หมอครามถูกตามตัวมากลางดึก เพื่อมาดูแลคนป่วยทันที
“ไอ้หมอเร็ว ๆ สิวะ เดินช้าเป็คนแก่ไปได้ ไม่เอาไม้เท้ามาค้ำด้วยซะเลยล่ะ” คนที่กำลังใจร้อนเป็ไฟ จากความเป็ห่วงหญิงสาวที่นอนไร้สติเอ่ยเร่งเพื่อนรักไม่ได้หยุด
ั้แ่ที่หมอครามเปิดประตูลงจากรถ เขาก็แทบจะไม่ได้เดิน เพราะเ้าของบ้าน ทั้งดึง ทั้งดันตัว เร่งจนเขาต้องวิ่งเอาเป็ส่วนใหญ่
“พักผ่อนน้อยว่ะ อ่อนเพลีย เครียด ความดันเลยขึ้น แกก็ให้เขาพักผ่อนหน่อย อย่าไปกวนเขามากนักสิวะ” หมอครามเอ่ยบอกอาการของคนไข้ที่ตรวจพบให้คนที่ดูร้อนรนฟัง แถมเตือนด้วยในท้ายประโยค ทว่าสายตาที่จ้องมองเพื่อนวิบวับเป็ประกายแพรวพราว
“ไอ้บ้า ไม่ต้องมามองฉันอย่างนั้นเลย ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นละ”
“หราาาา...” คุณหมอหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงล้อเลียน เคล้ามากับเสียงหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับมุมปากที่ยกยิ้มปล่อยเสน่ห์ออกมาอย่างไม่รู้ตัว และนั่นก็ทำให้ผู้หญิงหลาย ๆ คนเคลิ้มได้ทุกที แต่ไม่ใช่กับวัสสะ ที่เห็นแล้วนึกอยากเตะคนยิ้มทุกที เพราะเขามองว่ามันเป็ยิ้มที่กวน...
“ก็เออสิวะ เขาคงเครียดเื่ที่บ้านเขามั้ง” วัสสะทำเฉไฉเสียงดังกลบเกลื่อน พลางดึงผ้าห่มที่ร่วงไปอยู่ที่เอวของคนที่้าการพักผ่อนขึ้นมาคลุมปิดอก ทั้งนี้ก็เพราะไม่้าสบตาที่จ้องจับผิดของหมอคราม
แต่เพื่อนที่คบกันมายี่สิบกว่าปี มีหรือจะดูอาการไม่ออก คนที่สุขุมเป็ปกติจะเกิดใจร้อนขึ้นมาก็มีเหตุผลอยู่ไม่กี่อย่าง และคนที่ หวงแหนความเป็ส่วนตัวเอามากมาย ผู้หญิงที่ได้เข้ามาที่บ้านหลังนี้คงจะนับจำนวนได้ละมั้ง และผู้หญิงคนนี้ก็ได้เป็หนึ่งในนั้น นั่นก็ยิ่งช่วยทำให้ความคิดของหมอครามหนักแน่นขึ้น แล้วไหนจะการปฏิบัติตัวที่ดูจะเอาใจใส่ สายตาที่ทอดมองไปยังร่างที่นอนนิ่งฉายชัดถึงความห่วงใย แถมยังมีอาการเฉไฉต่าง ๆ นานาของเพื่อนรักที่คุณหมอหนุ่มเห็น รวมกันแล้วก็สรุปได้อย่างเดียวว่าคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงมีความสำคัญต่อใจเพื่อนของเขามาก เพียงแต่ไม่รู้ว่ามากแค่ไหน ซึ่งก็ไม่ยากที่จะรู้ แค่ต้องดูกันต่อไป...อีกสักหน่อย
วันรุ่งขึ้นพระพายตื่นเช้าตามปกติ เพราะในทุกวันเธอต้องตื่นขึ้นมาทำความสะอาดบ้าน และทำอาหารเช้าให้กับแม่ใหญ่และน้องชาย ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน ซึ่งก็ต้องใช้เวลาเดินทางผจญรถติดอีกนานนับชั่วโมง แต่วันนี้ต่างจากวันอื่น ๆ เพราะเธอตื่นขึ้นมาในห้องที่เธอคุ้นตา แต่ก็ไม่ใช่ห้องนอนของเธออยู่ดี การได้พักผ่อนทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมานิดหน่อย ก่อนที่จะห่อเหี่ยวลงด้วยปัญหาเดิม ๆ ที่รุมสุมตัวเธออยู่วนกลับเข้ามาในหัวเธออีกครั้ง
“อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด” เสียงพึมพำอย่างอ่อนแรงจากคนที่นั่งตั้งสติอยู่ข้างเตียงดังขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา และอาบน้ำเพิ่มความสดชื่นให้ตัวเอง ด้วยหวังว่าความเย็นจากสายน้ำอาจจะช่วยให้สมองของเธอปลอดโปร่งขึ้นมาได้จนหาทางออกของปัญหาต่าง ๆ ได้บ้าง
แต่เธอก็พบว่า สิ่งที่เธอคิดมันไม่เป็จริง น้ำเย็น ๆ ไม่ได้ช่วยให้เธอคิดหาทางออกของปัญหาได้เลย
พระพายเดินออกมาผจญกับความจริงที่เกิดขึ้น ภาพเดิมเหมือนหมุนวนกลับมาสำหรับพระพาย เธอเดินเข้ามาในครัวตามกลิ่นอาหารหอม ๆ เข้ามา แล้วก็พบว่าชายหนุ่มเ้าของบ้านอยู่ในห้องครัวจริง ๆ ร่างสูงใหญ่ แผ่นหลังกว้าง บ่าหนาดูแกร่งและแข็งแรง ร่างกายที่ใหญ่โตสมส่วนกำลังเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว มือหนึ่งถือกระทะ อีกมือหนึ่งถือตะหลิว แล้วก็เปลี่ยนมาจับขวดเครื่องปรุง ก่อนจะเปลี่ยนไปจับตะหลิวอีกครั้ง การกระทำที่คล่องแคล่วของชายหนุ่ม สามารถตรึงสายตาของหญิงสาวที่มีแววตาหม่นหมองได้ และเปลี่ยนให้แววตานั้นเป็แววตาแห่งความชื่นชมขึ้นมาได้ชั่วคราว
พระพายมองการกระทำของชายหนุ่มนิ่งนาน ทุกการขยับเขยื้อนของชายหนุ่มดูมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาไปเสียหมด พลางให้เธอคิดไปว่า มีอะไรที่ผู้ชายคนนี้ทำไม่ได้บ้าง ไม่ว่าเขาจะหยิบจับอะไรก็ดูจะประสบความสำเร็จไปเสียทุกอย่าง
“ตื่นแล้วเหรอครับ”
เสียงของชายหนุ่มเ้าของบ้าน ทำให้คนที่ยืนนิ่งหลุดออกจากภวังค์แห่งความคิด
“ค่ะ”
“อาหารเช้าเสร็จพอดีเลยครับ คุณไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนนะ เดี๋ยวผมยกออกไปให้ เดี๋ยวขอจัดจานให้สวย ๆ น่าทานนิดนึง คุณจะได้กินได้เยอะ ๆ หน่อย”
ใบหน้าหล่อเข้ม เครื่องหน้าชัดเจนเฉกเช่นคนจากภาคใต้ หันมาสบตากับหญิงสาว ตั้งใจแจกความจริงใจและรอยยิ้มหวาน ๆ ไปให้ และหากว่าคนที่เขาตั้งใจส่งไปให้ จะรับไปบ้างก็คงจะสร้างความยินดีให้เขาไม่น้อย
จานกระเบื้องสีดำสี่เหลี่ยมใบใหญ่สองใบ ถูกหยิบออกมาใส่ สเต๊กปลาแซลมอนซอสพริกไทยดำ แล้ววางเรียงเอาไว้ที่เคาน์เตอร์กลางห้องครัว เพื่อรอการตกแต่ง
“ให้ฉันช่วยนะคะ”
สาวร่างเล็กที่ยืนพิงขอบประตูอยู่เดินเข้ามาอย่างหมายมาดจะทำอย่างที่พูด
“ไม่เป็ไรครับ คุณไปนั่งรอสบาย ๆ ดีกว่า เดี๋ยวตรงนี้ผมทำอีก แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว” ชายหนุ่มผู้ไม่ละความตั้งใจ เอาตัวเข้าขวางที่คน้าช่วยเอาไว้ เขาอยากทำให้เธอด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็สเต๊กหรือแม้แต่การจัดจานให้สวยงาม
“แต่ว่าฉันอยากช่วยนี่คะ ฉันอยากทำอะไรตอบแทนที่คุณให้ที่พัก แล้วก็ทำอาหารให้ฉันตั้งสองมื้อ” เสียงหวานยังคงส่งออกมายืนยันว่าเธอเต็มใจและอยากทำตัวให้มีประโยชน์มากกว่าการนั่งอยู่เฉย ๆ คนที่เคยเป็คนทำให้คนอื่นมาตลอด ไม่คุ้นชินกับการที่มีคนมาทำให้เธอเท่าใดนัก
“เล็กน้อยมาก ผมสามารถเลี้ยงคุณได้ทั้งชีวิตนะ จะลองดูไหมล่ะ” มือใหญ่เท้าอยู่ที่เคาน์เตอร์วางของกลางห้อง อีกข้างเท้าอยู่ที่เอวหนา ระยะที่ยืนห่างจากคนที่เข้ามาอาสาช่วยไม่ถึงหนึ่งฟุต สายตา จับจ้องอยู่ที่ดวงหน้ากลม แก้มป่อง ๆ ซูบซีดลงไปหน่อย แต่ก็ยังทำให้เขารู้สึกว่าอยากจะฝังจมูกลงไปได้อยู่ดี และก็เกือบจะได้ หากเ้าของแก้มไม่ผงะใบหน้าออกห่างอย่างรวดเร็ว ในยามที่เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้
“แต่...” เสียงอิดออดยังดังออกมาเหมือนจะต่อรอง พร้อมกับดวงตากลมโต ใสแจ๋วราวกับเด็กไร้เดียงสา กะพริบปริบ ๆ จ้องมอง พ่อครัวหน้าหล่อ สองคนสบสายตากันนิ่งชั่วอึดใจ และในที่สุดคนที่พ่ายแพ้ก็เป็...
“โอเค ถ้าอย่างนั้นคุณแต่งจานนี้ ส่วนผมแต่งจานนี้” มือใหญ่หยิบจานที่มีชิ้นสเต๊กปลาส่งให้คนอาสาช่วยหนึ่งจาน ทำให้ใบหน้าที่หุบอยู่เมื่อกี้แย้มยิ้มออกมาได้
ทั้งสองคนต่างก็ตั้งใจตกแต่งจานของตนเองอย่างเต็มที่ จนจานกระเบื้องสีดำถูกตกแต่งด้วยผักที่มีสีสันสดใสตัดกับสีดำสวยงาม
“อ้ะ...ของคุณ” วัสสะเลื่อนจานที่เขาจัดเสร็จไปตรงหน้าของพระพาย ก่อนจะหยิบจานที่หญิงสาวกำลังยืนชื่นชมฝีมือตนเองอยู่ จากมือของเธอไปเป็ของเขาหน้าตาเฉย “ส่วนอันนี้เป็ของผม”
“หืม?” สาวร่างเล็กส่ายสายตาตามจานที่ถูกฉกไปจากมืออย่างไม่ทันตั้งตัว
แต่คนที่หยิบเอาไปหาได้สนใจ วัสสะเดินยิ้มนำออกไปจากห้องครัว พระพายมองตามแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวป้อย ๆ อย่างนึกขำผู้ใหญ่ที่ทำตัวเป็เด็ก ก่อนจะก้มลงมองจานที่อยู่ตรงหน้า ผักลวกที่หั่นเป็ลูกเต๋าเพื่อใช้ทำเป็ผักสลัด นอกจากจะวางรวมกันรูปหัวใจอยู่ข้างจานแล้ว ยังถูกนำมาเรียงเป็หน้ายิ้มอยู่บนชิ้นสเต๊กอีกด้วย แคร์รอตสีส้มถูกนำมาเรียงโค้งเป็เส้นปาก ถั่วลันเตาถูกวางแทนตา เด่นอยู่บนชิ้น สเต๊ก ทำให้รอยยิ้มจาง ๆ เมื่อกี้ กว้างขึ้นมากกว่าเดิมเข้าไปอีก
ระหว่างที่นั่งรับประทานอาหาร ต่างคนก็ต่างตั้งใจจัดการกับอาหารตรงหน้า ต่างคนต่างเงียบแต่กลับเต็มไปด้วยความสุข วัสสะนั้นลอบมองหญิงสาวที่ดูมีความสุขกับการจิ้มอาหารเข้าปาก และรสชาติของอาหารด้วยความภูมิใจ โดยที่เ้าตัวนั้นเพลิดเพลินจนไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกลอบมองอยู่หลายครั้ง
“อร่อยมากเลยค่ะคุณวัส ขอบคุณมากนะคะ” พระพายเอ่ยขึ้นเมื่อจัดการอาหารตรงหน้าหมด ก่อนจะหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม
“ถ้าคุณชอบ ผมจะทำให้คุณทานทุกวันเลย”
“ฉันไม่กล้ารบกวนคุณขนาดนั้นหรอกค่ะ เงินสิบล้านนั่น ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันจะใช้คืนคุณหมดเมื่อไหร่ แต่ฉันจะพยายามให้เร็วที่สุด ถ้าคุณจะกรุณาฉันขอผ่อนเป็รายเดือนนะคะ” พระพายตัดสินใจพูดเข้าเื่อย่างไม่รีรอ เธอยังมีสิ่งที่ต้องไปทำอีกมาก การปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อออกไปคงไม่ดีนัก
รอยยิ้มจาง ๆ ที่ปกคลุมอยู่บนใบหน้าคมเข้มหายไปทันที ในเมื่อเธอจริงจังมา เขาก็จะจริงจังกลับ วัสสะวางมีดและส้อมที่อยู่ในมือ เปลี่ยนมากอดอก หลังพิงพนักเก้าอี้ จ้องมองใบหน้าสวยด้วยสายตาที่กร้าวขึ้น
“แล้วผมจะมีอะไรเป็หลักประกัน”