ตอนที่ 10 ก็จะป้ายสีเ้า (2)
แปลกนัก ทุกครั้งที่นางตั้งครรภ์มักมีอาการแพ้ท้องรุนแรง ทำไมครั้งนี้ไม่มี หรือว่าเด็กในท้องรู้ว่ามารดาเขาตกอยู่ในสภาพลำบาก ถึงได้ว่าง่ายเช่นนี้
พอคิดได้แบบนี้ หลินซื่อก็ยิ่งปวดใจ อดน้ำตาตกไม่ได้ กลุ่มคนพากันปลอบโยน จากนั้นก็ต่อว่าเว่ยซื่อรุนแรงกว่าเดิม
เว่ยซื่อปฏิเสธแถทุกคำพูด
ไฉ่เวยรู้อยู่แล้วว่าหลินซื่อไม่ได้เอ่ยเื่ที่นางตั้งครรภ์กับคนในบ้านตระกูลเถียนแต่อย่างใด แต่ไฉ่เวยจะไม่มีทางพูดความจริง
คนตระกูลเถียนชอบป้ายสีพวกนางแม่ลูกต่อหน้าเถียนจยาอันที่สุด เช่นนั้นนางก็จะใช้วิธีเดียวกันตอกกลับคนพวกนี้ จึงเอ่ยปาก “แม่ข้าจะไม่บอกท่านย่าได้อย่างไร นางบอกท่านไปตั้งหลายครั้งแล้ว ท่านย่าไม่เพียงไม่สนใจ ยังพูดวาจาหักหาญน้ำใจคน บอกว่าแม่ข้าบอบบางเอาแต่ใจ ตั้งครรภ์แล้วยังคิดป่าวประกาศบอกให้คนรู้ไปทั่ว! ทั้งยังมอบงานหนักๆ ในบ้านให้พวกเราสามแม่ลูกทำทั้งหมด ไม่ลดน้อยลงเลยสักนิด อาหารการกินก็ไม่ได้ดูแลอะไร ในหนึ่งวันทั้งข้า ท่านแม่ และน้องของข้า หากไม่กินหมั่นโถวข้าวฟ่างก็กินโจ๊กข้าวฟ่างสามมื้อ ไม่เคยให้กินอิ่ม! แม้แต่ผักในสวนก็เป็พวกข้าสามแม่ลูกที่ปลูก แต่กลับไม่ได้กินแม้แต่คำเดียว!”
กลุ่มคนส่งเสียงอื้ออึง ปีนี้ผลผลิตดี แม้ทุกคนจะกินข้าวฟ่างเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้กินทุกมื้อ หนึ่งวันสามมื้อก็กินแค่มื้อเช้า อีกสองมื้ออื่นๆ หากไม่กินมันเทศก็จะกินหมั่นโถวข้าวโพด ไหนเลยจะกินข้าวฟ่างเหมือนกันทุกมื้อ ของแบบนั้นไม่ได้มีเอาไว้เลี้ยงคนเสียหน่อย!
แต่ตระกูลเถียนมีเงินขนาดนี้ ถึงกับให้พวกหลินซื่อแม่ลูกกินข้าวฟ่างไม่พอ ยังไม่ให้พวกนางแม่ลูกกินอิ่มอีก เท่ากับจงใจให้พวกนางทั้งสามคนหิวตายชัดๆ จิตใจอำมหิตเกินไปแล้ว! เสียแรงที่สามีของหลินซื่อทำงานอยู่ในที่ว่าการอำเภอ เดือนหนึ่งหาเงินได้ตั้งสองตำลึง
พูดถึงผักสด การจะปลูกผักในภาคเหนือที่พวกเขาอยู่ไม่ง่ายนัก แต่สวนผักสามหมู่ของบ้านตระกูลเถียนล้วนเป็หลินซื่อแผ้วถางพื้นที่ ทั้งยังปลูกผักได้ผลผลิตดียิ่งนัก ทำเอาคนอิจฉาตาร้อน ในแต่ละปีแค่ผักสดสามหมู่ของบ้านตระกูลเถียนก็คงหาเงินเข้าบ้านได้ไม่น้อย ตระกูลเถียนแม้แต่กินก็ยังไม่ให้พวกนางกินแม้แต่คำเดียว บนโลกนี้ทำไมถึงได้มีคนเช่นนี้!
กลุ่มคนพากันต่อว่าต่อขานที่ตระกูลเถียนทำเกินไปอย่างโกรธแค้น ไม่กลัวถูกผลกรรมเล่นงานเลยหรือ!
เว่ยซื่อโมโหคิดจะดิ้นออกจากบุรุษสองคนที่จับแขนนางไว้มาจัดการไฉ่เวยที่โกหกสักรอบ แต่ทุกอย่างกลับเสียแรงเปล่า นางกระทืบเท้าด่าว่าอยู่ตรงนั้น “สมกับเป็เด็กชั้นต่ำที่หญิงชั้นต่ำคลอดมา ป้ายสีข้าเช่นนี้ ระวังจะถูกฟ้าผ่าเอา!”
ไฉ่เวยหัวเราะเย้ยหยัน “เช่นนั้นให้ข้ากับท่านย่ารอดูด้วยกันเป็อย่างไร ดูซิว่าฟ้าจะผ่าใคร!”
ชาวบ้านที่มุงดูเชื่อไฉ่เวยอยู่แล้ว เพราะเ้าของร่างเดิมเป็แม่นางขลาดเขลาขี้กลัว ไม่เคยพูดโกหกมาก่อน ดังนั้นจึงมีชาวบ้านเอ่ยเสียงเย็นเยียบ “ยังต้องดูอีกหรือ ต้องผ่าคนพูดปดผู้นั้นอยู่แล้ว!” แล้วใช้สายตาดูแคลนมองเว่ยซื่อ
เว่ยซื่ออวดดีมาแต่ไหนแต่ไร ไหนเลยจะยอมถูกปรักปรำเช่นนี้ “พวกเ้าอย่าได้เชื่อเด็กชั้นต่ำไฉ่เวยนางนี้ หลินซื่อไม่ได้บอกเื่ที่นางตั้งครรภ์กับข้าจริงๆ เื่นี้ทั้งบ้านข้าเป็พยานได้!”
ทันใดนั้นมีคนแทรกขึ้นมา “ตระกูลเถียนของพวกเ้าล้วนรวมหัวกันรังแกสามคนแม่ลูก แน่นอนว่าต้องเป็พยานให้เ้าอยู่แล้ว!”
ผู้ใหญ่บ้านเอ่ย “พวกเราอย่ามัวโต้เถียงกันอยู่ตรงนี้เลย ขอสตรีสักสองสามคนมาประคองหลินซื่อกลับบ้านหน่อย ข้าจะเจรจาดีๆ กับผู้เฒ่าเถียนสักรอบ”
ป้าจางกับพวกสตรีเข้ามาช่วยกันประคองหลินซื่อไปที่บ้านตระกูลเถียน ส่วนชาวบ้านจำนวนมากเดินตามหลังรอชมเื่สนุก
เว่ยซื่อดิ้นขัดขืนชาวบ้านสองคนที่จับนางไว้สุดกำลัง แล้วคว้ารองเท้าข้างนั้นของตนมาใส่