คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 74 :รอบแบทเทิลช่วงชิงความเป็นหนึ่งกับเมนเทอร์สุดโหด

    ตอนที่74 :รอบแบทเทิลช่วงชิงความเป็นหนึ่งกับเมนเทอร์สุดโหด

     

            “แปะ แปะ ! ”

     

            เมื่อเสียงปรบมือดังขึ้น เด็กฝึกทั้งหมดต่างพากันมารวมตัวเฉินอี้เจี๋ยจึงพูดขึ้น “เด็กฝึกที่น่ารักทุกคนเวลานี้ฉันมีเรื่องที่ต้องแจ้งให้ทราบ ! ”

     

            ทุกคนต่างเบนความสนใจมาที่เดียวกัน

     

            “เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อทุกคน ! ”

     

            เฉินอี้เจี๋ยยิ้มพลางมองไปยังเหล่าเด็กฝึก แล้วพูดว่า“เมื่อกี้ฉันเพิ่งได้รับข่าวจากรายการรูปแบบการแข่งขันที่กำหนดไว้ก่อนหน้านั้นมีการเปลี่ยนแปลง !เดิมทีการแข่งขันในรอบที่สองจะต้องเป็นศึกภายในทีมของเมนเทอร์แต่ละคนซึ่งพูดได้ว่า เราจะคัดเลือกตัวเต็งไว้ 4 คน และจะคัดออกไปอีก 10 คน ! ”

     

            เหล่าเด็กฝึกต่างรู้กฎกติกานี้ดี ถึงแม้ว่าจะโหดเหี้ยมแต่การแข่งขันย่อมมีแพ้มีชนะ พวกเขาจึงยอมรับได้

     

            “ตอนนี้ รูปแบบการแข่งขันในรอบที่สองจะถูกเปลี่ยนแปลงเป็น‘รอบแบทเทิลช่วงชิงความเป็นหนึ่งกับเมนเทอร์สุดโหด’ ! ”

     

            เฉินอี้เจี๋ยอ่านรายงานที่อยู่ในมือ ก่อนจะอธิบายต่อว่า“สาเหตุที่เรียกว่า ‘รอบแบทเทิล’ นั่นก็เพราะเป็นเกมการต่อสู้ระหว่างทีมด้วยกันเมนเทอร์จะต้องแบ่งทีมของตัวเองเป็น 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะต้องส่งตัวแทนของทีมออกมา1 คน ส่วนคู่ต่อสู้จะมาจากเมนเทอร์คนอื่นอีก 3 ทีม”

     

            “ทีมที่ชนะ จะสามารถคัดเด็กฝึกในทีมคู่ต่อสู้ออก 1 คนส่วนทีมที่แพ้ ทีมของเขาก็จะต้องคัดเด็กออก 1 คนเช่นกัน”

     

            “พูดง่าย ๆ ก็คือ เด็กฝึกทุกคนที่อยู่ที่นี่จะต้องแบกทีมไว้ถ้าเราชนะ เราก็จะได้อยู่บนเวทีการประกวดต่อ และสามารถคัดเด็กฝึกของฝ่ายตรงข้ามออก1 คน แต่ถ้าเราแพ้ เราก็จะต้องลงจากเวทีการประกวด ศักยภาพในทีมของเราก็จะอ่อนแอลงด้วย”

     

            “แล้วถ้าแพ้ติดต่อกัน จะเป็นยังไง ? ” หลิวจือเซียเอ่ยถามขึ้น

     

            คำถามนี้คือความสงสัยที่สามารถทำลายขวัญกำลังใจได้ไม่มากก็น้อยซึ่งเด็กฝึกคนอื่น ๆ ยังไม่กล้าถาม แต่เมื่อเป็นหลิวจือเซียเขากลับไม่เกรงกลัวสิ่งใด !

     

            เด็กฝึกคนอื่นต่างก็ให้ความสนใจกับคำถามนี้จึงทยอยกันหันไปมองเฉินอี้เจี๋ยเป็นตาเดียว

     

            “แพ้ติดต่อกันงั้นหรือ ? ” เฉินอี้เจี๋ยยิ้มอย่างลำบากใจแล้วพูดว่า “ถ้าทีมของเราแพ้ติดต่อกันนั่นก็หมายความว่าทีมของเราก็ต้องพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์เด็กฝึกในทีมของเฉินอี้เจี๋ยทั้งหมดจะต้องถูกคัดออกฉันจะกลายเป็นผู้นำที่โดดเดี่ยวเพียงหนึ่งเดียว ! ”

     

            “หืม ต้องโหดขนาดนี้เลยหรือเนี่ย ?งั้นก็พูดได้ว่าการแข่งขันในรอบที่สอง สามารถถูกคัดออกทั้งทีมก็ได้เลยสิ ? ”

     

            “ก็ใครว่าไม่ใช่เล่า ? แทนที่จะเป็นแบบนี้สู้เข้าร่วมการแข่งขันไปพร้อมกับเมนเทอร์ดีกว่า ! ”

     

            “จะช้าหรือเร็วก็ต้องเกิดขึ้น การแข่งขันต้องมีแพ้มีชนะพวกนายไม่รู้สึกบ้างหรือว่ารูปแบบการแข่งขันแบบนี้จะกระตุ้นและทำให้ตื่นตัวได้ดี ?”

     

            เด็กฝึกทุกคนต่างก็ปรึกษาหารือกันถึงอย่างไรพวกเขาก็คาดไม่ถึงว่ารูปแบบการแข่งขันจะมีการเปลี่ยนแปลงที่มากมายขนาดนี้อีกทั้งความรู้สึกที่กดดันของการแข่งนี้ ทำให้พวกเขาต่างเลือดสูบฉีดและกระตือรือร้นกันขึ้นไม่น้อย

     

            “แต่ ถ้าต้องแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม แต่ละทีมมีทั้งหมด 14 คนยังไงก็แบ่งกันไม่ได้ไม่ใช่หรือ ? ” ก็ยังเป็นหลิวจือเซียอีกนั่นแหละ เขากลายเป็น‘จอมตั้งคำถาม’ ไปเสียแล้ว

     

            “นี่เป็นปัญหาที่ฉันกำลังจะพูดต่อหลังจากนี้”เฉินอี้เจี๋ยพูดต่อ “เพราะทีมของเมนเทอร์ทุกทีมในตอนนี้ จำนวนยังคงเยอะดังนั้นสิ่งที่ต้องทำในวันนี้คือการแข่งขันกันภายในทีมเมนเทอร์ ! จากการคัดออก 10คน เป็นคัดออก 5 คน ! ”

     

            คัดออก 5 คน ?นั้นเท่ากับว่าโอกาสของพวกเขาจะพลิกกลับเพิ่มมากขึ้นน่ะสิ ?

     

            ข่าวนี้เป็นข่าวที่ดีสำหรับเด็กฝึกมาก

     

            “เมนเทอร์อี้เจี๋ย การคัดออกในวันนี้จะดำเนินการยังไง ? ”มีเด็กฝึกคนหนึ่งเอ่ยถาม

     

            “เด็กฝึกในทีมจะต้องสู้กันตัวต่อตัวคนที่ชนะจะได้เข้าสู่รอบถัดไป ! ” เฉินอี้เจี๋ยพูดต่อว่า “อีกสองคนที่เหลือจะสามารถคัดเลือกเด็กฝึกจำนวน 7 คนที่แพ้ไปได้”

     

            “แปะ แปะ ! ”

     

            เมื่อมองดูเวลาแล้ว เฉินอี้เจี๋ยได้ปรบมืออีกครั้ง ก่อนจะพูดว่า“เป็นยังไง? เข้าใจกฎกติกาแล้วใช่ไหม ? ถ้าไม่มีคำถาม ฉันจะพูดเรื่องที่สามต่อ”

     

            “การแข่งขันในวันนี้ ทุกคนน่าจะเตรียมเพลงของตัวเองมาแล้วใช่ไหม? ตอนนี้ให้ทุกคนส่งเพลงให้กับทีมงาน จากนั้นก็ไปพักผ่อนในห้องที่อยู่ถัดไปได้”

     

            “เพื่อเป็นความลับอีกสักครู่ฉันจะเรียกทุกคนเข้ามาเป็นการส่วนตัว ทำการฝึกร้องเพลง เป็นไงมีอะไรจะถามอีกไหม ? ”

     

            “ไม่มี ! ”

     

            เด็กฝึกทุกคนพากันส่ายหน้า แล้วตอบอย่างพร้อมเพรียง

     

            “เยี่ยม ! ” เฉินอี้เจี๋ยพยักหน้า แล้วชี้ไปยังทีมงานทั้งสองคน“ทางทีมงานได้จัดเตรียมแบบฟอร์มบางส่วนแล้ว ทุกคนต้องนำ USBที่อัดเพลงของตัวเองให้กับพวกเขา ใครที่ยังไม่อัด ก็มารับแบบฟอร์มกรอกเพลงของตัวเองและข้อมูลส่วนตัวให้กับทีมงานด้วย”

     

            14 คนที่อยู่ตรงนี้ นอกจากหลิวจือเซียที่ให้ USBกับทีมงานไปแล้ว ทุกคนต่างก็ไปรับแบบฟอร์มคนละหนึ่งใบ แบบนี้หลิวจือเซียจึงถูกทีมงานคนอื่นพาตัวมายังห้องพักที่อยู่ถัดไป

     

            เมื่อเลือกมุมหนึ่งได้แล้ว หลิวจือเซียก็เอนกายพิงผนังหลับตางีบซักครู่หนึ่ง

     

            “สวัสดี ผมนั่งตรงนี้ได้ไหม ? ” ในตอนที่หลิวจือเซียกำลังจะผล็อยหลับไปนั้นเสียงกระซิบเบา ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

     

            หลิวจือเซียเงยหน้ามอง คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตัวเองคือชายหนุ่มวัย 20 กว่า ๆ สูงประมาณ 175 เซนติเมตร รูปร่างผอมบางองค์ประกอบบนใบหน้าโดดเด่นสมบูรณ์ จมูกโด่งเป็นสันและมีดวงตาที่กลมโต

     

            ชายหนุ่มคนนี้ดูท่าทางขี้อายมากไม่กล้าสบตาของหลิวจือเซียโดยตรง

     

            “ได้ นั่งสิ ! ” หลิวจือเซียตบไปบนโซฟาข้าง ๆ แล้วพูดว่า“เมื่อกี้ทำไมฉันไม่เห็นนายเลยล่ะ ? ”

     

            “ผม… ผมชื่อฟางปู๋อี้ เป็นเด็กฝึกของทีมเมนเทอร์อู๋อิง”ชายหนุ่มถูมือด้วยความกังวล “ผมรู้จักคุณ ผมเป็นแฟนคลับของคุณผมเรียกคุณว่าพี่เซียได้ไหม ? ”

     

            เด็กฝึกในทีมอู๋อิง ? ทำไมถึงได้มายังห้องพักนี้กันล่ะ ?

     

            “ได้แน่นอน ! ” จะสงสัยมันก็สงสัยแหละแต่หลิวจือเซียไม่ได้ปฏิเสธคนที่แสดงเจตนาดีกับตัวเอง เขายื่นมือออกไป แล้วพูดว่า“ฉันเรียกนายว่าปู๋อี้ได้ไหม ? ”

     

            “ได้ ได้ ! ” ฟางปู๋อี้เช็ดมือบนตัวเองแล้วค่อยยื่นออกไปจับมือของหลิวจือเซีย “เพลง ‘ได้พบเธอพอดี’ ‘คุณพ่อ จะไปไหน’ และ‘บนเส้นทางธรรมดา’ ของพี่ ผมร้องได้หมดเลยนะ”

     

            “จริงหรือ ? ” หลิวจือเซียยิ้ม “เป็นยังไงบ้างวันนี้การต่อสู้ระหว่างทีมเมนเทอร์ มั่นใจว่าจะได้เข้ารอบต่อไปไหม ? ”

     

            “คนในทีมต่างก็เก่งกันทั้งนั้น ผมไม่มั่นใจเอาเสียเลย”ฟางปู๋อี้ยิ้มอย่างลำบากใจ มือซ้ายจับเข่าแน่น ลมหายใจเริ่มถี่ขึ้น

     

            “อย่าเกร็งไปเลย” หลิวจือเซียหยิบน้ำขวดหนึ่งจากบนโต๊ะขึ้นมาแล้วยื่นให้ฟางปู๋อี้ “ดื่มน้ำหน่อย”

     

            “ขอบคุณพี่เซีย” ฟางปู๋อี้รับขวดน้ำไปดื่มหนึ่งอึก“ตั้งแต่เด็กจนโต ผมไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันใด ๆ มาก่อนเลยครั้งนี้ถ้าไม่ใช่เพราะภรรยาของผมปิดบังไว้ และบังคับให้ผมมาสมัคร ผมคงไม่มา”

     

            “นายถูกบังคับมานี่เอง ! ” หลิวจือเซียพูดอย่างขบขัน“นายฟังฉันนะ ปกตินายซ้อมร้องเพลงยังไง วันนี้ก็ให้ร้องแบบนั้น สมาธิคือสิ่งสำคัญ”

     

            “ผมก็อยากมีสมาธินะ ! ” ฟางปู๋อี้แสดงสีหน้าลำบากใจเหมือนจะร้องไห้ออกมาอย่างไรอย่างนั้น “ตอนสุ่มเลือก ผมไม่ได้อยากจะเข้าสู่รอบต่อไปเลยถึงอย่างไรก็ไม่ได้เตรียมตัวมา ผลสุดท้าย เมนเทอร์ดันหมุนตัวกลับมาหาผมทั้งสี่คน !”

     

            “หา ? ”

     

            หลิวจือเซียตื่นตกใจเขารู้ว่าการที่เมนเทอร์จะหมุนตัวกลับมาทั้งสี่คนไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่เขาเองในตอนสุดท้าย เมนเทอร์ทั้งสี่ก็หมุนตัวกลับมาเช่นกัน

     

            เด็กคนนี้ดูท่าจะเก่งกาจไม่น้อย !

     

            “ผลสุดท้าย การต่อสู้กันในทีมคราวนี้เรื่องเตรียมตัวผมก็ต้องเตรียมตัวแหละ แต่มันไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้เลยกลัวว่าจะถูกเพื่อนร่วมทีมคัดออก ! ” ฟางปู๋อี้ดื่มน้ำต่อและยิ่งกระวนกระวายใจมากกว่าเดิม

     

            หลิวจือเซียรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเขาไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นอะไรไปกันแน่ถ้าคนอื่นได้รับการยอมรับจากทั้งสี่เมนเทอร์ ป่านนี้ใจคงลอยไปถึงไหนต่อไหนแล้วแต่เด็กคนนี้กลับมานั่งกังวลใจเสียอย่างนั้น

     

            หลิวจือเซียครุ่นคิด ก่อนจะพูดว่า“การแข่งขันรอบคัดเลือกในครั้งนี้ ใครมาเป็นเพื่อนนายล่ะ ? ”

     

            “มีเพื่อนของผมสองสามคน” ฟางปู๋อี้ตอบกลับ

     

            “แล้วภรรยาของนายล่ะ ? ” หลิวจือเซียถามขึ้นด้วยความอยากรู้ “การแข่งขันรอบคัดเลือกเป็นการแข่งขันที่สำคัญมากภรรยาของนายไม่มากับนายด้วยหรือ ? ”

     

            ฟางปู๋อี้ลูบศีรษะอย่างลำบากใจ ก่อนจะพูดว่า“ภรรยาของผมท้องเจ็ดเดือนกว่าแล้ว เดินเหินไม่สะดวก ผมจึงไม่อยากให้เธอมาด้วย”

     

            หลิวจือเซียพูดด้วยรอยยิ้ม “งั้นก็ต้องยินดีกับนายด้วย!ไม่รู้ว่าเป็นลูกสาวหรือลูกชายล่ะ ? ”

     

            “ลูกสาว ! ” เมื่อพูดถึงเด็ก ความตึงเครียดบนใบหน้าของฟางปู๋อี้ก็อ่อนลงมาก“เดิมทีคุณหมอไม่อยากบอกเรา แต่เราแอบถามพยาบาล ! ”

     

            “ลูกสาวก็ดีนะ ลูกสาวเป็นเสมือนเสื้อนวมปุยฝ้ายของพ่อแม่ ! ”หลิวจือเซียหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดหน้าจอ แล้วพูดขึ้น “ฉันเองก็มีลูกสาวหนึ่งคนชื่อเยว่เยว่ นายดูสิ น่ารักใช่ไหมล่ะ ? ”

     

            ฟางปู๋อี้ยื่นหน้าไปมองแวบหนึ่งจากนั้นก็เผยรอยยิ้มพิมพ์ใจออกมา “พี่เซีย ผมเคยเห็นเยว่เยว่ในงานเลี้ยงจบการศึกษาของคณะการแสดงละครจีน พี่ขึ้นไปร้องเพลง ‘คุณพ่อ จะไปไหน’กับเยว่เยว่ด้วย”

     

            “ใช่ ! ”

     

            หลิวจือเซียพยักหน้า “ดูท่าทาง นายน่าจะชอบลูกสาวมากเลย งั้นนายลองคิดดูนะเมื่อลูกสาวโตขึ้น ถ้านายบอกเขา ว่านายเคยประกวดรายการ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’ลูกสาวของนายจะมีปฏิกิริยายังไง ? ”

     

            สีหน้าของฟางปู๋อี้เปลี่ยนไป และเริ่มจินตนาการด้วยจิตใต้สำนึก

     

            “ใช่ ท่าทางแบบนี้แหละ ! ” หลิวจือเซียตบไหล่ของฟางปู๋อี้แล้วพูดว่า “ในเมื่อนายสงบจิตสงบใจไม่ได้ งั้นก็พยายามคิดถึงลูกสาวเข้าไว้คิดถึงท่าทางในอนาคตของเธอไว้ คิดถึงว่าในอนาคตลูกของนายจะมีปฏิกริยายังไง...”

     

            “อืม ดูเหมือนผมจะรู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะ ! ”ฟางปู๋อี้กล่าวด้วยความประหลาดใจ

     

            หลิวจือเซียกำลังจะพูดบางอย่าง แต่แล้วทีมงานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาแล้วพูดกับฟางปู๋อี้ว่า “นายอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? ในที่สุดก็เจอตัวสักที ไปกันเถอะเมนเทอร์อู๋อิงตามหานายอยู่”

     

            “พี่เซีย ผมขอตัวไปซ้อมก่อนนะ รอการแข่งขันจบลงผมจะเชิญพี่ไปกินของว่างอร่อย ๆ ด้วยกัน ! ” ฟางปู๋อี้กล่าวลาหลิวจือเซียแล้วเดินออกจากห้องพักไป

     

            สิ่งที่หลิวจือเซียคาดไม่ถึง เพราะการชี้แนะของเขาในครั้งนี้ทำให้ชายหนุ่มขี้อายคนนี้ กลายเป็นคู่แข่งในการช่วงชิงตำแหน่งของเขาไปซะแล้ว

     

            ……………….……

     

            เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า จนกระทั่งถึงเวลา 1ทุ่มโดยไม่รู้ตัว

     

            ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเครื่องแต่งกาย ฝ่ายอุปกรณ์ และเมนเทอร์ต่างก็มารวมตัวกันหลังเวที และกำลังวุ่นวายอยู่กับการแต่งหน้าให้กับเด็กฝึก พิธีกรและเมนเทอร์ทั้งสี่คน ณ ที่นี่

     

            ส่วนสถานที่อัดเพลงใหม่ในสตูดิโอแห่งหนึ่งของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียง ก็ดูคึกคักเป็นอย่างมาก

     

            วงดนตรีที่รับหน้าที่บรรเลงดนตรีประกอบ นักร้องประสานเสียงต่างก็มารออยู่ข้างเวทีแล้ว

     

            ผู้ชม 500 คนรวมทั้งนักวิจารณ์มืออาชีพในวงการเพลงกว่า 51ท่าน  ต่างก็เข้ามาอยู่ในสตูดิโอนี้แล้วพวกเขานั่งประจำที่ของตัวเอง รอการเปิดรายการของฮัวเซียนิววอยซ์

     

            เวลานี้ ทั้งสตูดิโอเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด

     

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน