เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    ตอนที่ 45 ความจริงใจ

    ตอนที่ 45  ความจริงใจ

     

    เมื่อสัตว์อสูรตั้งหลักได้มันร้องออกมาด้วยความโกรธพร้อมกับปลดปล่อยคลื่นพลังและจิตสังหารออกมาอีกครั้งระดับพลังของมันอยู่ที่ระดับก่อเกิดขั้นเก้าซึ่งสูงกว่าตงควงถึงสามขั้นด้วยกัน.......


    กว๊ากกกกก!!


    ปัง!!


    ปัง!!


    มันเหวี่ยงกรงเล็บของมันใส่ตงควงทันทีด้วยระดับพลังของมันทำให้แรงเหวี่ยงนั้นเต็มไปด้วยอนุภาพที่รุนแรงจนทำให้ต้นไม้หักและพื้นดินเกินรอยร้าว.......


    เจิ้งฟู่เมื่อเห็นแบบนั้นเขายืนตัวสั่นไปหมดในใจของเขาทั้งกลัวทั้งโมโหที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยเขานั้นช่างอ่อนแอยิ่งนักเขาคิดในใจ.......


    ปัง!! ปัง!!


    "ไม่เราจะต้องไม่หนีถ้าจะหนีก็ต้องพาพี่ตงควงไปด้วย"


    เมื่อตัดสินใจแล้วเจิ้งฟู่ยกกระบี่อินทรีของเขาขึ้นมาและทุ่มเทพลังทั้งหมดของเขาไปที่กระบี่พร้อมกับใช้กระบวนท่าดรรชนีวายุขั้นเต็มรูปแบบ......


    "พี่ตงควงหมอบลง!!"


    [ดรรชนีวายุสิบส่วน]


    ฟิ้ววววว!!


    เมื่อตงควงได้ยินเสียงของเจิ้งฟู่เขาหมอบลงทันทีถึงไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรแต่เขาก็เชื่อใจเจิ้งฟู่และทันใดนั้นคลื่นกระบี่ก็ลอยซัดเข้าไปที่ตัวสัตว์อสูรทำให้แขนมันขาดและตกลงพื้นทันที.......


    กว๊ากกกกก!!


    เลือดของมันสาดไปทั่วพื้นดินเมื่อตงควงเห็นแบบนั้นมันไม่รอช้ารีบใช้กระบวนท่าของมันซ้ำเข้าไปอีกที.......


    [ระบำผีเสื้อ]


    ตู้มมมมม!!


    กระบวนท่านี้ของตงควงทำให้อสูรร่างยักษ์ถึงกับได้รับบาดแผลอย่างหนักเพราะมันยังไม่ได้ตั้งตัวในขณะที่พึ่งโดนเจิ้งฟู่ทำให้แขนขาด....


    มันเลยไม่ได้ป้องกันตัวใดๆทำให้มันรับการโจมตีแบบเต็มจนเลือดท้วมไปทั้งตัวของมันและถอยหลังไปหลายก้าวมันมองมาที่ทั้งคู่ด้วยสายตาที่โกรธเกรี้ยวอย่างมากแต่มันเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสมันจึงคิดที่จะถอยหลัง.....


    ฉึบ!!


    กว๊ากกกก!!


    แต่ในขณะนั้นเองเจิ้งฟู่ก็ซัดกระบี่อินทรีวายุออกไปอย่างรวดเร็วทำให้กระบี่พุ่งทะลุร่างของมันไปจากนั้นเขาก็บังคับให้มันลอยกลับมาและแทงจากข้างหลังอีกครั้ง....


    ฉึบ!!


    ร่างของสัตว์อสูรๆค่อยล่วงลงช้าๆสายตาของมันค่อยๆมืดลงมันไม่คิดเลยว่ามันจะมาแพ้ให้กับหนุษย์ที่อ่อนแอกว่ามันแบบนี้......


    ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะกระบี่ของเจิ้งฟู่และทักษะของเขาที่เมื่อทั้งสองมารวมกันแล้วทำให้เกิดอนุภาพที่ร้ายแรงถึงสามเท่าไม่งั้นพวกเขาก็ไม่อาจล้มเจ้าสัตร์อสูรลงได้.......


    แฮ่ะ แฮ่ะ แฮ่ะ!!!


    เจิ้งฟู่ในตอนนี้แทบจะไม่เหลือพลังแล้วตงควงเองก็เช่นกันทั้งคู่ต่างก็ใช้พลังเกือบทั้งหมดที่มีอยู่ไปกับกระบวนท่าสุดยอดของพวกเขาเพื่อล้มเจ้าสัตว์อสูรนั้นลง.....


    ตงควง: นายน้อยท่านเป็นยังไงบ้าง!?


    "ข้าไม่เป็นไร เพียงนั่งพักสักครู่ก็คงจะดีขึ้นเองแล้วท่านหละเป็นยังไงบ้าง?"


    ตงควง: ข้าเองแค่เหนื่อยนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากขอรับ!!


    อือ!!


    เมื่อพูดจบเจิ้งฟู่ก็โยนเม็ดยารักษาร่างกายสูตรพิเศษให้กับตงควงเพื่อรักษาบาดแผลของมันส่วนเขาก็นั่งลงขัดสมาธิเพื่อโคจรพลังและพื้นฟูโดยเร็วไม่เช่นนั้นถ้าเกิดว่ามีสัตว์อสูรมาอีกพวกเขาคงได้ตายกันจริงๆแน่.....


    สองชั่วยามผ่านไปฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆราตรีเคลือบคลานเข้ามาพร้อมกับเสียงของสัตว์ป่าและสัตว์อสูรที่ร้องอย่างโหยหวย.....


    ตอนนี้เจิ้งฟู่พลังฟื้นคือถึงแปดส่วนแล้วแต่ตงควงนั้นพึ่งจะฟื้นคืนได้เพียงห้าส่วนเท่านั้นอันตราการฟื้นฟูของเขานั้นเร็วมากและเพราะอะไรเขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน.....


    "ตอนนี้ดึกแล้วไม่สมควรที่จะออกเดินทางตอนนี้เราจะพักกันที่นี้แหละข้าคิดว่าที่นี้คงปลอดภัยกว่าเดินกลับไป"


    เม่อพูดจบเจิ้งฟู่ก็เดินไปที่ศพของสัตว์ร่างยักษ์เขาใช้กระบี่เฉือนเนื้อของมันเปิดออกและหยิบเอาแก่นอสูรออกมาแก่นอสูรของมันนั้นมีขนาดใหญ่มากแต่อบอวนไปด้วยพลังงานบางอย่าง......


    แก่นอสูรของสัตว์อสูรตัวนี้ถือว่าจักอยู่ในแก่นอสูรระดับก่อเกิดชั้นสูงเลยทีเดียวเพราะระดับพลังของมันนั้นอยู่ที่ระดับก่อเกิดขั้นเก้าแล้วเลยทำให้แก่อสุรของมันมีระดับสูงไปด้วย.....


    แต่ถ้าเมื่อไหร่สัตว์อสูรสามารถทะลวงเข้าระดับแก่นแท้ได้เมื่อไหร่แก่นอสูรของมันจะประสิทธิภาพแฝงด้วย......


    ตงควง: นั้นคือแก่นอสูรสินะ?


    "ใช่แล้วนี่คือแก่นอสูร!! และแก่นอสูรของเจ้าตัวนี้ก็เป็นแก่นอสูรระดับก่อเกิดชั้นสูงอีกต่างหากราคาของมันนั้นสูงมากแถมยังเป็นส่วนผสมในการปรุงยาระดับสูงๆเช่นยาชนิดเสริมพลังฟื้นฟูพลังหรือแม้แต่ยาทะลวงพลังด้วย"


    เจิ้งฟู่อธิบายให้กับตงควงฟังมันตั้งใจฟังอย่างมากและเมื่อมองไปที่เจิ้งฟู่สายตาของมันนั้นเต็มไปด้วยความเคารพต่อเขาเพราะมันได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากเจิ้งฟู่ตั้งแต่ได้อยู่กับเขามา.....


    ตงควง: ถ้าเช่นนั้นข้าจะจุดไฟแล้วเอาเนื้อมันทำอาหารเอง!!


    ไม่ได้นะ!!


    "ถ้าเราจุดไฟมันจะเป็นตัวล่อพวกสัตว์อสูรในยามกลางคืนเดียวจข้าจัดการเอง"


    เจิ้งฟู่ใช้กระบี่ของเขาปาดเนื้อของมันและใช้พลังซีเปลี่ยนให้เป็นเปลงไฟจากนั้นก็ย่างมันอย่างรวดเร็วและดับไฟ.....


    เสร็จแล้ว!!


    ตงควง: ข้านี้ช่างโง่เขลานักที่ลืมเรื่องนี้ไปเลย!!


    "ไม่หรอกคนเราก็ต้องมีกันบ้างที่จะลืมเจ้ากินไปก่อนนะข้าขอจัดการกับร่างของมันก่อน"


    เมื่อพูดจบเจิ้งฟู่ก็ทำการชำแหละร่างของมันทันทีเพื่อนำส่วนสำคัญของมันออกมาเก็บไว้ในแหวนมิติและก็ตัดแบ่งเนื้อบางส่วนมาด้วยแต่เมื่อเขาชำแหละและเก็บมันในแหวนมิติเขาก็สังเกตอยู่ตลอดว่ามันสามารถเก็บได้แต่ไหน....


    และตอนนี้เขาก็จัดการกับร่างของมันไปถึงหกส่วนแล้วพื้นที่ในแหวนมิติยังคงเหลืออยู่อีกมากเขาไม่เคยคิดเลยว่าแหวนมิติจะเก็บของได้มากขนาดนี้และที่เขาเคยรู้มาถ้าเก็บของไว้ในแหวนมิตินี้มันจะช่วยยืดเวลาในการย่อยสลายออกไปอีกเป็นร้อยๆปีเลย......


    เพียงไม่นานร่างสัตว์อสูรขนาดใหญ่ก็หายไปไม่เหลือแม้แต่ซากทิ้งไว้เพียงรอยเลือดที่พื้นเท่านั้นเจิ้งฟู่เก็บทุกอย่างเท่าที่จะเก็บได้ในตัวของมัน......


    "ร่างกายของมันต้องสำคัญแน่โชคดีนะที่ข้าได้แหวนมิติมาไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถเก็บได้ทั้งหมดแน่"


    ตงควงมองไปที่เจิ้งฟู่ที่กำลังสวมใส่แหวนมิติอยู่มันทั้งอ้าปากค้างและมึนงงถึงแม้เจิ้งฟู่จะเป็นลูกชายของผู้อาวุโสคนสำคัญในตระกูก็ตามมันก็ยากที่เขาจะได้รับแหวนมาเพราะราคาของมันนั้นมากกว่าสองถึงสามหมื่นเหรียญผลึกอสูรทีเดียว.....


    ตงควง: นั้นคือแหวนมิติใช้ไหมขอรับ?


    "ใช่แล้วหละแต่มันเป็นเพียงแหวนมิติที่มีขนาดแค่สองผงเท่านั้น(1ผิง=3.3เมตร) ได้กว้างอะไรมาก"


    สองผิง!!


    ตงควง: สองผิงนั้นก็เยอะแล้วนะครับนายน้อยแถมราคาของมันก็สูงมากด้วย แหวนมิติหนึ่งผิงก็ราคาอยู่ที่ หนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญผลึกอสูรถ้าสองผิงก็น่าจะอยู่ที่สองถึงสามหมื่นเหรียญผลึกอสูร!!


    สองถึงสามหมื่นเหรียญ!!?


    เจิ้งฟู่ตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินรคาของแหวนมิติที่เขาสวมอยู่เขาไม่คิดว่ามันจะราคามาถึงขนาดนั้นแล้วก่อนหน้านี้เขาคิดว่าถ้าขายยาได้จะได้มีตังซื้อแต่เขาคิดผิดเลยเพราะมันยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ......


    ตงควงเองก็เห็นสีหน้าตกใจของเจิ้งฟู่เช่นกันมันรู้ว่าเจิ้งฟู่นั้นคงไม่รู้คาราของแหวนมิติแน่.....


    ตงควง:ท่านควรระวังอย่าใส่ให้ใครเห็นเเชี่ยวเพราะมันอาจจะเป็นจุดสนใจก็ได้.....


    อือ!!


    "ช่างเถอะคืนนี้เราคงต้องนอนกันที่นี้แล้วพรุ่งนี้เช้าเราค่อยกลับกัน"


    ขอรับ!!


    ทตงควงเฝ้าเวรยามให้กับเขาทั้งคืนและเมื่อถึงตอนเช้าทั้งคู่ก็รีบกลับไปที่ตระกูลทันทีและเมื่อมาถึงเขาก็ต้องพบกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในตระกูลเพราะว่าเขานั้นหายตัวไปทั้งคืน......


    ทำให้ถ่างหลิงและคงซืออยู่ไม่สุขเลยและยังมี ถงเทียงถงหลางซื่อวู้และ ไหกู่ไหกังด้วย.แต่เมื่อเจิ้งฟู่ปรากฏตัวทุกคนต่างรีบพากันมาหาเขาทันที.....


    ถ่างหลิง: ลูกเจิ้งเจ้าหายไปไหนมา!!?


    ข้า!!


    คงซือ: ลูกเจิ้งเจ้าเป็นอะไรหรือป่าว!?


    "ข้าไม่เป็นไรครับท่านพ่อท่านแม่!!"


    หื่บ!! หื่บ!!


    ถงหลาง: ข้าได้กลิ่นสัตว์อสูร!!?


    สัตว์อสูร!!?


    ซื่อวู้: จริงด้วย กลิ่นสัตว์อสูรเจ้าหนูทำไมที่ตัวเจ้าถึงมีกลิ่นสัตว์อสูรกัร?


    เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนก็มองมาที่เขาและเมื่อพวกเขามองดูดีที่เสื้อของเจิ้งฟู่นั้นมีคาบเลือดแห้งๆติดอยู่จริงๆ....


    "คือว่า คือข้า....."


    ไหกู่:เจ้าคนคุ้มกันมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นทำไมเขาถึงมีคาบเลือดสัตว์อสูรคิดอยู่...?


    ตงควง: เรียนท่านผู้อาวุโสไหกู่คือว่า......


    "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่ตงควง คาบพวกนี้เป็นเลือดของอสูรจริงข้าได้ชวนพี่ตงควงไปฝึกวรยุทธที่ป่าแต่พวกเรากลับเจอสัตว์อสูรซุ่มโจมตีแต่โชคดีที่ได้พี่ตงควงช่วยข้าไว้ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่ได้มายืนตรงนี้"


    ถงหลาง: จริงอย่างนั้นเรอะ!!


    เจิ้งฟู่หันไปขยิบตาให้ตงควงเมื่อมันเห็นมันก็เข้าใจได้ทันทีก่อนจะตอบกลับไปว่า....


    ตงควง: เรียนท่านผู้อาวุโสข้าต้องขอโทษด้วยที่ไม่อาจปกป้องนายน้อยให้ดีที่ทำให้เจอกับพวกสัตว์อสูรแต่ยังโชคดีที่พวกมันเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับต่ำเลยไม่มีอะไรมาก......(วิชาตอแหลมของเจ้งฟู่เลยครับ)


    ไหกู่: แล้วไปคราวหน้าอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกหละ...!!


    ตงควง: ขอรับ!!


    ถงเทียงมองไปที่ตงควงด้วยความตกใจเพราะว่าระดับพลังของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกเขาเลยแต่เขายังคงให้ความเคารพแก่ทุกคนและดูว่ามันจะให้ความเคารพต่อเจิ้งฟู่มากๆด้วย......


    ถงเทียง: เจ้าชื่ออะไรนะ?


    ตงควง: ข้าน้อยตกควงขอรับ!!


    ถงเทียง: ตงควงอย่างนั้นเรอะ เป็นชื่อที่ไม่เลว ระดับพลังของเจ้าก็ไม่ธรรมดาเลยทำไมเจ้าถึงยังมาทำงานนี้อยู่หละถ้าเจ้าไปเป็นองครักษ์จะไม่ดีกว่าหรอ?


    ตงควง: เรียนท่านผู้อาวุโสข้าขออยู่แบบนี้หละขอติดตามนายน้อยเจิ้งฟู่ข้าก็พอใจแล้ว.....


    อือ!!


    ถงเทียงเพียงแค่ต้องการหยั่งเชิงตงควงเท่านั้นและเมื่อเขาตอบกลับในตาของตงควงกลับไม่มีใครลังเลใดๆเลยมันทั้งหนักแน่นและมั่นคงอย่างมาก.....


    "ท่านพ่อท่านแม่ ท่านลุง ท่านอาจารย์ตอนนี้ข้าเหนื่อยมากเลยข้าขอตัวก่อนนะ"


    ถ่างหลิง: เจ้ากินอะไรมาหรือยังหินหรือป่าว ให้แม่ทำอาหารให้ไหม?


    "ไม่เป็นไรคับท่านแม่ข้ากินมาแล้ว ถ้างั้นข้าขอตัวก่อนนะไปกันเถอะพี่ตงควง"


    ขอรับ!!


    เมื่อกล่าวจบเจิ้งฟู่กับตงควงก็เดินจากทุกคนไปทันที...


    คงซือ: เขาช่างมีความจริงใจยิ่งนัก!!


    ถงเทียง:ข้าเองได้ทดสอบเขาเมื่อครู่แล้วสายตาของเขาไม่มีลังเลใดๆเลยเวลาที่เขาตอบ.....


    ไหกู่: ข้าไม่รู้ว่าเขามาจากไหนแต่ข้าคิดว่าเขาเชื่อใจได้.....


    ถงหลาง:ไอ้หนุ่มนั้นพลังมันพอๆกับข้าเลยบางทีอาจจะสูงกว่าข้าด้วยซ้ำ!!


    ซื่อวู้:ข้าเองก็เคยรู้จักมันมาบ้างมันเป็นคนคุ้มกันของข้ามาหลายปีพอไว้ใจได้อยู่.....


    ทุกคนต่างก็พูดกันถึงตงควงและมองพวกเขาเดินลับสายตาไปพวกเขาตรงไปที่บ้านเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ส่วนตงควงเองก็เช่นกันมันกลับไปที่พักก่อนจะเปลี่ยนชุดใหม่แล้วมาเจอเจิ้งฟู่ที่หน้าบ้านตามที่สั่งไว้.....

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ) ที่คุณอ่าน