ตอนที่ 175 เพียงแค่สัตว์อสูรระดับนักสลักโท
ภาพของสตรีผมสีส้มอัสดงยังคงตราตรึงอยู่ในดวงจิตของนิทาน เขาไม่ทราบว่าทำไม แต่ตัวเธอนั้นดึงดูดสายตาของเขาเสียเหลือเกิน ราวกับการมองงานศิลปะอันเลิศเลอชิ้นหนึ่งที่หากถามคำตอบจากผู้ที่ชื่นชอบหลายต่อหลายคนก็จะได้คำตอบที่ต่างกัน
ยิ่งผมสีส้มอัสดงของเธอนั้นทำให้เขานึกถึงช่วงเวลามากมายในชีวิต ทั้งการต้องสูญเสียพ่อแม่ การต้องทำพิธีสลักคำ การถูกคนรอบตัวเข้าหาเพื่อผลประโยชน์ ถ้อยคำดูถูก ของที่เสียแล้ว อัจฉริยะชำรุด เขารู้สึกว่าช่วงเวลาเหล่านั้นช่างโหดร้ายเหลือเกิน แต่ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ได้พบกับคีตา จันทราสีดำสนิทที่ทำให้ค่ำคืนของเขาสว่างไสวอีกครั้ง
สีส้มอัสดงนั้นตอกย้ำนิทานว่าช่วงเวลาที่โหดร้ายไม่คงอยู่ตลอดไป หลังสายัณห์ผ่านพ้น ก็เป็นสนธยาที่สุริยันอัสดง แล้วจึงหลงเหลือเพียงนิทรากาล หลายคนอาจมองว่านิทรากาลเป็นความหม่นเศร้าส่วนกลางวันเป็นความสดใส แต่สำหรับนิทานแล้ว รัตติกาลของเขามีคีตาเป็นดั่งจันทรากลางฟ้า เขาชอบความเงียบสงบเช่นนี้
ผมสีส้มของเธอสำหรับเขาจึงให้ความรู้สึกเหมือนท้องฟ้ายามที่ตะวันจะโบกมือร่ำลาท้องฟ้า มากกว่าพระอาทิตย์ที่กำลังจะฉายแสงให้วันใหม่
เป็นคู่แข่งที่สุดยอด ละมั้ง นิทานพึมพำ เขาคิดว่าการที่ตัวตนของเธอสลักในจิตใจของเขาลึกซึ้งเช่นนี้เป็นเพราะศักยภาพอันเหลือล้นของเธอ ศักยภาพที่ทำให้เขาอยากอวดพลังของตนเพื่อป่าวประกาศให้เธอทราบว่าไม่ได้มีเพียงเธอที่เป็นสุดยอดของยุคสมัย
ยามนิทานเจอเรอุส ความคิดของเขาคืออยากเทียบชั้น อยากรู้ว่าตนจะเหนือกว่าเขาจริงหรือไม่ ส่วนใหญ่มาจากการที่ระดับพลังนั้นห่างชั้นกันจนเกินไป เรอุสเป็นนักสลักเบญจ นิทานยามนั้นเป็นเพียงผู้เรียนรู้ แม้จะมีความประทับใจฝังลึกอยู่เช่นกันแต่ในใจของนิทานก็ให้คำตอบกับตัวเองนานแล้วว่าหากเขาขึ้นไปเป็นนักสลักเบญจเช่นกันเมื่อไหร่เขาไม่มีทางด้อยกว่าเรอุส
เป็นทิฐิและความมั่นใจอันเหลือล้นที่หากพูดกล่าวออกไปคงมีคนไม่น้อยที่หาว่าเขาโง่และอวดดีเพียงไร นั่นคือคมเขี้ยวแห่งผืนดิน ส่วนเขาคือเด็กกำพร้าจากเมืองชายแดน
แม้คนรอบข้างจะสงสัยแต่คำตอบในใจของนิทานและคีตานั้นไม่เปลี่ยนแปลง เขามั่นใจในศักยภาพของพวกเขาทั้งสองมากถึงเพียงนั้น หลังจากนี้จึงเหลือเพียงการยืนยัน ฝ่าฟันขึ้นไปให้ถึงระดับเดียวกันกับยอดอัจฉริยะผู้นั้นเพื่อพิสูจน์ว่าเขาถูกต้อง
แต่กับซอเด็ตนั้นไม่เหมือนกัน อาจเป็นเพราะว่าตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นเธอ ได้เห็นดวงหน้าที่นุ่มนวลแต่ก็แข็งกร้าวนั้น ได้เห็นปีกสีขาวบริสุทธิ์แห่งเผ่าซือบาส ได้เห็นเส้นผมสีส้มอัสดง เขาก็รู้ทันทีว่าเธอคนนี้ไม่ได้ด้อยกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย
เป็นคนที่แม้ตัวเขาจะมั่นใจเพียงไร เขาก็ไม่อาจบอกตัวเองได้ว่าเขานั้นเหนือกว่าเธอ เป็นตัวตนที่เขายอมรับว่าเทียบเคียงกับตัวเขาได้ และอาจมีส่วนหนึ่งในใจที่นิทานมองว่าเธอนั้นเหนือกว่าเขา
จะสู้ได้มั้ยนะ งานประลองก็อีกไม่ถึงปีแล้ว..
ห้องสมุดยามนี้มีเพดานที่เตี้ยต่างจากส่วนอื่น หากนิทานกลับรู้สึกเหมือนว่าเขาสามารถมองผ่านเพดานหนานี้ ทะลุไปเห็นดารากระจ่างฟ้าของยามค่ำคืนที่เบื้องนอก หัวใหญ่ ๆ ขยับเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าตัวเขายังไม่หลับ มันเกยคางขึ้นบนอกของนิทานอย่างรักใคร่
“งืด”
นอนไม่หลับเหรอ
นิทานเพียงยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้ตอบอะไรคีตา เขาเกาหูของมันแผ่วเบาจนมันเคลิบเคลิ้ม เพียงไม่นานเสียงหายใจเป็นจังหวะก็ตามมา นัยน์ตาสีดำดั่งลูกลำไยปิดสนิท มันจมลงสู่นิทรา
นิทานกอดคีตาบนร่างแน่น ดวงจันทร์ของเขาอยู่ที่นี่แล้ว
———————————————————————————————————————————————————
การเดินทางในวันที่สองนั้นสงบและราบรื่นกว่าวันแรก ปริมาณสัตว์อสูรในที่นี้หายไปในความเร็วที่น่าใจหายเพราะเสียงตบมือของนิทานและซอเด็ตที่อีกด้าน ระหว่างที่พวกเขาย้อนกลับจึงไม่ต้องกังวลเรื่องสัตว์อสูรมากนัก กับดักระหว่างทางก็ไม่ได้มีมากอย่างที่คิด มีเพียงกับดักหยาบ ๆ ทั่วไปเท่านั้น ใช้เวลาเพียงไม่นานพวกเขาก็กลับมายังจุดที่มีซากของสัตว์อสูรระดับนักสลักโท
“เดินย้อนกลับไปอีกหน่อยก็ถึงจุดเดิมแล้วล่ะครับ” นิทานพูดขึ้น เพราะประสานหัตถ์ พวกเขาจึงได้ออกนอกเส้นทางเพื่อมาชมวิธีการสังหารโหดของนิทาน และเพราะว่าร่องรอยของห้องสมุด พวกเขาจึงออกนอกเส้นทางอีกครั้ง
ดูเหมือนการพักผ่อนหนึ่งคืนจะทำให้สมาชิกกลุ่มขุดค้นดูมีแรงและสดใสขึ้นมาก แม้ว่าห้องนั้นจะดูน่าขนลุกเพียงไรแต่กับเหล่าผู้โชกโชนเช่นพวกเขาแล้วแค่นี้ไม่นับว่าเป็นอย่างไร
แปะ
เสียงตบมือของนิทานทำเอาหลายคนสะดุ้งโหยงหันมามองนิทานโดยไว โดยเฉพาะฟาง หมิงที่สะดุ้งจนตัวโยน แต่เมื่อเห็นท่าทีกลั้นขำของนิทานเพชฌฆาตก็หลุดหัวเราะออกมา ส่วนฟาง หมิง และเลโอนั้นมองคาดโทษ
“ขอโทษครับ ยุงมันเยอะ” นิทานพูดขำ ๆ แต่แน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อ ยิ่งท่าทียิ้มแย้มของนิทานทำให้พวกเขามั่นใจว่านิทานเพียงจงใจแกล้งเล่นเท่านั้น
“คุณนิทานครับ ไม่ต้องจัดการตลอดก็ได้นะครับ สิ้นเปลืองโอสถเปล่า ๆ บางตัวให้พวกผมจัดการก็ได้ครับ” อิซึมิกล่าวขึ้น หน้าที่ของเขาคือแนวหน้าหากจนถึงตอนนี้เขายังไม่ได้ทำหน้าที่แนวหน้าเลยแม้แต่น้อย
“แต่แบบนี้ก็สะดวกดีนะครับ ไม่เสียเวลาด้วย” นิทานตอบแบบงง ๆ เขานึกว่าทุกคนจะดีใจที่ไม่ต้องสู้ให้เหนื่อยเสียอีก แถมตัวเขายังได้ฝึกอีกด้วย
“ให้พวกผมได้ยืดเส้นยืดสายบ้างเถอะครับ คุณนิทานเก็บแรงไว้เจอตัวเป้ง ๆ ดีกว่า” เพชฌฆาตยิ้ม เขานั้นหมายถึงสัตว์อสูรระดับอริยะที่อาจต้องต่อสู้กันหากหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้การตรวจจับของนิทานจะเลิศล้ำแค่ไหนก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับอริยะได้ทุกสถานการณ์ และหากเกิดการต่อสู้ขึ้นมาจริง นิทานและคีตาคือกำลังหลักอย่างไม่ต้องสงสัย การให้เขาได้ออมแรงไว้เป็นเรื่องที่ดีกว่า
เมื่อโดนรุมมาก ๆ เข้า นิทานจึงพยักหน้ารับอย่างเซ็ง ๆ เขาคงไม่อาจบอกสมาชิกคนอื่นว่าเขาเตรียมโอสถมาเป็นลัง พอให้ใช้ได้ทั้งเดือน ไหน ๆ กลุ่มการค้าอิสึกะก็ลดราคาให้เป็นพิเศษทั้งที นิทานจึงซื้อเหมาลังมาเป็นจำนวนมาก
“งั้นรบกวนด้วยนะครับ ถ้าเราเดินไปอีกสักพักจะมีสัตว์อสูรรูปร่างเหมือนหอยมีปีกโผล่มาครับ” เขาชี้ไปยังทางข้างหน้าแล้วจึงระบุจุดในแผนที่ให้ทุกคนได้เห็น ทางข้างหน้าจะมีทางแยกปรากฏขึ้น สมควรเป็นจุดนี้ที่นิทานกล่าวถึง
“สัตว์อสูรดัดแปลงข้ามสายพันธุ์อีกแล้วเหรอคะ” เลโอถอนหายใจ แม้เกินกว่าครึ่งจะเป็นสัตว์อสูรพิกลพิการที่ไม่ได้แข็งแกร่งกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมเท่าไร แต่บางตัวก็อาจมีความสามารถเสริมซึ่งยากต่อการรับมือ
นิทานทำมือเป็นรูปก้นหอยและปีกให้สมาชิกได้เห็น หากเพราะการเลียนแบบออกจะดูห่วยไปหน่อย คีตาจึงใช้กระดาษแปรสภาพวาดรูปหอยขนาดยักษ์ที่มีหนวดเหมือนปลาหมึกและปีกค้างคาว
“เหมือนผสมระหว่างหอยหนวดหนามกับค้างคาวเลยนะครับ” โฮโจวิเคราะห์จากรูปที่คีตาวาดแล้วจึงเหลือบไปมองนิทานน้อย ๆ เขากำลังสงสัยว่าที่นิทานทำไม้ทำมือก่อนหน้ามันเหมือนไอ้ตัวนี้ยังไง
“น่าจะมีทั้งการป้องกันจากเปลือกหอยและความคล่องตัวจากปีกเลยนะคะ” เลโอเสนอความเห็น หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือเป็นสัตว์อสูรที่น่ารำคาญตัวหนึ่ง
“ตรวจสอบคำแห่งพลังได้มั้ยครับ” อิซึมิหันไปถามนิทาน โดยปกติแล้วสัตว์อสูรระดับนักสลักโทมักไม่ได้ปกปิดคำแห่งพลัง พวกมันส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญญาและวิทยาการมากพอดังเช่นสิ่งมีชีวิตทรงปัญญา
กลยุทธ์พื้นฐานในการรับมือกับสัตว์อสูรระดับนักสลักจึงเป็นการตรวจสอบคำแห่งพลังล่วงหน้า แล้วจึงเตรียมวิธีการสู้ที่เหมาะสมโดยอ้างอิงจากพลังพื้นฐานของคำ
“หมุนกลิ้ง ครับ อีกคำหนึ่งไม่ทราบ น่าจะสลักไว้ในร่างกายหรือในกระดอง มองจากภายนอกไม่เห็นครับ” นิทานตอบ
ทั้งกลุ่มพยักหน้ารับน้อย ๆ หากพวกเขาก็ไม่ได้หยุดเดินทางเลยแม้แต่น้อย เพียงพูดคุยเรื่องสัตว์อสูรระหว่างการเดินทางราวกับว่าการเตรียมตัวนั้นไม่จำเป็น
เมื่อมาถึงทางแยก พวกเขาก็จับสัมผัสของพลังจิตวิญญาณได้ทันที ทางแยกด้านซ้ายมือของพวกเขาที่เป็นเหมือนอุโมงค์ไร้เพดาน มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กำลังไต่มาตามกำแพงอย่างเชื่องช้า
คทาของเลโอเรืองแสงอย่างรวดเร็ว เธอพึมพำบทสวดที่ราวกับไม่เป็นภาษา อักษรโบราณที่ถูกปกปิดไว้บนลิ้นของเธอเรืองแสงสีทองสวยงาม ร่างของอิซึมิและเพชฌฆาตพลันถูกห่อหุ้มไปด้วยอักษรสีทอง
ทั้งสองเข้าขาประสานอย่างรู้ใจ ยามที่อักษรสีทองห่อหุ้มร่าง ทั้งสองก็พุ่งทะยานร่างออกไปแล้ว หอกของอิซึมิยืดยาวขึ้น กลายเป็นดั่งแขนอีกข้างที่ยาวยิ่งกว่าตัวของเขาเอง เพชฌฆาตดีดเหรียญทองไกอาหลายเหรียญ พลังที่เกิดจากเหรียญที่สลายนั้นไหลเข้าร่างของเขาอย่างรวดเร็ว
สัตว์อสูรหอยจับสัมผัสของศัตรูได้อย่างรวดเร็ว ร่างของมันหดกลับเข้าเปลือก กลายเป็นลูกกลมขนาดยักษ์ที่มีปีก หากสิ่งที่แปลกประหลาดก็เกิดขึ้นเมื่อปีกนั้นกลับดีดร่างของมันออกมาดั่งกระสุน
สัตว์อสูรหอยในร่างลูกกลมเริ่มหมุนไปมาอย่างบ้าคลั่ง กลายเป็นดั่งกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงมาทางพวกเขาด้วยความเร็วสูง
ทั้งหมดไม่มีใครมีท่าทีตื่นตระหนก โฮโจตั้งท่าเตรียมธนูของตนให้พร้อม ศรหลากสีปรากฏขึ้นอีกครั้ง โฮโจน้าวศรอย่างไม่เร่งรีบนัก เลโอคราวนี้ชี้คทาไปยังโฮโจ เป้าหมายของอักษรสีทองคือศรหลากสี
นิทานและฟาง หมิงเพียงยืนมองจากด้านหลัง เขาอยากเห็นสมาชิกกลุ่มขุดค้นต่อสู้ในการต่อสู้จริงมานานแล้ว ยิ่งทั้งหมดเป็นผู้ที่โดดเด่นยิ่งแล้ว การได้เห็นพวกเขาสู้อาจสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้เขาได้
เพชฌฆาตเป็นผู้ที่ไวที่สุด หากการโจมตีของอิซึมินั้นไปถึงก่อน หอกยาวในมือของเขามีตราของตระกูลอิสึกะประทับเอาไว้ เมื่ออิซึมิจับตรานั้น ร่างของเขาราวกับได้รับพลังมหาศาล หอกที่ยืดยาวนั้นมุ่งแทงไปยังสัตว์อสูรหอยที่หมุนเข้ามาด้วยความเร็วสูง
ขนาดของสัตว์อสูรหอยนั้นมากกว่า 4 เมตร ยิ่งเมื่อมันหมุนเข้ามาด้วยแล้วยิ่งทำให้หอกขนาดเล็กที่มีเพียงความยาวของอิซึมิดูด้อยลงไปถนัดตา เมื่อถึงระยะปะทะ หอกเล่มนั้นแทงเข้าไปยังจุดกลางของการหมุนอย่างแม่นยำ
“ฮ่า!”
เส้นเลือดที่แขนของอิซึมิปูดโปน เขาส่งเสียงดังยามที่หอกปะทะกับร่าง พลังในร่างของเขาปะทุออกมาอีกจังหวะ หยุดการหมุนของสัตว์อสูรนั้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นดั่งเข็มเล่มเล็กที่แทงหยุดลูกเหล็กยักษ์
อิซึมิแม้พลังจะด้อยกว่าหากตัวเขาอาศัยความแม่นยำและเฉียบคมของหอกโจมตีไปยังกึ่งกลางการหมุน หยุดกระสุนปืนใหญ่อสูรนั้นได้ด้วยการโจมตีเดียว
เพชฌฆาตราวกับรออยู่แล้ว ร่างของเขาทะยานถึงเปลือกแข็งของสัตว์อสูรหอยอย่างรวดเร็ว ดาบสีดำบนหลังตวัดฟันด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
สัตว์อสูรเปลือกหอยนั้นสมเป็นระดับนักสลักโทโดยแท้ การฟันของเพชฌฆาตที่ไม่อาจใช้ความสามารถได้เต็มที่กลับไม่อาจสังหารมันได้ วิถีดาบเมื่อสัมผัสกับเปลือกแข็งก็เริ่มเบนออก แม้จะผ่าเปลือกนั้นออกได้แต่ก็เป็นการฟันช่วงลำตัวทางด้านข้างเท่านั้น
เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของสัตว์อสูรหอยยักษ์ดังขึ้น มันคลายร่างของมันออกมาจากเปลือก เตรียมปักหลักสู้ซึ่งหน้า มันรับรู้แล้วว่าเปลือกของมันไม่อาจป้องกันการโจมตีของชายคนนี้ได้ มันต้องหลบเท่านั้น
หากเสียงคำรามนั้นก็อยู่เพียงชั่วครู่ เพราะเมื่อร่างของมันมุดออกมาจากเปลือก ศรหลากสีที่ได้รับการเสริมพลังด้วยอักษรสีทองก็พุ่งทะลวงหัวของมันในพริบตาเดียวกัน
ร่างของมันสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม แล้วจึงล้มลงสิ้นใจในที่สุด
ทั้งกลุ่มขุดค้นไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก พวกเขาเพียงมุ่งหน้าต่อไปเท่านั้น เพียงแค่สัตว์อสูรระดับนักสลักโท พวกเขาร่วมมือกันย่อมจัดการได้ง่ายดาย