“คุณพ่อ คุณแม่คะ ความทรงจำของหนู คืนกลับมาทั้งหมดแล้วนะคะ”
ทั้งสองว่าพร้อมกันด้วยความดีใจ “จริงๆหรอลูก”
“เอ่อ คือ ดิฉัน ไม่ใช่ฟ้าลดาค่ะ ดิฉันคืออันนิภา ตำรวจที่เข้าไปช่วยฟ้าลดา ฟ้าลดาเสียชีวิตแล้วั้แ่ะเิครั้งนั้น ดิฉันเสียใจด้วยนะคะที่ช่วยลูกสาวของพวกคุณไม่ได้” อันนิภาพูดและนั่งอย่างคอตก
แม่ของฟ้าเลยว่า “นี่ลูกพูดอะไรขึ้นมาน่ะ ผีเข้าหรือเปล่าลูก อย่าอำแม่เล่นอย่างนั้นสิ”
“ที่ดิฉันพูดมาเป็ความจริงทั้งหมดค่ะ ไปตรวจ DNA ก็ได้นะคะ ดิฉันไม่อยากหลอกลวงพวกคุณค่ะ พวกคุณดีกับดิฉันมากจริงๆ”
แม่ของฟ้าเริ่มอาละวาด ร้องไห้เดินไปตีอันนิภาและว่า “ฮือ ฮือ ไม่จริง ไม่จริง ทำไมลูกสาวของฉันต้องตายด้วย ฮือ ฮือ ทำไมแกช่วยลูกสาวฉันไม่ได้ เป็ตำรวจภาษาอะไร ฮือ ฮือ”
อรภาซึ่งเดินเข้ามากับพงศ์เทพเห็นเหตุการณ์นี้รีบวิ่งเข้าไปกอดน้องสาวตัวเอง เอาตัวเข้าบังเพื่อให้ตัวเองโดนตีแทนน้อง พ่อของฟ้าเริ่มได้สติหลังจากอึ้งที่ได้ยินเื่นี้ เลยเข้าไปห้ามภรรยาตัวเอง
“คุณ คุณ ใจเย็นๆก่อน สงบสติอารมณ์ก่อน คุณ” พ่อของฟ้าเห็นพงศ์เทพเลยว่า “หลานช่วยพาผู้หญิงสองคนนี้ออกไปที่สวนหลังบ้านก่อน ขอพวกอาสงบสติอารมณ์ก่อนค่อยคุยกัน และเมื่อหลานพาไปแล้ว มาหาอาที่นี่ก่อนนะ พวกอามีเื่ปรึกษา”
ผู้กองก็อึ้งกับเหตุการณ์ เริ่มพอจะเข้าใจคร่าวๆ เลยรับคำ “ครับอา” แล้วพาทั้งสองสาวออกไปข้างนอก “พวกคุณรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวถ้าเ้าของโรมแรมเริ่มสงบใจได้ คงได้คุยกันดีๆ”
อรภาพยักหน้าและคอยปลอบน้องสาวที่ตอนนี้กำลังเสียใจร้องไห้อยู่ “ไม่มีอะไรแล้วยายอัน เดี๋ยวเหตุการณ์ก็ดีขึ้นนะ อย่ากังวลเลย”
“อันเสียใจค่ะ ที่ช่วยลูกสาวของพวกเขาไม่ได้”
“เราทำสุดความสามารถแล้ว จนชีวิตตัวเองก็เกือบเอาไม่รอดไม่ใช่หรอ” “พี่เข้าใจความรู้สึกของพวกเขานะ เพราะพี่ได้ผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วตอนหลังะเิที่พบว่าผู้ตายเป็อัน กว่าพี่จะเข้มแข็งขึ้นได้ พี่ใช้เวลาตั้งหลายเดือน แล้วพวกเขาเพิ่งจะรู้วันนี้เอง มันไม่ใช่เื่ที่จะทำใจได้ง่ายขนาดนั้นนะ”
“ค่ะ พี่อร”
“และพี่มีเื่นึงจะสอนอัน ก่อนที่พวกเราจะเปลี่ยนไปคุยเื่อื่น จำไว้นะอัน เื่ปกป้องชีวิตผู้อื่นเป็เื่ดีและพี่ก็ไม่ได้คัดค้านเื่ที่อันเป็ตำรวจ แต่อันจะต้องประเมินตัวเองก่อน ก่อนที่จะไปช่วยใคร ตัวเราต้องมั่นใจว่าเราสามารถช่วยเขาได้ปลอดภัยและตัวเองก็ปลอดภัยจริง ถ้าไม่มั่นใจต้องบอกผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยแทน ตอนนี้อันเปรียบเสมือนคนว่ายน้ำไม่แข็งแต่เข้าไปช่วยคนจมน้ำ จึงกลายเป็ว่าทั้งคู่จมน้ำตาย” “และอีกเื่คือ อันต้องจำไว้ด้วยว่าอันยังมีคนที่รักอันมาก การเข้าไปเสี่ยงชีวิตโดยไม่คำนึงถึงชีวิตตัวเอง มันทำให้คนที่รักอันโศกเศร้าและทรมานแค่ไหน”
“ค่ะ อันจะจำไว้ค่ะ”
“ว่าแต่ตอนนี้ น้องสาวของพี่สวยขึ้นและเป็ผู้หญิงขึ้นเยอะเลยนะ”
“เดี๋ยวก็คงต้องศัลยกรรมกลับมาเป็อันนิภาคนเดิมแล้ว”
“คงไม่ได้หรอกอัน ตอนนี้เงินเก็บพี่ก็ร่อยหรอ ค่าศัลยกรรมก็ไม่ใช่ถูก อันก็เอาอะไรก็ได้ติดหน้าไปก่อน เช่น หนวด ไฝ หรือเอาถ่านมาทาหน้าไปก่อนนะ 555”
“บ้าน่ะสิพี่อัน ว่าแต่พวกเราคงต้องชดใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าศัลยกรรมต่างๆนานา ให้พวกคุณเขานะคะ”
“นั่นสิหนี้บานเบอะเลยนะ ทำงานให้เขาฟรีทั้งชาติก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้พวกเขาหมดหรือเปล่า”
“เื่นี้ไว้ก่อนนะ มันเครียด พี่ได้ข่าวว่าคุณพันรบหันกลับมาชอบอันแล้วนี่”
“พี่อรก็พูดไป ถึงเขามาชอบจริงๆ แต่ก็คงชอบคุณฟ้าลดา ไม่ใช่อันหรอกพี่อร พี่อรก็รู้ยังไงอันไม่สามารถใช้ชีวิตคุณฟ้าได้ตลอดไป เดี๋ยวอันก็ต้องกลับไปเป็ตำรวจในฐานะอันนิภาแล้ว เื่ระหว่างอันกับคุณพันรบไม่มีทางเป็ไปได้”
“งั้นผู้กองพงศ์เทพก็มีสิทธิ์น่ะสิ ผู้กองเขาเป็คนดีนะ”
“รายนั้นเขามีคนรักอยู่แล้วค่ะ เขามีรักครั้งแรกั้แ่สมัยมัธยม เรียกได้ว่ารักฝังใจ ไม่มีทางรักใครได้อีก”
“พี่ว่า เขาดูน่ากลัวแล้วล่ะ”
พอพูดถึงเื่พงศ์เทพ พงศ์เทพก็เดินมาหาทั้งสองสาวพอดี
“คุณอาให้เข้าพบครับ คุณอร คุณอัน”
*******************************************
ภายในบ้านของฟ้าลดา คุณผู้หญิงของบ้านนี้ยังทำใจไม่ได้เลยขอไปพักในห้อง ให้พ่อของฟ้ามาคุยกับสองพี่น้องเพียงคนเดียว
“เอาล่ะ ฉันเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว แต่อรภาก็เข้าใจพวกเราใช่มั้ย ว่า การทำใจในเื่สูญเสียคนรักไม่ใช่เื่ง่ายต้องอาศัยเวลาพอสมควร”
อรภาพยักหน้าเข้าใจ
“ดังนั้น ฉันจะขอให้อันนิภายังคงอยู่ในบทบาทของฟ้าลดาไปก่อน ให้แม่ของฟ้าดีขึ้นกว่านี้ค่อยว่ากันใหม่ โดยอันนิภายังคงเป็ลูกสาวของพวกเรา ใช้ชื่อฟ้าลดา และเข้าไปทำงานเป็ผู้ช่วยผู้บริหารเหมือนเดิม ส่วนเธอ…อรภาเธอก็ต้องกลับเข้าไปทำงานที่โรงแรมธนฯเหมือนเดิมถือว่าชดใช้ค่ารักษาพยาบาลของน้องสาวเธอ แต่ฉันก็ไม่หักเงินเดือนหรอกนะ เธอยังได้เงินเดือนเหมือนเดิม”
อันนิภากำลังจะคัดค้าน แต่ถูกอรภาห้ามไว้และบอกว่า “ได้ค่ะท่าน พวกเราจะทำตาม”
และอรภาก็หันไปหาน้องสาว “ถือว่าเป็การตอบแทนบุญคุณนะอัน อันอยู่ดูแลคุณท่านทั้งสองในฐานะลูกสาว ทำหน้าที่แทนฟ้าลดาไปก่อนนะ”
อันนิภาเลยพยักหน้ารับ
“มีอีกเื่ค่ะ แม้เื่เสียคุณฟ้าจะเป็เื่ทำใจยาก แต่พวกเราก็ควรทำบุญ ลอยอังคาร เพื่อให้เธอไปสู่สุคตินะคะ เถ้ากระดูกของเธอยังคงเก็บไว้ที่วัด วันพรุ่งนี้พวกเราไปจัดการกันนะคะ”
“ได้สิ ขอบใจมากนะอรภา พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่วัดนั้นก็แล้วกัน”
*******************************************
อรภานั่งรถกลับมากับผู้กองพงศ์เทพ หันหน้าไปทางหน้าต่างมองออกไปนอกรถ
“คุณรู้นานแล้วหรอครับ ว่าฟ้าเป็อันนิภา”
“ก็เพิ่งรู้ไม่นานหรอกค่ะ” อรภาพูดโดยไม่หันมามอง
“ทำไมคุณถึงปล่อยให้น้องสาว ยังอยู่กับครอบครัวนั้นล่ะครับ”
“ดิฉันเคยผ่านการสูญเสียมาแล้วเลยเข้าใจท่านทั้งสองค่ะ มันไม่ใช่เื่ทำใจกันง่ายๆเลยนะคะ และอีกอย่างฉันััได้ว่าน้องสาวฉันรู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่กับคุณท่านทั้งสองค่ะ พวกเราเป็พวกกำพร้าไม่ได้ัักับการอยู่กับพ่อแม่มานานแล้ว”
พงศ์เทพเห็นอรภานั่งบีบมือตัวเองก็รู้ว่าตอนนี้อรภากำลังเสียใจแต่กลั้นไว้ เลยไม่ชวนคุยต่อ เมื่อมาถึงหอพักของอรภา ก็ช่วยกันขนกระเป๋าสัมภาระกลับไปไว้ที่ห้องอรภาเหมือนเดิม
“ดีนะนี่ คุณอร ที่ยังไม่มีใครมาเช่าต่อน่ะ” เ้าของหอว่า
“ขอบคุณมากค่ะป้า คงไม่ได้ย้ายไปไหนแล้วค่ะ” อรภายิ้มเจื่อนๆ
หลังจากนั้นอรภาก็ไปส่งพงศ์เทพที่รถ
“ขอบคุณมากนะคะสำหรับวันนี้ ขับรถดีๆนะคะ” แล้วอรภาก็เร่งเดินกลับไปที่หอพักของตัวเอง
พงศ์เทพรีบวิ่งมาจับแขนรั้งไว้
อรภาพูดเหมือนคนร้องไห้ “มีอะไรอีกล่ะคะ ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์พาคุณไปกินข้าวหรอกนะ”
พงศ์เทพดึงอรภาเข้าไปกอด
อรภาใ “ปล่อยนะคะ คุณจะทำอะไรน่ะ”
"คุณอยากร้องไห้ก็ร้องตรงนี้เถอะครับ ไม่ต้องกลั้นน้ำตาอีกแล้ว"
อรภาทนไม่ไหวแล้วจริงๆจึงร้องไห้เหมือนเด็กน้อยโดยมีผู้กองกอดปลอบ ทั้งนี้เพราะอรภาคาดหวังไว้ว่าจะได้กลับมาอยู่กับน้องสาวตัวเอง แต่ยอมปล่อยให้ไปอยู่กับครอบครัวอื่นเพราะเห็นใจคุณผู้หญิงของบ้านนั้น ในใจก็ได้แต่ภาวนาให้ท่านทั้งสองคนยังคงเมตตาอันนิภาเหมือนเดิม