เช้าวันคัดเลือกวันที่เก้าซึ่งเป็นวันสุดท้ายเพื่อเปรียบมวยคัดหาห้าสิบแปดนักชกสำหรับรอบจริงในวันงานสมโภชพระธาตุหลวง วันนี้นักชกหนึ่งร้อยยี่สิบแปดคนจากการคัดเลือกในแปดวันแรกมาพร้อมกันตั้งแต่เช้าตรู่
หากวันนี้อุทัยชกชนะสามรอบติดต่อกันมันจะผ่านเข้ารอบสุดท้ายในทันที การผ่านเข้ารอบสุดท้ายในวันงานสมโภชนับเป็นเกียรติเป็นศรีแก่สำนักอาจารย์อย่างยิ่ง สำนักตักสิลาหรือสำนักมีชื่อต่างๆ ย่อมคาดหวังให้ศิษย์สำนักเข้ารอบให้ได้มากที่สุด
อุทัยและเจ้าธรรมมาถึงแต่ไก่โห่ นักชกมากหน้าหลายตาที่ชนะในวันก่อนๆ ต่างมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง บ้างเตรียมความพร้อมยืดเส้นยืดสายอบอุ่นร่างกาย
.. ทุกคนผ่านการคัดเลือกในวันแรกของตนมาได้ ต่างมีความเย่อหยิ่งจองหองทั้งสิ้น
อุทัยเตรียมพร้อมเปลี่ยนเครื่องแต่งกายพันมือเท้าเสร็จสิ้น มานั่งรับประทานกล้วยน้ำว้าเตรียมพร้อมขึ้นชก เจ้าธรรมวิ่งกระหืดกระหอบมากล่าวว่า
“โอยยยย .. เหนื่อยชะมัด ..” มันหยุดพักครู่หนึ่งกล่าวต่อว่า “.. รอบแรกของวันนี้ เจ้าชกเป็นคู่ที่สองบนลานชกที่สิบห้า ..”
อุทัยได้ยินเช่นนั้นจึงกล่าวตอบ “ลานที่สิบห้า .. อยู่ที่ใดกัน สถานที่กว้างขวางเยี่ยงนี้”
เจ้าธรรมกล่าว “อยู่ด้านกรมเมืองฝั่งกระโน้น .. ไปกันเถิด .. ใกล้เวลาคู่แรกจะเริ่มชกแล้ว”
อุทัยพยักหน้าเห็นพ้อง พวกมันช่วยกันขนย้ายสัมภาระโดยมีเจ้าธรรมเดินนำไป เดินผ่านนักชกมากมายยังมีศิษย์สำนักตักสิลาหลายสิบคน บ้างจดจำอุทัยได้แต่ไม่มีใครลดตัวเข้าทักทาย
ในสายตาของศิษย์สำนักตักสิลาแล้วนั้น อุทัยเปรียบเหมือนกองขยะเดินได้กองหนึ่ง มิควรค่าแก่การสนทนาหรือเหลือบมองด้วยซ้ำ
เดินฝ่าฝูงชนมาชั่วครู่ทั้งคู่จึงมาถึงลานชกที่สิบห้า อุทัยตรงเข้ารายงานตัวต่อกรรมการแล้วจึงรอเรียกชกในคู่ต่อไป
“เกือบมาช้าไปหนา คู่แรกกำลังจะเริ่มชกแล้ว” เจ้าธรรมกล่าว
“นั่นสิ .. สถานที่กว้างขวางเพียงนี้ หากถูกปรับเป็นพ่ายแพ้ด้วยเหตุมาขึ้นชกไม่ทัน คงน่าเสียดายนัก” อุทัยกล่าว
การชกคู่แรกของทุกลานเริ่มต้นพร้อมกันในช่วงเวลาแปดโมงเช้า หากนักชกผู้ใดไม่ขึ้นชกภายในห้านาทีให้ถือว่าสละสิทธิ์ในการแข่งขันไป เสียงโห่ร้องของผู้เข้าชมและผู้ติดตามนักชกดังอื้ออึงไปทั่ว
ผ่านไปสามยกลานชกที่สิบห้าก็ได้ผู้ชนะของคู่แรกแล้ว เป็นศิษย์สำนักตักสิลาบ้านวายุผู้หนึ่งล้มนักชกจากต่างเมืองลงได้ เสียงเหล่าศิษย์ร่วมสำนักดังกึกก้อง ส่วนผู้แพ้ยังไม่ตกรอบเสียที่เดียวยังมีโอกาสชกในกลุ่มผู้แพ้อีก แต่หากต้องการผ่านไปชกรอบสุดท้ายวันงานสมโภชต่อจากนี้คงต้องห้ามแพ้แล้ว
กรรมการเข้าไปสะสางลานชก สักครู่หนึ่งจึงมีเสียงประกาศเรียกคู่ชกในคู่ที่สอง
“รอบคัดเลือกหนึ่งร้อยยี่สิบแปดคน คู่ที่สองประจำลานชกที่สิบห้า ‘บุญเงี้ยว เชียงแสน’ พบกับ ‘อุทัย อิ่มโอชา’ ทั้งคู่ประจำที่ลานชกในบัดดล”
อุทัยไม่รอช้าตรงขึ้นลานชกทันที เจ้าธรรมก็ประกบอยู่ด้านหลังทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงนักมวย นาม ‘อิ่มโอชา’ กลับได้รับความสนใจจากผู้คนรอบข้าง
“เป็นร้านอาหารอิ่มโอชาให้การสนับสนุน ..”
“เถ้าแก่หมายนี่การตลาดไม่เบา มีการจ้างนักมวยมาประชาสัมพันธ์เรียกลูกค้าด้วย”
“ได้ยินชื่อก็หิวขึ้นมาทันใด เห็นทีต้องไปอุดหนุนเสียหน่อย มิได้ไปเสียเป็นเวลานานแล้ว”
“ไอ้หนูนี่จะรสจัดจ้านดังอาหารที่ร้านหรือไม่ เถ้าแก่หมายคงขายขี้หน้าแล้ว .. ฮ่า ฮ่า”
“สัมผัสไม่ได้ถึงพลังปราณ .. เจ้าโล้นนี่น่าจะยังไม่เข้าถึงระดับปราณยุทธ์ด้วยซ้ำ...”
คู่ชกมาจากเมืองเชียงแสนนาม ‘บุญเงี้ยว’ เป็นเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดปีรูปร่างสูงโปร่ง มีช่วงแขนช่วงขาที่ยาว เอวกิ่วบางแต่แข็งแรงมองดูเก้งก้างอยู่บ้าง พลังปราณที่แปร่งออกมาเป็นระดับมัธยะปราณขั้นต้น
ครูมวยกรรมการอบรมถึงกติกาเบื้องต้นเช่นเคย เมื่อกล่าวจบจึงสัญญาณเริ่มต้นการชก .. เสียงระฆังดัง .. แก๊งงงง !!!
บุญเงี้ยวไม่รอช้าเป็นฝ่ายเดินเข้าหา มันเป็นมวยหมัดใช้ความได้เปรียบจากช่วงชกที่ยาว อุทัยกระโดดเต้นบนปลายเท้าแขนทั้งสองตั้งป้องกันอย่างรัดกุม
บุญเงี้ยวปล่อยหมัดอย่างรวดเร็วดังพายุเป็นชุดนับสิบหมัด แต่ละหมัดแฝงพลังปราณที่รุนแรงเกิดภาพดังคมหอกเข้าทิ่มแทง
.. หมัดหอกเวหา !
อุทัยใช้สองแขนปัดป้องใบหน้าและช่วงลำตัวไว้ได้หมดสิ้น พอได้จังหวะปล่อยหมัดชกออก เจ้าบุญเงี้ยวใช้ท่าเท้าอันว่องไวถอยหลบออกไปอย่างรวดเร็ว
อุทัยถูกหมัดชกใส่รัวๆ พอจะตอบโต้คู่ต่อสู้พลันฉากออกไม่ยอมปะทะด้วย ถึงแม้หมัดของเจ้าบุญเงี้ยวไม่สามารถชกโดนมันได้ถนัดถนี่ แต่อุทัยก็ไม่สามารถชกเจ้าบุญเงี้ยวได้เช่นกัน .. เป็นเช่นนี้ตลอดยกแรก
เริ่มยกสองอุทัยอบอุ่นร่างกายมาพอแล้วจึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ แหวกหลบเข้าไปในดงหมัดประชิดเข้าวงใน .. ใช้หมัดสั้น .. ศอกสั้น .. และท่าเข่าเข้าทำ จนเจ้าบุญเงี้ยวเสียขบวนฉากถอยเป็นพัลวัน
“ดี ดี .. ตามติดเข้าไปสอยลำตัวมัน” เสียงเจ้าธรรมร้องส่ง อุทัยใช้เข่ากระทุ้งเข้าลำตัวเจ้าบุญเงี้ยวอย่างแรง เจ้าบุญเงี้ยวฝีมือมิใช่ชั่วปล่อยชุดหมัดสั้นอย่างว่องไวหมุนฉากหลบรอดไป
เสียงผู้ชมดังลั่นการชกสนุกอย่างยิ่ง มวยยาวปะทะมวยคลุกวงใน หลังจากดูเชิงทั้งคู่ในยกแรกนักพนันเริ่มทำงานกันแล้ว
“ต่อบุญเงี้ยวสองต่อหนึ่ง .. ผู้ใดจะรองหรือไม่?”
“ข้ารองไอ้อิ่มโอชา ชกดีแท้ .. ฮ่า ฮ่า”
เจ้าบุญเงี้ยวเข้าใจว่าอุทัยถนัดการคลุกวงในจึงใช้ไม้มวยยาวเข้าใส่มิให้อุทัยประชิดตัว ขณะมันอยู่ห่างกันสามก้าวเจ้าบุญเงี้ยวเตะขวาเข้าหลอก แล้วจึงก้าวเข้าหา กำลังจะปล่อยมัดซ้ายตรง หมายปลายคางอุทัย
อุทัยพบเห็นช่องว่างรอยต่อไร้การป้องกันตรงช่วงอกและใบหน้าของเจ้าบุญเงี้ยว มันจึงส่งเท้าซ้ายถีบตรงเข้าอกอย่างแรง บุญเงี้ยวถูกลูกถีบปะทะ คนร่างผงะหงายมันไม่ทันระวังตัว ไม่คิดว่าไม้มวยยาวของอุทัยจะทรงอานุภาพเพียงนี้
อุทัยตามติดปล่อยศอกซ้ายเข้าใบหน้าสองศอกติดต่อกันเจ้าบุญเงี้ยวผงะตัวย่อลง ขณะถอยหนีอุทัยตามต่อไม่รอช้าปล่อยแข้งขวาใส่พลังปราณเข้าหนึ่งส่วน เตะเข้าก้านคอเจ้าบุญเงี้ยวอย่างแรง
.. โครมมมมมมมม !!!
เจ้าบุญเงี้ยวตัวปลิวล้มทั้งยืนคนนอนคว่ำลงกองกับพื้น สายตาเหม่อลอยดาวทองระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ครูมวยกรรมการเข้าดูอาการอย่างรวดเร็ว
ครูมวยกรรมการเริ่มนับแล้ว “หนึ่ง ... สอง ... สาม ... สี่ ... ห้า ... หก ... เจ็ด ... แปด ...” เห็นเจ้าบุญเงี้ยวไม่มีอาการตอบสนองจึงยุติการชก ผายมือไปทางอุทัยให้มันเป็นฝ่ายชนะเข้ารอบต่อไป
รอจนช่วงสายอุทัยจึงขึ้นชกรอบสองต่อ กรรมการเรียกนักชกขึ้นลานมวย “รอบคัดเลือกหกสิบสี่คน ‘อุทัย อิ่มโอชา’ พบกับ ‘ณรงค์ศึก สำนักตักสิลา’ ทั้งคู่ประจำที่ลานชกในบัดดล”
จ้าวณรงค์ศึกอายุสิบแปดปีเป็นรัชทายาทของเจ้านคร ‘จามปา’ มีพลังปราณพิสดารที่สืบทอดของราชวงศ์ มันเป็นศิษย์พรสวรรค์ที่โดดเด่นของบ้านวายุ พลังปราณที่กระจายออกเป็นระดับมัธยะปราณช่วงปลายแล้ว
จ้าวณรงค์ศึกเป็นคนเย่อหยิ่งจองหองรูปร่างหล่อเหลาสูงสง่า เมื่อต้องขึ้นชกกับอุทัยซึ่งเคยเป็นเด็กรับใช้ทำให้มันรู้สึกเสื่อมเสียเกียรติ
แก๊งงงง !!! .. ระฆังบอกสัญญาณดังกังวาน
แต่คนยังยื่นนิ่งไม่ยอมเดินเข้ามาปากกล่าววาจา “ไอ้คนรับใช้ เอ็งมีดีเพียงใด เข้ามาแสดงให้ข้าดู .. ฮ่า ฮ่า”
“!!!” อุทัย คนผู้นี้หยาบเหยียดผู้คนอย่างยิ่ง มันจดจำออกรัชทายาทเจ้านครผู้นี้ไม่เคยเห็นผู้อื่นอยู่ในสายตา
แต่อุทัยหามีโทสะไม่ กล่าวว่า “หมายความว่าเจ้าจะยืนเฉยๆ ให้ข้ากระทำฝ่ายเดียวอย่างนั้นหรือ”
จ้าวณรงค์ศึก “ผู้รับใช้อันโสโครกเช่นเจ้าไม่มีทางสัมผัสกายาอันสูงส่งของข้าหรอก .. ฮ่า ฮ่า” มันถือดีในท่าร่างที่รวดเร็วดังวายุของมัน
อุทัยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ชิ... เช่นนั้นก็ดี ดูซิว่าวิชาบ้านวายุจะรวดเร็วปานใด”
คนกล่าวพลันก้าวเดินอย่างเนิบนามเข้าหาจ้าวณรงค์ศึก ห่างเพียงหนึ่งก้าวอุทัยชกออกด้วยหมัดใช้พลังเพียงหนึ่งส่วน หมัดขวาตรงพุ่งเข้าใบหน้าจ้าวณรงค์ศึกอย่างรวดเร็วแทบมองไม่ทัน
จ้าวณรงค์ศึกพลันระเบิดพลังปราณใช้ออกด้วยวิชาประจำสำนัก “บาทาวายุ” ร่างกายเคลื่อนไหวดังภาพมายาคนถอยหลังออกจากจุดเดิมอย่างรวดเร็วดั่งสายลม
ท่าร่าง “บาทาวายุ” เป็นวิชาประจำสำนักตักสิลา ผู้ใช้ออกจะมีความว่องไวรวดเร็วดังสายลม ยิ่งเป็นผู้มีพรสวรรค์ด้านวายุธาตุแล้ว ยิ่งรวดเร็วกว่าผู้อื่นนับสิบเท่า
จ้าวณรงค์ศึกกำลังเคลื่อนย้ายร่างกายถอยห่างออกมา
“!!!” แต่สิ่งที่พบเห็นทำมันแปลกใจยิ่งนัก .. เหตุใดหมัดตรงหน้ามีระยะห่างเท่าเดิมราวตามติดมาด้วยความเร็วดุจเดียวกัน
‘ไม่ !!! เป็นไปไม่ได้’ .. ภายในใจจ้าวณรงค์ศึกร่ำร้อง ที่ถดถอยก็ถดถอย ที่ตามติดก็ติดตาม หมัดของอุทัยหมัดนั้นยังคงร่นระยะเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
หมัดเปลี่ยนเป็นฝ่ามือกางห้านิ้ว ตบเข้าใบหน้าจ้าวณรงค์ศึกอย่างจัง
.. ป๊าบบบบบ .. ฝ่ามือแรก อุทัยยิ้มเยาะ
.. ป๊าบบบบบ .. ฝ่ามือที่สอง “ฝ่ามือโสโครกเช่นนี้ เจ้ารับได้หรือไม่” อุทัยกล่าว
.. ป๊าบบบบบ .. ฝ่ามือที่สาม “เป็นเยี่ยงไร .. ฝ่ามือผู้รับใช้เช่นข้า รับประทานอร่อยหรือไม่” อุทัยกล่าวอีก
.. ป๊าบบบบบ .. ฝ่ามือที่สี่ “เจ้ากำลังถูกหยามอัปยศอยู่ .. ใช่หรือไม่” อุทัยกล่าว ภายในตาดำของอุทัยพลันเกิดอักขระมนต์สีทองสุกใสวิ่งวน
.. ป๊าบบบบบ .. ฝ่ามือที่ห้าพลังปล่อยออกสองส่วน .. ตบหน้าจ้าวณรงค์ศึกจนกระเด็นกลิ้งหลายตลบฝุ่นผงฟุ้งกระจาย คนนอนฟุบก้มหน้าไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้
ผู้ชมรอบข้างยังปรับเปลี่ยนอารมณ์ไม่ทัน พวกมันไม่คาดคิดการชกของทั้งคู่จะเกิดเหตุการณ์ไล่ตบตีอยู่ฝ่ายเดียวเช่นนี้
“สุ สุ สุ ... สุดยอดดดดด” เสียงของเจ้าธรรมลอดออกจากปากดังคนละเมอ
เสียงเซียนมวยด้านข้างกล่าววิจารณ์
“ไฉนท่าร่างของเจ้าอิ่มโอชาถึงรวดเร็วปานนี้"
“ไม่เชื่อ .. ข้าไม่เชื่อ .. นี้ข้ายังหลับฝันอยู่ใช่หรือไม่”
“เป็นไอ้โล้นไล่ทุบอยู่ฝ่ายเดียว .. หรือเด็กหนุ่มนั่น ประมาทเกินไป”
จ้าวณรงค์ศึกยังคงนอนแน่นิ่ง มันเจ็บปวดทางร่างกายเพียงเล็กน้อย ที่ทำร้ายมันสาหัสคือความเจ็บปวดทางจิตใจที่อุทัยมอบให้
ครูมวยกรรมการเริ่มนับ “หนึ่ง ... สอง ... สาม ... สี่ ... ห้า ... หก ... เจ็ด ... แปด ...” จ้าวณรงค์ศึกตัวสั่นระริกมีน้ำตาไหลซึมออกมาจากดวงตา
“เก้า ... สิบ ... อุทัยอิ่มโอชาชนะ ผ่านเข้ารอบบบบ ...” เสียงครูมวยกรรมการดังลั่นปลุกคนดูตื่นจากภวังค์
พี่เลี้ยงฝั่งบ้านตักสิลาเข้ามาประคองจ้าวณรงค์ศึก ความพ่ายแพ้ที่ได้รับทำมันสายตาเหม่อลอย คนคั่งแค้นอัปยศกระอักโลหิตออกมาก้อนใหญ่แล้วจึงสลบไป
เจ้าธรรมกล่าว “.. ชนะอีกแล้ว เจ้านี่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก .. ไอ้หล่อนั่นคับแค้นจนสำรอกก้อนเลือดออกมา อ่า .. มันสลบไปแล้ว .."
อุทัยเฝ้ามองด้วยความเวทนากล่าวกับเจ้าธรรมว่า “.. เรียนรู้ความพ่ายแพ้อัปยศก่อน .. จึงจะรู้จักความยิ่งใหญ่ของชัยชนะหนา”
เจ้าธรรมกล่าวหน้าตายิ้มแย้ม “กล่าวอันใด ข้าฟังไม่เข้าใจ .. ฮ่า ฮ่า” มันเบิกบานใจยิ่ง
ผ่านไปสองรอบแล้วอุทัยชนะรวด หากชนะอีกครั้งก็เพียงพอสำหรับเข้ารอบสุดท้ายงานชกสมโภชพระธาตุหลวง เจ้าธรรมก็ตื่นเต้นจนพูดไม่หยุดปาก .. มันมีสหายเช่นนี้ทำให้มีหน้ามีตายิ่งนัก
การชกในรอบสามจะเริ่มประมาณบ่ายสาม พวกมันย้ายมาชกลานชกที่หนึ่ง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือนักชกคงอยู่ไม่ถึงครึ่งแล้ว เสียงครูมวยกรรมการเรียกตัวขึ้นชก “รอบคัดเลือกสามสิบสองคน ‘อุทัย อิ่มโอชา’ พบกับ ‘ฉลองชัย ศ.เจ้าทรงศึก’ ทั้งคู่ขึ้นชกในบัดดล”
ครูมวยกล่าวต่อ “ผู้ชนะรอบนี้จะเป็นตัววางของรอบแข่งขันจริงในวันงานสมโภช” นั่นหมายความว่าหากได้เป็นตัววางจะพบเจอนักชกในลำดับอ่อนเชิงกว่า
คู่ชกของอุทัยในรอบนี้คือ ‘ฉลองชัย’ ศิษย์รุ่นใหม่ที่โดดเด่นของสำนักมวยเจ้าทรงศึก คนผู้นี้อายุสิบแปดปีรูปร่างสูงกำยำกล้ามเนื้อเป็นมัดริ้ว ทั่วกายสักมนต์อาคมด้วยอักขระโบราณ ร่างกายแผ่พลังมัธยะปราณขั้นปลาย
สำนักมวยเจ้าทรงศึกเป็นสำนักที่โดดเด่นในวิชาต่อสู้เชิงมวย มีชื่อด้านอยู่ยงคงกระพันด้วยอาคมที่สักตามร่างกาย ฉลองชัยยืนตระหง่านเบื้องหลังมีเงาดังภาพหลอนเป็นเทพเจ้าสงครามถือดาบโล่ดูน่ายำเกรง
แก๊งงงง !!! เสียงระฆังสัญญาณชกเริ่มต้น ทั้งคู่เดินเข้าหากันมิมีใครกลัวใคร
อุทัยยังตั้งหมัดอย่างรัดกุมเดินย่างเข้าหา ฉลองชัยยังตั้งท่ามวยอย่างสบายๆ มิได้ป้องกันอย่างเต็มที่ คนคงมั่นใจในวิชาคงกระพันของมัน
อุทัยทักทายด้วยหมัดซ้ายตรงเข้าใบหน้าฉลองชัยสองหมัด ความรู้สึกดังชกถูกเหล็กกล้าหากชกแรงกว่านี้มือคงต้องเคล็ดแล้ว ฉลองชัยยังกระหยิ่มยิ้มมุมปากความรู้สึกดังถูกเด็กทารกลูบใบหน้า มันเริ่มออกอาวุธเป็นหมัดตรงทื่อด้านแต่หนักแน่นชกโดนแขนป้องกันของอุทัย
อุทัยว่องไวรัดกุมส่วนฉลองชัยมั่นคงหนักแน่น ทั้งคู่เดินแลกอาวุธกันอย่างสนุกสนานไม่หยุดพักจนสิ้นยก จึงแยกออกจากกัน
การชกดำเนินในยกต่อไป ยิ่งมาหมัดและลูกถีบของฉลองชัยยิ่งรุนแรง มันมีพลังดังโคถึกถีบอุทัยถอยไปไกลนับสามก้าว อุทัยก็ใช่ย่อยออกอาวุธทั้งเตะบนเตะล่างชกลำตัวและใบหน้า บ้างคลุกวงในเข้าตีศอกวางเข่า แต่ร่างกายของฉลองชัยแกร่งดังโล่เหล็กดูท่าวิชาคงกระพันของมันคงแข็งแกร่งดังชื่อ ฉลองชัยก็แปลกใจในความทรหดของอุทัย มันผู้นี้ป้องกันและรับหมัดเท้าของมันอย่างแข็งขัน หากเป็นผู้อื่นคงลงไปนอนกองตั้งนานแล้ว
เสียงผู้ชมดังลั่นสนุกสนาน ทั้งคู่รุกรับแลกอาวุธทั้งวงนอกวงในกันอย่างพัลวัน
“สูสีกินกันมิลง .. แต่ข้าว่าฉลองชัยยืนระยะได้นานกว่า”
“ไม่ .. ข้ามิเห็นเช่นนั้น ไอ้โล้นว่องไวยิ่ง ออกอาวุธได้อย่างหนักแน่น แรงยังไม่ตกเลย .. เจ้าเห็นหรือไม่”
ผ่านถึงยกที่ห้าฉลองชัยตั้งใจจะจบการชกด้วยการล้มอุทัยให้ได้ ร่างกายมันแผ่พลังปราณคุ้มครองกายแน่นหนา ส่งพายุหมัดรุนแรงแหลมคมดังดาบใหญ่ อุทัยตกเป็นรองมันจำกัดการใช้พลังปราณเพียงห้าส่วน หากใช้มากกว่านี้ร่างกายคงต้องเปล่งประกายอักขระแสงแสดงถึงวิชามวยอรุณโรจน์แล้ว
เบื้องหน้าภาพฉลองชัยดังเทพเจ้าสงครามกลางสมรภูมิ ถือโล่เหล็กอันแข็งแกร่งและดาบใหญ่กวัดแกว่งเข้ามาหา
กระบวนท่าเป็นหมัดรุนแรง ฉลองชัยปล่อยหมัดติดต่อกันนับสิบหมัด ที่แท้พลังฝีมือของมันทั้งหนักแน่นและยังรวดเร็วอีกด้วย มันระเบิดกระบวนท่าระรัวหมัดอย่างเร็ว กระบวนหมัดทั้งสิบหมัดรวดเร็วอย่างยิ่งจนสายตาของคนทั่วไปมองเห็นไม่ทัน พบเห็นเป็นภาพพร่ามัวเพียงหมัดเดียว อุทัยตั้งแขนป้องกันรับหมัดชุดเจาะเข้ามา หมายทะลวงเข้าใบหน้าของมัน
“!!!” ฉลองชัย หมัดของมันไม่สามารถผ่านแขนป้องกันของอุทัยเข้าไปได้ พลังหมัดกระแทกอุทัยถอยไปขอบลานชกฉลองชัยตามติด มันปลดปล่อยหมัดขวาอีกครั้ง
.. เทพสงครามพิชิตศึก !!!
ฉลองชัยปลดปล่อยพลังทั้งหมด พลังหมัดทั้งรวดเร็วและรุนแรงกว่าครั้งแรกนับสิบเท่า .. แต่อุทัยก็รวดเร็วดังวานร ถลันวูบไปเบื้องขวาไม่รู้ก้าวเท้าอย่างไร เท้าขวากลับปีนป่ายเหยียบบนหน้าขาซ้ายของฉลองชัย มันใช้ศอกขวากระแทกเข้าลูกกระเดือกของฉลองชัย
.. พลักกก !!!
อุทัยยังไม่หยุดยั้งส่งแรงปีนป่ายกระโดดขึ้น คนทิ้งตัวลงมาส่งศอกซ้ายเข้ากระแทกกลางกระบาลของฉลองชัยอย่างจัง
.. โพล๊ลละ !!!
ภาพโล่เหล็กของเทพสงครามกลับถูกทำลายแตกสลาย ฉลองชัยได้รับบาดเจ็บจากสองท่าศอกนี้ของอุทัย แต่คนยังเคลื่อนที่ไปเบื้องหน้า
ท่าร่างของอุทัยยังดำเนินต่อ มันพลิกกายไปด้านขวาอีกครั้ง คนหันขวางสองเข่างอพับลอยอยู่กลางอากาศ แล้วระเบิดพลังปราณห้าส่วนส่งถีบออกด้วยขาทั้งสองข้าง
.. ผั๊วววะ !!!
ลูกถีบนี้ถูกลำตัวด้านข้างของฉลองชัยเข้าอย่างจัง ฉลองชัยส่งแรงชกเต็มแรงอยู่แล้วพลันถูกถีบส่งอย่างรุนแรง คนแทบหัวคะมำถลำก้าวไปเบื้องหน้าราวสามก้าว
ฉลองชัยหยุดยั้งหยัดยืนหันกายกลับมา อุทัยพลิกกายหมุนหนึ่งตลบหยุดยืนดังนักกายกรรม
ฉลองชัย “!!!” ทันทีที่ตั้งสติได้ก็ก้มมองพื้น มันถูกอุทัยถีบออกนอกลานชกแล้ว ปากสบถก่นด่าอุทัยเบื้องหน้าที่อยู่ห่างไปห้าก้าว
เสียงครูมวยกรรมการดังลั่น “ฉลองชัยออกนอกลานชก .. อุทัยอิ่มโอชาเป็นฝ่ายเข้ารอบ สุดท้ายยยย !!!”
ฉลองชัยหัวเสียเป็นอย่างยิ่ง เป็นมันประมาทเองกลับถูกวานรผู้นี้หยอกเย้าถีบออกจากลานชก แต่คนรู้จักแพ้รู้จักชนะเดินกลับออกไปอย่างหงุดหงิด
ฉลองชัยพ่ายแพ้แต่ก็ไม่ได้หมดหวังเสียทีเดียว หากต้องการเข้ารอบสุดท้ายวันนี้ยังต้องขึ้นชกอีกรอบสองรอบ อุทัยโค้งคำนับเล็กๆ ให้คราหนึ่ง ภายในกลับชื่นชมคู่ชกของมันผู้นี้
เจ้าธรรมกระโดดตัวลอยวิ่งเข้ามากอดอุทัย “รวยแล้ว .. รวยแล้ว .. เรารวยแล้ว ..” .. ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะได้อัฐจำนวนหนึ่งตำลึงเป็นรางวัล
ระหว่างนั้นอุทัยพลันตื่นตัวสะดุ้งโหยง “!!!” มันสัมผัสได้ถึงกระแสจิตพิฆาตจากบุคคลหนึ่งได้
จิตใจมันสั่นสะท้านรุนแรง อุทัยพยายามระงับความแตกตื่น ทำการตรวจสอบที่มาของพลังนั้น แต่พลังชีวิตในพื้นที่นี้สับสนวุ่นวายไม่สามารถหาที่มาของกระแสพลังได้ จึงติดตามเจ้าธรรมจากไปอย่างรวดเร็ว