บทที่ 115
“ไม่เป็นไรองศ์ราชินีแห่งเอสปีโร่ เราไม่ได้ถือสาเอาความอะไร อีกอย่างตัวของเจ้าชายโรแลนด์เองก็มีความสามารถมาก ข้าชื่นชมจากใจจริง อาณาจักรของเราก็เปรียบเสมือนพี่กับน้องในภายภาคหน้า ให้องค์ชายมาเรียนรู้วิทยาการจากเรา เพื่อไปพัฒนาบ้านเมืองของท่านเถอะ พวกเราต่างมีอายุที่ใกล้เคียงกันน่าจะเข้าใจอะไรกันได้ง่าย แล้วจักรพรรดินีเองก็จะได้มีเพื่อนเรียนรู้ไปควบกันอีกด้วย..”ฌอนกล่าวออกมา จริงๆตัวเขาก็เห็นความสามารถในตัวของโรแลนด์ตั้งแต่เล่นหมากรุกแล้ว นับว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่มีความคิด ในภาคหน้าตัวของโรแลนด์จะต้องเป็นองค์ราชาที่ดีได้แน่นอน อีกอย่างเฟียร์จะได้มีเพื่อนเรียนหนังสือในวัยเดียวกัน น่าจะเป็นผลดีถ้าเธอได้เรียนรู้ร่วมกับคนในวัยเดียวกัน และตอนนี้ฌอนก็นึกโครงการอะไรสนุกๆออกแล้วทั้งหมดมันก็เพราะโรแลนด์ “ใช่ไหมล่ะ น่าสนุกออก.. อ๊าก!! ...” โรแลนด์กล่าวออกมา และแน่นอนว่าก็ถูกเซร่าสาวใช้ประจำตัวดึงหูของโรแลนด์พร้อมกับทำหน้าประมาณว่ามันใช่เวลาที่ต้องพูดอะไรอย่างนี้ไหม พระราชินีเองก็เหมือนกัน“เป็นพระมหากรุณาแล้วที่ส่งเสริมในตัวของลูกชายข้า ข้าเชื่อว่าท่านองค์จักรพรรดิจะสามารถสั่งสอนให้เขาเป็นราชาที่มีเกียรติได้เจ้าค่ะ..แต่อย่างน้อยข้าขอให้พระองค์รับตัวของเซร่าเข้าศึกษาด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ ตัวข้านั้นอยากให้นางได้มีการศึกษาที่ดี ไม่แพ้ใคร นับว่าเป็นลูกสาวของข้าคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ อีกอย่างนางยังสามารถควบคุมเจ้าลูกชายตัวแสบของข้าได้เป็นอย่างดี น่าจะลดปัญหาที่จะทำให้พระองค์ทรงปวดพระทัยได้มากเจ้าค่ะ” พระราชินีกล่าว“เราไม่ได้ติดอะไรอยู่แล้ว อีกอย่างเราก็กะว่าจะรับเจ้าชาย และเจ้าหญิงที่มีความสามารถในหลายๆด้านเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ และมันถูกเรียกในภายหลังว่ามหาวิทยาลัย พวกเราจำเป็นต้องร่วมมือร่วมใจจนกว่าวันนั้นจะมาถึง และพวกเขาจะเป็นมันสมองหลักให้เราผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน..” ฌอนกล่าว แน่นอนว่าองค์ราชินีเข้าใจที่ฌอนพยายามจะสื่อสารออกมาเพราะก่อนหน้านี้ไม่นานมากนัก พวกเขาหลายๆประเทศได้เข้าร่วมหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว จะมีก็แต่เหล่าพระราชา และพระราชินีเท่านั้นที่ทราบเกี่ยวกับวิกฤตการณ์จอมปีศาจ และจอมอสูรคืนรัง หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ร่วมเซ็นสัญญาที่ประทับด้วยวิญญาณ ว่าจะไม่ทำสงครามซึ่งกันและกันไปอีกนาน จนกว่าจะผ่านเรื่องราวนี้ไปได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของเทคโนโลยีที่ต้องแบ่งปันกันอีก และที่น่าสนใจนั้นก็คือสิ่งที่เรียกว่าปืน แต่อาณาจักรที่เป็นแกนกลางสำคัญในการดำเนินเรื่องราวทั้งหมด คงจะเป็นอาณาจักรไหนไปไม่ได้ นอกเสียจากมหาอาณาจักรโอเวอร์ลอร์ด และพวกเขามีสิทธิ์ที่จะยกเลิกสัญญาของอาณาจักรไหนก็ได้ หากเห็นว่าไม่สมควรจะร่วมมือด้วย ตอนนี้ก็คงจะมีอาณาจักรหนึ่งแล้วที่ถูกยกเลิกไปนั้นก็คืออาณาจักรบิสทาเนียที่องค์ชายใหญ่ได้ก่อเรื่องเอาไว้กับราชวงศ์นี้ และแน่นอนว่าไม่มีใครสามารถช่วยเหลืออะไรได้เลยแม้แต่จะเอ่ยกล่าว “เป็นพระมหากรุณายิ่งแล้ว... หากไม่มีอะไรแล้วข้าคงต้องขอตัวลาพระองค์ไปก่อน ข้ายังเตรียมการสำหรับงานวันพิธียังไม่เสร็จสิ้นเลยเจ้าค่ะ..ไปได้แล้ว เจ้าลูกชายโง่” เธอกล่าวกับฌอนก่อนจะหันไปเคาะที่กระบาลของเจ้าลูกชายทีหนึ่ง และมันก็สร้างเสียงหัวเราะให้กับเฟียร์เป็นอย่างมาก เมื่อก่อนเธอก็โดนท่านแม่ของเธอทำอย่างนี้บ่อยๆ แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าพวกท่านจะกล้าทำอย่างนั้นกับเธออีกไหม เพราะตอนนี้เธอเป็นถึงมารดาของแผ่นดิน จากนั้นสถาณการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว ฌอนและเฟียร์เดินออกมาข้างนอกโรงแรมอีกครั้งหนึ่ง ฌอนได้สั่งให้ทหารกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ถ้าจะตามมาก็ให้ตามมาแค่คนสองคนเท่านั้น ไม่ต้องมาเยอะ และให้คอยดูแลอยู่ห่างๆ ห้ามก้าวล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเขากับเฟียร์ แน่นอนว่าพวกเขาก็ต่างทำตามรับสั่งทันที เฟียร์ที่นึกอยากจะตรวจงานลูกน้องเธอก็ชวนท่านพี่ของเธอไปเยี่ยมสถานรับเลี้ยงที่เธอก่อตั้งในทันที“ยินดีต้อนรับท่านนักเดินทางทั้งสองท่านเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านมีธุระอันใดกับสถานรับเลี้ยงของเราหรือไม่โปรดชี้ไขแถลงความ” หญิงคนหนึ่งที่แต่งตัวคล้ายๆกับแม่ชี แต่ก็ไม่ใช่โลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าศาสนา จะมีแต่ก็ความเชื่อที่ตรงกัน แต่ส่วนใหญ่ไม่นับถือความแข็งแร่งก็นับถือกันที่เงินตราเสียมากกว่า“พวกข้าเดินทางมาจากแดนไกล เพียงเพราะได้ยินว่าสถานรับเลี้ยงของอาณาจักรใหม่เช่นนี้ มีการหารายได้ด้วยตัวเอง และยังสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้เป็นอย่างดี ไม่ปล่อยให้เด็กๆ หรือแม้กระทั่งคนแก่ชราหิวโหย เจ้าพอจะช่วยแนะนำพวกข้าได้หรือไม่ ข้าเองก็จะได้นำมันไปปรับใช้ในเมืองของข้าบ้าง” ฌอนสร้างเรื่องออกมาเป็นตุเป็นตะ เขาไม่อยากเปิดเผยสถานะ ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากจะเห็นความเป็นจริงที่มันเกิดขึ้น สองก็คือจะได้หาจุดอ่อนที่อาจจะมองข้ามไปเหมือนครั้งก่อน“พวกท่านคงเป็นคนของสถานรับเลี้ยงเหมือนกัน เราก็ต่างทำเพื่อเด็กๆ และคนชราไหนจะไม่ได้กันล่ะเจ้าคะ เชิญทางนี้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะเป็นคนพาพวกท่านเยี่ยมชมสถานที่ด้วยตัวเอง ... เกือบลืมไปเลย ข้ามีนามว่า มิเรียน่า ...” มิเรียน่ากล่าวออกมาอย่างเป็นกันเอง ตัวของเธอนั้นชื่นชอบอยู่แล้ว สำหรับคนที่อุทิศเพื่อสังคมมามากขนาดนี้ เธอจึงอยากจะแนะนำ และบริการคนอย่างนี้ให้ดี เพราะมีน้อยคนมากที่อยากจะมาเป็น และดูแลเด็กๆรวมถึงคนแก่ชราภาพ“ข้ามีนามว่าปีเตอร์ ส่วนนางคือ แอลซ่า ภรรยาของข้าเอง.. เชิญท่านมิเรียน่านำทางเถอะ..” ฌอนกล่าวแนะนำตัวเอง ก่อนที่มิเรียน่าจะเล่าประวัติความเป็นมาของสถานรับเลี้ยงตั้งแต่ต้น เมื่อก่อนยากลำบากขนาดไหนจากนั้นก็กล่าวถึงราชวงศ์โอเวอร์ลอร์ดที่เข้ามาให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ โดยที่มีองค์จักรพรรดินีเป็นประธานในการดูแล และแน่นอนว่านอกจากสถานรับเลี้ยงจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผู้ดูแลเองก็รับสิ่งที่เรียกว่าเงินประจำเดือนที่ถูกส่งต่อมาจากหน่วยงานขององค์จักรพรรดิอีกต่อหนึ่ง“แล้วเงินที่ท่านได้เพียงพอกับการใช้จ่ายรึ.. ข้าสนใจมันเล็กน้อย เงินประจำเดือนท่านได้เท่าไรกันรึ พอจะบอกกล่าวได้หรือไม่..” ฌอนเอ่ยถาม เรื่องเงินเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และเงินมันก็ไม่เข้าใครออกใคร หากมีการโกงกันเกิดขึ้น มันก็ยังนับว่าแผนการเงินยังไม่น่าพอใจเท่าที่ควร“ข้าได้เดือนล่ะ 1 เหรียญทองนอกจากนี้ยังมีค่าแรงที่เรียกว่าค่าล่วงเวลา และโบนัสอะไรนี่แหละ ซึ่งข้าเองก็ยังไม่เข้าใจมากนัก แต่ดูเหมือนว่าจะได้ตามความขยัน ซึ่งผู้ดูแลใหญ่จะเป็นผู้ประเมินพวกเราอีกทีหนึ่ง เดือนนี้เป็นเดือนแรก ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร แต่ข้าเห็นว่าผู้ดูแลใหญ่บอกว่าให้ไปรับได้ที่ธนาคาร และนำบัตรประชาชนไปด้วยแค่นั้น ก็สามารถได้รับเงินแล้ว“อย่างนั้นรึ ข้ายังสงสัยอีกมาก อาณาจักรแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองยิ่งหนัก ข้าเองก็อยากมาทำงานที่นี่กับพวกเจ้าเลยล่ะ แต่ก็ทิ้งเด็กๆพวกนั้นเอาไว้ไม่ได้..” ฌอนแกล้งทำเพราะเขากันเอาไว้ก่อน และเพื่อไม่ให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าพิรุธ แต่สิ่งที่มิเรียน่ากำลังจะกล่าวออกมานั้นมันทำให้ฌอนแล้วเฟียร์ชื่นชอบในความคิดนี้จริงๆ“น่าเสียดายจัง .. พวกท่านเป็นคนที่มีประสบการณ์ และเข้าใจพวกเขา แน่นอนว่าถ้าเป็นข้า ข้าเองก็คงทิ้งพวกเขาไม่ไหวแน่ๆ มันน่าจะมีโครงการที่ทำให้สถานรับเลี้ยงที่อื่นที่ดูแลไม่ไหวส่งมาให้เราดูแลกันแทน เพราะตอนนี้ที่นี่คือแดนสวรรค์ของพวกเขาจริงๆ” เธอมองไปยังเหล่าเด็กๆที่กำลังวิ่งเล่นอย่างมีความสุข ฌอนเองก็คิด มันเหมือนเป็นการเพิ่มประชากรทางอ้อม และเด็กๆที่เป็นเหมือนกับเขาในอดีตต่างก็โตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี รู้จักรักรู้จักแบ่งปัน มันอาจจะเป็นเพราะสังคมที่ดีด้วยก็เป็นไปได้“นั่นซินะ.. แล้วทำไมเจ้าถึงไม่เสนอเรื่องนี้ให้กับทางราชวงศ์ดูล่ะ บางทีมันอาจจะเป็นไปได้ก็ได้นะ..” ฌอนกล่าวออกมา เฟียร์เองก็พยักหน้าเห็นด้วย