หลังจากที่มาถึงหน้าบ้าน ฮุ่ยหวงก็เปิดประตูไม้เก่าๆออก ด้านในเป็บ้านโล่งๆ มีเพียงโต๊ะไม้เก่าๆกับเก้าอี้แค่ 3 ตัว ผนังบ้านยังมีช่องว่างให้ลมหนาวพัดผ่านเข้ามา
บนเก้าอี้มีเด็กสาวอายุ6 ขวบนั่งเล่นตุ๊กตาไม้เก่าๆอยู่ ใบหน้าของนางยิ้มแย้มมีความสุข เมื่อฮุ่ยหวงเปิดประตูเข้ามา ฮุ่ยเหมยเงยหน้าขึ้นมามองก่อนที่นางจะเห็นว่าเป็ท่านย่าของตน นางจึงรีบลุกจากเก้าอี้ แล้ววิ่งมาก่อดฮุ่ยหวงทันที
"หลานย่า" ฮุ่ยหวงกอดนางเบาๆ
"เ้าคงหิวแล้ว เ้าเอานี่ไปกินก่อนนะ" ฮุ่ยหวงล้วงผลไม้หนึ่งลูกออกมาจากในเสื้อ
ฮุ่มเหมยหยิบผลไม้มาก่อนที่จะแบ่งเป็ 3 ส่วนนางยัดใส่มือฮุ่ยหวง 1 ชิ้น ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปในห้อง เพื่อจะนำอีก 1 ชิ้นไปให้ปู่ของนาง ที่ตอนนี้นอนป่วยอยู่บนเตียง
สิ่งที่เกิดขึ้นเย่ซวนเห็นทั้งหมด ทำให้อารมณ์ของเขาตอนนี้หดหู่มากจริงๆ
"ท่านยาย ท่านรับเงินนี่ไว้เถอะ" เย่ซวนพูดขึ้น
"ข้ารับไว้ไม่ได้จริงๆ" ฮุ่ยหวงส่ายหัว
นางยังคงดื้อดึงไม่ยอมรับเงิน 1 ตำลึงเงิน
"แต่ว่า.." เย่ซวนกำลังจะพูดอะไร
แต่อยู่ๆ ฮุ่ยเหมยก็วิ่งออกมาน้ำตาของนางไหลอาบแก้ม ก่อนที่จะชี้นิ้วไปที่ห้องด้านหลัง
"ท่านปู่ของเ้าเป็อะไร" ฮุ่ยหวงถามขึ้นก่อนที่จะรีบเดินเข้าไปภายในห้อง
เย่ซวนเองก็ตามไปด้วยเช่นกัน
เมื่อเข้ามาในห้องนางเห็นสามีของนาง นอนตัวสั่นอยู่
"ท่านพี่ ท่านเป็อะไรไป" ฮุ่ยหวงยื่นมือไปจับมือสามีของนางเบาๆ
"ตัวร้อนมาก"
"ท่านตื่นมาดื่มยาก่อนเถอะ"
ถึงแม้จะพูดแบบนั้นแต่ยาที่อยู่ในถ้วยแทบจะไม่เหลือแล้ว
"พวกเราไปหาหมอกันเถอะ" เย่ซวนพูด
ไม่รอให้ ฮุ่ยหวงปฏิเสธ เย่ซวนก็เดินไปอุ้มร่างของชายขึ้นมา
"ท่านนำทางไปเถอะ"
ฮุ่ยหวงลังเล แต่เมื่อมองไปยังสามีที่อยู่กินกันมานาน บนอ้อมแขนของเย่ซวน นางก็ตัดสินใจเดินนำเย่ซวนไปโรงหมอ นางจูงมือฮุ่ยเหมยนำเย่ซวนไป
เดินมาได้สักพักก็ถึงโรงหมอแล้ว มันเป็โรงหมอเล็กๆ สำหรับคนยากจนภายในเมืองนี้ ราคาของตัวยาไม่แพง เมื่อมาถึงเย่ซวนก็เดินเข้าไปข้างในทันที โชคดีที่ยังมาทัน
"ท่านหมอ รบกวนช่วยดูอาการของท่านตาคนนี้หน่อย" เย่ซวนเดินเข้าไปหาหมอชราที่ยืนอยู่
"ได้ เ้าพาเขาไปนอนที่เตียงก่อน" เขาชี้ไปที่เตียง
"ท่านป๋อเหวิน ได้โปรดช่วยสามีของข้าด้วย" ฮุ่ยหวงเดินตามเข้ามาด้านใน
"ฮูหยินฮุ่ยหวงนี้เอง" ป๋อเหวินหันไปมองหญิงชรา ก่อนที่จะพยักหน้าแล้วเดินตามเย่ซวนเข้าไปด้านในห้อง
...
"ข้าขอตรวจเขาก่อน" ป๋อเหวินเดินเข้ามา
เขาเริ่มตรวจชีพจรของ มู่หยางทันที ก่อนที่จะสรุปว่ามู่หยางโดนพิษงูชนิดหนึ่ง ทำให้เกิดอาการหนาวสั่น ป๋อเหวินมองไปที่ฮุ่ยหวง
นางเลยเล่าว่าเมื่อ 2 วันก่อน สามีของนางได้เข้าไปเก็บของป่า แต่พอกลับออกมา เขากลับมีใบหน้าซีดเซียว เมื่อนางถาม เขากลับบอกเพียงว่าร่างกายไม่มีแรง เพียงได้นอนพักผ่อนก็หายแล้ว ไม่คิดว่าจะถูกพิษงูเข้า
หลังจากป๋อเหวินให้ป้อนยา มู่หยางแล้ว เขาก็กลับออกไปเตรียมสมุนไพร เพื่อที่จะให้ฮุ่ยหวงนำไปต้มให้กับสามีกิน
"ขอบคุณท่านมาก" ฮุ่ยหวงยกมือคารวะ เย่ซวน ฮุ่ยเหมยเองก็ทำตามเช่นกัน
"ท่านยายทำอะไรกัน" เย่ซวนรีบเดินไปประคองนาง
"ท่านเป็ผู้มีพระคุณของครอบครับเรา" ฮุ่ยหวงยิ้ม
"จะไม่ให้ข้าขอบคุณท่านได้อย่างไรกัน"
"ท่านยาย เรียกข้าว่าเย่ซวนก็พอ" เย่ซวนยิ้ม
"ได้" นางพยักหน้าก่อนจะเรียก
นางพยักหน้าก่อนจะเรียกเขาว่า "ท่านเย่ซวน"
"ไม่สิ ท่านยายไม่ต้องเติมคำว่าท่าน"
"เรียกแค่เย่ซวน เฉยๆก็พอ"
"เอาตามนี้" เย่ซวนรีบตัดจบ
ฮุ่ยหวงยิ้มเบาๆให้เย่ซวนก่อนที่จะเดินไปดูอาการสามีตนเอง ระว่างที่รอป๋อเหวินจัดยา เย่ซวนถูกสายตาน้อยๆมองอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อเขาหันไป นางก็หันหน้าหนี ทำให้เขาอดขำไม่ได้
"มาแล้วๆ" ป๋อเหวินเดินกลับเข้ามาภายในห้องพร้อมกับยาสมุนไพร
"ท่านนำไปต้มให้เขากินวันละ 2 ครั้ง"
"ไม่กี่วันอาการของเขาก็จะดีขึ้น" ป๋อเหวินยื่นสมุนไพรให้กับฮุ่ยหวง
"ท่านหมอค่ารักษาทั้งหมดเท่าไหร่" เย่ซวนถามขึ้น
"ข้ารักษารึ"
"ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย งั้นข้าคิดแค่ค่าสมุนไพรแล้วกัน"
"ทั้งหมด 500 อีแปะ พอ"
เย่ซวนยื่นเงินให้ป๋อเหวินก่อนที่จะเดินเข้าไปอุ้มมู่หยางขึ้นแล้วเดินออกจากโรงหมอเพื่อกลับไปยังบ้านของฮุ่ยหวง หลังจากมาถึงบ้านไม้หลังเดิม เขาก็เดินเข้าไปวางมู่หยางให้นอนลงบนเตียงเหมือนเดิม
"ท่านยาย ท่านรับเงินเอาไว้เถอะ" เย่ซวนยื่นเงิน 500 อีแปะ ที่เหลือจากการซื้อสมุนไพรให้ฮุ่ยหวง
ฮุ่ยหวงกำลังจะปฏิเสธอีกครั้ง เพราะเย่ซวนช่วยพาสามีของนางไปหาหมอแล้ว แต่ก็ถูกเย่ซวนขัดซะก่อน
"ท่านยังมีหลานสาวกับสามีที่ต้องดูแล"
"ตัวท่านเองก็แก่แล้ว"
"จะหาเงินจากที่ไหนมาซื้ออาหารให้พวกเขาทาน"
"ท่านรับเงินนี่เอาไว้เถอะ"
"เชื่อข้า"
"แต่ว่า.." นางกำลังจะพูด อยู่ๆก็ได้ยินเสียงท้องของหลานสาวนางร้อง ทั้งสองคนหันไปมองทาง ฮุ่ยเหมย
"ฮ่าๆ ท่านดูท้องของเ้าตัวเล็กนี้สิ"
"มันบอกว่าให้ท่านรับเงิน 500 อีแปะ นี้ไว้"
คนที่ถูกพูดถึงก้มหน้าลง เอามือกุมที่ท้องของตนเอง ตอนนี้นางอายเป็อย่างมาก
ฮุ่ยหวงมองหลานสาวของตัวเอง กับคิดถึงสามีของนางสุดท้ายนางก็ยอมรับเงิน 500 อีแปะไว้
"เ้าชื่ออะไรรึ" เย่ซวนเดินไปหาฮุ่ยเหมย
นางเงยหน้าขึ้นไปมองเย่ซวน ก่อนที่จะมองไปที่ท่านย่าของตนเอง
"นางชื่อฮุ่ยเหมย"
"นางพูดไม่ได้"
"พูดไม่ได้ ?" ทำไมกันเย่ซวนสงสัย
"ใช่แล้ว หลังจากที่พ่อแม่ของนางจากไป"
"นางก็ไม่ยอมพูดอีกเลย"
"เคยพาไปหาหมอรึยัง" เย่ซวนถามขึ้น
"เคยแล้วหมอบอกว่านางไม่ได้เป็อะไร"
"ไม่ได้เป็อะไร ? แล้วทำไมถึงพูดไม่ได้" เย่ซวนงุนงง
"เดี๋ยวข้าจะช่วยหาทางรักษาเ้าเอง" เย่ซวนพูดขึ้น
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่ซวน ดวงตาน้อยๆของฮุ่ยเหมยก็เปล่งประกายขึ้น นางรีบก้มหัวขอบคุณเย่ซวนทันที ก่อนที่เขาจะเอามือไปลูบหัวนางเบาๆ
เห็นท่าทางของทั้ง 2 คน หางตาของฮุ่ยหวงอยู่ดีๆก็เปียกชื้นขึ้น
"เอาละเดี๋ยวข้าต้องขอตัวก่อน" เย่ซวนลุกขึ้น
"ท่านยายเดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะมาหาท่านใหม่นะ" เขาพูดกับฮุ่ยหวง ก่อนที่จะหันไปหาฮุ่ยเหมย
"เดี๋ยวข้าจะซื้อขนมมาฝากเ้าด้วย"
...
หลังจากที่ลาสองย่าหลานแล้ว เขาก็เดินออกมานอกบ้าน เมื่อเขากำลังจะเดินไป เย่ซวนกลับมีความคิดหนึ่งเกิดขึ้นในหัว เขาหันหลังกลับไปมองบ้านไม้เก่าๆ
'ลองดูแล้วกัน' เย่ซวนคิดในใจ
เย่ซวนกัดนิ้วของเขาให้เืออก เพื่อที่จะใช้มันวาดอักขระลงที่ประตูของบ้านหลังนี้ อักขระของค่ายกลนี้ซับซ้อนอยู่ไม่น้อย สิ่งที่สำคัญของค่ายกลนี้คือ ต้องวางค่ายกลตอนกลางคืนเท่านั้น
ผ่านไป 1 เค่อ เย่ซวนก็ทำสำเร็จ ค่ายกลที่เขาวางให้กับบ้านหลังนี้คือ ซ่อนจันทรา มันเป็ค่ายกลอำพรางตอนกลางคืน ผลของมันก็คือ ตอนกลางคืนสิ่งที่อยู่ภายในค่ายกลจะถูกซ่อนเอาไว้ และจะสร้างภาพลวงตาเอาไว้แทน เมื่อผู้บุกรุกเดินเข้ามาภายในค่ายกล จะถูกภาพลวงตาเล่นงาน
'สุดยอดไปเลย'
'อย่างน้อยค่ายกลนี้ก็ป้องกันพวกเขาจากคนไม่ดีบางกลุ่มเอาไว้ได้'
'เอาละ ได้เวลากลับแล้ว'
...
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ
แหม.. ชื่อวิชา จันทรา สยบฟ้า วิชาส่วนมากก็ต้องเกี่ยวกับตอนกลางคืนสินะ
แต่เดี๋ยวก่อน แล้วตอนเช้าจะมีวิชาไหนบ้างที่พระเอกใช้ได้ แน่นอนว่ามี แต่ถ้าใช้ตอนกลางคืนจะเห็นผลมากกว่า ?
ชื่อค่ายกลคือ ซ่อนจันทรา หรือว่า ชื่อของตำราบุ๋น คือ จันทรา สยบฟ้าเหมือนกัน หรือมันแค่เื่บังเอิญกันนะ