นัทมองสัตว์สีขาวตรงหน้าอยู่นาน
มือของเขายังคงวางอยู่บนศีรษะของมัน
มันไม่ได้ขัดขืนแม้แต่น้อย
กลับยืนนิ่งอย่างสงบ ราวกับคุ้นเคยกับการให้คนเข้าใกล้
มาร์โกยืนอยู่ข้าง ๆ พลางมองทั้งคนทั้งสัตว์สลับกัน
“ดูเหมือนมันจะชอบนาย”
นัทหัวเราะเบา ๆ
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”
เขาลูบหัวมันอีกครั้ง
“แต่แปลกจริง ๆ”
“ตรงไหน?”
นัทมองหน้าต่างข้อมูลที่ยังคงลอยอยู่ตรงหน้า
“ปกติผมตรวจสอบอาวุธได้”
“สัตว์ก็ตรวจสอบได้”
“แต่แร่กลับตรวจสอบไม่ได้”
“แล้วตัวนี้กลับตรวจสอบได้ไม่หมด”
มาร์โกพยักหน้า
“สกิลของนายคงไม่ได้รู้ทุกอย่าง”
“อืม”
นัทมองสัตว์สีขาวอีกครั้ง
“แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ตัวนี้ก็น่าสนใจ”
พ่อค้าที่พาทั้งสองเข้ามาด้านหลังร้านยืนฟังอยู่เงียบ ๆ
ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้
“เจ้าสงสัยเรื่องข้อมูลของมันสินะ”
นัทหันไป
“ครับ”
“มันเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยพบในตลาดทั่วไป”
พ่อค้าพูดพลางมองสัตว์ตัวนั้น
“โดยเฉพาะตัวที่ยังเชื่องแบบนี้”
นัทเลิกคิ้ว
“มันหายากมากเหรอครับ?”
“ไม่ถึงกับหาไม่ได้”
พ่อค้าส่ายหน้า
“แต่ก็ไม่ใช่สัตว์ที่เจ้าจะเดินไปตามตลาดแล้วเจอได้ทุกวัน”
เขาหยุดเล็กน้อย
“บางครั้งหลายเดือนก็ไม่มีคนเอามาขาย”
นัทหันกลับไปมองสัตว์สีขาว
“แล้วมันชื่ออะไรครับ?”
พ่อค้าตอบอย่างช้า ๆ
“รีอัส”
นัททวนคำ
“รีอัส...”
“เป็นสัตว์พาหนะสายเลือดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายม้า แต่มีสายเลือดของสัตว์เวทโบราณปะปนอยู่ในสายพันธุ์”
มาร์โกมองทันที
“สัตว์เวท?”
พ่อค้าส่ายหน้า
“ไม่ใช่สัตว์เวท”
“มันเป็นสัตว์จริง”
เขาเน้นคำพูดชัดเจน
“เพียงแต่บรรพบุรุษของมันเคยมีความเกี่ยวข้องกับสัตว์เวท ทำให้รูปร่างและคุณสมบัติบางอย่างแตกต่างจากม้าทั่วไป”
นัทพยักหน้าอย่างเข้าใจ
เขาก้มมองเขาสองข้างบนหัวของมัน
“ถึงว่า...”
เขายื่นมือไปแตะเขาข้างหนึ่งเบา ๆ
“ถึงได้มีเขาเหมือนมังกร”
สัตว์ตัวนั้นขยับหัวเล็กน้อย
ก่อนจะใช้จมูกดันแขนนัทเบา ๆ
นัทหัวเราะ
“เอ้า”
มาร์โกมองภาพตรงหน้า
“มันตัดสินใจแทนนายไปแล้วมั้ง”
“ผมยังไม่ได้ซื้อเลยนะพี่”
“แต่เจ้าตัวนี้เหมือนจะเลือกนายแล้ว”
พ่อค้าหัวเราะออกมา
“ข้าก็คิดอย่างนั้น”
นัทเดินอ้อมดูมันอีกด้าน
เขามองตั้งแต่หัวลงมาถึงขาทั้งสี่
ลำตัวแข็งแรงกว่าม้าธรรมดาเล็กน้อย
กล้ามเนื้อบริเวณขาชัดเจน
กีบเท้าแข็งแรง
แผงคอสีขาวยาวลงมาตามลำคอ
และเมื่อมันขยับตัว นัทก็เห็นว่าร่างกายของมันไม่ได้ใหญ่เกินกว่าม้าทั่วไป
“ตอนนี้ตัวประมาณม้าเลย”
นัทพูด
พ่อค้าพยักหน้า
“ใช่”
“โตเต็มที่หรือยัง?”
“ยัง”
คำตอบนั้นทำให้นัทหันกลับมาทันที
“ยัง?”
“ตัวนี้ยังเป็นวัยอ่อน”
พ่อค้าพูดต่อ
“ถ้าเลี้ยงดี มันจะโตขึ้นอีก”
นัทมองมันใหม่อีกครั้ง
“โตอีกเยอะไหมครับ?”
“พอสมควร”
พ่อค้าหัวเราะ
“แต่ไม่ต้องกลัวว่ามันจะโตจนกลายเป็นสัตว์ประหลาด”
“มันยังเป็นสัตว์พาหนะอยู่”
นัทถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ดีครับ”
มาร์โกยิ้ม
“นายคิดเรื่องที่นั่งก่อนเลยสินะ”
“ก็ถ้ามันโตขึ้นแล้วผมจะขี่ไม่ได้ จะซื้อไปทำไมล่ะครับ”
“จริงของนาย”
นัทมองสัตว์สีขาวอีกครั้ง
คราวนี้แววตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
จากการมองสัตว์แปลก ๆ ในตลาด
กลายเป็นการมองสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งที่อาจต้องเดินทางไปด้วยกันอีกนาน
“แล้วราคาเท่าไรครับ?”
คำถามของนัททำให้บรรยากาศเงียบลงทันที
พ่อค้าหันมามองเขา
ก่อนตอบตัวเลขออกมา
นัทนิ่ง
มาร์โกนิ่ง
ทั้งสองหันมามองหน้ากัน
“แพง?”
มาร์โกถาม
นัทตอบทันที
“แพงครับ”
พ่อค้าหัวเราะ
“ข้าบอกแล้วว่ามันเป็นสัตว์ที่หายาก”
นัทถอนหายใจ
“แต่พวกผมไม่ได้รวยนะครับ”
“ข้าดูออก”
พ่อค้าพูดอย่างตรงไปตรงมา
“สภาพพวกเจ้าไม่ได้เหมือนคนที่มาซื้อสัตว์ราคาแพง”
นัททำหน้าแปลก ๆ
“พี่”
“หืม?”
“เขาพูดตรงดีนะ”
“ก็ดีแล้ว”
มาร์โกตอบ
“อย่างน้อยไม่หลอกเรา”
นัทยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เขาหันกลับไปมองรีอัสอีกครั้ง
มันยังคงมองเขาอยู่
“ถ้าอย่างนั้น...”
นัทถอนหายใจ
“ผมขอคิดก่อนครับ”
พ่อค้าพยักหน้า
“ได้”
“สัตว์แบบนี้ไม่ควรซื้อเพราะอารมณ์ชั่ววูบ”
นัทพยักหน้า
คำพูดนั้นทำให้เขารู้สึกดีขึ้น
อย่างน้อยพ่อค้าคนนี้ไม่ได้พยายามยัดเยียดขายให้เขา
ทั้งสองเดินออกจากบริเวณด้านหลังร้าน
นัทหันกลับไปมองอีกครั้ง
รีอัสยังคงยืนอยู่ในคอก
มันมองตามเขาจนกระทั่งทั้งสองเดินพ้นประตู
นัทเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็พูดขึ้น
“พี่”
“ว่า?”
“ผมอยากได้มัน”
มาร์โกหัวเราะเบา ๆ
“รู้อยู่แล้ว”
“แต่เงินเรา...”
นัทล้วงกระเป๋าออกมาดู
ข้างในแทบไม่มีอะไร
เขามองเงินของตัวเอง
แล้วมองมาร์โก
มาร์โกเองก็ไม่ได้มีเงินเหลือเฟือไปกว่ากัน
ทั้งสองเงียบ
นัทถอนหายใจ
“จนเหมือนเดิม”
“อย่างน้อยเราก็ยังไม่เสียเงิน”
“จริง”
นัทพยักหน้า
“งั้นกลับกิลด์ก่อน”
มาร์โกเห็นด้วย
“ไปดูเรื่องแหวน”
“แล้วค่อยตัดสินใจ”
ทั้งสองเดินออกจากตลาดสัตว์
โดยที่นัทยังหันกลับไปมองทางร้านอีกครั้ง
ระหว่างทางกลับ
นัทไม่ได้พูดเรื่องอื่นมากนัก
เขาเดินเงียบ ๆ อยู่ข้างมาร์โก
แต่ในหัวกลับคิดถึงสัตว์สีขาวตัวนั้นอยู่ตลอด
เขาเคยคิดว่าการมีสัตว์พาหนะก็แค่ช่วยให้เดินทางเร็วขึ้น
แต่เมื่อครู่...
ตอนที่มันเอาหัวมาดันมือของเขา
ความรู้สึกกลับต่างออกไป
มันไม่ได้เหมือนกำลังซื้ออุปกรณ์สักชิ้น
มันคือการรับชีวิตอีกหนึ่งชีวิตเข้ามาอยู่ด้วย
นัทถอนหายใจ
“พี่”
“ว่า?”
“ถ้าเราเลี้ยงมันจริง ๆ”
“อืม”
“มันต้องกินอะไรเยอะไหม?”
มาร์โกหัวเราะทันที
“กลับมาเรื่องเงินอีกแล้ว”
“ก็สำคัญนี่ครับ!”
“นายเพิ่งบอกเองว่าอยากได้มัน”
“อยากได้ก็ส่วนอยากได้ครับ”
นัททำหน้าจริงจัง
“แต่ถ้าเลี้ยงไม่ไหวก็สงสารมัน”
มาร์โกเงียบไปเล็กน้อย
ก่อนพยักหน้า
“จริง”
ทั้งสองจึงเดินต่อ
โดยยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อสัตว์ตัวนั้น
แต่ในใจของนัท...
คำตอบเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนขึ้นสูง
ทั้งสองก็เดินกลับมาถึงบริเวณกิลด์
ผู้คนยังคงพลุกพล่านเหมือนเดิม
แต่ทันทีที่นัทกับมาร์โกเดินเข้าใกล้ประตู
พนักงานกิลด์คนหนึ่งที่กำลังยืนคุยกับนักผจญภัยกลับหันมาเห็นพวกเขา
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ก่อนรีบเดินเข้ามาหา
“พวกคุณกลับมาแล้ว”
มาร์โกพยักหน้า
“ครับ”
พนักงานมองทั้งสอง
ก่อนลดเสียงลง
“เรื่องแหวน...”
นัทกับมาร์โกหยุดเดินพร้อมกัน
“ผลตรวจออกแล้วหรือครับ?”
พนักงานไม่ได้ตอบทันที
เขามองซ้ายขวาเล็กน้อย
ก่อนพูดว่า
“หัวหน้าทีมสำรวจอยากคุยกับพวกคุณด้วยตัวเอง”
นัทมองมาร์โก
มาร์โกมองกลับมา
ทั้งสองเข้าใจตรงกันทันที
เรื่องของแหวนมิติ...
ดูเหมือนจะไม่ได้จบลงง่าย ๆ อย่างที่คิด.
นัทกับมาร์โกมองหน้ากัน
“หัวหน้าทีมสำรวจอยากคุยกับพวกคุณด้วยตัวเอง”
คำพูดของพนักงานกิลด์ทำให้นัทถอนหายใจเบา ๆ
“ฟังดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ”
พนักงานหัวเราะแห้ง ๆ
“ไม่ได้มีเรื่องร้ายแรงหรอกครับ”
“เพียงแต่ของที่พวกคุณนำกลับมา...มันค่อนข้างสำคัญ”
มาร์โกพยักหน้า
“งั้นพวกเราเข้าไปคุยเลยก็ได้ครับ”
“เชิญครับ”
พนักงานเดินนำทั้งสองกลับเข้าไปด้านในกิลด์
ห้องด้านในเงียบกว่าบริเวณโถงรับภารกิจมาก
หัวหน้าทีมสำรวจกำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะ
บนโต๊ะด้านหน้าเขามีกล่องไม้ขนาดเล็กวางอยู่
นัทจำมันได้ทันที
“แหวนอยู่ในนั้น?”
หัวหน้าทีมพยักหน้า
“ใช่”
เขาเปิดกล่องออกช้า ๆ
แหวนมิติถูกวางอยู่บนผ้าสีเข้ม
มันดูธรรมดาอย่างไม่น่าเชื่อ
ถ้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร คงไม่มีใครคิดว่าสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ นี้มีค่ามากขนาดไหน
“เราใช้เวลาตรวจสอบอยู่พอสมควร”
หัวหน้าทีมพูด
“ยืนยันได้แล้วว่าเป็นแหวนมิติจริง”
นัทกับมาร์โกเงียบฟัง
“ความจุยังใช้งานได้”
“โครงสร้างของแหวนไม่เสียหาย”
“และที่สำคัญ...”
หัวหน้าทีมหยุดเล็กน้อย
“มันไม่มีร่องรอยว่าถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในช่วงหลัง”
นัทขมวดคิ้ว
“หมายความว่ายังไงครับ?”
“หมายความว่ามันเป็นของเก่าจริง”
หัวหน้าทีมตอบ
“ของประเภทนี้หายากมาก”
มาร์โกถาม
“หายากแค่ไหนครับ?”
หัวหน้าทีมมองแหวน
“กิลด์ไม่สามารถบอกจำนวนทั้งหมดที่มีอยู่ในเมืองได้ด้วยซ้ำ”
นัทชะงัก
“ขนาดนั้นเลย?”
“ใช่”
หัวหน้าทีมพยักหน้า
“แหวนมิติไม่ได้เป็นของที่ร้านค้าทั่วไปจะมีขาย”
“ต่อให้มีเงิน ก็ใช่ว่าจะหาได้”
นัทกับมาร์โกสบตากัน
ตอนที่อยู่ในดันเจียน พวกเขารู้เพียงว่ามันเป็นของหายาก
แต่ดูเหมือนความจริงจะมากกว่านั้น
หัวหน้าทีมปิดฝากล่อง
“เพราะเหตุนี้ กิลด์จึงอยากถามพวกคุณอีกครั้ง”
“พวกคุณต้องการขายมันจริง ๆ หรือ?”
นัทตอบทันที
“ครับ”
มาร์โกหันมามอง
นัทจึงพูดต่อ
“พวกเราไม่ได้ต้องการมัน”
“ถ้าเอาไปใช้เองก็คงมีประโยชน์”
“แต่ถ้ามีคนที่ต้องใช้มันมากกว่าเรา ผมคิดว่าเอาไปแลกสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้ดีกว่า”
หัวหน้าทีมมองนัทอยู่ครู่หนึ่ง
“พวกคุณต้องการอะไร?”
นัทตอบ
“สัตว์พาหนะครับ”
หัวหน้าทีมเลิกคิ้วเล็กน้อย
“สัตว์พาหนะ?”
“ครับ”
“พวกคุณเพิ่งออกจากดันเจียนมาแท้ ๆ”
“ตอนนี้คิดจะหาสัตว์เดินทางแล้ว?”
นัทหัวเราะ
“เดินทางด้วยขาตัวเองมันเหนื่อยครับ”
มาร์โกเสริม
“และถ้าต้องออกเดินทางไกลในอนาคต การมีสัตว์พาหนะจะสะดวกกว่า”
หัวหน้าทีมพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว”
เขาหยิบกระดาษขึ้นมา
“ถ้าอย่างนั้นกิลด์สามารถช่วยติดต่อผู้ซื้อให้ได้”
นัทถาม
“ต้องประมูลไหมครับ?”
“ไม่จำเป็น”
“แหวนมีเพียงชิ้นเดียว”
หัวหน้าทีมตอบ
“แต่เราจะต้องประเมินมูลค่าก่อน”
“จากนั้นจึงดูว่าพวกคุณต้องการแลกกับอะไร”
นัทพยักหน้า
“โอเคครับ”
หัวหน้าทีมเลื่อนกระดาษอีกแผ่นมาให้
“ส่วนเรื่องสัตว์พาหนะ”
“กิลด์ไม่ได้ขายโดยตรง”
“แต่ถ้าพวกคุณต้องการสัตว์ที่ดีจริง ๆ”
“ผมแนะนำให้ไปที่ตลาดกลางเมือง”
นัทชะงัก
“พวกเราเพิ่งไปมา”
“ตลาดสัตว์?”
“ครับ”
“แล้วเจออะไรที่ถูกใจหรือยัง?”
นัทนึกถึงสัตว์สีขาวที่อยู่ในคอก
เขาเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย
“เจอตัวหนึ่งครับ”
มาร์โกหันมองนัททันที
หัวหน้าทีมสังเกตเห็น
“ดูเหมือนจะถูกใจมาก”
“ครับ”
นัทพยักหน้า
“แต่ราคาแพง”
หัวหน้าทีมหัวเราะ
“ถ้าอย่างนั้นก็รอให้เรื่องแหวนเรียบร้อยก่อน”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้
“งั้นพวกเรากลับไปตลาดช่วงบ่ายได้ไหมครับ?”
“ได้”
หัวหน้าทีมตอบ
“แต่ก่อนหน้านั้นอยากให้พวกคุณพักก่อน”
“พวกคุณเพิ่งกลับมาจากดันเจียน”
“อย่าเพิ่งใช้เงินหรือทำอะไรรีบร้อน”
นัทพยักหน้า
“เข้าใจครับ”
เมื่อออกจากห้อง
นัทกับมาร์โกเดินกลับมาที่โถงกิลด์
นัทถอนหายใจยาว
“พี่”
“หืม?”
“เรื่องแหวนใหญ่กว่าที่คิดอีก”
“อืม”
“ผมเริ่มรู้สึกว่าเราตัดสินใจถูกแล้วที่เอามาให้กิลด์ตรวจสอบ”
มาร์โกพยักหน้า
“ถ้าเราเอาไปขายเองโดยไม่รู้ราคา อาจโดนกดราคาได้”
“จริง”
นัทมองกระเป๋าตัวเอง
“ตอนนี้เรายังไม่มีแหวน”
“แต่ก็ไม่ได้เสียอะไร”
มาร์โกหัวเราะ
“อย่างน้อยก็รู้ว่าของที่เรามีมีค่ามาก”
นัทพยักหน้า
“แล้วเราก็ยังจนเหมือนเดิม”
“ใช่”
ทั้งสองหัวเราะพร้อมกัน
เวลาผ่านไปจนใกล้เที่ยง
นัทกับมาร์โกกลับไปยังที่พักเพื่อพักผ่อน
พวกเขาไม่ได้ซื้ออะไรเพิ่ม
ไม่มีอุปกรณ์ใหม่
ไม่มีอาวุธใหม่
และไม่มีสัตว์พาหนะติดกลับมาด้วย
แต่ทั้งสองคนต่างมีสิ่งหนึ่งที่กำลังคิดอยู่เหมือนกัน
สัตว์สีขาวตัวนั้น
โดยเฉพาะนัท
เขานอนเอนหลังอยู่บนเก้าอี้
“พี่”
“อะไรอีก?”
“ถ้าบ่ายนี้กลับไปตลาด”
“อืม”
“ผมอยากดูมันอีกครั้ง”
มาร์โกมองนัท
“แค่ดู?”
นัทเงียบ
“...ครับ”
มาร์โกหัวเราะ
“นายโกหกไม่เก่งเลย”
นัทหยิบหมอนขึ้นมาปิดหน้า
“ก็ผมชอบมันนี่”
“แต่เรายังไม่รู้ว่าจะแลกแหวนได้เท่าไร”
“รู้แล้วครับ”
นัทลดหมอนลง
“ถ้าราคาไม่พอ ผมก็ไม่เอา”
มาร์โกพยักหน้า
“แบบนั้นถูกแล้ว”
ช่วงบ่าย
ทั้งสองกลับออกจากที่พักอีกครั้ง
คราวนี้จุดหมายชัดเจนกว่าเดิม
ตลาดสัตว์
แต่ก่อนจะไปถึงร้านเดิม นัทกลับหยุดเดิน
“พี่”
“อะไร?”
“เราไม่ควรดูแค่ตัวเดียวใช่ไหม?”
มาร์โกยิ้ม
“ถูกต้อง”
“งั้นวันนี้เราดูให้ทั่ว”
“แล้วค่อยเลือก”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
ทั้งสองเดินเข้าไปในตลาดสัตว์อีกครั้ง
คราวนี้พวกเขาไม่ได้เดินด้วยความสงสัยเหมือนตอนเช้า
แต่มาในฐานะคนที่กำลังจะเลือก เพื่อนร่วมทางในอนาคต