บทที่ 45 ว่าด้วยเรื่องการศึกษา
นินถูกเรียกตัวเข้าวังแบบด่วนมากเพราะงั้นเขาจึงฝากงานทุกอย่างไว้ที่พิมเพราะวันนี้คนจากหมู่บ้านน่าจะเอาของมาส่งที่เมืองหลวงแล้วช่วยไม่ได้นินยังหาทีมของตัวเองไม่ได้จึงต้องจ้างคนในหมู่บ้านรับส่งของแทน
นิน “ผมฝากเรื่องไว้ที่คุณก่อนนะพวกเขาน่าจะนำของมาส่งวันนี้” พิมพยักหน้า
พิม “ได้นายไปเถอะ “นินพยักหน้าแล้วคิดอะไรได้
นิน” อ้อถ้าเกิดว่าพวกเป็ดต้องการสินค้าบอกให้เขาไปคุยกับคนที่เฝ้าโกดังได้เลยแต่ผมบอกเขาไปแล้วล่ะว่าถ้าของหมดไปที่โกดังได้เลย “พิมพยักหน้า
พิม” ได้นายไปเถอะอ้อแล้วเรื่องหุ้นของเรานายเตรียมเอกสารหรือยัง “นินตบหน้าผาก
นิน” เตรียมแล้วแต่ผมลืมเอามาเดี๋ยวผมไปเอามาให้” นินกลับไปที่บ้านแต่งตัวแล้วเอาเอกสารมาให้พิมก่อนที่เขาจะออกมา ที่เรือนรับรองมีคนอยู่จำนวนหนึ่งรวมถึงคนจากในวังที่มารอพาตัวเขาไปด้วย ดารินเห็นนินแล้วก็พยักหน้าให้
นิน” โอ้คุณนั่นเอง “ดารินพยักหน้า
” ไม่อยากจะเชื่อเรียกว่าคุณลุงจะยกพิมให้นายจริงๆ “นินยิ้มแห้งๆ
นิน” แม้แต่คุณก็สงสัยใช่ไหมล่ะ “ไหมแก้วรีบกระแอมออกมา
ไหมแก้ว” นี่คือป้าสุดาถือว่าเป็นเพื่อนของป้าน่ะ “นินยกมือไหว้
นิน” สวัสดีครับผมชื่อนินครับ “ไหมแก้วกล่าวต่อ
ไหมแก้ว” นี่คือพ่อนินว่าที่ลูกเขยข้าน่ะ “สุดาค่อนข้างประหลาดใจเพราะข้อมูลของนินนางไม่มีอยู่เลยดังนั้นพื้นฐานครอบครัวย่อมไม่ดีแน่ๆ แต่ทำไมสหายของนางถึงเอ็นดูเด็กคนนี้กัน
สุดา” ยินดีที่รู้จักจ้า “นินพยักหน้า
นิน” งั้นขอตัวก่อนนะครับผมต้องเข้าวังแล้ว “ไหมแก้วพยักหน้า
ไหมแก้ว” ไปเถอะคนจากในวังรอนานแล้ว “นินมองซ้ายมองขวาแต่เขาไม่เห็นพิมจึงเดินลงไปก็เห็นพิมรออยู่แล้ว
นิน” คุณมาอยู่นี้เอง “นินส่งเอกสารให้พิมเธอพยักหน้ารับเอกสารมาส่งให้ข้าว จากนั้นบ่าวข้างพิมอีกคนก็ส่งห่อผ้าให้
พิม” นายเข้าวังอาจจะไม่ได้กลับมาคืนนี้ข้าเลยเตรียมเสื้อผ้าและของจำเป็นให้ “นินประหลาดใจ
นิน” ขอบคุณมากผมไปก่อนนะ “นินขึ้นรถม้าของวังหลวงไป
สุดา” ได้ยินว่าบ้านเจ้าทำยาสีฟันขายหรือ “ไหมแก้วยิ้ม
ไหมแก้ว” มิใช่บ้านข้าแต่เป็นพ่อนินคิดค้นมันขึ้นมาน่ะตอนนี้เปิดขายแล้วทำไมรึ “สุดายิ้ม
สุดา” ข้าคิดว่าน่าสนใจเลยว่าจะสั่งไปทำตลาดที่เมืองสองแควเสียหน่อย “ไหมแก้วยิ้มออกมา
ไหมแก้ว” ต้องรีบหน่อยนะเหมือนว่ามีพ่อค้าติดต่อมาไม่น้อยเลย “ดารินก็กล่าวออกมา
ดาริน” เป็นเขาทำเองจริงๆ หรือเจ้าคะสบู่นั่นก็ด้วย “เสียงพิมดังมาจากทางขึ้นเรือน
พิม” ทำไมรึเจ้าไม่เชื่อรึ “ดารินหันมา
ดาริน” ไม่ใช่แบบนั้นแต่ข้าเคยเจอเขามาก่อนตอนที่ท่านลุงผ่านเมืองสองแควน่ะลุงบอกว่าเขามาจากป่าไม่ใช่รึทำไมถึงมีความสามารถเช่นนั้น “พิมหน้ากล่าวเรียบๆ
พิม” เจ้าจะเอาคำว่าป่ามาวัดความสามารถของคนไม่ได้หรอกนะ “ไหมแก้วกล่าวเสริม
ไหมแก้ว” พ่อนินน่ะถึงจะอยู่หมู่บ้านชายแดนทว่าเขาก็ร่ำเรียนมาไม่น้อยเลยหลวงตาที่เลี้ยงดูพ่อนินมาสมันยก่อนบวชก็ออกเดินทางไปหลายประเทศมีความรู้มากมายถ่ายทอดวิชาให้พ่อนินไม่น้อยเลย “ทั้งสองฟังอย่างตกใจ
สุดา” เป็นเช่นนี้เอง “ไหมแก้วถาม
ไหมแก้ว” ว่าแต่ทางนั้นเตรียมงานไปถึงไปแล้วล่ะ” สุดากล่าว
สุดา “เรียบร้อยหมดแล้วเหลือแค่ตรวจความเรียบร้อยขั้นสุดท้ายน่ะ “ไหมแก้วพยักหน้า
ไหมแก้ว” เช่นนั้นก็ดีแล้ว “ดารินจึงถามขึ้น
ดาริน” คุณป้าเจ้าคะหลานไม่ได้มาที่นี่นานแล้วให้พิมพาเดินเล่นได้ไหมเจ้าค่ะ “ไหมแก้วพยักหน้า
ไหมแก้ว” ไปเถอะ “จากนั้นทองสองก็เดินออกมาดารินรีบถาม
ดาริน” ข้าแปลกใจมาที่เจ้าตกลงแต่งงานกับคนไม่รู้จักแบบนี้มีเรื่องอะไรเล่ามากันแน่แล้วเจ้ากับพี่เทพมันอะไรกันแน่ทำไมถึงเป็นเช่นนี้” พิมกลอกตา
พิม “เจ้ามีข้อสงสัยเยอะจังจะสอบสวนข้าหรือไง” ดารินหัวเราะออกมา
ดาริน “ข้าสงสัยนี่” พิมจึงกล่าวให้ฟัง
“ก็แค่พี่เทพขี้ขลาดเท่านันเอง” ดารินประหลาดใจ
ดาริน “หมายความว่าอย่างไร “พิมกล่าวออกมาอย่างไรอารมณ์
พิม” คุณอาเป็นถึงออกญาที่มีตำแหน่งพอๆ กับคุณพอแต่ทำไมเขาถึงไม่มาสู่ขอข้ากันล่ะ “ดารินขมวดคิ้ว
ดาริน “เรื่องนี้ข้าก็สงสัยด้วยภูมิหลังแล้วไม่น่าจะด้อยกว่าเจ้าเลยนี่” พิมยิ้มออกมา
พิม “เพราะเขากลัวข้าจะปฏิเสธหรือไม่ก็คงอยากก้าวหน้าให้เหนือกว่าข้ากระมัง” ดารินขมวดคิ้ว
ดาริน “แล้วถ้าเขามาขอเจ้าจะปฏิเสธไหมล่ะ” พิมคิดสักพัก
พิม “เรื่องนั้นข้าเองก็ไม่รู้หรอกบางทีอาจจะตกลงก็ได้ถ้าไม่มีคนที่เหมาะสมกว่า” ดารินถอนใจ
ดาริน “ช่วยไม่ได้เจ้าเก่งเกินไปจนคนอื่นรู้สึกด้วยค่าขนาดพี่เทพยังเสียความมั่นใจ” พิมส่ายหน้า
พิม “ไม่เกี่ยวหรอกหากไม่มีแม้แต่ความกล้าก็อย่าหวังจะได้สิ่งใดมาครอบครอง” ดารินพยักหน้า
ดาริน “เดี๋ยวไม่สิแล้วนินคนนั้นทำไมเจ้าตกลงเล่า” พิมกล่าวเรียบๆ
พิม “ข้าเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันแต่ไม่ได้รู้สึกต่อต้านเขาขนาดนั้น” ดารินขมวดคิ้ว
ดาริน “ไม่ต่อต้านเขาเนี่ยนะเจ้าป่วยหรือไม่” พิมยิ้มบางๆ
พิม “ข้าไม่ได้ป่วยแต่มันรู้สึกไม่ต่อต้านจริงๆ “พิมมองไปทางดาริน
พิม “แล้วทำไมเจ้าปฏิเสธพี่เทพเล่า” ดารินกลอกตา
ดาริน “เพราะข่าวลือเรื่องเจ้ากับพี่เทพนั่นแหละข้าจึงถอยมาไม่งั้นจะมองหน้าเจ้าได้อย่างไร” พิมยิ้ม
พิม “ข้าไม่ใช่คนใจแคบแบบนั้นหรอกแต่ก็แอบตกใจที่เกดตอบตกลง” ดารินพยักหน้า
ดาริน “คงอยากอยู่เมืองหลวงน่ะที่นี่มีไฟฟ้าใช้มันสะดวกมากนะ” พิมพยักหน้าเมืองหลวงดีกว่าจริงๆ
ด้านนินที่กำลังเดินทางไปเมืองหลวงทางรถม้าก็ได้พูดคุยกับคนที่มารับเขาชายผู้นี่คือลูกน้องของลุงเทียมนั้นเองชื่อว่าสมหวังนินจึงถามข้อสงสัยออกมา
นิน “นี่พี่หวังเรียกผมเข้าวังมีเรื่องอะไรร้ายแรงหรือเปล่า” สมหวังกลอกตา
สมหวัง “เอ็งไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่าล่ะ” นินส่ายหน้า
นิน “ก็ไม่นะ” สมหวังจึงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
สมหวัง “งั้นเอ็งจะกังวลเพื่อ” นินหัวเราะแห้งๆ นินเดินทางมาจนถึงวังหลวงและถูกนำตัวไปยังพระที่นั่งที่มีขุนนางอยู่จำนวนหนึ่งแน่นอนว่านี่ไม่ใช่การประชุมเช้าแบบปกติแต่เป็นประชุมเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และในวันนี้เป็นหน่วยงานเกี่ยวกับการศึกษาทั้งสิ้น
นิน” นี่มันงานอะไรวะเนี่ยคนเยอะไม่เบาเลย “โดยขุนนางวันนี้มีหลักๆ อยู่ไม่กี่คนเช่น คุณพระ วิเชียน และออกญาโหราธิบดีพ่อหมื่นเทพ นินเดินเข้าไปก็ทำความเคารพขุนหลวงก่อนจากนั้นก็คนอื่นๆ ที่อาวุโสกว่าเขาส่วนพวกหน้าละอ่อนเขามองข้ามไปเลยนี่สร้างความไม่พอใจต่อคนอื่นๆ พอสมควรขุนหลวงกล่าวขึ้น
ขุนหลวง “นี่คือนินคนที่เขียนตำราทั้งหมดที่ข้าให้พวกเอ็งอ่านไปเมื่อสองสามวันก่อนไง” ทุกคนหันมามองนินด้วยความตกตะลึงแล้วซุบซิบกันไม่หยุด
” เด็กขนาดนี้เชียวหรือ “คุณพระวิเชียนยิ้มให้นิน
นิน “สายตาพวกนี้มันอะไรกัน” คุณพระวิเชียนกล่าว
“ไม่คิดเลยว่าคนที่สร้างตำรานี้จะเป็นคนหนุ่มเช่นนี้เห็นทีพวกเราชราแล้วจริงๆ” นินยิ้มออกมา
นิน “หามิได้ๆ ผมก็แค่เขียนไว้ให้คนในบ้านเรียนเท่านั้น” ทุกคนหน้ากระตุก ท่านออกญากล่าวออกมา
“เขียนให้คนในบ้านเรียนหมายความว่าอย่างไร” นินกล่าวออกมา
นิน “ก็ตามตัวครับเขียนให้คนในบ้านหมายถึงทุกคนในบ้านไม่เว้นสักคนเดียว” ทุกคนขมวเคิ้วท่านออกญากล่าว
” เช่นนั้นเจ้าหมายถึงสนทุกคนแบบนั้นจะทำได้อย่างไรกันปกติสอนสิบคนต่อครูคนเดียวก็ยากแล้ว “นินยิ้ม
นิน” นั้นเพราะพวกท่านยังใช้รูปแบบการสอนที่โบราณเกินไปไงล่ะ “ทุกคนขมวดคิ้ว
นิน” สมัยที่ผมอยู่ในหมู่บ้านหลวงตาได้สอนหนังสือแกทุกคนทั้งหมู่บ้านท่านกล่าวว่าพวกเราไม่ได้เรียนไปเป็นคุณนางดังนั้นไม่จำเป็นต้องจริงจังมากเอาแค่พอให้ตัวเองเอาตัวรอดได้ก็พอดังนั้นการสอนก็ถูกเปลี่ยนให้คนจำนวนมากเข้าใจง่ายขึ้นไม่ต้องลงรายละเอียดมากเป้าหมายก็แค่อ่านออกเขียนได้และคิดเลขเป็นส่วนคนที่อยากจะเรียนเป็นคุณนางก็ให้จ้างครูส่วนตัวมาสอนเป็นการส่วนตัวจะดีกว่า “ทุกคนพยักหน้าแต่ก็ส่ายหน้า
พระวิเชียน” หมายความว่าอย่างไรถ้าไม่จริงจังแล้วจะมีคุณภาพได้อย่างไร “นินมองไปทางขุนหลวงซึ่งท่านก็กล่าวออกมา
” เอาล่ะข้าเชื่อว่าพวกเจ้าได้อ่านตำรานี้ไปแล้วมีบางอย่างที่พวกเอ็งไม่เข้าใจใช่หรือไม่ทั้งอักษรที่มีคำต่อท้ายมากมายหรือตำราที่ชื่อมานะมานีที่มีเนื้อหาเป็นเรื่องในหมู่บ้านสำคัญอย่างไรวันนี้ไอ้นินจะมาอธิบายให้พวกเอ็งฟัง “ทุกคนจึงตั้งใจฟัง
นิน” เอาล่ะก่อนอื่นต้องกล่าวถึงวิธีการสอนก่อน “คนที่มีหน้าที่จดก็เตรียมพร้อมแล้ว
นิน” ต่อจากเมื่อครู่ที่ข้ากล่าวผมได้ปรับปรุงวิธีการสอนของหลวงตาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นก่อนอื่นมาพูดถันถึงวิธีการสอนก่อนครูหลายคนจะสอนนักเรียนจำนวนมากได้อย่างไรนั่นก็ต้องสร้างหลักสูตรที่เป็นระบบชัดเจนขึ้นมาก่อนอย่างที่ทราบว่าประเทศของเราแม้แต่หนังสือสอนภาษาไทยที่เป็นสากลยังไม่มีเลยแล้วจะสอนนักเรียนหลายคนได้อย่างไรส่วนมากจะมีแค่ที่ครูคนเดียวที่มีตำราแถมครูแต่ละคนตำราก็ไม่เหมือนกันอีกถูกไหม “ทุกคนพยักหน้า
นิน” ดังนั้นหนังสือที่ผมเขียนขึ้นจะต้องตีพิมขั้นมาเป็นชุดๆ นักเรียนสามสิบคนตำราก็ต้องมีสามสิบชุด “ทุกคนประหลาดใจ
นิน” แน่นอนมีตำราแล้วก็ต้องมีวิธีการสอนที่น่าสนใจและทุกคนสามารถเข้าใจพร้อมกันได้ “นินจึงอธิบายวิธีการสอนของโรงเรียนสมัยใหม่ให้ฟังคือ ต้องมีกระดานดำและช็อกเขียนกระดาน
พระวิเชียน” มันเหมือนกระดานชนวนหรือไม่ “นินพยักหน้า
นิน” ก็แบบนั้นแหละผมกำลังสร้างกระดานขนาดใหญ่และสิ่งที่ใช้เขียนกระดานขึ้นมาอีกไม่นานคงสำเร็จ “นินเริ่มอธิบายรูปแบบการสอนจนพวกเขาตกตะลึง นี่มันยอดเยี่ยมมากต่อให้พวกหเขาคิดกันจนตายก็ไม่สามารถคิดวิธีแบบนี้ออกมาได้แน่นอน
นิน “ในส่วนของวิชาแปลกๆ ที่พวกท่านสงสัยอย่างมานะมานีนั้นมันคือตำราฝึกการอ่านซื้อจำเป็นต้องมีเรื่องราวที่ชวนติดตามและสอดแทรกข้อคิดและคุณธรรมนี่เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านและจิตสำนึกที่ดีให้กับนักเรียน” ทุกคนพยักหน้า
นิน” สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือครูเรากำลังขาดแคลนครูจำนวนมาก “ขุนหลวงพยักหน้า
” เอ็งมีวิธีแล้วสินะ “นินพยักหน้า
นิน” ผมมาอยู่เมืองหลวงสักพักแล้วพบว่าบ้านของชนชั้นสูงจำนวนมากมีสตรีที่เรียนอยู่แล้วดังนั้นสตรีเหล่านั้นสามารถนำมาอบรมทักษะการสอนได้แต่ว่าสตรีชนชั้นสูงมีข้อจำกัดอยู่บ้าง “ทุกดคนขมวดคิ้ว
“สตรีจะไปเป็นครูพวกอังวะและขอมคงหัวเราะเราจนตาย” ขุนหลวงขมวดคิ้วมองชายคนนั้นทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาปากเขานี่มันหาเรื่องจริงๆ เงียบไว้เสียก็ดีแล้ว
แนวคิดชายหญิงแม่ที่ไทยจะไม่รุนแรงเหมือนจีนและประเทศอื่นๆ แต่ก็มีคนหัวโบราณหลายคนยังยึดติดอยู่บ้างก็เพราะแนวคิดพวกนี้นี่แหละที่จำกัดความสามารถของผู้หญิง ขุนหลวงหันไปมองนิน
ขุนหลวง “เอ็งพูดต่อ “นินจึงกล่าว
นิน” พวกท่านเข้าใจความสามารถของสตรีผิดแล้วไม่งั้นสตรีชนชั้นสูงทำไมถึงเรียนหนังสือได้บางคนเก่งกาจกว่าผู้ชายเสียอีก ทว่าสตรีชนชั้นสูงมีข้อเสียในการทำอาชีพครูอยู่มากเพราะพวกนางบางคนมีความยโสมากไปทำให้มองสามัญชนต่ำต้อยกว่าและนั่นจะให้เกิดปัญหาในระยะยาวได้ในเรื่องชนชั้นขอรับ “ขุนหลวงกล่าวต่อ
” งั้นทำไมเอ็งถึงยังเสนอขึ้นมาอีกเล่าอีกอย่างสตรีสามารถเป็นครูได้จริงหรือพวกนางขี้อายจะตายไป “นินหัวเราะ
นิน” แน่นอนว่าในชนชั้นสูงก็มีสตรีจิตใจดีอยู่ไม่น้อยเลยสามารถลองดูได้ ในส่วนที่ว่าสตรีเป็นครูได้ไหมขออธิบายแบบนี้แม้ประเทศของเราจะไม่มีเรื่องการแบ่งแยกชายหญิงก็จริงแต่มีคนหัวโบราณคิดว่าผู้ชายเก่งกว่าสตรีนั่นผิดมหันต์และมันจะทำให้ประเทศของเราล้าหลังมากขึ้นแน่นอนว่าในบางเรืองผู้หญิงอาจทำไม่ได้ก็จริงแต่ “นินชี้ไปที่สมอง
นิน” แต่ความเฉลาดมันไม่ได้อยู่แค่ในหัวของผู้ชายหรอกจริงไหม “ทุกคนคิดตามก็พยักหน้า
นิน” ถ้าจะให้ผมยกตัวอย่างพิมลูกสาวเจ้าพระยาเรืองกับหมื่นไวยพวกท่านว่าใครฉลาดกว่ากัน “ทุกคนเห็นภาพทันทีขุนหลวงหน้ากระตุกไอ้นี้มันอวยคู่หมั้นเกินไปไหม
นิน” สาเหตุที่พวกท่านคิดว่าผู้ชายเก่งกว่าเพราะพวกท่านตีกรอบให้นางไปแล้วไม่เชื่อพวกท่านลองให้นักเรียนหญิงชายเข้าเรียนพร้อมกันดูก็จะรู้แล้วว่าในด้านสติปัญญาไม่ต่างกันเท่าไรนัก “ท่านออกญากล่าวออกมาอย่างสงสัย
“เจ้าพูดถึงนักเรียนหลายครั้งมันคืออะไร” นินจึงอธิบายถึงคำว่านักเรียนให้ทุกคนฟัง
นิน “โรงเรียน นักเรียน ครูหรือ อาจารย์ ต่อไปสิ่งนี้จะต้องกระจายไปยังเมืองต่างในไทยเพื่อสร้างบุคลากรที่มีความสามารถของประเทศขึ้นมาไม่รู้จบ “ทุกจินตนาการถึงอนาคตขุนหลวงถึงกับตัวสั่นสะท้านท่านมองเห็นภาพอันรุ่งเรืองขึ้นมานิมิตนี้มาโดยที่ขุนหลวงเองก็ไม่ทันตั้งตัวและตำราของนินเป็นจุดเริ่มต้น
“เยี่ยมมากไอ้นินสมแล้วที่ข้าไว้ใจเอ็งตำราพวกนี้ข้าจะสลักชื่อเอ็งในหอจดหมายเหตุและเก็บต้นฉบับเอาไว้ให้ชนรุ่นหลังได้เห็น” นินถึงกับตกตะลึงเกิดอะไรขึ้นทำไมขุนหลวงถึงตื่นเต้นแบบนี้
นิน” ขอรับ “ทุกคนขมวดคิ้วเพราะนินไม่ใช้ราชาศัพท์
นิน “แน่นอนว่าต่อไปจะมีคนที่มีความสามารถมากกว่าผมจะพัฒนาวิชาเหล่านี้ไปอีกระดับผมเรียกมันว่า ระดับมัธยม และมหาวิทยาลัยถึงตอนนั้นผมคงไม่อยู่บนโลกแล้ว” ทุกคนหัวเราะออกมา ขุนหลวงกล่าวออกมาอย่างเสียไม่ได้
ขุนหลวง “ไอ้เด็กบ้าคำของเอ็งเหมือนเฒ่าชราจริงๆ” ทุกคนหัวเราะ
พระวิเชียน” แล้วตำรานี้มันอยู่ระดับใด “นินจึงกล่าว
นิน” ประถมศึกษา ชื่อนี้เหมาะที่สุด “ทุกคนคิดว่าดี
นิน “อ้อที่จริงผมเขียนตำราภาษาอังกฤษไว้ด้วยนั่นผมเขียนให้คู่หมั้นผมอ่านถ้าสนใจส่งคนไปขอคัดลอกได้นะครับ” ขุนหลวงหน้ากระตุกสามารถเขียนตำราได้แต่เอาให้คู่หมั้นเรียนคนเดี๋ยวไอ้เวรนี่น่าเตะจริงๆ นี่มันเสียของที่สุด ทุกคนตื่นเต้นขึ้นมา
พระวิเชียน “หมายความว่าเราสามารถเรียนภาษาต่างชาติได้อย่างแพร่หลายอย่างนั้นหรือ” นินพยักหน้า
นิน “ก็ประมาณนั้นอย่างน้อยก็สามารถสื่อสารกันได้ปกติ “ทุกคนหน้ากระตุก
นินใช้เวลาในวังทั้งวันพูดเกี่ยวกับหลังสูตรทั้งหมดทุกคนตกใจกับวิธีการท่องตัวอักษรและสระเป็นอย่างมากจากนั้นขุนหลงจึงสรุปให้พระวิเชียนเป็นเจ้ากรมการศึกษาโดยมีนินเป็นที่ปรึกษาพร้อมกับท่านออกญาที่ให้ท่านออกญาเป็นแค่ที่ปรึกษาเพราะท่านมีงานที่ยุ่งมากอยู่แล้วจึงไม่สามารถมาดูแลเรื่องนี้ได้อย่างเต็มตัว แล้วสั่งให้ตีพิมหนังสือและโรงเรียนตามแบบที่นินได้ออกแบบไว้ด่วนที่สุดโดยให้เด็กชุดแรกเรียนฟรีทั้งหมด และจัดการฝึกอบรมครูขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าโดยที่นินจะต้องเป็นผู้อบรมเองก่อนหน้านั้นจะเปิดรับสมัครครูจำนวนมากแน่นอนว่าจะประกาศการรับสมัครในวันพรุ่งนี้ ส่วนเป็ดหลังจากทำการค้าขายมาสองวันสินค้าของเขาหมดจึงมารับสินค้าใหม่ที่โกดังพบว่าของยังมาไม่ถึงจึงว่างเขาจึงกลับไปที่บ้านของเขา
ลุงยอด “ลมอะไรหอบเอาลูกชายของข้ากลับมาได้กัน” เป็ดยิ้มแห้งๆ
เป็ด “ของขายหมดแล้วผมก็เลยกลับมาน่ะสิตอนนี้ไม่มีอะไรทำนี่ “เขามองไปรอบๆ
” ว่าแต่ทำไมมีคนงานน้อยจังไม่ใช่ว่างานทำกระปุกและแปรงเร่งหรือ “ลุงยอดกล่าวออกมาด้วยความจนใจ
” ตอนนี้มีคนสั่งทำห้องน้ำเยอะมากจนคนขาดเอ็งคิดว่าไงล่ะ “เป็ดตาโต
เป็ด” คนซื้อมากขนาดนั้นเชียว “ตาลจึงกล่าวออกมา
ตาล “เจ้าจะไปรู้อะไรเป็นผู้ชายคงไม่คิดมากสินะแต่สตรีย่อมรักความสะอาดอยู่แล้วแถมยังนั่งสบายด้วยใครจะไม่อยากได้รู้ไหมว่าทั้งปีนี้ไม่ต้องรับงานสร้างบ้านเราก็สบายแล้ว” เป็ดกลอกตา
เป็ด “นี่มันวันที่ 6 อีกไม่กี่วันก็สิ้นปีแล้วไหม” ตาลชูกำปั้นขึ้น
ตาล “เอ็งอยากโดนต่อยหรือข้าหมายถึงปีหน้าโว้ย” เป็ดยิ้มแห้งๆ
เป็ด “ที่ข้ามาก็จะบอกว่าให้เร่งทำด้ามแปรงหน่อยน่ะ” ลุงยอดไม่พ่อใจ
“มันทำไม่ทันแล้วคนไม่พ่อ” เป็ดคิดสักพัก
เป็ด “พ่อก็ให้ร้านอื่นๆ ช่วยสิแล้วเราแค่มาใส่ตราแล้วส่งให้ท่านเขยแล้วจ้างร้านพวกนั้นในราคาที่ถูกกว่าแล้วเรากินส่วนต่างเอา” ลุงยอดและตาลดวงตาเป็นประกาย
ตาล” หัวเรื่องขี้โกงนี่เอ็งไปเรียนมาจากไหนเนี่ย “เป็ดไม่พอใจ
เป็ด” พี่หมายความว่าไงเนี่ยเขาเรียกว่ากลยุทธ์ทางการค้า “ตาลหัวเราะ ในวันนั้นเองข่าวที่ว่าคู่หมั้นของพิมคือใครก็ถูกเปิดเผยแล้วทุกคนพูดถึงนินกันไม่หยุดสงสัยว่านินเป็นใครกัน หมื่นเทพที่รู้ข่าวก็โกรธมาก
“ที่แท้ก็คือมันนั่นเอง” แน่นอนว่าตอนนี้มันสายเกินไปกว่าที่เขาจะแก้ไขอะไรได้เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหมั้นของเขาแล้ว…
มานะและมานี คือตัวละครหลักจากชุดแบบเรียนภาษาไทยระดับประถมศึกษา "มานะ มานี ปิติ ชูใจ" ที่ใช้สอนระหว่างปี พ.ศ. 2521–2537 เขียนโดยอาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ เป็นหนังสือที่สอนทักษะการอ่านและการเขียนผ่านเรื่องราวการใช้ชีวิตที่สนุกสนาน สอดแทรกข้อคิดและคุณธรรม