ตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book)

    บทที่ 4 ตอนที่ 16 การประลองของสัตว์ประหลาด 2 1/2 อ่านฟรี 21/12/23

           หลังจากที่หนานกงหมิงใช้ศาสตราวุธจำนวนมากโจมตีไปทั่วสนามประลอง ด้านกู่ซือเอินและยักษ์ขาว

            ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! เสียงการปะทะกันอย่างรุนแรงของหมัดและหมัดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลมจากการปะทะระหว่างหมัดของยักษ์ขาวและกู่ซือเอินรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ บนแขนของยักษ์ขาวมีวงแหวนอาคมดาราสิบแฉกที่มีธาตุแสงและพฤกษา ค่อยสกัดกั้นพิษของกู่ซือเอิน ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ได้มีคุไนของอูหลินเฟิงปาเข้าไปยังหลังของยักษ์ขาวเป็นจำนวนมาก 

            ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ที่หลังของยักษ์ขาวเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง แต่ว่ายักษ์ขาวกลับไม่ได้มีอาการเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย อูหลินเฟิงที่ทิ้งลุคให้ปะทะกับหนานกงหมิงด้วยตัวคนเดียวรีบเข้ามาช่วยกู่ซือเอินต่อสู้ทันที

            ร่างของอูหลินเฟิงปรากฏตัวของมาจากยันต์มายา ฟันไปที่ร่างของยักษ์ขาว ส่งรังสีกระบี่มายาที่บางอันแสดงพลัง บางอันซ่อนพลังโจมตี บางอันเป็นเพียงภาพมายา จากหลายๆ ทิศทางรอบตัวยักษ์ขาว แต่ไม่มีรังสีกระบี่ใดที่สามารถสร้างรอยแผลให้กับยักษ์ขาวได้เลยแม้แต่น้อย

            'พลังป้องกันของยักษ์ขาวสูงมาก แต่เดิมลมปราณของเนี่ยหลุนก็มากกว่าข้า อาคมดาราสิบแฉกก็ใช้การประสานจิตกับพลังธาตุ และ ยังมีพลังวิญญาณในตัวอีก ป้องกันการโจมตีทางกายภาพ พลังจิต และ วิญญาณได้หมดเลย สมกับเป็นวิชาภูตที่แข็งแกร่งที่สุดของหอคอยวิญญาณ โชคดีที่ยักษ์ขาวตัวนี้ไม่ได้มีการโจมตีระยะไกล'อูหลินเฟิงคิด ร่างของยักษ์ขาวราวกับทหารที่มีทั้งพลังป้องกัน พลังโจมตี และความเร็วในระดับสูง เป็นภูตรับใช้ที่สมบูรณ์แบบในการต่อสู้ ขาดเพียงแต่การโจมตีระยะไกลเท่านั้น

            'คงเพราะตัวของเนี่ยหลุนมีความสามารถในการโจมตีระยะไกล เลยสร้างยักษ์ขาวเพื่อใช้ต่อสู้ระยะประชิดแทนตัวเอง เนี่ยหลุนและยักษ์ขาว ถ้าโจมตีประสานกันคงไม่ดีแน่ โชคดีที่หลางจวินรับมือเนี่ยหลุนและจงหมิ่นอยู่'อูหลินเฟิงคิด เขาหันไปมองทางหลางจวินที่กำลังรับมือกับจงหมิ่นและเนี่ยหลุนพร้อมกันด้วยตัวเองเพียงคนเดียว หลางจวินสมกับที่เป็นอันดับหนึ่งของร้อยมังกรทะยานมีความแข็งแกร่งในระดับที่เนี่ยหลุนและจงหมิ่นต้องร่วมมือกัน

            "ต้องรีบจัดยักษ์ขาวให้ได้ ยักษ์ขาวไม่ได้มีความสามารถในการใช้สัมผัสพลังตรวจสอบ มันจะรับการโจมตีเฉพาะที่มันเห็นเท่านั้น ซือเอิน ใช้กริชคู่เงาทมิฬ"อูหลินเฟิงรีบให้คำแนะนำกู่ซือเอิน เขาสังเกตเห็นว่ายักษ์ความแม้จะมีสติปัญญาในระดับหนึ่ง แต่ว่ามันไม่สามารถแยกแยะรังสีกระบี่ได้ว่าอันไหนคือภาพมายา อันไหนคือของจริงแล้ว แสดงว่าเจ้านี่ไม่ถนัดวิชาสัมผัสปราณ

            กู่ซือเอินที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้นำกริชคู่เงาทมิฬของตัวเองออกมา กระแสพลังรอบตัวของกู่ซือเอินจางหายไปทันทีแม้จะยังสามารถมองเห็นตัวของนางได้อย่างชัดเจน

            อูหลินเฟิงประสานพลังมายาผ่านยันต์ต่างหูสื่อสารที่เคยให้ไว้ ใช้ภาพมายาซ่อนตัวของกู่ซือเอินอีกที อูหลินเฟิงและกู่ซือเอิน เคลื่อนไหวโดยซ่อนภายในภาพมายา โจมตีไปยังร่างกายของยักษ์ขาว แม้ว่ารังสีกระบี่ของอูหลินเฟิงจะไม่สามารถสร้างบาดแผลแก่ร่างของยักษ์ขาวได้ แต่ว่ากริชคู่เงาทมิฬที่อาศัยพละกำลังของกู่ซือเอิน ย่อมสามารถสร้างบาดแผลให้แก่ยักษ์ขาวได้ กู่ซือเอินอาศัยความเร็วของตนเองและการซ่อนตัวจากภาพมายา โจมตีไปยังข้อต่อและเส้นเอ็นของยักษ์ขาวทำลายการยืนของยักษ์ขาวให้ยักษ์ล้มลง

            “ตอนนี้แหละ โจมตีด้วยกำลังทั้งหมด” อูหลินเฟิงกล่าวออกมาหลังจากที่เห็นว่ายักษ์ขาวล้มลงไปแล้ว บอกให้กู่ซือเอินรีบปิดฉากในทันที

            ยันต์อาคมแปดรูปแบบ ยันต์ป้องกัน ประสาน ทักษะจิตสายเปลี่ยนแปลง จิตหน่วงศิลา

            “ได้” กู่ซือเอินที่ได้ยินก็รีบกระโดดขึ้นไปยังบนอากาศ โดยที่อูหลินเฟิงใช้ยันต์อาคมของตัวเองสร้างฐานพื้นกลางอากาศ เพื่อให้กู่ซือเอินใช้เป็นฐานสำหรับเหยียบเพื่อให้นางสามารถใช้พละกำลังจากขาดีดตัวออกมาจากยันต์ พุ่งลงมาหาร่างของยักษ์ขาว ใช้พละกำลังของตัวเอง บวกกับจิตหน่วงศิลาที่มีความสามารถในการเพิ่มน้ำหนัก รวมทั้งยังอาศัยกำลังจากแรงโน้มถ่วงธรรมชาติ คิดจะใช้การโจมตีที่หนักหน่วงปิดฉากร่างของยักษ์ขาวภายในครั้งเดียว ทั้งสองประสานการโจมตีกันโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรมากมาย

            ร่างของกู่ซือเอินพุ่งลงไปหาร่างของยักษ์ขาวที่นอนอยู่บนลานประลองอย่างรวดเร็ว กู่ซือเอินอาศัยแรงตกสู่พื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ผนึกลมปราณของตนเองลงไปยังกริชคู่เงาทมิฬ คิดจะฟาดฟันปิดฉากภายในครั้งเดียว แต่ก่อนที่นางจะสามารถฟาดฟันไปยังร่างของยักษ์ขาว ที่หน้าผากของยักษ์ขาวได้ปรากฏตราสัญลักษณ์ของตระกูลเนี่ยออกมา และที่ร่างของยักษ์ขาวได้มีพลังวิญญาณสีขาวบริสุทธิ์ไหลทะลักออกมา

            “เล่นแรงกันจังเลยนะ ญาติผู้น้อง แม่นางตระกูลกู่” เสียงของเนี่ยหลุนดังออกมาจากร่างของยักษ์ขาว พร้อมกับอาคมดาราสิบแฉกสามอันประสานจนซ้อนกันปรากฏขึ้นมาโจมตีสวนกับการ โจมตีของกู่ซือเอิน

            อาคมดาราสิบแฉก รูปแบบสามวงแหวน หอกทะลวงนภา ลำแสงที่รวบรวมพลังอาคมเป็นจุดเดียวกันได้พุ่งตรงไปยังร่างของกู่ซือเอิน

            ตูม!!!

            …

    หลังจากที่หนานกงหมิงใช้ศาสตราวุธจำนวนมากโจมตีไปทั่วสนามประลอง ด้านหลางจวิน เนี่ยหลุน และ จงหมิ่น

            หลางจวินที่ไม่จำเป็นจะต้องหลบการโจมตีจากศาสตรามหาศาล เขาใช้ร่างกายของตนเองยืนรับศาสตราวุธที่พุ่งมาโดยไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย และมองตรงไปยังเนี่ยหลุนที่กำลังสร้างอาคมดาราสิบแฉก ป้องกันการโจมตีจากศาสตราวุธทั้งหมด

            เขาพุ่งตัวไปหาเนี่ยหลุนอย่างรวดเร็ว คิดจะอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังป้องกันการโจมตีจากพวกเดียวกัน หากสามารถจัดเนี่ยหลุนได้ ร่างของยักษ์ขาวที่ออกมาก็จะหายไป กรงเล็บของหลางจวินพุ่งเข้าหาร่างของเนี่ยหลุนอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่กรงเล็บจะสามารถทำร้ายเนี่ยหลุนได้ ดาบไร้ลักษณ์ของจงหมิ่นก็ได้ฟาดฟันมายังกรงเล็บนั้นเพื่อปกป้องเนี่ยหลุน

            “ข้าไม่ให้เจ้าทำง่ายๆ หรอก” จงหมิ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาตามปกติของตนเองแต่ว่า ภายในใจของจงหมิ่นหนักอึ้งยิ่งนัก ‘เพียงแค่พลังจากกรงเล็บ ก็มีความรุนแรงถึงเพียงนี้เชียว’ จงหมิ่นแทบจะต้องใช้พละกำลังประสานเข้ากับลมปราณจำนวนมากเพื่อหยุดยั้งการโจมตีจากกรงเล็บที่ฟาดออกมาแบบง่ายๆ ของหลางจวิน

            “ขอบใจ” เนี่ยหลุนที่เพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองโดนเล็งโจมตีกล่าวขอบคุณจงหมิ่น

            ‘เกือบไปแล้ว หลางจวินรวดเร็วยิ่งนัก หากเป็นแบบนี้ต่อไปต้องแย่แน่’ เนี่ยหลุนรับรู้แล้วว่าอีกฝ่ายรวดเร็วกว่าเขามากนัก

            อาคมดาราสิบแฉก เสาเพลิง

            วงแหวนอาคมปรากฏออกมาบนพื้นดินบนจุดที่หลางจวินยืนอยู่ เสาเพลิงที่มีความร้อนรนแรงโจมตีไปยังร่างกายของหลางจวินที่กำลังเงื้อมือคิดจะใช้กรงเล็บโจมตีไปจงหมิ่นที่เข้ามาขวาง เสาเพลิงโจมตีร่างของหลางจวินอย่างรุนแรง ความร้อนที่ออกมาจากเสาเพลิงทำให้จงหมิ่นที่ไม่ไกลรู้สึกร้อนไปด้วย แม้ว่าจงหมิ่นจะมีพลังปราณธาตุที่แข็งแกร่งก็ตาม

            เพลงดาบไร้ลักษณ์ กระบวนท่าที่หนึ่ง คลื่นดาบซ่อนธาตุ

            เมื่อจงหมิ่นเห็นว่าเสาเพลิงทั้งหมดโจมตีโดนร่างกายของหลางจวิน เขาจึงประสานพลังธาตุลงในเพลงดาบไร้ลักษณ์ที่สามารถซ่อนคุณสมบัติของธาตุได้ อีกทั้งยังประสานครึ่งก้าวเจตจำนงแห่งดาบลงไปยังดาบของตนเอง ฟาดฟันส่งคลื่นดาบเพียงหนึ่งคลื่นดาบ แต่เป็นคลื่นดาบที่มีพลังโจมตีรุนแรงเข้าหาตำแหน่งของหลางจวินที่กำลังโดนเผาอยู่

            “สำเร็จไหม” เนี่ยหลุนกล่าว ในใจของเนี่ยหลุนอยากให้คลื่นดาบของจงหมิ่นสามารถปิดฉากหลางจวินได้

            “ไม่ เขายังอยู่” จงหมิ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงเครียด เขาสามารถสัมผัสได้เลยว่าคลื่นดาบของเขาไม่สามารถตัดผ่านร่างของหลางจวินที่อยู่ภายในเปลวเพลิงได้ หลังจากที่เสาเพลิงส่งเปลวเพลิงออกมาเผาผลาญอย่างต่อเนื่องหยุดลง ร่างของหลางจวินปรากฏให้ทั้งสองเห็นอีกครั้ง แต่ว่าบนร่างของหลางจวินที่ถูกทั้งสองโจมตีไม่ได้มีบาดแผลเลยแม้แต่น้อย

            “โดนไปขนาดนั้นยังไม่มีบาดแผลเลยเนี่ยนะ สัตว์ประหลาดหรือไง” เนี่ยหลุนกล่าว โดนทั้งเขาและจงหมิ่นที่มีความแข็งแกร่งทั้งพลังธาตุและวิชาดาบ โจมตีอย่างรุนแรงแต่กลับไม่เกิดรอยแผลที่ร่างกายเลยแม้แต่รอยเดียว อีกฝ่ายยังคงร่างกายของครึ่งหมาป่าที่สวยงามไว้ได้เหมือนเดิม

            “พูดว่าข้าเป็นสัตว์ประหลาด....แล้วพวกเจ้าไม่ใช่หรือยังไง” หลางจวินกล่าว ตัวของเขายอมรับความแข็งแกร่งของชายสองคนตรงหน้า ทั้งสองมีความสามารถในการใช้พลังธาตุและความสามารถในการโจมตีที่รุนแรงมาก โชคดีที่เขามีสายเลือดของราชวงศ์แสงจันทร์ ที่มีลมปราณคลั่งอย่าง ลมปราณอสูรจันทรา และ ร่างกายที่มีความสามารถในการกลายร่างเป็นสัตว์อสูร ทั้งสองอย่างที่รวมกันทำให้ร่างกายนี้มีความสามารถในการป้องกันที่สูงส่ง ทั้งยังมีพละกำลังและความเร็วที่มากมายยิ่งนัก หากไม่ใช่หลางจวินให้ผู้อื่นมารับการโจมตีแบบนี้ย่อมต้องพ่ายแพ้ไปแล้ว

            “ก็ยังไม่เท่าเจ้าอยู่ดี หากไม่ร่วมมือกันพวกข้าสู้ท่านไม่ได้เลย” จงหมิ่นกล่าว แม้ว่าคลื่นดาบนั้นจะไม่ใช่วิชาที่รุนแรงที่สุดแต่ที่เขาสามารถใช้ได้ แต่ก็ได้รวบรวมกับพลังการโจมตีที่รุนแรงเอาไว้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีบาดแผล จงหมิ่นจึงยอมรับความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย

    แต่ก่อนที่จงหมิ่นและเนี่ยหลุนจะได้กล่าวอะไรต่อไป ร่างของหลางจวินก็หายไปต่อหน้าต่อตาพวกเขาอีกครั้ง ความเร็วของหลางจวินเร็วพอๆกับเยว่ฟงที่บรรลุแก่นแท้แห่งความเร็วและประสานพลังของธาตุแห่งความเร็วทั้งสาม 

            อาคมดาราสิบแฉก รูปแบบสองวงแหวน อาณาเขตเหมันต์หน่วงศิลา

            วงแหวนขนาดใหญ่สองอาคมได้ปรากฏบนพื้นสนามประลองรอบๆ ตัวของเนี่ยหลุน อาคมดาราสิบแฉกทั้งสองคือ อาคมที่จำลองวิชาอาณาเขตถ่วงศิลา และอาคมที่จำลองวิชาอาณาเขตเยือกแข็ง ประสานกันจนเป็นอาณาเขตที่ทำให้การเคลื่อนที่ของศัตรูที่มีความเร็วลดลงอย่างมหาศาล วิชาที่เหมือนกับของลี่เจียงและถิงถิงถูกใช้ออกมาด้วยเนี่ยหลุนตัวคนเดียว และ ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าอาณาเขตประสานของลี่เจียงและถิงถิง

            หลางจวินแม้ว่าจะมีร่างกายและลมปราณที่แข็งแกร่ง แต่เมื่อโดนอาคมประสานสำหรับจำกัดความเร็วโดยเฉพาะ ความเร็วของเขาก็ลงลดอย่างมหาศาล จนทั้งเนี่ยหลุนและจงหมิ่นสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวได้ทันที เนี่ยหลุนได้สร้างวงแหวนอาคมไปติดที่ตัวของจงหมิ่น เพื่อให้จงหมิ่นสามารถเคลื่อนที่ในอาณาเขตนี้ได้อย่างอิสระโดยไม่ถูกจำกัดความเร็ว

            เพลงดาบไร้ลักษณ์ กระบวนท่าที่หนึ่ง คลื่นดาบซ่อนธาตุ

            เมื่อสามารถมองเป็นการเคลื่อนไหวของหลางจวินได้ จงหมิ่นก็จับไปยังดาบของตนเอง ส่งคลื่นดาบหลายคลื่นดาบที่มีพลังแฝงต่างกัน ฟาดฟันส่งคลื่นดาบดันแข็งแกร่งออกไปทันที 

            ปราณอสูรจันทรา กรงเล็บฉีกกระชาก

            หลางจวินประสานลมปราณสีเงินของตัวเองประสานที่กรงเล็บ ฟาดฟันเข้าปะทะกับคลื่นดาบที่ถูกส่งออกมา

            ตูม!! คลื่นดาบอันแข็งแกร่งของจงหมิ่นไม่อาจทะลวงการโจมตีของหลางจวินไปได้ 

            อาคมดาราสิบแฉก รูปแบบห้าวงแหวน วายุอัสนีฉีกกระชาก

            ในระหว่างที่หลางจวินกำลังใช้กรงเล็บเข้าปะทะคลื่นดาบที่โจมตีเข้ามา ได้มีวงแหวนอาคมห้าอันปรากฏขึ้น สี่อันปรากฏขึ้นรอบตัวของหลางจวินจากสี่ทิศ และ อีกหนึ่งวงแหวนปรากฏขึ้นเหนือหัวของหลางจวิน วงแหวนทั้งห้ามีกระแสพลังของธาตุวายุและอัสนีประสานกัน สร้างการโจมตีที่มีความรุนแรงราวกับจะสามารถฉีกกระชากมิติได้ อยู่ภายในวงแหวนที่ปรากฏขึ้นมาโดยมีร่างของหลางจวินอยู่ตรงกลาง

            ปราณอสูรจันทรา หางเกาะเข็ม

            หลางจวินโคจรลมปราณสีเงินของปราณอสูรจันทราผนึกไปยังบริเวณหางหมาป่าของตนเอง หางหมาป่าได้ขยายใหญ่และยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว หลางจวินใช้หางที่ใหญ่ขึ้นปิดบังร่างกายของตนเอง ใช้หางเพื่อป้องกันวายุอัสนีทั้งหมดที่โจมตีเข้ามา แม้ว่าพลังโจมตีของวายุอัสนีจะมีความสามารถในการฉีกกระชากที่รุนแรงแต่ก็ยังไม่อาจที่จะฉีกกระชากขนหางที่ประสานไว้ด้วยลมปราณอสูรจันทราได้

            ปราณอสูรจันทรา คลื่นเสียงทำลายล้าง

            “โบร๋ว!!” หลางจวินส่งเสียงหอนราวกับหมาป่าออกมา พร้อมกับพลังโจมตีที่แฝงมากับคลื่นเสียง ควบคุมพลังคลื่นเสียงนี้โจมตีไปตำแหน่งของจงหมิ่นที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากเนี่ยหลุน ทำให้คลื่นเสียงนี้โจมตีไปยังร่างของทั้งสองได้

            เนี่ยหลุนสร้างอาคมดาราสิบแฉกออกมาป้องกันด้านหน้าของตนเอง ส่วนจงหมิ่นก็ผนึกลมปราณธาตุปฐพีและวารีที่มีความสามารถในการป้องกันสูง ปกป้องร่างกายของตนเองจากคลื่นเสียงของหลางจวิน การโจมตีด้วยคลื่นเสียงสามารถทำลายสมาธิของเนี่ยหลุนได้อย่างดีจนทำให้ อาคมดาราสิบแฉกสองวงแหวนอาณาเขตเหมันต์ถ่วงศิลา และ อาคมดาราสิบแฉก รูปแบบห้าวงแหวน วายุอัสนีฉีกกระชาก อาคมทั้งสองหายไปทันที

            ร่างของหลางจวินเป็นอิสระอีกครั้ง ในครั้งนี้เขาผนึกลมปราณทั่วร่างเร่งความเร็วสูงสุดเข้าไปหาเนี่ยหลุน

    ในตอนนั้นเองที่สัญชาตญาณของเนี่ยหลุนตื่นตัวจนถึงขีดสุด ภายในจิตวิญญาณของเนี่ยหลุนได้มีเสียงบางอย่างดังขึ้นมา

            ‘เปลี่ยนกันเถอะ’ ร่างของเนี่ยหลุนได้มีพลังวิญญาณพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล ตราประจำตระกูลเนี่ยปรากฏบนหน้าผากอีกครั้ง พร้อมๆ กับที่มือที่กำลังถือไม้เท้าได้ยกขึ้นมาป้องกันกรงเล็บของหลางจวินที่กำลังโจมตีมาอย่างรวดเร็ว ไม้เท้าของเนี่ยหลุนสามารถที่จะหยุดกรงเล็บของหลางจวินที่โจมตีออกมาอย่างรุนแรงได้อย่างน่าประหลาด

            ‘หยุดได้งั้นเหรอ? มองตามความเร็วของข้าทันได้ยังไง!’ หลางจวินคิดในใจ เขาสังเกตเนี่ยหลุนมาหลายครั้งแล้ว อีกฝ่ายไม่สมควรที่จะหยุดกรงเล็บของเขาได้ และไม่น่าที่จะมองตามความเร็วของเขาทัน เพราะฉากที่เขาสังเกตเนี่ยหลุนจะไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิดเลยแม้แต่น้อย

            “หลังจากนี้ เป็นตาข้าแล้ว” น้ำเสียงของเนี่ยหลุนเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน จากน้ำเสียงที่นุ่มลึกของเนี่ยหลุน กลายเป็นน้ำเสียราวกับคนที่กำลังสนุกสนาน ร่างของเนี่ยหลุนที่เคยสวมชุดขององค์เมียวจิสีขาว ชุดที่เคยใส่เปลี่ยนแปลงกลายเป็นชุดจอมยุทธสีขาวแทน ไม้เท้าที่ใช้รับการโจมตีจากกรงเล็บค่อยๆ เปลี่ยนเป็นดาบ สิ่งที่ไม่เปลี่ยนก็คือสัญลักษณ์วงแหวนดาราสิบแฉกที่สลักไว้บนไม้เท้า

            “ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าเนี่ยซิน” เสียงแนะนำตัวของจิตวิญญาณแฝดของเนี่ยหลุนดังขึ้น บรรยากาศของเนี่ยซินแตกต่างกับเนี่ยหลุนอย่างสิ้นเชิง เนี่ยหลุนให้บรรยากาศของจอมขมังเวทที่มีความสามารถในการใช้อาคมธาตุในระดับสูง ส่วนเนี่ยซินให้ความรู้สึกของจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งออกมา

            ..

            ..

            จบตอน

    คล้ายกับเรื่องตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book) ที่คุณอ่าน