ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 54 เยี่ยมเยือนผู้อาวุโสอู๋ซวน

               เฟยหลงและเพื่อน ๆ ของเขาใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับการฝึกฝนเรียนรู้ตลอดระยะเวลาหลายปีที่อยู่ที่สถาบันเขาจะออกไปทำภารกิจบ้างเป็นบางครั้งแต่น้อยครั้งนักที่เขาจะออกมาด้านนอกทำให้ศิษย์ภายในสถาบันเริ่มลืมเลือนเด็กชายตัวน้อยทั้งสามสี่คนนั้น

                ด้วยแต่ละคนมีพื้นฐานที่ยากจนทำให้พวกเขาต่างมุมานะฝึกฝนอย่างหนักทุกครั้งที่กลับไปที่เกาะพวกเขาจะขนของกินของใช้ที่จำเป็นกลับไปเป็นจำนวนมากจนตอนนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนบนเกาะนั้นเรียกได้ว่ากินดีอยู่ดีกันแล้วหลายปีที่ผ่านมาเด็ก ๆ ทั้งสี่คนต่างตั้งใจทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนักจนอาจารย์ของพวกเขาแทบไม่เชื่อว่าลูกศิษย์ของพวกเขานั้นสามารถทำได้ถึงขนาดนั้น

                มีหลายครั้งที่อาจารย์ของพวกเด็ก ๆสั่งให้พวกเขาหยุดพัก แต่เพียงไม่เกินสองถึงสามวันเด็กพวกนั้นจะกลับมาฝึกฝนต่อกันเองจนพวกเขาไม่รู้จะห้ามยังไงแล้ว วันนี้ผู้อำนวยการสถาบันพร้อมกับผู้อาวุโสที่หนึ่งผู้อาวุโสที่สองจึงมารวมตัวกันที่ ที่พักของผู้อาวุโสซุนหวู่

                “คารวะท่านผู้อาวุโสซุนหวู่”

                “ลมอะไรหอบพวกเจ้าทั้งสามคนมาพร้อม ๆกันได้ หรือว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับสถาบันอย่างนั้นหรือ?”

                “พวกเราอยากจะมาปรึกษาท่านผู้อาวุโสเกี่ยวกับเรื่องของศิษย์ของพวกเราที่ฝึกฝนกันอย่างหนักพวกเราเกรงว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปจะเป็นผลร้ายสำหรับพวกเขาเอง”

                  “ข้าเองก็คิดหนักเรื่องนี้เช่นเดียวกับพวกเจ้าไม่รู้เจ้าเด็กพวกนั้นจะสามารถทนการฝึกฝนแบบนี้ได้อีกนานเท่าไหร่ที่สำคัญคือพวกเขาไม่เคยย่อท้อ แม้จะเจอกับความลำบากแค่ไหนก็ตามข้าคิดว่าเรื่องนี้พวกเราคงต้องไปปรึกษากับปู่ของเฟยหลงกันแล้วหละ”

                “ปู่ของเฟยหลงปู่ของลูกศิษย์ของท่านนะหรือ?”

                “ใช่แล้วข้าคิดว่าส่วนหนึ่งที่ลูกศิษย์ของพวกเราเป็นแบบนี้เพราะท่านผู้อาวุโสท่านนี้อย่างแน่นอนและข้าเองก็ยังมั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาเพราะในอาณาจักรของพวกเรานั้นน้อยคนนักที่จะสามารถฝึกฝนพลังเวทและพลังยุทธ์ไปพร้อม ๆ กันได้ ยิ่งสอนให้เด็ก ๆ พวกนี้เป็นแบบนี้ได้ข้ามั่นใจเกินร้อย ว่าเขาต้องเป็นนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งอย่างแน่นอน”

                “ท่านพูดแบบนี้พวกเราก็อยากจะไปเจอกับปู่ของเฟยหลงดูสักครั้งข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาใช้วิธีการใดสอนเด็ก ๆ พวกนี้ข้ารับศิษย์มาสามคนแต่ไม่มีคนไหนเลยที่สามารถอดทนและตั้งใจฝึกฝนได้ยอดเยี่ยมเช่นหวนอู่เลย”

                “ดีเช่นนั้นพวกเราไปคารวะปู่ของเฟยหลงดูสักครั้งบางทีท่านผู้อาวุโสอาจจะมีวิธีทำให้พวกเขาทั้งสี่ผ่อนการฝึกฝนลงบ้าง”

                “ได้เช่นนั้นข้าจะพาพวกเจ้าไปพบท่านผู้อาวุโสอู๋ซวนเอง”

                ผู้อาวุโสซุนหวู่นำเรือบินของเขาออกมาพร้อมกับเรียกให้ทั้งสามคนขึ้นไปและออกเดินทางไปยังเกาะที่ห่างไกลเพื่อพบผู้อาวุโสอู๋ซวน พวกเขาใช้เวลาเพียงแค่สามชั่วโมงในการเดินทางเพราะแต่ละคนนั้นมีพลังเวทที่สูงส่งทำให้ความเร็วในการเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาไม่มากนัก

                เมื่อมาถึงเกาะผู้อาวุโสทั้งสี่ได้รับการต้อนรับจากผู้นำหมู่บ้าน ผู้อาวุโสซุนหวู่สังเกตเห็นหมู่บ้านที่เปลี่ยนไปผู้คนมากมายมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น บางคนถึงกับปลูกสมุนไพรไว้รอบ ๆ บ้านบางคนก็ทำสวนสมุนไพรที่หาจากจำนวนมาก

                “ท่านผู้นำหมู่บ้านทำไมชาวบ้านพวกนี้ถึงได้ปลูกสมุนไพรพวกนี้ไว้จำนวนมากมายเช่นนี้”     

                  “เรียนท่านผู้อาวุโสสมุนไพรพวกนี้เฟยหลงเป็นคนสอนให้ชาวบ้านปลูกเอาไว้พร้อมกับนำเมล็ดพันธุ์มาให้พวกเขาทุกครั้งที่เขากลับมาเยี่ยมท่านผู้อาวุโสอู๋ซวนเขาจะรับซื้อหรือแลกเปลี่ยนสมุนไพรพวกนี้กลับไปด้วยท่านเห็นสมุนไพรต้นนั้นไหม นั่นข้าปลูกเอง เฟยหลงบอกว่ากลับมาคราวหน้าหากมันมีใบเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งใบเขาจะกลับมาซื้อสมุนไพรต้นนี้ในราคาหนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญทองเลยนะ”

                ผู้อาวุโสซุนหวู่เดินไปดูสมุนไพรต้นนั้นใกล้ๆพบว่าเป็นสมุนไพรที่หาได้ยากและยังมีราคาอยู่ที่หนึ่งร้อยถึงหนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญทองตามที่เฟยหลงต้องการรับซื้อจากชาวบ้านจริงๆ

                “ท่านผู้นำหมู่บ้านท่านพอจะขายสมุนไพรพวกนี้ให้พวกเราบ้างจะได้ไหม”

            “เรื่องนี้ต้องไปปรึกษากับท่านผู้อาวุโสอู๋ซวนเพราะสมุนไพรแต่ละต้นเฟยหลงได้สอนและให้พวกเรารักและหวงแหน เฟยหลงบอกว่าสมุนไพรพวกนี้มีค่ามาก หากจะขายให้กับคนอื่นให้ปรึกษากับปู่ของเขาก่อนเพื่อที่ชาวบ้านจะไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ”

            ผู้อาวุโสสถาบันฟ้าครามทั้งสี่คนมองดูรอบ  ๆหมู่บ้านพบว่ามีสมุนไพรเป็นจำนวนมากที่พวกเขาต้องการโดยเฉพาะท่านผู้อาวุโสซุนหวู่ที่ถึงกับเก็บอาการไม่อยู่เลยทีเดียว

            “พวกเราไปพบผู้อาวุโสอู๋ซวนกันก่อนเถอะ”ผู้อำนวยการสถาบันฟ้าครามเอ่ย

            “ก็ดีเหมือนกันธุระของพวกเรายังไม่เสร็จ คงต้องเก็บความอยากได้สมุนไพรพวกนี้เอาไว้ก่อน”ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวเสริมขึ้นมา

                ตลอดทางที่พวกเขาเดินผ่านจนถึงบ้านของเฟยหลงนั้นตอนนี้ปลูกสมุนไพรหายากจำนวนมากมายกว่าพวกเขาจะเดินมาถึงบ้านของผู้อาวุโสอู๋ซวนปกติใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีแต่พวกเขาทั้งสี่อดใจไม่ได้ที่จะดูสมุนไพรชนิดต่าง ๆ มาตลอดทางทำให้ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงจึงมาถึงบ้านของเฟยหลง

                เมื่อมาถึงบ้านของเฟยหลงทุกคนกลับพบว่ามีเด็ก ๆ จำนวนมากกำลังเรียนอยู่กับผู้อาวุโสอู๋ซวนโดยไม่มีเด็กคนไหนเลยที่ไม่ตั้งใจเรียนเมื่อผู้อาวุโสอู๋ซวนเห็นพวกเขาทั้งสี่เดินมาจึงได้หยุดการเรียนการสอนและมาต้อนรับทั้งสี่คน

                “พวกเจ้าเข้าใจที่ข้าสอนแล้วก็กลับไปดูแลสมุนไพรของพวกเจ้าต่อวันนี้อาจารย์มีแขกมาเยือน ทุกคนกลับไปก่อนก็แล้วกัน”

                “ขอบคุณท่านผู้อาวุโส”  หลังจากนั้นเด็ก  ๆ จึงพากันแยกย้ายกลับไป แต่ก่อนกลับไปเด็ก ๆพวกนั้นต่างพูดคุยถึงเรื่องการดูแลสมุนไพรซึ่งเรื่องเหล่านี้เมื่อผู้อาวุโสซุนหวู่ได้ยินเด็ก ๆ พวกนั้นคุยกัน เขาพลันจำได้ในทันทีเพราะสิ่งเหล่านี้เขาเป็นคนสอนให้กับเฟยหลงเองทำให้เขานั้นถึงกับยิ้มไม่หุบเลยทีเดียวเพราะเฟยหลงสามารถถ่ายทอดสิ่งที่ได้เรียนรู้มาให้กับชาวบ้านและเด็กบนเกาะได้อย่างแม่นยำและถูกต้อง

                “คารวะท่านผู้อาวุโสอู๋ซวนข้าน้อยซุนหวู่ ท่านนี้คือผู้อำนวยการสถาบันฟ้าคราม ผู้อาวุโสที่หนึ่ง และผู้อาวุโสที่สองพวกเขาเป็นอาจารย์ของหลาน ๆ ของท่านที่เข้าร่วมกับสถาบันฟ้าครามของพวกเรา”       

                “พวกท่านทำให้ข้าแปลกใจจริง ๆที่เดินทางมาในวันนี้”

                “วันนี้พวกเรามารบกวนท่านผู้อาวุโสอู๋ซวนแล้วพวกเรามีเรื่องอยากจะปรึกษาท่านผู้อาวุโสเพราะตอนนี้พวกเราทั้งสี่คนเจอปัญหาเดียวกันคือลูกศิษย์ของพวกเราทั้งสี่ที่เป็นหลานของท่านผู้อาวุโสนั้นฝึกฝนอย่างหนักแม้พวกเราจะห้ามปรามยังไงพวกเขาก็ไม่เคยสนใจเลย”

                “ใช่ท่านผู้อาวุโสพวกเรากลัวว่าลูกศิษย์ของพวกเราจะฝึกฝนหนักเกินไปใจทำให้เกิดผลร้ายมากกว่าผลดี”ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวเสริม

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าคิดว่าเรื่องอะไรพวกท่านไม่ต้องกังวลไปหรอก พวกเขาได้รับการปูพื้นฐานมาอย่างดี และอีกอย่างหนึ่งทุกๆ ครั้งที่พวกเขากลับมาข้าจะเป็นคนแนะนำวิธีการฝึกฝนให้พวกเขาที่สำคัญคือตอนนี้พวกท่านอย่าพึ่งไปห้ามปรามพวกเขาอย่างเด็ดขาดเพราะเมื่อสามเดือนที่แล้วพวกเขากลับมาข้าได้สอนวิธีฝึกฝนร่างกายให้ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งเพื่อที่จะเป็นพื้นฐานในการฝึกพลังยุทธ์ และยังสามารถช่วยให้กักเก็บพลังเวทได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย”

                “เป็นเช่นนี้นี่เองมิน่าพวกเขาถึงได้ฝึกฝนกันอย่างหนักแถมทุกครั้งที่พวกเราไปหาตามร่างกายของพวกเขากลับมีบาดแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ จำนวนมากข้าเองก็คิดว่าพวกเขาฝึกฝนเวทมากเกินไปเสียอีกจนทำให้เลือดลมตีกลับ”

                  “จริงสิท่านผู้อาวุโส ตลอดทางที่ผ่านมาพวกเราเจอสมุนไพรหายากจำนวนมากในหมู่บ้านไม่ทราบว่าท่านผู้อาวุโสพอจะขายบางส่วนให้พวกเราได้หรือไม่”

                “พวกท่านอยากได้ต้นไหนก็เลือกไปได้เลยส่วนราคาก็จ่ายให้กับชาวบ้านตามความเหมาะสมเถอะเฟยหลงได้บอกราคาส่วนใหญ่ให้กับพวกเขาแล้ว”

                “จริงสิท่านผู้อาวุโสหมู่บ้านของพวกท่านสามารถปลูกสมุนไพรหายากพวกนี้ได้ไม่ทราบว่าพวกท่านสนใจที่จะเข้าร่วมกับทางสถาบันฟ้าครามได้หรือไม่พวกท่านเพาะปลูกสมุนไพรพวกนี้ทางสถาบันจะเป็นคนรับซื้อเอาไว้ทั้งหมดและยังจะส่งคนมาดูแลความปลอดภัยของชาวบ้านให้อีกด้วย”

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่าเรื่องนี้เฟยหลงเองก็เคยเอ่ยไว้เช่นกันเพียงแต่ว่าไม่คิดว่าพวกท่านจะมาพบเร็วขนาดนี้ เขาเองเคยบอกเอาไว้ว่าเขาคิดจะให้ชาวบ้านปลูกสมุนไพรไว้รอบ ๆ เกาะ และจำหน่ายให้กับสถาบันฟ้าครามตอนนี้เป็นช่วงที่ชาวบ้านกำลังหัดเพาะปลูกสมุนไพรอาจจะไม่ได้คุณภาพ เฟยหลงเลยบอกให้ทุกคนปรับปรุงวิธีการดูแลเพื่อให้ได้สมุนไพรที่มีคุณภาพ เขาจะขอให้สถาบันคุ้มครองความปลอดภัยให้กับชาวบ้านพวกนี้นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าวันนี้พวกท่านกลับมายื่นข้อเสนอพวกนี้ให้กับพวกเรา”

                “แล้วท่านผู้อาวุโสมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?”

                “ไม่มีปัญหาพวกท่านสามารถทำตามข้อเสนอที่พวกท่านกล่าวมาได้เลยเพียงแต่ข้าขอให้พวกท่านให้ราคาที่ยุติธรรมกับชาวบ้านด้วยเพราะพวกเขาทุกคนต่างตั้งใจดูแลสมุนไพรแต่ละต้นของพวกเขาเป็นอย่างดีตามที่เฟยหลงแนะนำมา”

                “เรื่องนั้นท่านผู้อาวุโสไม่ต้องกังวลพวกเรายินดีให้ราคาที่ยุติธรรมกับชาวบ้านอย่างแน่นอนอีกอย่างพวกเราได้เห็นสมุนไพรที่ชาวบ้านปลูกแล้วพวกเราตัดสินใจให้ราคาสูงกว่าที่อื่นเพราะสมุนไพรที่นี่มีคุณภาพที่ดีกว่าที่เราไปหาซื้อมาได้เสียอีก ”

                “เช่นนั้นข้าก็ต้องขอบใจพวกท่านแทนชาวบ้านแล้วหากพวกท่านไม่ว่าอะไรคืนนี้เชิญพวกท่านพักที่บ้านของข้าก็แล้วกันตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว เดี๋ยวชาวบ้านก็คงนำอาหารมาส่งให้เชิญพวกท่านนั่งดื่มร่วมกับชาวบ้านพร้อมกับข้าก็แล้วกัน”

                “ขอบคุณท่านผู้อาวุโส”

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน