เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 109 การต่อสู้ที่ต้องตายกันไปข้าง

              ทุกคำเป็นดั่งเสียงของสายฟ้าฟาดที่ดังลั่นไปทั่วบริเวณแม้จะมีผู้คนอยู่มากมายนับหมื่นแต่กลับมีเพียงความเงียบงันเท่านั้น พวกเขาทั้งหลายต่างมองไปยังเมิ่งฝานที่อยู่ใจกลางลานประลองทั้งสิ้น

              แม้ว่าเวลานี้ผู้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางแท่นประลองสีเลือดจะมีใบหน้าหล่อเหลาและอ่อนเยาวน์แต่ก็ไม่มีผู้ใดเห็นว่าเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้หนึ่งอีกเลย

              น่าขัน หากผู้ใดยังกล้าที่จะประมาทผู้ที่สามารถสังหารศัตรูได้เพียงดีดนิ้วทั้งยังทำให้คนอีกมากมายหนีตายกระเจิดกระเจิงไปเช่นนี้ เกรงว่าต่อให้ตายไปแล้วก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองตายอย่างไร

              “เจ้า...รนหาที่ตาย!”

              เสียงอันเยือกเย็นดังจากปากของสวีจ้านจากนั้นเขาก็เดินขึ้นหน้าไปพร้อมพลังปราณที่แผ่ซ่านออกมาทั่วร่างแล้วกลายเป็นชุดเกราะที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

              ยามนี้ต้องบอกว่าจิตสังหารของสวีจ้านนั้นมีมากมายถึงขีดสุดแล้วก็ว่าได้เขานึกไม่ถึงเลยว่าเมิ่งฝานจะคล้ายดั่งปีศาจได้ถึงเพียงนี้ มีกลยุทธ์พลิกแพลงมากมายหากวันนี้ไม่จัดการ วันข้างหน้าคนที่ตายก็คงจะเป็นตนเองเสียมากกว่า

              รูม่านตาของเขาหดเล็กลงเมิ่งฝานเดินออกมาข้างหน้าและจ้องมองสวีจ้านอย่างไม่ละสายตา หลังจากนั้นจึงเอ่ยเสียงดัง“ไม่ต้องพูดมาก ชีวิตของเจ้าในวันนี้...ข้าเมิ่งฝานจะขอเก็บเอาไว้เอง!”

              ปลายเข็มต่อปลายเข็ม แม้ครึ่งก้าวก็จะไม่ยอมถอย

              ทันใดนั้นจิตสังหารอันเยือกเย็นพลันแผ่ซ่านไปทั่วลานประลองปะทะกันอยู่ในอากาศทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือก

              เจ้าของสายตานับหมื่นคู่จ้องมองไปยังแท่นประลองอย่างเงียบงันแล้วหยุดหายใจไปชั่วขณะแล้วในเวลาต่อมาพลันมีเงาร่างของคนผู้หนึ่งลอยลงมาจากที่สูง เขาก็คือผู้ดูแลลานประลองแห่งนี้หงเหลย

              บุคคลที่สามมองไปยังเมิ่งฝานและสวีจ้านก่อนที่หงเหลยจะประสานมือกล่าวเสียงเข้ม“ในเมื่อท่านทั้งสองจะต่อสู้ก็ต้องทำตามกฎ และกฏที่ข้าจะบอกก็คือห้ามผู้ใดลงจากแท่นประลองจนกว่าอีกฝ่ายจะยอมแพ้!”

              เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฝานและสวีจ้านก็พยักหน้ารับพร้อมกันนัยน์ตาของพวกเขาทั้งสองจ้องมองกันและกันโดยไม่เห็นหัวหงเหลยเลยก็ว่าได้

              เมื่อเห็นว่าทั้งสองเตรียมพร้อมแล้วหงเหลยก็หาได้เอ่ยอันใดออกไปให้มากความแต่กลับถอยออกไปอย่างรู้งาน

              ต่อมาเพียงไม่นานร่างที่ใหญ่ดุจขุนเขาขนาดย่อมของสวีจ้านเริ่มขยับระลอกคลื่นแห่งพลังแผ่ซ่านจากร่างกายราวกับว่าเป็นสัตว์อสูรในร่างมนุษย์ก็ไม่ปาน เพียงชั่วพริบตาต่อมาเขาก็พุ่งเข้าหาเมิ่งฝานด้วยความเร็ว

              “เจ้าหนูเมิ่งฝานวันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!”

              เมื่อจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณเริ่มขยับพลังอันแข็งแกร่งจึงปกคลุมไปทั่วบริเวณ กลิ่นอายพลังอันร้อนระอุนั้นประหนึ่งกำลังแผดเผาก็ไม่ปานเมื่อเขาพุ่งเข้าหาเมิ่งฝานความกดดันมหาศาลพลันถาโถมเข้ามา

              คิดเอาไว้ไม่มีผิด เมื่ออีกฝ่ายเริ่มลงมือก็ใช้อานุภาพแห่งพลังกดดันข้าทันที

              นัยน์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์เขาเหยียบย่ำลงไปบนพื้นก่อนจะถอดเสื้อรวมถึงเกราะอัสนีออกเผยให้เห็นผิวเนื้อด้านใน

              การระเบิดพลังอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายเมื่อต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณผู้แข็งแกร่งเมิ่งฝานไม่กล้าที่จะประมาทเลยแม้แต่น้อย

              เพียงชั่วพริบตาท่อนแขนของเมิ่งฝานก็ขยับเข้ารับมือสวีจ้านโดยไม่ออมมือเลยแม้แต่น้อยเพียงชั่วพริบตาพลังปราณมหาศาลพลันแผ่ซ่าน หมัดของเขาปะทะกับสวีจ้านอย่างดุดันกลางอากาศ

              ปัง!

              ภายใต้พลังหมัดนั้นมีพลังอันน่าสะพรึงแผ่ซ่านร่างของเมิ่งฝานลอยกระเด็นออกไปในเวลาต่อมา เลือดลมในกายของเขาเดือดพล่านพลางครุ่นคิดในใจว่าถึงอย่างไรเขาก็ยังถูกสยบด้วยขั้นพลังอยู่ดี

              ต่อให้เขาได้รับพืชวิเศษมามากมายและมีวัตถุเทพมาช่วยแต่หากเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายโดยตรงเช่นนี้ก็ยังคงเสียเปรียบสวีจ้านอยู่ไม่น้อย

              สวีจ้านมองไปยังเมิ่งฝานแล้วกระตุกยิ้มก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าหนู ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นยามที่ข้าเย้าหยอกกับสตรีของเจ้าส่วนเจ้าก็จะถูกข้าเฉือนทีละดาบจนตาย!”

              ในระหว่างที่เอ่ยวาจาฝ่ามือของสวีจ้านก็ผ่าตรงมายังเมิ่งฝานด้วยความเร็วปานสายฟ้าเมื่ออยู่ภายใต้พลังนี้เมิ่งฝานสัมผัสได้ถึงพลังภายในที่แข็งแกร่งของอีกฝ่าย เพราะเวลานี้สวีจ้านกำลังมีโทสะดุจดั่งสัตว์อสูรที่เดือดดาลทรงพลังจนน่าสะพรึง!

              เมื่ออยู่ภายใต้พลังปราณซึ่งเป็นดั่งสายธารหลากของยอดฝีมือเมิ่งฝานรู้สึกคล้ายดั่งแทบหยุดหายใจเขาขยับแขนทั้งสองข้างพลางขยับขึ้นหน้าแทนที่จะถอยหลัง และขณะเดียวกันก็ชกออกไป

              หมัดเงี้ยวโลกันตร์!

              วรยุทธ์ของตระกูลเมิ่ง ยามนี้ที่ฝ่ามือของเมิ่งฝานมีเส้นเอ็นปูดนูนสุริยันทั้งสามสอดผสาน แสงอันร้อนระอุพลันแผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือในทันใด

              แล้วในชั่วพริบตาต่อมาหมัดทั้งสองของเมิ่งฝานก็ปะทะเข้ากับหมัดของสวีจ้านที่กลางอากาศอย่างดุดัน

              ปัง!

              เสียงปะทะดังลั่นอากาศรอบตัวสั่นสะท้าน เมื่ออาศัยพลังความแข็งแกร่งของหมัดเงี้ยวโลกันตร์เมิ่งฝานก็ไม่ได้กระเด็นออกไปเช่นเมื่อครู่

              สุริยันทั้งสามสอดผสาน เพียงชั่วพริบตาพลังปราณในร่างกายพลันระเบิดตัวขณะเดียวกันเมิ่งฝานก็ใช้ยาตราเซียนเหินผสานกับพลังของหมัดเงี้ยวโลกันตร์ต่อสู้กับสวีจ้านต่อไป

              ปัง! ปัง! ปัง!

              เงาหมัดจากการต่อสู้ในลานประลองเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าทั้งสองต่างก็เคยผ่านการสังหารมานับไม่ถ้วนจึงเข้าใจในมรรคาแห่งการสังหารดีลงมืออย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า ระลอกคลื่นจากการปะทะกันแผ่ซ่านไปรอบกายจนผู้คนทั้งหลายต่างมองมาอย่างตกตะลึงและอ้าปากค้างแรงกดดันนั้นทำให้พวกเขาแทบหยุดหายใจ

              แค่ก!

              เพียงชั่วพริบตาหมัดของสวีจ้านพลันขยับทำให้เมิ่งฝานถอยหลังไปหนึ่งก้าวขณะเดียวกันก็ใช้ฝ่ามือผ่าลงไปบนหัวไหล่ของเมิ่งฝานด้วยความเร็วปานสายฟ้า ซึ่งพลังอันแข็งแกร่งนั้นส่งผลให้กระดูกหัวไหล่ของเมิ่งฝานแทบจะแตกหักทีเดียว

              แต่เมิ่งฝานก็ยังไม่ได้ขยับไปที่ใดเพียงแต่มีแววตาเหี้ยมโหด ขณะเดียวกันก็ชกใส่หน้าท้องของสวีจ้าน

              ตุบ!

              พลังของเมิ่งฝานในยามนี้แม้แต่หินหนักนับพันจินยังแตกกระจายร่างของสวีจ้านจึงลอยกระเด็นออกไปและกระอักเลือด

              ในชั่วพริบตานี้ทั้งสองต่างก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือดแต่ว่า...มันกลับเสมอกัน!

              ผู้คนทั้งหลายที่เห็นเหตุการณ์ต่างเงียบงันไม่พูดจาหากจอมยุทธ์ขั้นหลอมปราณธรรมดาต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ในขั้นเกลาวิญญาณย่อมล้วนแต่ต้องพ่ายแพ้อย่างยับเยินหรืออาจถึงขั้นสิ้นชีพไปตั้งแต่กระบวนท่าแรก

              แต่เมิ่งฝานที่อยู่บนแท่นประลองในเวลานี้กลับอาศัยความเร็วและพลังที่น่าสะพรึงของตนต่อสู้จนเสมอกับสวีจ้านทั้งยังทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บได้อีกด้วย นี่เป็นเรื่องที่ทำให้ผู้คนทั้งหลายต่างก็ตกตะลึงไปตามๆกัน

              เซี่ยหลันยังคงยืนอยู่กับที่นางอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงก่อนจะเอ่ยว่า “พลังของเขา...เพิ่มขึ้นอีกครั้งจนน่าสะพรึงถึงเพียงนี้เชียวหรือ!”

              คราก่อนที่อยู่ในหอโอสถเมิ่งฝานหาได้ดุดันและร้ายกาจถึงเพียงนี้ไม่ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ตกตะลึงยิ่งกว่าผู้ใดก็คือสวีจ้านความเจ็บปวดบริเวณหน้าท้องนั้นราวกับไส้จะขาด ยามนี้เขาจึงมองไปยังเมิ่งฝานด้วยความประหลาดใจ

              เมื่อราวครึ่งปีก่อนหน้านี้เด็กหนุ่มผู้นี้ทำได้เพียงหนีตายเท่านั้นแต่เวลาผ่านไปเพียงไม่นานกลับแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้

              การที่อีกฝ่ายก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วทั้งที่อายุเพียงเท่านี้ช่างน่าตื่นตระหนกไม่น้อยจิตสังหารบนใบหน้าของสวีจ้านพลันมีมากกว่าเดิม เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น “ดูท่าพลังของเจ้าจะก้าวหน้าขึ้นมาไม่น้อยเลยนะเมิ่งฝาน ในเมื่อเป็นเช่นนี้เหล่าจื่อคงจะต้องสังหารเจ้าไปเสีย!”

              เมื่อเอ่ยออกมาเช่นนั้นเขาก็ก้าวเดินไปเบื้องหน้าก่อนที่กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายจะแผ่ซ่านจากร่างของสวีจ้านยิ่งกว่าเดิม ระลอกคลื่นแห่งพลังปราณอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกจากร่างกายถึงขั้นที่สามารถสยบลานประลองแห่งนี้ได้เลยทีเดียว

              “แปรโลหิตสังหาร!”

              สวีจ้านตวาดเสียงดัง นัยน์ตาของเขาพลันแดงก่ำฉายแววแห่งความกระหายเลือดออกมาก่อนที่ร่างอันสูงใหญ่จะพุ่งเข้าหาเมิ่งฝาน

              “นี่คือวิชายุทธ์ระดับอักษรหงของท่านนายกอง!”

              “ไม่ผิดแน่เมื่อวิชาแปรโลหิตสังหารปรากฏขึ้นมาเช่นนี้จะทำให้ท่านนายกองกลายเป็นดั่งสัตว์ป่า!”

              “ครั้งนี้เมิ่งฝานต้องตายแน่!”

              โดยรอบนั้นเหล่าองครักษ์แพรโลหิตทั้งหลายต่างก็มองลานประลองด้วยสีหน้าตกตะลึง นัยน์ดวงตาของพวกเขาอัดแน่นไปด้วยความยำเกรง

              เมื่อวิชายุทธ์ที่น่าสะพรึงปรากฏขึ้นกลิ่นคาวเลือดพลันลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณเพียงชั่วพริบตาพลันมีฝ่ามือขนาดยักษ์ที่โอบล้อมไปด้วยพลังปราณดิ่งลงมาจากฟากฟ้า

              “เมิ่งฝานต่อให้เจ้าเหมือนดั่งปีศาจเพียงใด เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังที่มากกว่าย่อมต้องตายสถานเดียวข้าสวีจ้านไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดเบื้องหลังข้าก็หาใช่สิ่งที่เจ้าจะสามารถรับรู้ได้ไม่!”

              ฝ่ามือที่คล้ายดั่งพลังอัสนีพุ่งเข้ามาโจมตีเมิ่งฝานรูม่านตาของเด็กหนุ่มหดเล็กลงก่อนจะเอ่ยอย่างเยือกเย็น “พูดมาก!”

              สองหมัดสอดผสาน แสงแห่งพลังหมัดเงี้ยวโลกันตร์พลันเปล่งประกายเจิดจ้าจนแสบตาบดบังอยู่เบื้องหน้าของเมิ่งฝาน

              ตู้ม!

              ระลอกคลื่นแผ่ซ่านและดูเหมือนว่าจะทำให้เมิ่งฝานลอยกระเด็นระลอกคลื่นแห่งพลังปราณที่แผ่ซ่านออกมาอย่างยิ่งใหญ่นั้นเป็นถึงความแข็งแกร่งของจอมยุทธ์ในขั้นเกลาวิญญาณซึ่งเมื่อใช้ฝ่ามือตะปบลงมาพลังปราณนั้นจึงเป็นดั่งสายธารหลาก

              แม้ว่าสวีจ้านจะเป็นเพียงจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณระดับสองแต่สำหรับเมิ่งฝานก็แข็งแกร่งมากพอแล้ว!

              ร่างของเด็กหนุ่มล่าถอยไปอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้พลังของยาตราเซียนเหินเหยียบย่ำลงไปบนพื้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงต้องล่าถอยไปอีกหลายก้าวและทิ้งรอยลากยาวเอาไว้บนพื้น

              เมื่อเขายืนได้อย่างมั่นคงเลือดพลันทะลักขึ้นมาในลำคอแต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังกลืนมันลงไป เมิ่งฝานจ้องมองไปยังสวีจ้าน ยามนี้ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสดโดยเฉพาะหัวไหล่ที่มีบาดแผลฉกรรจ์แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะถอย

              “เมิ่งฝาน!”

              ไป๋สุ่ยเอ๋อร์ที่ถูกมัดเอาไว้บนเสาพึมพำออกมาดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำสีใส เดิมทีนางคิดว่าเมิ่งฝานคงไม่มาแต่นอกจากเขาจะมาช่วยตนแล้วก็ยังต่อสู้อย่างสุดชีวิตอีกต่างหาก!

              นางมองไปยังเงาร่างของคนที่หัวแข็งและรู้ดีว่าตนเองคงไม่มีทางลบภาพของอีกฝ่ายออกไปจากใจได้เป็นแน่

              ท้าทายองครักษ์แพรโลหิตทั้งหมดเพียงลำพังจะต้องมีความกล้าเพียงใดกัน จะต้องมีความหยิ่งทะนงตนเพียงใดกัน!

              “หึ ข้าเองก็อยากรู้เช่นกันว่าเจ้าจะยืนหยัดได้นานเพียงใด?”

              สวีจ้านกระตุกยิ้ม ขณะเดียวกันก็ยื่นมือออกไปก่อนจะมีฝ่ามือใหญ่ดิ่งจากฟากฟ้าพุ่งใส่เมิ่งฝานอีกครั้งพลังภายในส่งเสียงคำรามประหนึ่งคลื่นยักษ์ที่สอดสลับระลอกแล้วระลอกเล่า

              เมื่อคนทั้งหลายมองเห็นพลังฝ่ามือดังกล่าวต่างก็รู้กันดีว่าเมิ่งฝานกำลังตกอยู่ในอันตราย

              เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังปราณที่น่าสะพรึงเช่นนี้เขาไม่อาจหลบเลี่ยงไปที่ใดได้ถึงอย่างไรเมิ่งฝานก็เป็นเพียงจอมยุทธ์ในขั้นหลอมปราณเท่านั้นฉะนั้นแล้วหากเผชิญหน้ากับมันโดยตรงย่อมต้องตายสถานเดียว!

              ฝ่ามือใหญ่ปกคลุมแล้วในวินาทีต่อมาพลันมีกำลังภายในอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเมิ่งฝานก่อนจะมีรอยยิ้มเย็นชาทว่าอันตรายปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเด็กหนุ่ม

              ตู้ม!

              ระลอกคลื่นแผ่ซ่าน ในจุดที่เมิ่งฝานยืนอยู่มีรอยฝ่ามือขนาดใหญ่ปรากฏบนพื้นภายใต้พลังที่น่าสะพรึงพื้นเบื้องล่างจึงเต็มไปด้วยรอยร้าว

              ทว่าท่ามกลางเศษฝุ่นควันที่ลอยคลุ้งกลับมีเงาร่างของคนผู้หนึ่งยืนเด่นตระหง่านไม่มีสิ่งใดแปลกไปจากเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย คนผู้นั้นก็คือเมิ่งฝานนั่นเองเขาเช็ดเลือดที่มุมปากของตนเองพลางมองไปยังสวีจ้าน เวลานี้รอบกายของเด็กหนุ่มมีระลอกคลื่นแห่งพลังจิตอันบางเบาปรากฏขึ้นปกคลุมทั่วร่างและคือสิ่งที่ทำให้เขาสามารถต้านทานการโจมตีอันน่าสะพรึงเมื่อครู่ได้

              เมิ่งฝานกระตุกยิ้มอย่างเยือกเย็นก่อนจะเอ่ยอย่างใจเย็น “สวีจ้านเจ้ามีไพ่ราชาแล้วคิดว่าข้าจะไม่มีอย่างนั้นหรือ? ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือไร...ชีวิตของเจ้าจะต้องเป็นของข้า!”

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34