ขอโทษทีคราวนี้ฉันไม่โง่ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 49 ฉันจะเอาคืนแบบเดียวกัน

            “เธอจะพาฉันไปไหน” ซูเจินถามหลินจิงจือ ก่อนหน้านี้ซูเจินเดินมารอเย่ชิงเฉินที่หน้าบริษัท โดยไม่ทันระวัง หลินจิงจือก็ถือมีดมาจี้เอว แล้วบังคับเธอให้ขึ้นไปบนรถ ก่อนที่หลินจิงจือจะขับรถพาเธอมุ่งหน้าไปบ้านร้างชานเมือง

            “ไม่ต้องกลัวไปหรอก ฉันแค่จะมอบของขวัญชิ้นพิเศษให้เธอเท่านั้น ฉันรับรองว่าของขวัญชิ้นนี้จะทำให้เธอได้รับความสุขอย่างไม่มีวันลืมเลยล่ะ”

            “เธอคิดว่าเธอจะจัดการฉันได้จริงๆ เหรอหลินจิงจือ”

            “แล้วที่ฉันพาเธอออกมาได้นี่ยังไม่พออีกเหรอ ป่านนี้สามีเธอจะรู้หรือยัง ว่าภรรยาสุดที่รักของเขาถูกฉันพามาแล้ว”

            “สามีฉันไม่ปล่อยให้เธอมาทำร้ายฉันได้หรอก เธอไม่กลัวหรือไงว่าถ้าแผนการของเธอผิดพลาด จะกลายเป็นเธอเองที่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง”

            “ฉันยังมีอะไรที่ต้องกลัวอีก เธอเป็นคนทำลายชีวิตฉัน คลิปน่ารังเกียจพวกนั้นเป็นฝีมือของเธอกับกัวจิ้งหยวนใช่ไหม พวกเธอร่วมมือกันทำร้ายฉันใช่ไหม” หลินจิงจือตะโกนถามอย่างไม่อาจระงับอารมณ์ได้อีกแล้ว

            “ฉันกับกัวจิ้งหยวนไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้ว แล้วฉันจะไปร่วมมือกับเขาได้ยังไง อีกอย่างคลิปนั้นก็ไม่ได้ดูน่ารังเกียจเลยสักนิด ฉันสังเกตได้จากสีหน้าของเธอในคลิปน่ะ อ้อ...คนอื่นก็คงคิดเหมือนฉันนั่นล่ะ ในประเทศนี้ยังมีใครที่ไม่ได้ดูคลิปเธอบ้างนะ ฉันนึกไม่ออกจริงๆ” ซูเจินยังพูดยั่วโมโหหลินจิงจือต่อ

            “ปากดีไปเถอะ พอไปถึงที่นั่นแล้วแกจะไม่มีโอกาสได้พูดอะไรกับฉันอีก” หลินจิงจือข่มความโกรธเอาไว้ เมื่อนึกถึงว่าอีกไม่นานเธอจะทำลายซูเจินได้ แววตาของเธอก็ฉายประกายความพึงพอใจออกมา

            หลินจิงจือเร่งความเร็วรถขึ้นอีก เพราะใจของเธอตอนนี้ไปรออยู่ที่จุดนัดหมายเรียบร้อยแล้ว เธอยกยิ้มที่มุมปากอย่างได้ใจ ซูเจินจะต้องย่อยยับและอับอายยิ่งกว่าเธอหลายร้อยเท่า

            หลินจิงจือพาซูเจินเข้าไปที่บ้านร้างเก่าๆ หลังหนึ่ง เธอรู้จักบ้านหลังนี้เพราะครั้งหนึ่งกัวจิ้งหยวนเคยพาเธอมาจัดการกับคู่อริในอดีต

            

            ในบ้านร้างมีชายฉกรรจ์หลายคนยืนประกบเด็กเกเรที่ถูกหลินจิงจือจ้างมา หลินจิงจือเดาสถานการณ์ออกในทันทีว่าแผนการของเธอคงมีคนรู้เข้าแล้ว หลินจิงจือเตรียมที่จะวิ่งกลับออกไป แต่เย่ชิงเฉินก็เปิดประตูเข้ามาเสียก่อน

            “จะรีบไปไหนหรือครับคุณหนูหลิน”

            “คุณชายรองเย่ คนพวกนี้จับตัวฉันกับภรรยาคุณมาค่ะ ฉันกำลังจะวิ่งออกไปหาคนมาช่วย” หลินจิงจือรีบเปลี่ยนท่าที

            “ผมต้องขอบคุณคุณใช่ไหมครับ ที่คุณกำลังพยายามช่วยภรรยาของผม แต่ว่า...ก่อนหน้านั้นผมได้ยินมาว่าคุณกำลังจะพาภรรยาของผมมาทำมิดีมิร้าย”

            “เข้าใจผิดค่ะ มันเป็นความเข้าใจผิด ฉันจะกล้าทำอย่างนั้นได้ยังไงคะ ฉันกับเจินเจินเป็นเพื่อนกันนะคะ” หลินจิงจือตกใจอีกครั้ง เพราะเย่ชิงเฉินรู้แผนของเธอแล้ว

            ซูเจินเดินเข้าไปตบหน้าหลินจิงจือเต็มแรงอยู่หลายครั้ง “ฉันไม่เคยเป็นเพื่อนกับคนเลวๆ อย่างเธอ”

            “นังเด็กกำพร้า แกกล้าตบฉันเหรอ แกถือดียังไงมาตบหน้าฉัน ใช่...วันนี้ฉันตั้งใจพาแกมาหาความสุขยังไงล่ะ แกกับสามีรักกันมากไม่ใช่เหรอ ฉันก็แค่อยากจะพิสูจน์ความรักที่พวกแกมีต่อกันก็แค่นั้น หรือว่าแกไม่อยากรู้ล่ะว่าสามีแกน่ะ เขารักแกจริงหรือเปล่า” หลินจิงจือตะโกนออกมา เพราะเธอรู้แล้วว่าเวลานี้ซูเจินคงไม่ปล่อยเธอไป

            “เธออย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย ความรักของพวกฉันคงไม่ต้องใช้เธอมาช่วยพิสูจน์หรอก เพราะสิ่งที่เธอพยายามที่จะทำในวันนี้คือเธอต้องการทำลายชีวิตฉัน ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอใช้แผนของเธอทำลายตัวเธอเองก็แล้วกันนะหลินจิงจือ อย่างนี้ถึงจะเรียกว่ายุติธรรม”

            “แกจะทำอะไร แกยังไม่เสียหายอะไรนี่ เจินเจินปล่อยฉันไปเถอะนะ ต่อไปฉันจะไม่มายุ่งกับเธออีกแล้ว ฉันสัญญา จริงๆ นะเจินเจิน ฉันสัญญา” หลินจิงจือรีบพูดอย่างร้อนรนเมื่อเธอได้ยินว่าซูเจินจะเอาคืนเธออย่างไร

            “ถ้าวันนี้ฉันไม่ระวังตัวเองไว้ก่อน เธอจะปล่อยฉันไปเหรอ ก่อนหน้านี้ฉันก็ถามเธอแล้วว่าเธอจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจของตัวเองใช่ไหม เธอตอบฉันว่ายังไงนะ ในชีวิตนี้เธอไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว แต่ตอนนี้ทำไมเธอเกิดกลัวขึ้นมาซะล่ะ ฉันก็เป็นคนอย่างนี้ล่ะ ใครดีกับฉัน ฉันก็ดีด้วย แต่ถ้าใครร้ายกับฉัน ฉันก็จะเอาคืนแบบเดียวกัน เอาล่ะ...เพื่อไม่ให้แผนการที่เธออุตส่าห์วางเอาไว้ให้มันเสียเปล่า ฉันจะเอามันมาใช้กับเธอก็แล้วกัน”

            ซูเจินพาเย่ชิงเฉินเดินออกมาจากบ้านร้าง เธอปล่อยหลินจิงจือให้ใช้เวลาอยู่กับคนที่หล่อนว่าจ้างมาอย่างเต็มที่ เสียงตะโกนของหลินจิงจือดังออกมาเป็นระยะ แต่ซูเจินก็ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย

     

            ที่อาคารสำนักงานของตระกูลเย่ เย่เซี่ยเฉิง หลงเฉา และหลงฉือ นั่งอยู่ในห้องรับรอง เพื่อรอการมาของใครบางคน

            “สวัสดีค่ะพี่ใหญ่” ซูเจินทักทายพี่สามี “นี่คงเป็นคุณหลงเฉากับคุณหลงฉือใช่ไหมคะ”

            “เจินเจิน นั่งก่อนสิ ทางโน้นเรียบร้อยดีใช่ไหม” เย่เซี่ยเฉิงถามน้องสะใภ้

            “เรียบร้อยดีค่ะ ต้องขอบคุณคุณหลงเฉากับคุณหลงฉือมากเลยนะคะ ถ้าไม่ได้รับคำเตือนจากพวกคุณ ป่านนี้ฉันคงไม่กล้ามีชีวิตอยู่ต่อแล้วล่ะค่ะ” ซูเจินกล่าวขอบคุณจากใจ

            “มันเป็นเรื่องบังเอิญน่ะครับที่เด็กเกเรพวกนั้นอยู่ในความดูแลของผม อีกอย่างเป้าหมายของเราคือคนเดียวกัน ผมช่วยคุณก็เท่ากับผมจัดการเป้าหมายของผมเองด้วย” หลงเฉาตอบ เขาแอบมองดูลูกสาวอย่างพอใจ ลูกสาวของเขาเป็นคนใจเด็ดเหมือนกับเขา

            เมื่อทักทายกันพอสมควรแล้ว เย่เซี่ยเฉิงจึงเริ่มหารือเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการของหลินกรุ๊ป โดยหลงเฉาเสนอตัวเป็นคนเข้าไปคุยกับผู้ถือหุ้นของหลินกรุ๊ปทั้งหมดเอง เพื่อให้คนเหล่านั้นขายหุ้นให้กับตระกูลเย่ จะบอกว่าเป็นการพูดคุยก็คงไม่ใช่ เพราะหลงเฉาทำงานให้หลินกรุ๊ปมานาน ข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือหุ้นทั้งหมดเขาก็รู้ดี ดังนั้นถ้าผู้ถือหุ้นยังมีความฉลาดลงเหลืออยู่ ทุกคนจะต้องขายหุ้นให้ตระกูลเย่ตามความต้องการของหลงเฉาแน่นอน และก็เป็นไปตามคาดผู้ถือหุ้นเหล่านั้นยอมขายหุ้นให้ตระกูลเย่ในราคาถูกเหมือนกับได้เปล่าเลยทีเดียว

     

            ที่หน้าบ้านตระกูลหลิน หลินจิงจือถูกคนพามาปล่อยทิ้งไว้ในสภาพหมดสติ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่หลินเจิ้งฉีขับรถกลับมาเก็บของใช้ที่จำเป็นเพื่อไปนอนเฝ้าคุณย่าหลินที่โรงพยาบาลพอดี หลินเจิ้งฉีมองเห็นสภาพของน้องสาวก็ต้องตกใจ เขารีบอุ้มน้องสาวขึ้นรถแล้วขับตรงไปโรงพยาบาลทันที

            หลินจิงจือได้รับการรักษาอาการเบื้องต้นและได้นำตัวไปพักต่อในห้องพิเศษที่อยู่ติดกับห้องพักของคุณย่าหลิน

            แม่หลินและหลินเจิ้งฉีรับฟังแพทย์เจ้าของไข้ก็ทราบถึงสาเหตุของอาการบาดเจ็บของหลินจิงจือ แม่หลินเอาแต่ร้องไห้ ส่วนหลินเจิ้งฉีได้แต่ขมวดคิ้วแน่น เขาพยายามคิดถึงบุคคลที่เป็นไปได้มากที่สุดที่จะทำร้ายน้องสาวของเขา แต่ตอนนี้มีซูเจินคนเดียวเท่านั้นที่เขานึกออก ถึงอย่างไรเขายังไม่ปักใจเชื่อ เพราะเขาคิดว่าซูเจินไม่ใช่คนที่จะไปทำร้ายใครก่อน หรือจะเป็นน้องสาวของเขาเองที่เป็นคนคิดเรื่องเลวร้ายนี้ขึ้นมา

    ผ่านไปนานหลินจิงจือก็ตื่นขึ้น

            “พี่ใหญ่ เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของนังซูเจิน มันแค้นเรา แค้นครอบครัวของเรา พี่ต้องจัดการมันนะ พี่ต้องจัดการมันให้ฉัน” หลินจิงจือลุกขึ้นมาโวยวาย พร้อมกับใช้มือถูไปตามตัวอย่างแรง เธอต้องการลบร่องรอยของคนพวกนั้นออกจากตัวให้หมด ไม่นานผิดบอบบางของเธอก็เต็มไปด้วยรอยแดง หลินเจิ้งฉีจับมือน้องสาวมากุมไว้

            “จิงจือ เธอบอกพี่หน่อยสิ ทำไมคุณซูเจินถึงต้องมาทำร้ายเธอด้วย” หลินเจิ้งฉีถามน้องสาวอย่างใจเย็น

            “ฉันเป็นคนวางแผนเล่นงานมันเองล่ะ แต่คนของฉันยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไรมันเลยนะ นังนั่นมันยังไม่ได้เสียหายอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่ดูความใจร้ายของมันสิ มันสั่งให้ไอ้คนพวกนั้นมารังแกฉัน พี่ใหญ่ พี่ต้องช่วยฉันนะ ฉันเป็นน้องสาวคนเดียวของพี่นะ พี่ต้องช่วยฉัน” หลินจิงจือยังโวยวายไม่หยุด

            “สรุปคือเธอวางแผนที่จะทำลายคุณซูเจิน แต่กลายเป็นว่าเธอถูกแผนการของตัวเองเล่นงานเข้าล่ะสินะ จิงจือพอเสียทีเถอะ เธอเลิกทำเรื่องร้ายๆ อย่างนี้เสียที ตอนนี้ครอบครัวของเรายังเดือดร้อนไม่พออีกเหรอ คุณย่ายังนอนรักษาตัวอยู่ห้องข้างๆ คุณแม่ก็เป็นห่วงเธอจนเป็นลมไปไม่รู้กี่รอบแล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น พี่ก็ยังติดต่อคุณพ่อไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วไหนจะเรื่องของบริษัทเราอีก ตอนนี้ตระกูลหลินของเราจบสิ้นแล้ว พี่ขอร้องเธอได้ไหม เธอหยุดก่อเรื่องเสียที” หลินเจิ้งฉีพูดอย่างเหนื่อยอ่อน

            “พี่ใหญ่ แล้วชีวิตฉันล่ะ นังซูเจินกับไอ้เลวกัวจิ้งหยวนเป็นคนปล่อยคลิปของฉันไปทั่ว ฉันอายมากเลยนะ ฉันไม่มีหน้าไปเจอใครอีกแล้ว ฉันแค่อยากแก้แค้น พี่ใหญ่ได้ยินไหมว่าฉันแค่อยากแก้แค้น ฉันทำอย่างนี้ฉันผิดด้วยเหรอ พวกมันรวมหัวกันทำลายชีวิตฉัน” หลินจิงจือพูดพร้อมกับร้องไห้ออกมาเสียงดัง

            “เจ้าใหญ่ แกดูสิ น้องสาวของแกถูกคนทำร้ายมาขนาดนี้แล้ว แกยังไม่คิดที่จะช่วยน้องอีกเหรอ แกอย่าบอกนะว่าแกจะยอมแพ้ให้กับนังเด็กกำพร้านั่นง่ายๆ ถ้าแกไม่ไปจัดการกับมัน แม่เอง...แม่จะไปจัดการกับมันเอง” แม่หลินบอก

            “เรายังไม่รู้เลยว่าคลิปนั้นเป็นคุณซูเจินทำจริงหรือเปล่า  ส่วนกัวจิ้งหยวน ตอนนี้เขาก็ไม่มาอยู่สร้างปัญหาให้เราอีกแล้ว ถึงเราจะแก้แค้นคุณซูเจินได้ แล้วคลิปพวกนั้นมันจะหายไปเหรอ เรื่องแย่ๆ ของตระกูลเรามันจะหายไปเหรอ คุณแม่ครับ จิงจือ หยุดเถอะนะ พวกเรามาใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้ดีกันเถอะ ปล่อยวางเรื่องในอดีตได้แล้ว ถือว่าผมขอร้อง” หลินเจิ้งฉีคุกเข่าลงตรงหน้าแม่และน้องสาวของเขา ตอนนี้เขาเหนื่อยล้ามากพอแล้ว เขาอยากจบเรื่องยุ่งๆ ที่เกิดขึ้นนี้เสียที

            “เจ้าใหญ่!” / “พี่ใหญ่!”

            “คุณแม่ครับ ผมจะพยายามตามหาคุณพ่อให้เจอ ส่วนเรื่องธุรกิจ คุณแม่เลิกหวังไปได้แล้วนะครับ ผู้ถือหุ้นของเราส่วนใหญ่ขายหุ้นออกไปเกือบหมดแล้ว ตอนนี้คุณแม่มาช่วยผมภาวนาเถอะครับว่าเราจะขายหุ้นที่อยู่ในมือของเราออกไปได้ยังไง หลังจากนั้นเราจะไปอยู่ที่ชนบท ยังมีที่ดินที่เป็นสมบัติของคุณตาเหลืออยู่แปลงหนึ่ง กับเงินเก็บของผมอีกจำนวนหนึ่ง เราไปใช้ชีวิตกันอย่างสงบที่นั่นกันเถอะนะครับ”

            แม่หลินและหลินจิงจือไม่ได้รับปาก ตลอดชีวิตที่ผ่านมาพวกเธอต่างก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายจนชินแล้ว จะให้พวกเธอกลับไปใช้ชีวิตในชนบทได้ยังไง แต่เรื่องนี้หลินเจิ้งฉีได้ไปปรึกษากับคุณย่าหลินมาก่อนแล้ว ซึ่งคุณย่าหลินก็ยอมรับด้วยความเต็มใจ ตอนนี้ท่านสำนึกและพร้อมที่จะปล่อยวางทุกอย่างแล้ว

    คล้ายกับเรื่องขอโทษทีคราวนี้ฉันไม่โง่ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน