“เช่นนี้เอง คุณหนูจึงมิได้แก้ต่างให้คุณชายจวีในตอนที่นายท่านกล่าวหาว่าเขาลอบคบหากับคุณหนูแปดตระกูลฉง”
“ใช่! และข้าก็ไม่อยากรู้ด้วยว่าเื่นี้เป็ความจริงหรือไม่?เ้าก็เห็นนี่ว่าคุณชายจวีเองก็มาเยือนข้าอย่างสหายผู้หนึ่ง”
ไฉหงซึ่งได้ฟังคุณหนูเล่าเื่ราวในนิยายรักที่คุณชายซาลาเปาเขียนมาหลายสิบเื่ก็รู้สึกเช่นเดียวกับคุณหนู“เป็อย่างที่คุณชายซาลาเปาเขียนเอาไว้ใช่หรือไม่เ้าคะ?สายตาของคนผู้หนึ่งที่มีใจให้เราไม่อาจจะโกหกได้”
“นี่ไฉหง! ดูเหมือนเ้าจะเป็สาวกที่เหนียวแน่นของคุณชายซาลาเปานะถึงกับจำวรรคทองได้”
“ก็คุณหนูทั้งอ่านทั้งเล่าให้ข้าฟังบ่อยๆนี่เ้าคะ ข้าเองก็สังเกตแววตาของคุณชายจวีแล้วก็ไม่เห็นจะคิดในเชิงชู้สาวอย่างที่คุณหนูว่า”
“อีกอย่างการบรรเลงพิณเพลงเดียวกันของเราก็ทำให้ข้ารู้ว่าเขามองหาเป็สหายด้วย”
“เพราะเหตุใดเ้าคะ?”
“การเล่นดนตรีระหว่างคนรักที่รู้ใจกันดนตรีจะต้องหวานและไพเราะยิ่งกว่านี้นะสิแต่นี่...กลับมีเพลงจังหวะอันรื่นรมย์ระหว่างสหายเท่านั้น”
ไฉหงพยักหน้าหงึกหงัก“คุณหนูช่างเข้าใจได้ลึกซึ้งนัก ข้าคาดไม่ถึงเลยจริงๆ”
ตกยามค่ำคุณหนูรองหลูก็ออกมาเดินเล่นที่สวน เหยียนถังมาคอยลอบสังเกตนางอยู่ห่างๆหญิงสาวนั่งเหม่อมองพระจันทร์ครึ่งดวงพลางขบคิดถึงการแต่งงานของตนวันนี้หมอเวิงดูสายตาติดจะกรุ้มกริ่มเล็กน้อย ท่าทางของเขาห่วงใยนางจนเกินปกติหลูฉิงซวงพอจะมองออกว่าคุณหมอหนุ่มรูปงามน่าจะสนใจในตัวนาง เวิงอันมิใช่คนในขอบเขตที่นางควรจะคิดถึงเพราะบิดามารดาของนางคงไม่เห็นด้วยเป็แน่!
“ดูเหมือนคุณหนูรองจะมีความในใจมากมายนะขอรับ!”
ร่างสูงเพรียวที่เดินออกมาจากหลังพุ่มไม้พร้อมคำทักทายทำนางสะดุ้ง
“เ้ามาทำอันใดแถวนี้?พ่อครัวก็ควรอยู่เขตด้านหลังจวนซิ!”
“อืม...เย็นนี้คุณหนูรองคงจะอิ่มอกอิ่มใจที่คุณชายจวีมาเยี่ยมจนลืมหน้าที่ดูแลการทำงานในครัวของข้า”น้ำเสียงของเขาประชดประชันจนนางรู้สึกหงุดหงิด
“ข้าต้องเรียนบรรเลงพิณกับคุณชายจวีเพราะเขาเป็ผู้มีฝีมือในอันดับต้นๆจึงไม่ว่างจะไปดูแลโรงครัว มิใช่เพราะเหตุอื่น”
“เช้าก็หมอเวิงรูปงามบ่ายก็คุณชายจวีผู้เก่งกาจสามารถ คุณหนูช่างมีวาสนายิ่งนักว่าแต่พรุ่งนี้เช้าท่านก็อย่าลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับข้าก็แล้วกันอย่าลืมตื่นแต่เช้าไปดูแลโรงครัวด้วยก็แล้วกันนะขอรับ”
ยังไม่ทันที่นางจะได้โต้ตอบเหยียนถังก็เดินหันหลังกลับไปไม่รั้งรอ ทำเอาหลูฉิงซวงได้แต่กำหมัดแน่นนางคิดจะอ้าปากอธิบายเื่ของบุรุษทั้งสองแต่แล้วก็พลันคิดได้
‘นี่ข้าต้องอธิบายให้เขาฟังทำไมกัน?คนที่คิดเองเออเองเช่นนั้น บอกไปก็เปล่าประโยชน์’ แม้จะรู้สึกว่าไม่จำเป็ต้องอธิบายแต่นางกลับต้องมานอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงพักใหญ่กว่าจะข่มตาหลับได้
สาวใช้ในจวนสกุลหลูดูเหมือนจะหาเหตุให้มาเยือนโรงครัวได้บ่อยๆนับั้แ่พ่อครัวคนใหม่มาอยู่ในจวนพวกนางคอยไปยืนซุบซิบพูดถึงเหยียนถังทุกครั้งที่มีโอกาส ไฉหงจึงนำเื่นี้ไปเล่าให้คุณหนูรองฟัง
“แล้วเ้าเล่า?ไม่อยากไปโรงครัวบ่อยๆ หรอกหรือ?”
ไฉหงหัวเราะแหะๆนางพอจะจับความรู้สึกของคุณหนูรองที่ตนดูแลมาหลายปีได้ “ข้าจะกล้าทำเื่ที่คุณหนูไม่ชอบใจได้อย่างไรเ้าคะ?”
“ข้า...ข้าไม่ชอบใจเื่อะไรกัน?”
“ก็เื่....ช่างเถอะ! ช่างเถอะเ้าค่ะ!”ไฉหงดูอาการของเ้านายตนเองแล้วก็พอจะรู้ว่าพูดให้ตายคุณหนูรองก็ไม่มีวันยอมรับ“เมื่อเช้าข้าได้ยินพวกบ่าวรับใช้พูดกันว่าตอนพ่อครัวเหยียนไปตลาดบรรดาแม่ค้าต่างพากันทักทายและให้ของแจกของแถมมาเยอะเชียวเ้าค่ะดูท่าพ่อครัวของเราจะเป็ขวัญใจสตรีทั่ว ทั้งเมืองหลวงจริงๆ”
“ช่างเขาเถอะ!เขาจะมีสตรีห้อมล้อมมากเพียงใดก็ไม่เกี่ยวกับพวกเราเ้าก็อย่าเอาหูไปฟังมากนักเลย”
เหยียนถังถือโอกาสในตอนที่ออกไปเลือกซื้อของที่ตลาดติดต่อกับสายลับน้ำตาลปั้นเพื่อให้ช่วยสืบเื่ของจวีเจ๋อฮั่นอย่างละเอียด
“เห็นหรือไม่เล่า?เป็เพราะเ้าเอาแต่สืบโดยอคติ จึงไม่ได้รู้ความจริงเื้ัของจวีเจ๋อฮั่น”
เหยียนถังรีบโบกมือ“เอาเถอะๆข้ายอมรับก็ได้ว่าข้าสืบหาแต่เื่ที่เกี่ยวกับสตรีที่ข้องแวะกับคุณชายจวีแต่พอข้าเห็นเขาไปพบหลูฉิงซวงก็ชักจะสงสัยขึ้นมาจริงๆว่าคนผู้นี้มีเื้ัอย่างอื่นด้วยหรือไม่?ข้ารู้สึกเป็ห่วงนางอย่างบอกไม่ถูก”
เมื่อฝากฝังสหายให้สืบเื่ศัตรูหัวใจคนสำคัญแล้วเหยียนถังก็ไปพบกับมือปราบจั๋ว คราวนี้เขาได้รับข่าวที่น่าใเพิ่มมาอีกหนึ่งข่าว
“หมอเวิงอันที่เ้าสงสัยที่แท้ก็เป็คุณชายตระกูลคหบดีมาจากแคว้นเว่ยคนในตระกูลเวิงเป็ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนักเว่ยหลายคนแต่ตัวเขาชื่นชอบการรักษาผู้คนจึงออกเตร็ดเตร่หาเรียนวิชากับท่านหมอหลายสำนักในแคว้นเว่ยนับว่าคนผู้นี้มีชื่อเสียงไม่น้อย ดูเหมือนว่าใต้เท้าจางที่เพิ่งถูกปะาไปก็รู้จักกับบิดาของเขาทว่าคนตระกูลเวิงค้าขายโดยสุจริตและเปิดเผยมิได้เกี่ยวข้องกับการค้าผิดกฎหมายของใต้เท้าจางแต่ประการใด”
เหยียนถังนิ่วหน้าหากว่าเวิงอันมีภูมิหลังฐานะเช่นนี้ต่อไปคงกลายเป็ คู่ต่อสู้ของเขาอีกคนหนึ่งแน่
“เหตุใดหมอเวิงจึงได้เดินทางมายังแคว้นิเล่า?”
“บิดาของเขาเชื่อคำทำนายของซินแสว่าหากเขาเดินทางมายังแคว้นิจะได้พบกับสตรีที่ผูกด้ายแดงกันไว้น่ะสิ!”
***********************

