(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 49 ความแข็งแกร่งที่แท้จริง

            ความแข็งแกร่งของทันย่าได้ทำให้หลายคนต้องเกิดความหวาดหวั่น สีหน้าซีดเผือดประหนึ่งได้พบเจอกับฝันร้าย


            ต้องบอกก่อนว่านักสู้พันธุกรรมที่วิวัฒนาการขึ้นมาจากระดับ 9 พวกเขาจะได้รับอภิสิทธิ์ในการล่วงรู้ความลึกลับของดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ รวมถึงประวัติศาสตร์ที่ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกเขาเป็นอย่างทุกวันนี้ ถึงคนภายนอกจะเรียกพวกเขาในสมญานามนักสู้ระดับตำนานก็ตาม


            แต่พวกเขาย่อมรู้กันดีว่าไม่ใช่


            ในระดับขั้นพลังนี้คือนักสู้แห่งดาวเคราะห์ ถือเป็นผู้ที่สามารถข้ามผ่านขีดจำกัดของวิวัฒนาการมาได้ สำหรับคนที่เพิ่งถูกมอนเตอร์ตนนี้ตบกระเด็นไปไกล เขามีชื่อว่าอิเอยาสุและเขายังเป็นถึงนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 5 ดาว


            ถึงจะไม่ได้แข็งแกร่งมากที่สุดบนดาวเคราะห์โลก แต่เขาก็มีพลังอยู่ในอันดับต้นๆของนักสู้แห่งดาวเคราะห์เลยก็ว่าได้


            การที่มอนเตอร์ตนนี้สามารถลงมือทำร้ายเขาได้นั้น มีหรือที่มันจะเป็นมอนเตอร์ระดับชนชั้นราชาทั่วๆไป


            มอนเตอร์ที่มีขีดจำกัดตั้งแต่ดาวเคราะห์ระดับ 6 ดาวขึ้นไป พวกมันจะถูกเรียกว่ามอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิ ถือเป็นมอนเตอร์กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งมากที่สุดของโลก


            การที่มอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิเคลื่อนไหวซักครั้งหนึ่ง แน่นอนว่าสมาพันธ์โลกจะต้องรู้ถึงเส้นทางและจุดประสงค์ของพวกมัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ผิดคาดไปอย่างมหันต์ เทคโนโลยีดาวเทียมได้โฟกัสไปยังมอนเตอร์ระดับสูงทั้งหมดแล้ว ทว่าเจ้านี่ไม่ได้มีอยู่ในรากฐานของข้อมูลเลยซักนิด


            แสดงให้เห็นเลยว่ามันเป็นมอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิตัวใหม่ มีเพียงแค่ความคิดนี้เท่านั้นที่จะสามารถบอกได้


            “โฮกกกกกกกกกกกกก!”


            เมื่อได้ยินเสียงคำรามอันดุร้าย นักสู้พันธุกรรมก็พลันได้สติและกลับมาโฟกัสที่ร่างขนาดใหญ่เบื้องหน้านี้อีกครั้ง


            “พยายามถ่วงเวลาเอาไว้ เบี่ยงเบนความสนใจของมันมาที่พวกเราซะ!”


            “ประชากรภายในเมืองแห่งนี้ละ? พวกเขาหลบหนีเข้าไปในฐานใต้ดินหรือยัง!”


            “อย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องอื่น ความเร็วของมันมากยิ่งกว่าพวกเรา ถ้าพลาดมาคือจบ!”


            ทุกคนต่างพูดคุยกันด้วยความเดือดดาล


            แต่จากที่รับฟังในน้ำเสียง บอกได้เลยว่าพวกเขานั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันและความหวาดกลัว ถึงยังไงเบื้องหน้าของทุกคนก็คือมอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิ สิ่งมีชีวิตสุดแสนจะร้ายกาจที่สามารถทำลายล้างได้ทั้งเมืองป้อมปราการ


            “ใช้พลังทั้งหมดและโจมตีมันด้วยทุกสิ่งที่พวกเรามี!”


            ไม่รอให้ทันย่าได้เคลื่อนไหว ทุกคนต่างโจมตีใส่ทันย่าด้วยความรวดเร็ว ทั้งหมัดทั้งอาวุธได้โหมกระหน่ำลงไปที่ร่างขนาดใหญ่ยักษ์


            “ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!”


            เสียงการโจมตีดังสะท้านไปทั่วทุกสารทิศ ถาโถมพลังของตนกระหน่ำไปยังเกล็ดสีดำทั่วร่างของทันย่าอย่างรุนแรง


            ด้วยร่างกายขนาดเล็กของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ย่อมมีความคล่องแคล่วและปราดเปรียวมากยิ่งกว่าอย่างแน่นอน พวกเขาคิดว่านี่แหละคือข้อที่ได้เปรีียบอย่างแท้จริง


            “อ่อนแอชะมัด! นี่คือนักสู้่ระดับดาวเคราะห์ที่ครั้งนึงฉันมองว่าพวกมันเป็นพระเจ้าเหรอเนี่ย?”


            “ขนาดฉันได้ปล่อยให้พวกมันโจมตีด้วยพลังทั้งหมดแล้วนะ ทำไมไม่ถึงรู้สึกอะไรเลยซักนิด?”


            แต่ทันย่าดันมองพวกมันด้วยความเฉยชา ภายในใจเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เหมือนจ้องมองฝูงแมลงหวี่ที่บินตอม


            [หึหึ ไม่แปลกหรอกทันย่า เจ้าพวกลูกเจี๊ยบนี้อ่อนแอเป็นอย่างมาก ทำไม่ได้แม้แต่จะผสานกฎเข้าไปในการโจมตี]


            [นอกจากคนนั้นที่เพิ่งโดนตัวของเจ้าตบตายไป พวกมันทั้งหมดก็เป็นเพียงแค่นักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 2 ดาว]


            [ความแข็งแกร่งระดับนี้ไม่คู่ควรกับเบฮีมอทเลยซักนิด เจ้าได้พัฒนายีนพันธุกรรมมาเป็นร่างขั้นเติบโต ประกอบกับระดับขั้นพลังและเทคนิคการขัดเกลาร่างดวงดาวขั้นที่ 2 ร่างกายของเจ้าตอนนี้จึงเทียบได้กับนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 6 ดาว ซึ่งก็แตกต่างกันอย่างมากมายมหาศาล]


            [จงภูมิใจซะเถอะทันย่า ขนาดสัตว์กลืนกินดวงดาวในระดับขั้นเดียวกันก็ยังไม่ได้มีร่างกายที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้เลยนะ]


            พอได้รับฟังคำพูดของผู้เป็นอาจารย์


            “สุดยอดไปเลยนะครับ!”


            แม้แต่ทันย่าเองก็ยังต้องประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่าร่างกายของตนจะแข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้


            อย่าลืมนะว่าตัวเขาเพิ่งเลื่อนขั้นมาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ แต่เขาดันมีพลังที่เทียบเท่าได้กับมอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หมายความว่าถ้าไม่ได้พบเจอซวนหยวนหรือหยางจินเหิน เขาก็จะไร้เทียมทานและสามารถสังหารศัตรูผู้แข็งแกร่งได้ทั้งหมด


            ความคิดเพ้อฝันได้เกิดขึ้นในจิตใจของทันย่า ทำให้เขาเบิกบานและอารมณ์ดี แต่เมื่อถูกฝูงแมลงหวี่แมลงวันกำลังบินตอมไปมา สติของเขาก็เริ่มกลับคืนมาด้วยความรวดเร็ว


            “พวกแกนี่มันน่ารำคาญจริงๆ!”


            ทันใดนั้นแววตาของทันย่าก็แข็งกร้าวขึ้น เขาได้ส่งเสียงคำรามและตบกรงเล็บขนาดใหญ่ออกไป


            ถึงจะมีร่างกายที่ใหญ่โตเกือบร้อยเมตร ทว่าความเร็วในการเคลื่อนไหวของทันย่าก็อยู่เหนือยิ่งกว่าการตอบสนองใดๆ ไม่ต่างไปจากการโจมตีของดวงดาวที่พุ่งลงมาจากท้องฟ้า


            “ไม่! ข้ายังไม่อยากตาย!”


            ตอนนั้นสีหน้าของชายวัยกลางคนที่เป็นเป้าหมายก็ซีดเผือดขึ้นอย่างหนัก เขาเริ่มกรีดร้องคำรามออกมาอย่างไม่ยินยอม พยายามจะตอบโต้ในทุกวิถีทาง


            “เปรี๊ยง!”


            พริบตาก็มีนักสู้แห่งดาวเคราะห์คนนึงได้กลายมาเป็นเครื่องสังเวย ประหนึ่งถูกดวงดาวทุบเข้าใส่อย่างรุนแรง ทั่วร่างของเขาถูกบดขยี้ออกเป็นชิ้นๆ ตกตายลงอย่างน่าอนาถภายใต้ชุดเกราะเหล็กที่กำลังพังทลาย


            มันน่าสยดสยองซะจนทุกคนต้องเบิกตากว้าง


            “อังเดร━?!!”


            สิ่งที่เกิดขึ้นเริ่มทำให้อารมณ์ต้องจมดิ่งไปสู่ห้วงลึก ความหวาดกลัวได้แผ่กระจายออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ


            “อย่าเสียสติ! พวกเราแจ้งไปยังส่วนกลางแล้ว!”


            ในตอนนั้นก็มีชายคนนึงตะโกนปลุกใจเพื่อเรียกสติของทุกคน แต่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้น


            “พยายามมีชีวิตรอดในช่วงเวลานี้”


            “อย่าตายด้วยฝีมือของมันโดย..?!!”


            ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบ อยู่ดีๆนัยน์ตาของเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด กรงเล็บขนาดใหญ่หลายสิบเมตรได้ปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกายของเขา ประกายแสงสีทองได้ก่อตัวขึ้นประดุจเป็นแสงสายฟ้าฟาด เข้าทำลายร่างกายของเขาจนไม่เหลือแม้แต่เศษซากของชิ้นส่วน


            สัญชาตญาณแห่งความอยากมีชีวิตได้ผุดออกมาจากจิตใจของทุกคน


            “บัดซบ! หลบหนีเร็วเข้า!”


            ไม่รอช้าพวกเขาต่างหันหลังและพุ่งหลบหนีออกไปทั่วทุกสารทิศ การตายไปของนักสู้แห่งดาวเคราะห์ได้ทำให้ทั้งหมดไม่มีจิตใจที่จะต่อสู้อีกต่อไป เพราะถ้าไม่หลบหนี พวกมันคงได้กลายมาเป็นเช่นนี้อย่างแน่นอน


            “นั่นพวกแกจะไปไหน?”


            แต่มีหรือที่ทันย่าจะปล่อยให้พวกมันมีชีวีตรอดออกไปได้ เพียงแค่เขาพุ่งกระโจนออกไปเบื้องหน้า ร่างขนาดใหญ่ก็หายวับไปอย่างรวดเร็ว


            “ปัง!”


            หนึ่งการโจมตีปลิดชีพสังหาร ด้วยพละกำลังของเบฮีมอท การโจมตีของทันย่าจึงไม่ต่างไปจากการใช้สุดยอดวิชาอันยิ่งใหญ่ มันทั้งแข็งแกร่งและรวดเร็วไร้เทียมทาน


            “ดะ..ได้โปรดไว้ชีวิตท่านมอนเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่!”


            “ไม่! ข้าอลันยังมีครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูนะเว้ย!”


            “บัดซบ!! ต่อให้ตายข้าก็จะเป็นผีมาจัดการกับแก!”


            เพียงไม่นาน ร่างแล้วร่างเล่าได้ถูกทันย่าบดขยี้ออกเป็นชิ้นๆ ไม่ว่าพวกมันจะหลบหนีไปยังทิศทางไหนก็ไม่รอดจากเงื้อมมือของเขาไปได้


            “มะ..ไม่จริงใช่ไหม พวกนักสู้แห่งตำนานที่แข็งแกร่งพวกนั้น พวกเขากลับ...”


            “สิ้นหวังแล้ว! สิ้นหวังอย่างแท้จริง! ป้อมปราการแห่งนี้ต้องถูกทำลายเป็นแน่!”


            สิ่งทีเกิดขึ้นได้ทำให้ผู้คนมากมายต่างสั่นเทิ้มไปด้วยความหวาดกลัว ทำได้เพียงแหงนหน้าขึ้นมองไปยังบรรดานักสู้แห่งตำนานที่หลบหนีเอาตัวรอด แต่ถึงพวกเขาจะหลบหนีออกไปจากอาณาเขตแล้วก็ตาม มอนเตอร์ตัวนี้ก็ยังไม่ปล่อยให้พวกเขาได้มีชีวิตอยู่


            ราวกับมนุษย์เช่นพวกมันทั้งหมดเป็นเพียงแค่หมูที่ถูกขังอยู่ภายในคอกเล็กๆ ไม่สามารถที่จะหลบหนีออกไปไหนได้อีก


            ตราบใดที่มอนเตอร์ตนนี้จ้องมองพวกมันทั้งหมดเป็นเพียงแค่เหยื่อ พวกมันก็ต้องตกตายลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้