ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 1 บทที่ 9 ลูกท้อจากสวนท้อ

     บทที่ 9 ลูกท้อจากสวนท้อ

          จากการอธิบายของผู้การหลิวเย่จื่อเฉินจึงได้รู้ว่าที่จริงแล้วคนที่ต้องการเชิญเขามาที่นี่คือใครอีกคน

         ระหว่างทางเดินไปตามระเบียงที่ทอดยาวไปจนสุดทาง เย่จื่อเฉินเอาแต่มองสองข้างทางซ้ายขวาตั้งแต่ตอนแรกมาจนถึงตอนนี้

         คลับเฮาส์นี้มีระดับกว่าคลับเฮาส์ที่เขาไปเมื่อคราวที่แล้วเสียอีก

          "ผู้การหลิวครับ ประธานเซียวมารออยู่นานแล้วครับ"

         หน้าประตูห้องสุดทางเดินห้องหนึ่งมีผู้จัดการของสโมสรธุรกิจยืนยิ้มพร้อมกับเปิดประตูให้กับผู้การหลิว

         พอเข้ามาภายในห้อง เย่จื่อเฉินถึงกับยืนชะงัก

         คนที่นั่งอยู่ในห้องไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเซียวไห่ที่เมื่อครู่นี้เพิ่งจะแยกกันได้ไม่นาน

          "พี่หลิว"

         ผู้การหลิวเพิ่งจะเข้ามาในห้อง เซียวไห่ก็รีบสาวเท้าเข้าไปหาแต่หลังจากที่เห็นเย่จื่อเฉินและซูอี้อวิ๋น เขาก็อึ้งไปอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอย่างสงสัย

          "พี่หลิว เสี่ยวเย่คนนั้นที่พี่พูดถึงคงจะไม่ใช่จื่อเฉินหรอกนะ"

          "รู้จักกันเหรอ?"

          ผู้การหลิวก็อึ้งไปเหมือนกัน ก่อนจะส่ายหน้ายิ้มแล้วพูด

         "ใช่แล้วล่ะ เสี่ยวเย่คนนั้นที่ฉันพูดถึงก็คือเขานี่แหละ"

          "พี่ไห่" เย่จื่อเฉินและซูอี้อวิ๋นก็เปิดปากพูดขึ้นมาพร้อมกันเซียวไห่ส่ายหน้าหัวเราะแผ่วเบา ตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรก เขาก็รู้สึกได้ว่าเย่จื่อเฉินค่อนข้างแตกต่างจากคนอื่น

         เมื่อเชิญทุกคนนั่งลงหมดแล้วเซียวไห่ก็เปิดปากพูดขึ้นมาอย่างไม่อ้อมค้อม

          "จื่อเฉิน ฉันจะไม่อ้อมค้อมนะ ที่ฉันต้องการพบนายในครั้งนี้ก็เพราะอยากจะถามว่านายยังมียาวิเศษอีกหรือเปล่า? ฉันจ่ายให้ได้ไม่อั้นเลย"

         ยาวิเศษ!

          ตอนนี้เย่จื่อเฉินเข้าใจแจ่มแจ้งขึ้นมาทันที ดูท่าว่าเซียวไห่จะรู้ถึงประสิทธิภาพของยาวิเศษมาจากผู้การหลิวถึงได้ต้องการที่จะขอซื้อยาวิเศษ

         แต่ดูท่าทางของเขาแล้วก็ไม่เหมือนคนที่เจ็บป่วยอะไร อาจจะเอาไปต่อชีวิตหรือว่ามีคนอื่นที่ต้องใช้?

         หากแต่ยาวิเศษนั้น เขาก็แย่งมาได้เพียงเม็ดเดียวเท่านั้น

         ช่วงนี้ไท่ซางเหล่าจวินก็ไม่ได้ส่งอั่งเปามาด้วยแล้วเขาจะไปเอามาจากไหน

          "พี่ไห่ ที่ตัวผมไม่มียาวิเศษแล้วครับ"

         เย่จื่อเฉินตอบตามความจริง

          "นายกลัวว่าเราจะจ่ายเงินให้ไม่ได้หรือไง?"

          และทันใดนั้น น้ำเสียงอันุขุ่นมัวทั้งยังไม่ลงรอยกันก็ดังขึ้นมาในห้อง

         เย่จื่อเฉินหันไปมองตามเสียง จึงได้เห็นว่าตรงมุมหนึ่งของห้องยังมีชายหนุ่มที่อายุไล่เลี่ยกันกับเขายืนอยู่

         แบรนด์เนมหรูทั้งตัวมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นพวกลูกมหาเศรษฐีที่ดีแต่ผลาญเงินไปวันๆ

          "ฮวางหมิง ขอโทษจื่อเฉินซะ" เซียวไห่ขมวดคิ้วมุ่น

          "พี่ แค่มองก็รู้แล้วว่าเจ้านี่มันอยากโก่งราคา พี่จะมาเกรงใจมันทำไม!"

          ฮวางหมิงนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเซียวไห่ และเนื่องจากมีเซียวไห่เป็นพี่จึงไม่เห็นใครอยู่ในสายตาทั้งนั้น

          "พี่ชายฉันไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน ไอ้น้อง นายอยากได้เท่าไรก็ว่ามาเลย"

         ฮวางหมิงไม่ได้ใส่ใจกับคำกล่าวตักเตือนของเซียวไห่และเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเย่จื่อเฉิน

         ท่าทางที่จองหองอวดดีแบบนั้นบอกตามตรงว่ามันทำให้เย่จื่อเฉินไม่พอใจเอามากๆ

         แต่ปัญหาคือตนอยู่ต่อหน้าผู้การหลิวบวกกับความสัมพันธ์ที่มีต่อกันกับเซียวไห่เขาก็เลยไม่ได้แสดงอาการออกไป ทำได้เพียงแค่ข่มอารมณ์ตอบกลับไปเท่านั้น

          "ฉันไม่มีแล้วจริงๆ"

          "สิบล้าน ว่าไง?"

          สีหน้าอวดดีของฮวางหมิง โดยเฉพาะท่าทางที่บอกว่ามีเงินของเขานั้นทำให้เย่จื่อเฉินรังเกียจที่สุด

         มีเงินแล้วเจ๋งนักหรือไง?

          มีเงินแล้วจะดูถูกใครก็ได้เหรอ?

         "ยาวิเศษ ไม่มีแล้ว!"

          บรรยากาศภายในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันที คนที่อยู่รอบๆต่างรับรู้ถึงความไม่พอใจของเย่จื่อเฉิน

          ฮวางหมิงกำลังจะโต้ตอบ แต่กลับโดนเซียวไห่ห้ามเอาไว้

          "หุบปาก!"

          เซียวไห่ตวาดลั่น ฮวางหมิงถึงได้หยุดแล้วเดินกลับไปอยู่ด้านข้างด้วยอารมณ์ขุ่นมัวทันที

          "จื่อเฉิน ฉันต้องการยาวิเศษนี้จริงๆ..."

         พอเห็นความอ้อนวอนในดวงตาของเซียวไห่ เย่จื่อเฉินก็ชักจะทนไม่ไหวยกมือคลำโทรศัพท์ในกระเป๋า แล้วลุกจากโซฟา

          "รอผมแป๊ปเดียว"

         เย่จื่อเฉินรีบวิ่งไปยังห้องน้ำของสโมสรอย่างรวดเร็ว พร้อมกับรีบส่งข้อความไปหาราชาวานร

          "ท่านซุนหงอคง อยู่หรือเปล่า?"

         "ทักมาหาข้ามีธุระอะไร!"

          ราชาวานรตอบกลับแทบจะทันที

          "ท่านยังมียาวิเศษของไท่ซางเหล่าจวินอยู่อีกหรือเปล่าส่งให้ข้าสักสองสามเม็ดสิ"

          "ยาไร้คุณภาพของตาเฒ่านั่น ข้าจะไปมีได้ยังไง!"

          ราชาวานรตอบกลับมาแทบจะทันทีอีกครั้ง ท้ายประโยคยังตามด้วยสติกเกอร์ทำหน้าดูถูกอีกสามอัน

         ชั่วขณะหนึ่งที่เย่จื่อเฉินรู้สึกอับจนหนทางแต่ราชาวานรกลับส่งข้อความมาอีกครั้ง

          "เจ้าจะเอายาวิเศษไปทำไม สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งของล้ำค่าอะไร ตาเฒ่านั่นปรุงยานี้ขึ้นมาหลายร้อยเม็ดก็เอาไปให้เหล่านักรบสวรรค์กินเป็นลูกอมหมดแล้ว"

         ...

         เย่จื่อเฉินพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ผู้คนบนสวรรค์นี่ฟุ่มเฟือยจริงๆ เลย

          "ข้าน้อยมีปัญหานิดหน่อย ต้องการยาวิเศษ หากท่านไม่มี ข้าน้อยจะได้คิดหาวิธีอื่น"

         ราชาวานรไม่มียาวิเศษ เย่จื่อเฉินก็ไร้หนทางแล้วล่ะ

         อีกทั้งเขาก็ไม่ได้สนิทกับเทพเซียนในกลุ่มนั้นจะให้เขาเป็นฝ่ายไปเพิ่มเพื่อนขอให้ไท่ซางเหล่าจวินส่งอั่งเปามาให้เป็นการส่วนตัวก็คงจะไม่ได้

         ใครจะรู้ว่าระดับความสนิทระหว่างพวกเขาจะอยู่ที่เท่าไรเกิดเผลอมีพิรุธออกไปจะทำยังไง

         คงบอกได้แค่ว่าเซียวไห่ดวงไม่ดีเองชั่วขณะหนึ่งที่เย่จื่อเฉินรู้สึกผิดต่อเซียวไห่

         รูปก็ไม่ได้ขายให้เขา ตอนนี้เขาต้องการซื้อยาวิเศษก็จนปัญญาอีก

          "ยาวิเศษของตาเฒ่านั่นข้าไม่มีหรอกแต่ลูกท้อที่ข้าใช้ก็ไม่ได้แย่กว่ายาเม็ดนั้นนะ"

          ในตอนที่เย่จื่อเฉินกำลังคิดจะยอมแพ้ ราชาวานรก็ส่งข้อความมาอีก

          "ถ้าอย่างนั้นท่านรีบส่งให้ข้าหน่อยสิ"

         "เฮ้ยๆ อยากได้ลูกท้อของข้า เจ้าจะไม่เอาอะไรมาแลกสักหน่อยเหรอ?"

          ซุนหงอคงส่งสติกเกอร์กระดิกนิ้วเรียกมาสามอัน ดูจากท่าทางแล้วเขาน่าจะอยากได้นมเปรี้ยวอีก

         แต่ตอนนี้เขาไม่มี เย่จื่อเฉินจำใจต้องตอบกลับไป

          "ตอนนี้ข้ายังอยู่ข้างนอก เอาอย่างนี้ไหมท่าน ท่านส่งลูกท้อมาให้ข้าก่อนแล้วอีกเดี๋ยวข้าจะส่งกลับไปให้ท่าน"

         "จะไม่หลอกข้าใช่ไหม?"

         "ข้าไม่กล้าหลอกท่านหรอก"

         "ให้อภัยที่เจ้าไม่กล้าก็แล้วกัน"

         ติ๊ง!

         ซองอั่งเปาปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ เย่จื่อเฉินกดลงไปโดยไม่ต้องคิด

          คุณได้รับอั่งเปาของราชาวานร

          ลูกท้อ x1

         กดเปิดหีบสมบัติอย่างรวดเร็ว

          ลูกท้อ กดรับ

         ลูกท้อผลหนึ่งเหมือนลูกท้อปกติทั่วไปไม่มีสิ่งใดประหลาดก็พลันปรากฏขึ้นมาในมือของเย่จื่อเฉินพร้อมกับเขาที่มองดูลูกท้อชมพูใสในมือ

         อึก

         นี่เป็นลูกท้อที่ออกผลในถ้ำสุ่ยเหลียงตง[1]เชียวนะเย่จื่อเฉินก็อยากกินเหมือนกัน

          "ช่างมันเถอะ ยังไงต่อไปก็มีโอกาสได้กินอยู่ดี"

         ข่มความตะกละที่มีในท้องลงไป จากนั้นเย่จื่อเฉินก็เดินประคองลูกท้อกลับไปที่ห้อง

         หลังจากที่เย่จื่อเฉินออกไปแล้วในใจของเซียวไห่ก็เต้นรัวราวกับตีกลองอยู่ตลอดเวลา ยาวิเศษนี้มันสำคัญสำหรับเขามากคุณปู่ที่บ้านก็ต้องพึ่งพาสิ่งนี้

          "พี่ใหญ่ เจ้าเด็กนั่นไม่มีอะไรมากไปกว่าอยากจะโก่งราคาหรอกเดี๋ยวเราเพิ่มเงินให้ก็โอเคแล้ว อีกอย่างนะ พี่เชื่อจริงๆเหรอว่ายาวิเศษนั่นมันจะมีประโยชน์?"

         สิ้นเสียงของฮวางหมิง สีหน้าของผู้การหลิวก็ถมึงทึงทันที

         พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง จะบอกว่าเขาโกหกอย่างนั้นเหรอ?

         "พี่หลิว พี่อย่าถือสาเลยนะครับ"

         เซียวไห่หันไปขมวดคิ้วมุ่นใส่ฮวางหมิงน้องชายของเขาคนนี้มันมือไม่พายเอาเท้าราน้ำจริงๆ

          ผู้การหลิวเป็นใคร เขามาพูดแบบนี้จงใจหาเรื่องลำบากใส่ตัวหรือไง!

         "หึ คุณชายเซียว ฉันไม่ใช่คนใจคอคับแคบขนาดนั้นหรอกนะที่ฉันพาเสี่ยวเย่มาครั้งนี้ก็เป็นเพราะนายขอร้องฉันเอง อีกทั้งเราก็ถือว่าสนิทกันฉันถึงได้พาเสี่ยวเย่มา นายก็น่าจะรู้จักเสี่ยวเย่นะ เขาเป็นใครคุณเองก็น่าจะรู้ดี"

         เซียวไห่มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาแล้วนึกย้อนไปตอนที่อยู่ในตลาดถนนคนเดินโบราณ...

         เย่จื่อเฉินคนนี้ต้องเป็นยอดมนุษย์แน่นอน!

          ถึงแม้ว่ายาวิเศษนี้จะเป็นเรื่องที่น่าตกตะลึงมากจนเกินจริงแต่เพื่อคุณปู่ที่รออยู่ที่บ้าน เขาก็ยอมที่จะเสี่ยงดู

         และทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาอีกครั้งวินาทีที่ประตูถูกผลัก ดวงตาของเซียวไห่ก็ยิ่งลุกวาวแต่ฮวางหมิงกลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างดูแคลน

         จะไปก็ไปเลยสิ ยังจะกลับมาอีกทำไม

          เล่นลูกไม้ตั้งมากมาย ก็เพราะจะหลอกเอาเงินนั่นแหละ!

    ___________________________________________________

     [1] ถ้ำสุ่ยเหลียงตง หมายถึงสถานที่ที่เป็นที่อยู่อาศัยและปกครองเหล่าบริวารวานรของซุนหงอคง

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน