เมื่อออกจากสวนสมุนไพรวิญญาณเย่เฉินก็มุ่งหน้าไปยังหอโอสถวิญญาณ
ในขณะนี้ท้องฟ้าก็ยังไม่สว่างแต่ศิษย์จำนวนมากมายในสำนักนอกของสำนักเหิงเยว่ต่างออกมาดูดซับพลังปราณวิญญาณฟ้าดินกันแล้ว
เมื่อเย่เฉินเดินผ่านไปจึงเป็นที่ดึงดูดสายตาของทุกคนในทันที ในดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจเพียงเพราะเมื่อวานนี้เย่เฉินได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เพียงหนึ่งวันนึกไม่ถึงว่าเขาจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
“พลังการฟื้นฟูของเจ้าเด็กคนนี้มันน่าทึ่งมากจริงๆ”เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นอีกครั้ง
“เขาฝึกตนอย่างไรกันแน่! ข้าจำได้ตอนที่เขามาที่นี่ครั้งแรก เขาอยู่ในขั้นรวมพลังชั้นที่หนึ่ง! ตอนนี้ผ่านไปยังไม่ทันจะถึงสองเดือนเขาก็มาถึงระดับสูงสุดของขั้นรวมพลังแล้ว ก้าวหน้าได้เร็วมากจริงๆ”
เย่เฉินค่อยๆเดินต่อไป เขาไม่ได้สนใจฟังคำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นขณะนี้ความคิดทั้งหมดของเขาล้วนอยู่ที่เนตรวงล้อเทวะของตนเอง
เขาพบว่าตั้งแต่ได้รับการถ่ายทอดวิชาเนตรวงล้อเทวะมาแม้ว่าร่างกายของเขาจะมีความรู้สึกแปลกๆแต่เนตรวงล้อเทวะนี้กลับไม่ได้ทรงพลังอย่างที่เจียงไท่ซวีได้กล่าวเอาไว้นอกจากจะสามารถมองทะลุเสื้อผ้าได้แล้ว เขาก็ยังไม่เห็นความสามารถอื่นของมัน
“หรืออาจเป็นเพราะข้าไม่ใช่คนของเผ่าเซียนหรือเปล่า”เย่เฉินคาดเดาเช่นนี้อยู่ในใจ
ตอนอยู่ด้านล่างของหน้าผาเจียงไท่ซวีเคยบอกไว้ว่าวิชาเนตรวงล้อเทวะจะถูกปลุกขึ้นได้โดยคนของเผ่าเซียนเท่านั้นและจะต้องอยู่เพียงในมือของคนของเผ่าเซียนเท่านั้นจึงจะมีอานุภาพที่ทรงพลังแต่หากไปอยู่กับคนนอกเผ่า เขาก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะสามารถควบคุมมันได้หรือไม่
“เพราะข้าไม่ใช่คนของเผ่าเซียนดังนั้นความสามารถอีกหลายอย่างของเนตรวงล้อเทวะจึงไม่เปิดเผยออกมาหรือเปล่า? และอาจจะเพราะข้าไม่ใช่คนของเผ่าเซียนเนตรวงล้อเทวะจึงไม่สามารถสอดคล้องเข้ากับร่างกายของข้าได้?” เย่เฉินลูบคางตนเองพลางนึกไตร่ตรอง“หรือว่าระดับการฝึกตนของข้ายังไม่เพียงพอและยังห่างไกลจากคุณสมบัติที่จะใช้วิชาเนตรวงล้อเทวะ”
เย่เฉินยังคงคาดเดาไปต่างๆนานา สำหรับเขาแล้วเนตรวงล้อเทวะจัดเป็นสมบัติอย่างหนึ่งแต่เขาไร้ซึ่งกุญแจที่จะไขสมบัติชิ้นนี้ เขายังคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะสามารถศึกษาและทำความเข้าใจมันได้
“ข้าได้เรียนรู้ความสามารถอันดับแรกของเนตรวงล้อเทวะไปแล้ว”เย่เฉินพึมพำกับตนเอง และกระแอมขึ้นมาในห้วงความคิดของเขายังคงคิดถึงภาพฉากอันหอมกรุ่นที่เกิดขึ้นตรงใต้หน้าผาแม้ว่าฉู่ซวนเอ๋อร์จะสวมเสื้อผ้า แต่สำหรับในสายตาของเขาแล้วไม่มีอะไรแตกต่างไปจากการไม่ใส่เสื้อผ้า
เมื่อคิดถึงผิวพรรณอันขาวผ่องและอ่อนนุ่มของฉู่ซวนเอ๋อร์รูปร่างที่งดงามและร่างกายที่แทบจะสมบูรณ์แบบทำให้เย่เฉินอดที่จะคิดเรื่องนี้ไม่ได้
“เรื่องนี้จะมาโทษข้าไม่ได้นะเพราะข้าเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเนตรวงล้อเทวะจะมีความสามารถเช่นนี้”เย่เฉินลูบปลายจมูกของตนเอง และพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง
“ไม่รู้ว่าหลังจากอาจารย์หญิงแสนสวยได้รู้เรื่องนี้จะบีบคอข้าให้ตายไปเลยหรือเปล่า”
“ปกติแล้วน้อยมากที่เนตรวงล้อเทวะจะแสดงตนออกมา”
“บาปกรรม!”
เย่เฉินพึมพำเบาๆและก้าวเข้าไปในหอโอสถวิญญาณ
ภาพแรกที่ปรากฏสู่สายตาของเขาจากระยะไกลคือภาพของสวีฝูที่กำลังยืนอยู่หน้าเตาปรุงยาขนาดใหญ่รอบข้างเต็มไปด้วยสมุนไพรวิญญาณจำนวนมาก ซึ่งมีหลายชนิดที่มีค่ามาก และเขาเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน
“ผู้อาวุโสสวีท่านกำลังปรุงยาอยู่หรือ?” เมื่อเห็นภาพฉากนี้ดวงตาของเย่เฉินก็เปล่งประกาย
เมื่อเห็นการปรากฏตัวของเย่เฉินสวีฝูก็รีบลากเย่เฉินเข้ามา และเหลือบมองไปยังห้องของฉีเยว่จากนั้นจึงกระซิบถามเย่เฉิน “เจ้าหนุ่ม ศิษย์น้องหญิงซวนเอ๋อร์บอกเจ้าหรือยัง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเย่เฉินก็กลอกตาไปมา เขารู้อยู่แล้วว่าสวีฝูหมายถึงเรื่องใดเพราะมันไม่มีอะไรไปมากกว่าเรื่องการแต่งงานของเขากับฉีเยว่
แม้ว่าเขาจะรู้ว่าสวีฝูกำลังหมายถึงอะไรแต่เย่เฉินก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและมองไปยังสวีฝูอย่างอยากรู้อยากเห็น“ข้ายังไม่ได้พบอาจารย์ของข้าเลย อาจารย์จะบอกอะไรกับข้าหรือ”
“ไม่ได้พบกันหรือ?” สวีฝูลูบคาง และอดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ“หรือว่าศิษย์น้องหญิงซวนเอ๋อร์จะยังไม่ได้บอกเจ้าเด็กนี่?”
“ผู้อาวุโสวันนี้ท่านจะปรุงยาชนิดใดกัน” เย่เฉินลูบมือของเขาและมองไปยังสวีฝูด้วยสายตาที่เปล่งประกายในฐานะที่เขาเป็นนักปรุงยาจึงไม่ยอมเสียโอกาสที่จะได้รับชมการปรุงยาของสวีฝู
“เม็ดยาเสวียนหลิง”สวีฝูตอบคำถามของเย่เฉินไปอย่างส่งๆและเริ่มเตรียมสมุนไพรวิญญาณที่จำเป็นสำหรับการปรุงยาต่อไป “อีกแค่สองวันเยว่เอ๋อร์ก็ต้องเข้าไปอยู่สำนักในแล้ว ก็เลยต้องจัดเตรียมไว้ให้นางสักหน่อย”
เมื่อได้ยินประโยคนี้เย่เฉินก็ถอนหายใจ!
“เป็นอาจารย์เหมือนกันแต่ทำไมถึงแตกต่างกันเช่นนี้?” เมื่อนึกถึงฉู่ซวนเอ๋อร์เย่เฉินก็ขมวดคิ้วแน่น จนกระทั่งถึงตอนนี้ ฉู่ซวนเอ๋อร์ผู้เป็นอาจารย์อย่าว่าแต่เม็ดยาวิญญาณเลย แม้แต่น้ำยาวิญญาณก็ยังไม่เคยมอบให้เขามีแต่จะคอยทุบเขาลงกับพื้น
ที่ด้านข้างสวีฝูได้เริ่มการปรุงยา และทำการเรียกเพลิงธรณีที่อยู่ใต้เตาปรุงยาขึ้นมาทันใดนั้นก็โยนสมุนไพรวิญญาณสามต้นที่มีแสงศักดิ์สิทธิ์เปล่งประกายอยู่ลงไปในเตาปรุงยา
สมควรแล้วที่สวีฝูเป็นนักปรุงยามาเป็นเวลายาวนานเขาปรุงเม็ดยาวิญญาณระดับสองอย่างไร้ความกดดันใดๆสามารถทำทุกขั้นตอนในการปรุงยาได้อย่างเชี่ยวชาญแม้ว่าขั้นตอนของการปรุงเม็ดยาเสวียนหลิงจะมีความยุ่งยากแต่เขากลับทำได้อย่างเป็นขั้นตอน
เย่เฉินยืนดูอย่างเงียบๆโดยปราศจากความคิดที่ว้าวุ่น จ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของสวีฝู การควบคุมไฟการปรุงยา ซึ่งดำเนินไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุดในทุกขั้นตอน
ไม่รู้ว่าเป็นเวลาใดดวงตาของเขาก็หรี่ลงเล็กน้อย ในใจเริ่มมีความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นนั่นคือวิธีการปรุงเม็ดยาเสวียนหลิงที่ดูยุ่งยากของสวีฝูกลับดูง่ายดายมากในสายตาของเขา
ทันใดนั้นรอยพิมพ์วงล้อเทวะบนรูม่านตาเนตรวงล้อเทวะของเขาได้เริ่มขยับขึ้น
ทันใดนั้นสวีฝูที่กำลังปรุงยาและควบคุมไฟตลอดจนทุกขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนในการปรุงแก่นแท้ของสมุนไพรวิญญาณได้ตราตรึงอยู่ในเนตรวงล้อเทวะไม่เพียงแค่นั้น ขั้นตอนการปรุงเม็ดยาที่แสนจะยุ่งยากได้ถูกเนตรวงล้อเทวะทำการคาดคะเน ภาพทุกภาพปรากฏขึ้นใหม่อย่างช้าๆและขั้นตอนการปรุงยาที่ยุ่งยาก ก็ถูกจัดระเบียบใหม่จนเรียบง่าย
“เนตรวงล้อเทวะมีความสามารถในการคัดลอกสำเนาวิชาการปรุงยาด้วยหรือ?” เย่เฉินลูบตาซ้ายของตนเองเบาๆ เย่เฉินคาดเดาสิ่งที่เกิดขึ้น
การคาดเดาของเขาไม่ใช่เรื่องไม่มีเหตุผลเป็นเพราะเขาใช้เนตรวงล้อเทวะในการดูการปรุงยาของสวีฝูทุกสิ่งทุกอย่างจึงดูเรียบง่ายมากเขามั่นใจว่าถ้าตอนนี้เขาถูกสั่งให้ทำการปรุงเม็ดยาระดับสองเขาจะสามารถทำมันออกมาได้แน่นอน
ท่ามกลางความเงียบงันเขาจึงหลับตาทั้งสองข้างลง ปลีกเข้าสู่สภาพอันลึกลับเนตรวงล้อเทวะของเขาได้คัดลอกวิธีการปรุงยาของสวีฝูเอาไว้อย่างละเอียดสมบูรณ์จนถึงกับทำให้การปรุงเม็ดยาที่ยุ่งยากกลายเป็นเรื่องง่ายดาย
เขาจมดิ่งอยู่ในสถานะอันลึกลับนั้นวิธีการปรุงของเม็ดยาเสวียนหลิงได้จดจำชัดเจนอยู่ในใจเขาแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังต้องประหลาดใจที่พบว่า ไม่ได้มีเพียงวิธีการปรุงของสวีฝูเท่านั้นที่จะทำให้ได้มาซึ่งเม็ดยาเสวียนหลิงหลังจากที่เขาใช้การวิเคราะห์ของเนตรวงล้อเทวะแล้วจึงพบว่ามันยังสามารถใช้อีกวิธีหนึ่งในการปรุงได้อีกด้วย
“อย่างนี้นี่เอง”แม้ว่าจะปิดตาอยู่ทั้งสองข้างแต่ก็ยังมีรอยยิ้มที่แสนลึกลับอยู่ตรงมุมปากของเย่เฉิน “นี่ก็เป็นความสามารถของเนตรวงล้อเทวะใช่ไหม? สามารถคัดลอกวิชาการปรุงยาของผู้อื่นได้และยังสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีที่ดูละเอียดซับซ้อน ให้กลายเป็นเรียบง่ายได้”
เม็ดยาจงออกมา!
ที่ด้านข้างสวีฝูได้ส่งเสียงเบาๆ และตบไปยังเตาปรุงยา
ทันใดนั้นเม็ดยาสีครามเม็ดหนึ่งได้ลอยออกมา และถูกเขาคว้าเอาไว้ในมือ
“เรียกได้ว่ายอดเยี่ยม”สวีฝูลูบเคราเขาไปพลางขณะที่มองดูเม็ดยาเสวียนหลิงที่อยู่ในมือมันมีความใสพร่างพราว มีไอหมอกสีครามลอยอยู่ และยังมีความอุ่นกลิ่นหอมอันชวนให้สดชื่นได้กระทบบนใบหน้าของเขา
และในตอนนี้เย่เฉินก็ลืมตาขึ้นมองเม็ดยาเสวียนหลิงที่อยู่ในมือของสวีฝู และหัวเราะเบาๆ “เอ่อผู้อาวุโสสวี ให้ข้าลองปรุงเม็ดยาเสวียนหลิงบ้างสิ!”
“เจ้านะหรือ?” สวีฝูเลิกคิ้ว มองไปยังเย่เฉินที่อยู่ด้านข้างและพูดขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ “แม้แต่เม็ดยาวิญญาณระดับหนึ่งเจ้ายังปรุงออกมาอย่างยากลำบากยังจะคิดมาปรุงเม็ดยาวิญญาณระดับสองอีก เจ้าฝันไปหรือเปล่า!”
“ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไร”
“เจ้าจะไปรู้อะไรข้าจะบอกอะไรให้เจ้าฟังนะ การปรุงยาก็เหมือนการฝึกตน ไม่สามารถจะเร่งรีบได้เมื่อมีรากฐานดีก็สามารถจะก้าวหน้าต่อไปได้ แม้ว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์มากแต่ก็ต้องใช้ความมั่นคงให้มาก จะใช้ความทะนงตนมากเกินไปไม่ได้...”
“ข้าขอลองดูสักครั้ง”ท่ามกลางคำพูดที่มากมายของสวีฝู แต่เย่เฉินกลับไม่ได้ตั้งใจฟังเลยตั้งแต่ต้นและกะพริบตาให้กับสวีฝู
“ปรุงปรุง อยากจะปรุงก็ให้เจ้าปรุง” สวีฝูเป่าเคราของเขาและจ้องไปทางเย่เฉินสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่งแล้วถอยห่างออกไปสองสามก้าว และนั่งลงบนม้านั่งหินด้านหลังและก่นด่าอย่างไม่สบอารมณ์ “ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ”
“ขอบพระคุณผู้อาวุโส”หลังจากได้รับอนุญาตจากสวีฝู เย่เฉินก็ยิ้มเบาๆ และก้าวเดินไปหน้าเตาปรุงยาจากนั้นก็พับแขนเสื้อขึ้นทันที