ความตั้งใจไปตลาดครั้งนี้ของลู่เหลียน้าซื้อเกลือ น้ำตาล น้ำมัน เนื้อ ข้าวสาร แป้งและเครื่องเทศด้วยนอกจากการพาท่านแม่ไปซื้อผ้าเพื่อตัดชุด ทำปลอกหมอน ผ้าปูและที่แน่ ๆอยากได้หมอนข้างสักอัน ถ้วยชามสวยๆสักสองสามชุดเพื่อเอาไว้ให้คนผู้นั้นเมื่อยามเขามา อะไรอีกดีไว้เจอแล้วค่อยคิดว่าซื้อดีหรือไม่ แล้วร้อยตำลึงเงินนี่จะพอหรือไม่ก็ยังไม่รู้
“ท่านแม่เราไปตลาดซื้อของใช้จำเป็กันเถอะเ้าค่ะ”
“เก็บเงินไว้ดีกว่าลูก”
“ส่วนที่ต้องเก็บก็เก็บไว้แล้วไม่ต้องห่วง นี่เป็เงินที่พวกเราใช้ได้เ้าค่ะ”
“จะดีหรือลูก”
“ดีแน่นอนท่านแม่ต้องไปกับลูกนะเ้าคะหากมีคนมาโกงลูกจะทำอย่างไร” ใครจะกล้ามาโกงข้าที่อายุมากว่าแม่ตัวเองตอนนี้ได้ ไปใช้เงินให้คุ้มเสียหน่อย
ลู่เซียนทนลูกอ้อนของลูกสาวไม่ไหว จึงยอมพานางไปเที่ยวตลาดแม้จะสายไปบ้างแล้วสำหรับการซื้อของสด แต่ร้านค้ามีมากมายลูกสาวนางคงได้ซื้ออย่างอื่นบ้างนอกจากของกิน นางช่างกินเก่งเสียจริง่นี้ วัยกำลังโตก็อย่างนี้
สองแม่ลูกมาถึงในเมืองเมื่อยามสาย นั่งรถเทียมวัวมาคนละหนึ่งอีแปะ ตลาดสดไม่มีของขายแล้ว มีแค่ไม่กี่อย่างผักสดลู่เหลียนหาได้ใส่ใจสิ่งที่นางสนใจคือข้าวสาร เนื้อสัตว์และเครื่องปรุงต่าง ๆและของที่หายากก็น่าจะเป็เกลือและแพงแต่ต้องตัดใจซื้อ เงินหนึ่งร้อยตำลึงเงินที่นำมาจะพอหรือไม่
“ท่านลุงข้าวสารสองกระสอบนำส่งให้ได้หรือไม่”
“ได้ ๆแม่หนู้าอะไรอีกหรือไม่” เถ้าแก่ของร้านรีบรับรายการที่ลู่เหลียน้าและจะนำจัดส่งให้ตามที่สั่งจ่ายไปแล้วยี่สิบตำลึงเงินผ้ายังไม่ได้เลย
“ท่านลุงค่ายทหารอยู่ไกลหรือไม่เ้าค่ะ”
“ไม่ไกลอยู่ทางตะวันออกของเมือง เ้าจะไปหาใครหรือ”
“ถามไปอย่างนั้นแหละเ้าค่ะ” บางทีถ้าเขาไม่ว่างข้าจะนำอาหารไปส่งเขา
ลู่เหลียนไม่รู้เื่ที่เขาเป็ถึงท่านแม่ทัพของกองทัพที่เกรียงไกร หากต้องไปหาเขานางไม่มีทางที่จะได้พบเขาง่าย ๆ แต่ว่าเป็เื่ที่ลู่เหลียนคิดเท่านั้น ไม่แน่ว่าอาจจะไม่ไปก็ได้
ใกล้เวลากินอาหารกลางวันท้องของลู่เหลียนเริ่มร้อง นางอยากลองกินอาหารที่โรงเตี๊ยมบ้าง อยากรู้ว่าการกินอาหารที่โรงเตี๊ยมอย่างในหนังจีนเป็เช่นไร บรรยากาศจะเหมือนในซีรีย์ที่ชอบดูหรือไม่
“ท่านแม่วันนี้เรามากินอาหารที่โรงเตี๊ยมนี้กันเถอะ”
“เรามีเงินพอจ่ายหรือลูก”
“มีเ้าค่ะ” ลูเหลียนสำรองเงินมาด้วยก็คือเงินที่ว่าจะเก็บไว้ให้เขาพกมาด้วย ยัดใส่น้าอกอย่างดีรัดผ้าให้แน่น บ้านของนางไม่ได้แ่าหากมีขโมยมาเอาไปก็เสียดายแย่ เพราะนางตั้งใจซื้อเนื้อมากินให้ได้
สองแม่ลูกที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสะอาดแต่ดูเก่าไปเสียหน่อย ทำให้คนเสี่ยวเอ้อที่พบเห็นดูจะไม่ค่อยอยากบริการสองแม่ลูก แต่นางหาได้สนใจเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะว่างทันที
“เสี่ยวเอ้อเ้ามีอาหารอะไรขึ้นชื่อเอามาสามอย่าง ข้าวสองถ้วย ชาหนึ่งกา”ลู่เหลียนหยิบตำลึงออกมาวางเสี่ยวเอ้อเห็นก็รีบบริการทันที
“รอสักครู่ขอรับดี๋ยวจะรีบจัดการให้ทันที” เสี่ยวเอ้อที่ได้รับตำลึงเงินรีบบริการอย่างมีมารยาททันที
“สมัยไหนยุคไหน เงินก็เป็ปัญหาตลอด” ไม่มีเงินก็ไม่บริการ หากไม่อยากได้บรรยากาศคงไม่มานั่งที่
“แพงหรือเปล่าก็ไม่รู้ลูก”
“ไม่เป็ไรท่านแม่นาน ๆจะมาทีและอาจจะไม่มีโอกาศอีก” หากเงินหมด เมื่อไหร่ที่นางจะหาลู่ทางทำมาค้าขายได้เสียที ไม่คิดมากกินก่อนแล้วค่อยคิด
ใครบอกว่าในนิยายนั้นสั่งอาหารไปแล้วก็มาทันทีนางนั่งรอมาหนึ่งเค่อแม้แต่ชาสักกาก็ไม่มี คนก็มากเสียงก็ดัง คุยอะไรกันนักหนา หิว ๆๆๆๆตัวเท่าช้าง ตอนนี้ลู่เหลียนคิดว่าเอาช้างมาให้ก็กินหมด ช้าเกินไปหรือไม่
“ได้แล้ว ๆ”
“มาเสียที” ลู่เหลียนเกือบจะโมโหหิวใส่เสี่ยวเอ้อแต่ยังดีที่ยังระงับอารมณ์ทัน
นั่งกินสักพักฝนตก ฟ้าร้องทำให้ต้องนั่งอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้สักพัก แล้วจะมีรถม้าพาข้ากลับบ้านหรือไม่ หากต้องเดินที่กินเขา้ไปเสียดายย่อยหมดพอดี
“ท่านแม่ฝนหยุดแล้วเรากลับกันเถอะ” ลู่เหลียนอยากดูอย่างอื่นแต่ก็เย็นมากแล้ว กลับบ้านเลยดีกว่า
ชายหนุ่มสองคนนั่งอยู่บนชั้นสอง เขาเห็นนางเดินเข้ามากินข้าวที่โรงเตี้ยมแห่งนี้ ก็นั่งมองนางสักพัก จนสหายของเขาก็มองตามสายตาของอู๋เจี๋ยที่มองสาวน้อยน่ารักจนไม่สนใจเื่ที่คุยกัน
“นางจะไปแล้วข้าขอตัว”
“เ้าจะไปไหนแล้วนางเป็ใคร” เพื่อนสนิทของอู๋เจี๋ยเห็นอาการของเขาที่รีบร้อนลงไปตามร่างผอมบางของสองแม่ลูก ก็แปลกใจเป็ใครกันที่สามารถทำให้คนเ็า กลายเป็คนใจร้อนไปได้
ท่านจะรีบไปส่งลู่เหลียนกลับบ้านหรือท่านแม่ทัพ
มาต่ออีกสักนิดกันรีดลืม