การต่อสู้ในรอบที่สองดุเดือดเป็นอย่างมาก ใช้เวลาไม่นานการประลองรอบที่สองก็สิ้นสุดลง ทั้งสนามประลองเหลืออนุชนเพียง 10เท่านั้นที่ยังยืนหยัดที่จะต่อสู้ อนุชนที่ยังไม่ถอนตัวทั้ง10 ไม่มีใครดีไปกว่ากันมากนัก หลายๆ คนต่างบาดเจ็บหนัก สูญเสียปราณพลังไปมาก ไม่มีใครได้เปรียบไปกว่ากัน พวกเขาต่างนั่งปิดขั้นพลังฟื้นฟูปราณพลังทั้งสิ้น
ฝูงชนต่างพากันประหลาดใจ สำนักเซียนดันมีคนผ่านเข้ารอบมาได้ถึงสองคน มันเหนือกว่าที่พวกเขาคาดการณ์กันไว้มาก ไม่คิดสำนักเซียนจะมี อนุชนเหลือรอดมาถึงรอบนี้ได้ พวกเขามองว่า อี้เฉิน กับซีเผิง ที่ผ่านเข้ารอบมาได้ เป็นเพียงโชคช่วยเท่านั้น ไม่มีค่าอะไรให้น่ายินดี
พวกเขาต่างเฝ้ารอสัญญาณเริ่มการต่อสู้ของ เจ้าสำนักเซียน เมื่อเหลือ10คนสุดท้ายการประลองจะเป็น ขึ้นไปท้าประลองทีละคน
พวกเขาต่างใจจดใจจ่อรอคอยการประลองที่จะเริ่มขึ้น ในรอบ10คนสุดท้ายต้องเป็นอะไรที่สนุกแน่ๆ การต่อสู้ยังคงเป็นเช่นเดิมเพียงแค่สนามประลองจะเหลือสนามเดียวเท่านั้น
เจ้าสำนักเซียนประกาศก้อง "การประลองรอบที่3เริ่มได้" ทันทีที่เจ้าสำนักเซียนเอ่ยขึ้น รอบๆ สั่นไหวอย่างรุนแรง ปราณพลังสีทองหลั่งไหลขึ้นไปบนฟ้า สร้างสนามประลองแห่งเกียรติยศขึ้นมา มันรอยเหลือลานประลองด้านล่างขึ้นมา อยู่ใน ระยะสายตาผู้ชมพอดี
ฝูงชนที่เห็นยังใจสั่นสะท้าน นี้หรือสนามประลองแห่งเกียรติยศ ที่ลำลือกัน
ทันทีที่สนามประลองแห่งเกียรติยศ ถือกำเนิดขึ้น กงจือ บินทะยานขึ้นไปบนลานประลองแห่งเกียรติยศทันที
นางชี้นิ้วมาที่ ซีเยว่ "ข้าขอท้าเจ้าสู้"
ฝูงชนต่างไม่คาดคิด คู่แรกที่ขึ้นประลองจะเป็น คู่ของแม่นางกงจือ กับแม่นางซีเยว่ ผิดคาดกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก ไม่มีใครกล้าคาดเดา
ว่าพวกนางทั้งสองคนใครจะเป็นผู้ชนะ พวกเขาต่างตั้งหน้าตั้งตารอชมการประลองที่จะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้
ซีเยว่ ที่ขึ้นไปบนลานประลองนางมีท่าทีกังวลเล็กน้อย แม้แต่หรั่นหลันยังไม่สามารถเอาชนะ กงจือผู้นี้ได้ นางผู้นี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
พวกเขาทั้งสองคน ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก ล้วนศูนย์เสียปราณพลังไปมาก จากการต่อสู้
กงจือยกยิ้ม ก่อนเอ่ยพูดด้วยท่าทีเย้ยหยันคู่ต่อสู้ "หวังว่าเจ้าจะทำให้ข้าสนุกกับการต่อสู้ได้นะ"
ซีเยว่ที่ได้ยินถึงกับไม่สบอารมณ์ ตัวนางไม่ชอบยั่วโมโหคู่ต่อสู้ จึงไม่ชอบใจวิธีการของกงจือมากนัก กงจือนางผู้นี้คิดหมายจะยั่วโทสะนางเป็นแน่
"ข้าไม่หลงกลตัวเจ้าหรอก มาต่อสู้กันด้วยความซื่อตรงดีกว่า"
กงจือที่ได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน หญิงสาวคนนี้นางไม่อาจยั่วโทสะได้แม้แต่น้อย นางชักอยากที่จะทำลายความเยือกเย็นของนางเสียแล้ว
กงจือ มองไปที่นางด้วยดวงตาอำมหิต ก่อนจะระเบิดปราณพลังออกมาอย่างบ้าคลั่งไม่เก็บออมปราณพลังอีกต่อไป
ปากของนางเปลี่ยนเป็นสีเขียว พ่นควันออกมาจากริมฝีปาก ควันแพร่กระจายทั่วลานประลองอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่จะตกลงพื้นสนามประลอง รอบๆ เต็มไปด้วยน้ำสีเขียวเหนียวข้น คิดหมายตรึงร่างนางไว้
ซีเยว่ ที่เห็นควันสีเขียวที่พุ่งเข้ามา นาง ตวัดกระบี่ที่สร้างปราณพลังออกไปอย่างรวดเร็ว คลื่นกระบี่แพร่กระจายออกไปรอบทิศ
กวาดเอาน้ำสีเขียวเหนียวข้น สลายหายไปจากลานประลองในทันที
ซีเยว่ไม่รอช้าพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ฟาดกระบี่เข้าใส่ ร่ายกายของกงจือ อย่างรุนแรงดุจสายฟ้าฟาด เสียง"ตูม"ดังก้อง
กงจือที่โดนการโจมตีถึงกับร่างสั่นเทิ่ม ถอยร่นไปหลายก้าว นางเริ่มเดือดดาลไม่คิดว่าซีเยว่จะทำลายควันของนางได้
กงจือพุ่งออกไปดั่งสายศร ก่อนจะปล่อยหมัดอัดปราณพลังเข้าโจมตีสวนซีเยว่ทันที หมัดที่นางโจมตีออกไปรุนแรงอย่างมาก
แม้แต่อากาศรอบๆ ยังบิดเบี้ยว
ซีเยว่เองก็ไม่คิดถอยหนี ฟาดกระบี่สวนการโจมตีเข้าไปตรงๆ อย่างบ้าคลั่ง
เสียง"ตูม"ดังก้องไม่ขาดสาย พวกนางปะทะกันนับร้อยกระบวนท่า เลือดของพวกนางทั้งสองค่อยๆ หลั่งไหล จากการปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง
กำปั้นของกงจือถึงกับต่อยหัวไหล่ของ ซีเยว่จนแหลกเละ ซีเยว่ เองก็เฉือนร่างนางจนเป็นแผลใหญ่เลือดไหลนอง
อาภรณ์ของทั้งคู่ขาดลุ่ยไม่มีชิ้นดี
ฝูงชนที่ชมการประลองยังใจสั่นสะท้าน ไม่คิดว่าพวกนางจะปะทะกันตรงๆ แบบนี้
พลังต่อสู้พวกนางสู่สีกันเป็นอย่างมากไม่มีใครคิดว่า ซีเยว่ จะเก่งกาจถึงเพียงนี้ถึงขนาดต้านการโจมตีของ จอมยุทธหลบซ่อนได้
ก่อนที่พวกนาง ทั้งสองจะ รอยกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทางจากแรงปะทะครั้งสุดท้าย ร่างทั้งร่างบาดเจ็บหนักกันทั้งคู่
ไม่มีใครดีไปกว่ากัน อาภรณ์อาบย้อมไปด้วยเลือด หายใจหนักอย่างรุนแรง
กงจือถึงกับขมวดคิ้วมุ่นคิดไม่ถึง หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ นางไม่เก็บซ่อนพลังอีกต่อไป นางแปลงกายเป็นสัตว์อสูรทันที
ในตัวนางมีสายเลือดสัตว์อสูรงูสวรรค์อยู่ นางจึงคิดใช้ร่างที่แท้จริง คิดจบการต่อสู้ครั้งนี้
รอบๆ เกิดแสงพร่างพราวจนฝูงชนแสบตา "นั้นมันแสงอะไร" พวกเขาต่างชี้มือชี้ไม้ไปที่แสงก่อนไต่ถามผู้รู้ ทันทีที่แสงหายไปพวกเขาก็ต้องเบิกตากว้าง"ผู้มีสายเลือดสัตว์อสูรงั้นหรือ แถมยังเป็นสัตว์อสูรโบราณ ถึงจะไม่ใช่สายเลือดบริสุทธิ์ก็ตาม"
กงจือที่แปรงกายเป็นงูสวรรค์ตัวใหญ่ นางเอ่ยพูดเสียงเรียบ "เจ้าระวังตัวด้วยข้าจะไม่ออมพลังอีกต่อไปหากตายก็อย่าโทษข้าล่ะ"
กงจือเลื้อยออกไปอย่างรวดเร็วอ้าปากเขมือบ ซีเยว่ เข้าไปในปาก หมายจบการต่อสู้
ซีเยว่ ที่เห็นท่าไม่ดีนาง ระเบิดปราณพลังสร้างเกาะป้องกันขึ้นมาทันที งูสวรรค์อ้าปากกัด ลงมาอย่างแรงคิดบดร่างนางเสีย
ไม่นานเกาะป้องกันที่นางสร้างก็เริ่มแตกร้าว
ซีเยว่ ระเบิดปราณพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง สร้างเกาะป้องกันเสริมเข้าไปทันที เกาะป้องกันที่นางสร้างค่อยๆ แตกร้าวเป็นทางยาว
ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป นางถึงกับขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะยกกระบี่ในมือขึ้นแล้วปล่อยปราณพลังเข้าไปในกระบี่อย่างบ้าคลั่ง
กระบี่ปราณพลังสั่นไหวอย่างรุนแรง พุ่งเสียบปากของ งูสวรรค์จนทะลุ
"อ๊าก"กงจือ ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด นางเดือดดาลเป็นโทสะ "ก่อนจะตะโกนก้อง เจ้า กล้าทำให้ร่างข้าบาดเจ็บงั้นหรือ"
กงจือ เลื่อยพุ่งออกไปอีกครั้ง ใช่สำตัวบีบ ซีเยว่หมายบดร่างนางให้แหลก
ตัวซีเยว่ เองก็เสียปราณพลังไปอย่างมาก หากนางไม่ใช้ปราณพลังคงไม่สามารถหลุดออกมาจากปากของ งูสวรรค์มาได้
ซีเยว่ พยามถอยหนี กงจือที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่ตัวนางยังช้าเกินไปถูกกงจือ ใช่ร่างกายอันใหญ่โตล้อมพันไว้ ก่อนที่นางจะค่อยๆ
กดดันบีบรัด ซีเยว่ตัวของ ซีเยว่เองก็ พยามสร้างเกาะป้องกันขึ้นมาหมายป้องกันร่างที่กำลังจะถูกรัด ปราณพลังของนางใกล้หมดเต็มที
ก่อนที่เกาะป้องกันที่นางสร้างจะเริ่มแตกสลาย
ร่างทั้งร่างของนางถูกบีบรัดอย่างรวดเร็ว "อ๊าก" ซีเยว่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด กระดูกทั้งร่างของนางแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี
สติของนางเริ่มเลือนราง ไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไป
ฝูงชนที่เห็นยังใจสั่นสะท้าน หากเป็นพวกเขาโดนการโจมตีแบบนี้เขาไป คงได้ร่างแหลกสลายในพริบตาเป็นแน่
ซีเยว่ ไม่มีแรงต่อต้านอีกต่อไป ปราณพลังของนางหมดสิ้น ก่อนกงจือจะคายตัวของซีเยว่ ออกมา
กงจือ ดวงตาแดงก่ำราวเลือดไม่คิดปล่อยหญิงสาวผู้นี้ให้มีชีวิตอยู่ นางปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่ง คิดใช้หางแทงร่าง
ซีเยว่ให้ตาย กงจือตะโกนก้อง"ตายซะ"
ซีเผิง กับ อี้เฉินที่เห็น ซีเยว่กำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเขาเริ่มบ้าคลั่ง คิดจะไปช่วยก็อยู่ไกลเกินไป
ดวงตาของพวกเขาแดงก่ำราวเลือด ตะโกนก้องออกมา"ไม่นะ"
กงจือตะวัดหางอย่างแรงหมายแทงร่างซีเยว่ให้ทะลุ อยู่ๆ แหวนมิติของซีเยว่ก็ปล่อยแสงออกมาก่อนจะมีหางงูขนาดใหญ่โผล่ออกมา
หวดฟาดไปที่กงจือ อย่างแรง "ตู้ม"
กงจือ ที่บาดเจ็บหนักเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเมื่อโดนการโจมตีบางอย่างเข้าไป ถึงกับทำให้นางหมดสติกลับร่างมนุษย์
รอยกระเด็นตกรานประลองไปในทันที
รอบด้านเกิดความฮือฮา ฝูงชนต่างพากันพูดคุย นั้นมันหางของตัวอะไร พวกเขาต่างพากันพูดคุย แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่
มีบางคนถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เห็นได้ชัดๆ ว่าซีเยว่กำลังจะถูกโจมตี อยู่ๆ ก็กลับกลายเป็น
กงจือที่บาดเจ็บแทนเสียได้
แม้แต่เจ้าสำนักเซียน กับผู้อาวุโสบางคนถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความประหลาดใจ พวกเขาต่างพากันคาดเดามันคืออะไรกันแน่
มีเพียงพวกอี้เฉินที่รู้ คนที่ช่วยซีเยว่ ไว้น่าจะเป็น เยว่เยว่ คิดไม่ถึงนางจะมีพลังโจมตีที่มากขนาดนี้ถึงกับทำให้ กงจือที่บาดเจ็บหนักหมดสติลงได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ซีเผิงถึงกับถอนหายใจยาว หากไม่ได้ เยว่เยว่ ช่วยนางไว้ ซีเยว่ได้ตายตกลงไปเป็นแน่