“ภาแก่มั้ยค่ะ”
คำถามลอยๆ ของอรวิภาทำให้คนที่กำลังตั้งใจขับรถอยู่หันมามองอย่างไม่เชื่อหู ก็น่าอยู่หรอกเธอถามอะไรออกไปก็ไม่รู้พอนึกได้คุณหมอก็รู้สึกเหมือนว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าคนข้างๆ จะจำได้หรือไม่
สามปีที่แล้วหลังจากถูกเด็กหน้านิ่งสารภาพว่าชอบ
“ภาแก่มั้ยคะ”
อรวิภาพูดลอย ๆ ระหว่างนั่งรถกลับบ้านโดยมีตีรณัฐคนที่เปรียบเสมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวเป็คนขับ เขาทำหน้าแปลกใจกับคำถามที่ไม่ใช่ตัวเองของคนเป็หมอจนอดแกล้งไม่ได้
“แก่...”
เขาตอบเสียงเรียบพลางขับรถต่อไม่ได้หันมาสนใจคนข้าง ๆเลยสักนิด เห็นแบบนั้นเธอจึงตีเข้าที่ต้นแขนของคนตอบพร้อมกับมองตาค้อน
“แหมพี่ตี ถึงภาจะแก่แล้วแต่ก็รักษาน้ำใจกันสักนิดสิคะ”
คนพี่สะดุ้งก่อนจะปล่อยมือขาวจากพวงมาลัยมาลูบต้นแขนซ้ายของตัวเองไปมาถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองแต่กลับขำที่ได้แกล้งเธอเสียมากกว่า
“เอ้า ก็หมอภาถามพี่นี่คะอีกอย่างพี่ก็ยังพูดไม่จบเลย พี่จะบอกว่าแก่ซะที่ไหนกันคะอีกอย่างหมอภาจะสนใจทำไมในเมื่อความแก่ทำอะไรหมอภาไม่ได้สักหน่อย”
“ทำเป็พูดดี แกล้งพูดเอาใจภาล่ะสิ”
ถึงจะพูดไปอย่างนั้นแต่คนถูกชมก็อดยิ้มกริ่มไม่ได้
“พี่พูดจริง ก็ดูพี่สิเป็พี่หมอภาแค่ไม่กี่ปียังรู้สึกเหมือนเป็น้ากับหลานเลย”
“ก็พี่ตีดื่มหนักไม่ค่อยพัก สังสรรค์บ่อย ออกกำลังกายน้อยนี่คะ”
“อ้าวมาเป็ชุดเลย”
คนพี่ทำหน้างอที่อุตส่าห์เอ่ยชมแต่กลับโดนว่าเสียอย่างนั้น
“ก็หรือไม่จริงคะอายุเยอะแล้วนะคะพี่ตีดูแลตัวเองบ้าง จะได้อยู่เป็เพื่อนภาไปนาน ๆ”
เธอบอกเพราะรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
“พี่ก็ดูแลตัวเองอยู่นี่ไงคะหมอภา”
“ยังไงคะ”
“ก็กินเด็กไง...ไม่เคยได้ยินเหรอกินเด็กแล้วเป็ะ”
“มันใช่เหรอคะพี่ตี”
เขาหัวเราะร่าจนน่าหมั่นไส้
“เด็กเหรอ...น่าปวดหัวออก”
เธอพึมพำกับตัวเองเมื่อเผลอนึกไปถึงเด็กหน้านิ่งคนนั้นคิดอะไรอยู่ถึงได้บอกชอบเธอ คุณหมอเอามือขึ้นมากอดอกก่อนจะหลับตาลงพร้อมกับส่ายศีรษะเบาๆ นึกไม่ออกเลยว่าตัวเองไปทำให้เด็กหน้านิ่งรู้สึกดีในตอนไหนอีกฝ่ายถึงได้ชอบเธอ
“ภาแก่มั้ยคะ”
“ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้ถามแบบนี้ล่ะคะ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่ตี ก็แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”
คิดอะไรเรื่อยเปื่อยงั้นเหรอ...
คำตอบของเธอยิ่งทำให้ตีรณัฐแปลกใจคุ้น ๆ เหมือนว่าคนน้องเคยถามแบบนี้เมื่อนานมาแล้ว คิ้วหนาขมวดเข้าหากันหนักกว่าเดิมคุณหมอที่แทบจะไม่มีเวลากระทั่งพักผ่อนเพราะทุ่มเทให้กับงานมากแล้วจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อยที่ไม่ใช่เื่งานได้อย่างไร
“ไม่หรอกค่ะ หมอภาดูแก่ซะที่ไหน ทั้งสาวทั้งสวย”
เขาหันมายิ้มให้กับคนน้องที่กำลังยิ้มพึงใจกับคำตอบ
“แกล้งพูดเอาใจภารึเปล่านี่ภาไม่มีอะไรจะให้พี่ตีหรอกนะ”
“พี่พูดจริง นี่หมอภาเห็นพี่เป็คนชอบพูดโกหกรึไง”
คนพี่ยืนยันคำตอบดูเหมือนว่าความสาวความสวยของอรวิภาจะหยุดอยู่ที่เลขสามแม้ว่าอีกไม่กี่ปีเธอจะเข้าเลขห้าแล้วก็ตามนั่นเพราะเธอดูแลตัวเองเป็อย่างดี ใบหน้าและผิวพรรณของอีกฝ่ายถึงได้ดูอ่อนกว่าวัยไปมาก
“ใช่ค่ะ”
“เดี๋ยว ๆ พี่ไปโกหกอะไรหมอภาคะ”
“ก็พี่ตีชอบพูดจาหวานหูเชื่อได้ที่ไหน มีแต่สาว ๆ ของพี่ตีเท่านั้นแหละที่จะหลงคารม”
“ก็แหม ผู้หญิงเขาก็ชอบให้คนชมกันทั้งนั้นมีแต่หมอภานี่แหละที่ไม่เห็นจะหวั่นไหวสักครั้ง”
“เพราะภาไม่หลงกลพี่ตีไงคะ”
“จ้า แม่คนฉลาดรู้ทันทุกอย่าง”
เขาบอกพลางเหล่ตามองคนข้าง ๆพร้อมกับยกมือขึ้นมายีผมเธออย่างหมั่นใส้
“ว่าแต่อะไรกันที่ทำให้หมอภาคิดเื่นี้”
คนถามสนใจใคร่รู้แอบหวังว่ามันจะเป็อย่างที่เขาคิด
“พอดีภาได้ข่าวของเพื่อนสมัยมัธยมค่ะส่วนใหญ่ต่างก็พากันมีครอบครัวกันหมดบางคนถึงขนาดมีหลานแล้วด้วยก็เลยอดคิดไม่ได้ว่าภาเองก็แก่แล้วเหมือนกัน”
“อย่าบอกนะว่าอยากจะมีครอบครัวเหมือนเพื่อนๆ บ้างแล้ว นี่มีคนทำให้หมอภารู้สึกพิเศษได้แล้วเหรอคะ”
เขาหันมองเธอด้วยแววตามีความหวังั้แ่รู้จักกันมาหมอภาก็ไม่เคยจะสนใจเื่นี้เลยสักนิด เธอทุ่มเทให้กับงานและครอบครัวมากเสียจนไม่มีที่ว่างให้กับความรัก
“พี่ตีก็รู้นี่คะว่าภาไม่สนใจเื่แบบนั้น”
“รู้ แต่พี่ก็ยังไม่หยุดหวังนะว่าจะมีใครสักคนที่หมอภาอยากให้เขาอยู่ข้างๆ ดูแลหมอภาในวันที่พี่ไม่อยู่”
หลังจากที่ความรักครั้งนั้นของอรวิภาพังลงเธอก็ไม่เคยคิดถึงเื่นี้อีกเลยแม้จะมีคนที่เหมาะสมกับเธอเข้ามาคนแล้วคนเล่าแต่ก็ถูกปฏิเสธเสียหมดยังไม่มีใครทำให้เธอรู้สึกพิเศษได้เลยถึงอย่างนั้นตีรณัฐก็ยังคอยเฝ้าหวังว่าจะมีใครสักคนที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกพิเศษไม่ว่าจะเร็วหรือช้าเพราะเขาอยากให้เธอได้ัักับความรักดี ๆ ที่คู่ควรกับเธอ
“สุดท้ายเราก็ต้องดูแลตัวเองไม่มีใครอยู่กับใครได้ตลอดหรอกค่ะ แต่ตอนนี้พี่ตีต้องอยู่ดูแลภาไปก่อน”
เธอบอกพลางเอียงคอซบไหล่พร้อมเอามือกอดแขนคนพี่
“หรือพี่ตีเบื่อภาแล้ว...”
เสียงที่สดใสเมื่อสักครู่หม่นลงจนคนฟังรู้สึกใจหายไม่บ่อยนักที่คนข้าง ๆ จะแสดงท่าทีแบบนี้ ทั้งคู่คงใช้ชีวิตด้วยกันมานานนานจนเวลาที่เหลือนั้นลดลงเรื่อย ๆ
“พี่จะเบื่อหมอภาได้ยังไงล่ะต่อให้พี่มีครอบครัวพี่ก็ไม่ทิ้งน้องสาวที่น่ารักของพี่คนนี้หรอกค่ะ”
เขายกมือข้างหนึ่งมาลูบผมของเธอเบาๆ อย่างเอ็นดู เธอคือคนที่เขาเคยรักสุดหัวใจถึงตอนนี้ความรู้สึกนั้นจะแปรเปลี่ยนไปแต่เธอก็ยังเป็ที่หนึ่งในความห่วงใยของเขาเสมอ ที่แม้จะมีคนที่ดีมากมายแค่ไหนเข้ามาในชีวิตเขาก็จะยังไม่ปล่อยมือไปจากเธอจนกว่าจะเห็นว่ามีคนที่คอยอยู่เคียงข้างดูแลเธอแต่หากคนคนนั้นไม่มีหรือเธอไม่เปิดใจให้ใครเขาก็พร้อมจะดูแลเธออยู่ข้าง ๆ หมอภาอย่างนี้ไปตลอด
“ปากหวานอีกแล้วนะคะ พรุ่งนี้อยากกินอะไรเดี๋ยวภาเลี้ยง”
เธอผละออกจากเขาพร้อมกับส่งยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“สายเปย์สุด ๆแต่พี่มีนัดแล้วนี่สิ ติดไว้ก่อนนะเดี๋ยวมาทวง”
“ก็นึกว่าจะปฏิเสธซะอีกตัวเองไปเปย์สาวแล้วมาให้น้องเปย์กลับนี่นะ ช่างเป็พี่ที่แสนดีจริง ๆ”
“เอ้าก็หมอภาจะเลี้ยงพี่จะปฏิเสธได้ยังไงเสียน้ำใจแย่”
“ว่าแต่นัดสาวที่ไหนอีกใช่คุณครูคนนั้นรึเปล่าคะ”
“ใช่ค่ะพี่ก็มีแค่คนเดียวแล้วมั้ย”
“คนนี้จริงจัง”
“จริงจังสิว่าที่พี่สะใภ้ของหมอภาเลยนะ”
“ขอให้จริงเถอะค่ะภาจะรอดู”
“จริงแท้แน่นอนค่ะ”
ตีรณัฐเป็เพื่อนสนิทของเพ็ญทิวาซึ่งเป็พี่สาวแท้ๆ ของอรวิภา เขาเคยรักหมอภาจริงจังถึงขั้นยอมตัดผู้หญิงทุกคนในชีวิตเพื่อได้ดูแลเธอแต่เธอเองกลับไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวเลยสักนิด ไม่ใช่เพราะเขาเป็ผู้หญิงหากเพราะความรู้สึกทั้งหมดของหัวใจที่เธอมอบให้เขาไม่ใช่แบบนั้น
เขาคือคนนอกที่คอยอยู่เคียงข้างหมอภาพร้อมกับคนในครอบครัวในวันที่เลวร้ายที่สุดของชีวิตเธอและอยู่เคียงข้างเธอเรื่อยมาในฐานะตัวแทนพี่สาวที่เสียชีวิตไปแล้ว ทั้งคู่รู้จักกันมานานเกินกว่าครึ่งชีวิตเลยก็ว่าได้อีกฝ่ายรับรู้ความเป็มาของชีวิตเธอแทบจะทุกเื่ จนกลายเป็ส่วนหนึ่งในครอบครัวที่เธอเองก็ไม่อยากสูญเสียไปซึ่งที่นี่ตอนนี้เธอก็เหมือนมีแค่เขา
ถึงกระนั้นอรวิภาก็ไม่เคยเหนี่ยวรั้งไว้หากอีกฝ่ายจะเลือกกลับไปมีชีวิตที่เป็อิสระของตัวเองไม่ต้องมาคอยดูแลน้องสาวคนนี้แต่ที่ผ่านมาต่อให้เขาจะมีผู้หญิงสักกี่คนเขาก็ไม่เคยทิ้งเธอให้โดดเดี่ยวอ้างว้างเลยการที่ได้รับรู้ว่าตีรณัฐได้เจอคนที่รู้สึกจริงจังด้วยนั้นช่างเป็เื่ที่น่ายินดีเพราะเธอเองก็อยากให้เขามีคนที่คอยดูแลกันไปจนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิตมากกว่าที่จะมาเป็พี่ที่แสนดีของตัวเองอยู่แบบนี้