้วชี้


    เหล่าชายแก่มองไม่เห็นสิ่งที่เฉินห่าวทำจึงค่อยๆขยับเข้ามาใกล้จนเห็นสิ่งที่อยู่ปลายนิ้ว พวกเขาจึงขอให้เฉินห่าวใช้งานมันเพราะไม่รู้ว่าเข็มเล็กๆนี่คืออะไร


    เฉินห่าวจึงมองไปยังแก้วน้ำใบหนึ่งที่ยังคงว่างอยู่ เขาจึงหยิบน้ำแข็งจากถาดด้านข้างมาวางเอาไว้บนโต๊ะแล้วใช้แก้วคว่ำลงไปที่มัน


    ทุกคนมองดูด้วยสายตาสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับน้ำแข็งที่อยู่ในแก้ว หลังจากที่เฉินห่าวเห็นว่าทุกคนให้ความสนใจกับน้ำแข็งเขาจึงแทงนิ้วทะลวงเข้าไปในแก้วแทงไปยังน้ำแข็งที่วางอยู่ด้านใน


    เพียงพริบตาที่ปลายเข็มสัมผัสเข้ากับน้ำแข็งมันก็ถูกสลายกลายเป็นไอในทันที


    หลังจากดึงเข็มออกมาจากแก้วทุกคนต่างก็ตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อพบว่าบริเวณเนื้อแก้วที่เฉินห่าวแทงนิ้วเข้าไปไม่มีรูเลย


    “ เฮ่ยๆ ใครพกแว่นขยายเอามาหน่อย ฉันตาไม่ดี ”


    ชายแก่ทั้ง 5 พยายามเดินวนรอบโต๊ะเพื่อส่องดูแก้ว เฉินห่าวเห็นท่าทางของชายแก่ทั้ง 5 ทำเพียงยิ้มดูท่าเขาจะมีมิตรที่ดีเพิ่มขึ้นมา 5 คน


    “ ไม่มี  ไม่มีเลยนายทำได้ยังไง ” ชายร่างอ้วนแสดงท่าทางสงสัย


    “ มันเป็นเทคนิคการใช้ดาบที่ผมคิดค้นขึ้นมาเองครับ แต่ตอนที่ใช้กับคุณลุงหวังรุ่ยผมใช้อีกแบบเพราะต้องระบายเลือดออกมาด้วยก็เลยต้องเจาะแบบทิ้งรูเล็กๆเหมือนเข็มเอาไว้ที่ตัว ”


    “ เดี๋ยวนะ นายจะบอกว่าทำลายน้ำแข็งที่อยู่ข้างในโดยที่ไม่ทำลายแก้วเหรอ ” ชายสวมวิกตกใจเมื่อรู้ว่าเฉินห่าวทำอะไรลงไป


    “ ใช่แล้วครับ ”


    “ บ้าน่า อย่างกับสกิลของพวกเทเลพอร์ตเตอร์ ” 


    “ ไม่น่าใช่ ฉันเห็นนักศึกษามีสกิลเทเลพอร์ตหลายคน แต่ไม่มีใครใช้สกิลที่คล้ายกับเมื่อครู่ได้เลย เฉินห่าว ฉันขอถามได้ไหมว่านายทำมันได้ยังไง ” หวังรุ่ยสอบถามด้วยท่าทางอยากรู้อยากเห็น


    “ หากเข้าใจในการใช้ดาบจนถึงจุดสูงสุดจะใช้มันได้เองครับ ”


    “ จุดสูงสุดของดาบเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นใช้งานได้กัน ”


    ชายร่างกายกำยำควบแน่นมานาไปที่ปลายนิ้วจนทำให้เกิดดาบเล็กๆเหมือนของเฉินห่าว ดาบเล็กๆกลับมีความแตกต่างจากเฉินห่าวราวกับว่าต้นกำเนิดของมันมาจากสิ่งที่ต่างกัน


    “ แสดงว่ายังเข้าใจไม่ดีพอ ”


    ฮ่าๆๆ


    หวังรุ่ยหัวเราะเสียงดังเมื่อรู้ว่ามีคนหนุ่มพูดกับคนที่ถูกเรียกว่าเทพดาบว่าเขายังแข็งแกร่งไม่พอ ทันใดนั้นเพื่อนร่วมโต๊ะก็หัวเราะเสียงดังไม่คิดว่าจะได้ยินเรื่องตลกแบบนี้มาก่อน


    “ พอเลยๆ เมื่อกี้นายบอกว่าฉันยังเข้าใจไม่ดีพอสินะ งั้นช่วยใช้ดาบของนายให้ฉันดูหน่อยสิ ”


    “ ใช่ๆ ฉันอยากรู้ว่าคนที่เข้าใจดาบได้เหนือกว่าเทพดาบจะแสดงดาบออกมายังไง ”


    เฉินห่าวทำเพียงยิ้มแล้วค่อยๆเดินออกจากศาลา เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้เดินไปที่สนามหญ้ากลับเดินลงไปในหนองน้ำแทน


    เหล่าคนที่อยู่ภายในศาลาต่างก็สงสัยว่าเฉินห่าวกำลังทำสิ่งใด หลังจากที่เขาก้าวเท้าแรกลงไปที่ผิวน้ำร่างกายกลับไม่จมลงไป เมื่อก้าวที่สองออกไปได้เฉินห่าวก็เดินไปหยุดอยู่ที่กลางบึง


    เหล่าคนแก่ทั้ง 5 หันมองหน้ากันแล้วมองไปยังเฉินห่าวด้วยท่าทางจริงจัง ความขี้เล่นก่อนหน้านั้นหายไปทั้งหมดเพราะคนที่สามารถเดินเหยียบบนผิวน้ำได้มีน้อยมาก จำเป็นต้องพึ่งพาสกิลจากมอนสเตอร์ เพียงแต่ว่าเฉินห่าวไม่ได้ใช้สกิลแต่อย่างใด สิ่งที่เขาใช้คือทักษะ


    แม้จะไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ด้วยเลเวลเพียงเท่านี้ การเดินบนผิวน้ำสำหรับเขาไม่นับว่าเป็นเรื่องยากเลย


    หลังจากปลดคอเสื้อออกเฉินห่าวเริ่มค่อยๆเรียกจิตแห่งดาบมาถือในมือขวา เขาจะต้องทำให้ชายทั้ง 5 เห็นว่าเขาน่าคบหามากแค่ไหน


    เมื่อเตรียมอาวุธได้แล้วเขาก็เริ่มร่ายรำดาบด้วยวรยุทธ์ดาบฟันสะบั้นหมื่นวิถีเซียนที่สังหารเซียนมามากมายจนทำให้เกิดแสงสีทองส่องสว่างทุกครั้งที่ดาบฟาดฟันออกไป ทุกครั้งที่ดาบสั่นไหวหมู่มวลดอกไม้ที่อยู่รอบๆล้วนแล้วโน้มเอียงราวกับว่ามีพายุลูกใหญ่พัดผ่าน


    หลังจากร่ายรำจบกระบวนท่าเฉินห่าวจึงเดินกลับเข้ามาในศาลาก่อนที่เขาจะเห็นชายแก่ทั้ง 5 เบิกตาค้างไปแล้ว


    ถึงแม้พลังโจมตีของเขาจะยังน้อยเทียบกับผู้ที่เรียกตนเองว่าเทพดาบไม่ได้ แต่วรยุทธ์ที่เขาใช้ออกไปเมื่อครู่ ต่อให้จะเป็นเทพดาบที่ลดเลเวลให้เท่ากับเขาก็ไม่สามารถเอาชนะได้แน่นอน


    ทันใดนั้นภายในศาลาก็เริ่มเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยอีกครั้ง แต่ละคนตื่นเต้นเป็นอย่างมากพยายามสอบถามเกี่ยวกับทักษะที่เฉินห่าวใช้งาน


    เมื่อเขารู้ว่าตัวเองมีแรงจูงใจที่จะทำให้ชายแก่คุยด้วยได้แล้วนั้นจึงเปิดโอกาสตีสนิทในทันที

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน