ดวงตากลมโตของอัญญารินทร์เบิกกว้างทันทีที่ตักไอศกรีมรสโปรดเข้าปาก
“เป็ไงบ้างอัญ อร่อยไหม” มีนา เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของอัญญารินทร์ที่ไปลากเพื่อนตัวเล็กออกมาจากบ้านได้ใน่บ่ายถามขึ้น พลางมองใบหน้าหวานของคนตรงหน้าด้วยสายตาคาดหวัง
“อื้ม อร่อย เหมือนที่อัญชอบกินเลยมีนา” อัญญารินทร์รีบกลืนสิ่งที่อยู่ในปาก แล้วตอบคำถามเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
อัญญารินทร์มีไอศกรีมรสโปรดคือวานิลาช็อกโกแลต แต่ไม่ว่าจะไปกินที่ไหนก็ไม่ค่อยจะถูกปาก จนคุณแม่ต้องทำให้กินและปรับสูตรให้ลูกสาวเอง อัญญารินทร์จึงมีร้านโปรดแค่ร้านเดียว ซึ่งก็คือร้านอาหารของครอบครัวตัวเอง ไม่ว่าจะไปเมื่อไหร่ก็ต้องสั่งทุกครั้ง
แต่ร้านที่มีนาพาเธอมาวันนี้ รสชาติคล้าย ๆ กับที่แม่ของเธอทำเลย
“ไงล่ะ เราบอกแล้วว่าอัญต้องชอบ” มีนาได้รับคำตอบจากเพื่อนก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจ
“ชอบจริง ๆ ขอบคุณนะที่พามากินของอร่อย” อัญญารินทร์ยิ้มกว้างจนตาหยีให้เพื่อน ไม่เสียแรงที่ยอมติดแหง็กท่ามกลางรถติดเพื่อมาที่นี่
“ไม่เป็ไร”
“แล้วนี่มีนาจะมาซื้ออะไรเหรอ” อัญญารินทร์ถามขึ้น เพราะในวันนี้มีนาไปลากเธอมาจากบ้าน อ้างว่าให้เธอพามาซื้อของ แต่ไม่ได้บอกว่าของอะไร
“เราว่าจะมาซื้อหนังสือ อีกอย่างก็อยากพาอัญมาเปิดหูเปิดตาด้วยไง” มีนาตอบแล้วทำหน้าเซ็ง
กว่าจะพาอัญญารินทร์ออกจากบ้านมาได้มันใช่เื่ง่ายเสียที่ไหนกัน ปิดเทอมตั้งสองเดือนครึ่งยังไม่ได้เจอกันเลย
“วันนี้ก็ออกมาด้วยแล้วไง เดี๋ยวอัญช่วยเลือกหนังสือนะ” อัญญารินทร์ยิ้มแหยอย่างรู้สึกผิดที่ปฏิเสธคำชวนของเพื่อนสาวมาหลายครั้ง
“คนอะไรอยู่แต่บ้าน” เธออดบ่นอย่างไม่ได้จริงจังนัก
“ก็ไม่ชอบออกมานี่นา มันร้อน” อัญญารินทร์พูดแก้ตัว เธอไม่ชอบการเดินทางแล้วรถติดเป็ชั่วโมง จึงไม่ออกไปไหนเลยตลอดสองเดือน
“แต่ห้างไม่ร้อน ข้ออ้างของคนี้เีมากกว่า” มีนากลอกสายตามองบนอย่างเอือมระอาและพูดขึ้นด้วยความหมั่นไส้ คำตอบของอัญญารินทร์คือข้ออ้างชัด ๆ
“อัญเปล่าี้เีนะ!” เมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็คนี้เี อัญญารินทร์ก็เถียงขึ้นมาทันที พร้อมกับมุ่ยหน้าอย่างขัดใจ
เธอไม่ใช่คนี้เีซะหน่อย
“รีบกินเถอะ เดี๋ยวจะพาไปเดินซื้อของ” เมื่อเห็นท่าทางเป็แมวที่กำลังพองขนกางเล็บ แต่ไม่ได้น่ากลัวของอัญญารินทร์แล้วมีนาก็ตัดบทขึ้น เพราะไม่อยากเถียงกับเพื่อนเื่นี้อีกแล้ว
“ได้ แต่ว่า...” อัญญารินทร์พยักหน้าแล้วมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาออดอ้อน
“หืม” มีนาขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นของเพื่อนสนิท
“ขอไอติมรสนี้แบบโคนด้วยได้ไหม” อัญญารินทร์ชี้ไปที่ถ้วยไอศกรีมของตัวเองพร้อมกับร้องขอเพื่อน
“อัญกินเยอะไปแล้วนะ” มีนาแสร้งทำหน้าดุ
“ไม่เป็ไรหรอกน่า นะ ๆ” อัญญารินทร์ส่ายหน้าแล้วงัดสกิลการออดอ้อนขึ้นมา ทำตาปริบ ๆ อย่างน่าสงสาร
“เฮ้อ ก็ได้” นั่นทำให้มีนาไม่สามารถใจแข็งได้ เธอถอนหายใจออกมาก่อนจะตอบรับ แล้วยกมือขึ้นกวักเรียกพนักงานมาสั่งตามที่เพื่อน้า
เมื่ออัญญารินทร์กินหมดถ้วยนั้นแล้วทั้งสองก็ไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ จากนั้นจึงพากันเดินออกไปซื้อของตามที่ตั้งใจไว้
อัญญารินทร์เดินถือไอศกรีมโคนตามหลังมีนาไปอย่างมีความสุข
ในขณะที่กำลังเดินเล่นอยู่นั้น ด้วยความไม่ระวังทำให้อัญญารินทร์เผลอเดินไปชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินออกมาจากร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังพอดี
“กรี๊ดด”
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นเพราะไอศกรีมในมือของอัญญารินทร์ตอนนี้ได้ไปอยู่บนเสื้อผ้าของเธอเป็ที่เรียบร้อย
มีนาที่เดินนำไปจึงรีบหันกลับมามอง เธอยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความอ่อนใจ
“ขอโทษค่ะ คุณเป็อะไรไหมคะ” อัญญารินทร์เบิกตากว้างด้วยความใ แต่พอได้ยินเสียงกรี๊ดของอีกฝ่าย เธอก็ได้สติแล้วรีบกุลีกุจอเข้าไปขอโทษทันที
“ขอโทษแทนเพื่อนหนูด้วยนะคะ” มีนาเองก็รีบเดินเข้ามาช่วยเพื่อนสนิท
“เดินยังไงของแก ฮะ! อีเด็กบ้า!” แต่เหมือนว่าคู่กรณีจะไม่ยอม เธอตะคอกใส่อัญญารินทร์เสียงดังลั่น จนคนที่ผ่านไปผ่านไปมาแถวนั้นหันมาให้ความสนใจทั้งสามคนกันหมด
“เอ่อ” อัญญารินทร์น้ำตาคลอขึ้นมาทันทีและทำตัวไม่ถูก เกิดมาเธอไม่เคยโดนตวาดใส่หน้าแบบนี้จึงรู้สึกกลัวหญิงสาวตรงหน้า
“พวกแกรู้ไหมว่าชุดนี้ราคาเท่าไหร่ และแกยังจะทำให้ฉันเสียโอกาสพลาดเดตแรกอีก!” แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจ หญิงสาวยังคงระบายความโกรธเกรี้ยวออกมาโดยไม่อายคนที่มองมาเลยสักนิด
“ขอโทษแทนเพื่อนหนูจริง ๆ นะคะ” มีนาไม่พอเล็กน้อยที่ผู้หญิงคนนี้แสดงกิริยาแบบนั้นกับเพื่อนตัวเอง แต่ยังไงเื่นี้อัญญารินทร์ก็ผิด เธอจึงช่วยพูดให้อีกฝ่ายใจเย็นก่อน
“เกิดอะไรขึ้น”
ยังไม่ทันที่ผู้หญิงคนนั้นจะได้วีนอะไรต่อ เสียงนิ่งเรียบที่ดังขึ้นก็ทำให้ทั้งสามคนชะงัก
“พี่ภาม ช่วยเชอร์รีด้วยค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นหันไปมองคนมาใหม่แล้วท่าทีของเธอก็เปลี่ยนไปทันที จากที่กำลังเกรี้ยวกราดเหมือนจะกินหัวอัญญารินทร์กับมีนา กลายเป็อ่อนแอแล้วเดินไปกอดแขนผู้ชายคนนั้นด้วยท่าทีออดอ้อนออเซาะ หมดคราบผู้หญิงขี้วีนเมื่อครู่นี้ไปโดยสิ้นเชิง
ภามทำหน้าเซ็งขึ้นมาด้วยความอ่อนใจ ผู้หญิงที่กำลังกอดแขนเขาอยู่ตอนนี้คือคนที่คุณย่าส่งมา เธอมาหาเขาั้แ่บ่าย แม้ว่าเขาจะอ้างว่ามีงานแต่เธอก็ยังรอ สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องจำใจพาเธอมาซื้อของตามมารยาท
เมื่อครู่นี้เขาอ้างว่าไปคุยโทรศัพท์ กะว่าจะมาบอกเธอว่ามีธุระต้องไปต่อ แต่กลับมาเห็นเหตุการณ์นี้ขึ้นเสียก่อน
“เอ๋ พี่ภามเหรอคะ” อัญญารินทร์มองไปที่ภามแล้วเอียงคอเรียกชื่อเขาด้วยความสงสัยว่านี่ใช่พี่ภามที่อยู่ข้างบ้านของเธอหรือไม่ แต่ดูจากชุดที่เหมือนกับเมื่อเช้าแล้ว ไม่น่าจะเป็ฝาแฝดหรือคนหน้าเหมือนได้
เสียงหวานใสทำให้ภามชะงักและหันไปมอง เมื่อเห็นเด็กสาวที่อยู่ข้างบ้านตัวเองก็ขมวดคิ้วทันที
“อัญชันมาทำอะไรที่นี่” เขาถามขึ้นพลางมองหน้าอัญญารินทร์นิ่ง
“อัญมาซื้อของค่ะ”
“แกรู้จักเหรอ” มีนาที่ยืนอยู่ข้างอัญญารินทร์ถามขึ้นเบา ๆ
“พี่ภามรู้จักเด็กนี่ด้วยเหรอคะ” ส่วนเชอร์รีที่เกาะแขนภามอยู่ก็สงสัยเช่นเดียวกัน
“อื้ม นี่คือเพื่อนบ้านใหม่เราเอง” อัญญารินทร์จึงตอบคำถามเพื่อนสนิทและชี้มือไปที่ภาม
“เพื่อนบ้าน หมายถึงบ้านหลังข้าง ๆ แกมีคนมาอยู่แล้วเหรอ” มีนาพยายามทำความเข้าใจ ตอนไปรับเพื่อนเธอไม่ได้มองบ้านหลังนั้นเลย
“ใช่ ก็พี่ภามนี่ไง” อัญญารินทร์พยักหน้าหงึกหงักแล้วยืนยัน
“สวัสดีค่ะ” มีนาหันไปยกมือไหว้เพื่อนใหม่ของอัญญารินทร์อย่างนอบน้อม
“สวัสดีครับ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น” ภามรับไหว้แล้วหันไปมองหน้าอัญญารินทร์นิ่งเหมือนเดิม
“น้องเขาเดินไม่ระวังจนมาชนกับเชอร์รี พี่ภามคะ ดูสภาพเชอร์รีตอนนี้สิคะ” แต่คนที่ตอบคือเชอร์รี เธอรีบฟ้องแล้วถลึงตามองเด็กสาวตัวต้นเหตุด้วยความไม่พอใจ
“อัญไม่ได้ตั้งใจนะคะ ก็พี่สาวเดินออกมาชนพอดี” อัญญารินทร์มุ่ยหน้าอย่างไม่พอใจ ตอนนี้เธอหายกลัวแล้ว จึงปฏิเสธและอธิบายให้ทุกคนฟัง
“จะบอกว่าเป็ความผิดของฉันเหรอ!” เชอร์รีตะคอกใส่อัญญารินทร์อีกครั้ง
นั่นทำให้ภามหันขวับไปมองทันทีด้วยสายตาไม่พอใจ
“เอ่อ” พอเจอสายตาคมกริบของภาม เชอร์รีก็ทำตัวไม่ถูก
“ขอโทษหรือยัง” ภามจึงหันไปถามอัญญารินทร์
“ยัยอัญขอโทษไปแล้วค่ะ แต่เขาไม่ฟัง เอาแต่ด่ากับด่า” เป็มีนาที่ตอบแทนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เพราะเธอเริ่มจะไม่ไหวกับยายป้านี่แล้ว
“ไม่ใช่นะคะพี่ภาม” เชอร์รีถลึงตามองทั้งสองสาวแล้วรีบปฏิเสธทันที
“น้องเขาก็ขอโทษเธอแล้วนี่” แต่ภามไม่สนใจ เขาเอ่ยขึ้นเสียงนิ่ง สีหน้าที่มองเชอร์รีก็ไม่แสดงอารมณ์อะไร
“ค่ะ” นั่นทำให้เชอร์รีทำตัวไม่ถูก และเดาอารมณ์ของภามไม่ได้จริง ๆ ในตอนนี้
“มีอะไรอีกหรือเปล่า”
“เดี๋ยวเชอร์รีไปซื้อชุดใหม่มาเปลี่ยน แล้วเราค่อยไปทานข้าวกันนะคะ” เชอร์รีรีบพูดเอาใจเขา และดึงดันจะไปเดตกับเขาให้ได้ในวันนี้
“ขอโทษที วันนี้ฉันไม่ว่าง ต้องรีบกลับแล้ว” แต่ภามกลับปฏิเสธเสียอย่างนั้น
“ตะ แต่”
เชอร์รีพยายามจะยื้อแต่ภามไม่สนใจ เขาแกะแขนของเธอออก จากนั้นจึงหันไปมองหน้าอัญญารินทร์พร้อมกับถามขึ้น
“กลับด้วยไหม”
“คะ” อัญญารินทร์ทำหน้างง ไม่เข้าใจที่เขาพูด
“กลับด้วยกันหรือเปล่า” ภามจึงเอ่ยย้ำอีกครั้ง
อัญญารินทร์ตอนนี้ก็ไม่มีอารมณ์จะอยู่ต่อแล้ว จึงหันไปมองหน้ามีนาอย่างขอความเห็น
“กลับเลยก็ได้แก หมดอารมณ์แล้วเหมือนกัน” มีนาเองก็รู้สึกเซ็ง ๆ คิดว่ารีบกลับน่าจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องอารมณ์เสียไปมากกว่านี้
“ตามมา” ภามที่ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่จึงเอ่ยขึ้นและเดินนำเด็กสาวทั้งสองไป
“พี่ภาม พี่ภามคะ! ฮึ่ย” เชอร์รีพยายามเรียกเขาไว้ แต่เขากลับไม่สนใจเลยสักนิด จนเธอแทบอยากจะกรี๊ดออกมาด้วยความขัดใจที่ทุกคนทิ้งให้เธอยืนอยู่ตรงนี้คนเดียว