ภายในเมืองอวิ๋นอู่ ณ โรงประมูลใต้หล้า
เยี่ยเฟิงมองป้ายที่ตั้งอยู่กลางห้องโถง เขาดีใจมาก เนื่องจาก้ามีหญ้าหนวดัอยู่ในรายการด้วย นอกเหนือจากนั้นยังมีสมุนไพรอีกหนึ่งชนิดที่ทำให้เยี่ยเฟิงดีใจ ก็คือกรงเล็บภูตเหม่ยหริน
สมุนไพรชนิดนี้หาได้ยากมากในดินแดนอวิ๋นซวี เยี่ยเฟิงก็คาดไม่ถึงว่ามาที่นี่ได้ไม่นานจะได้เจอสมุนไพรชนิดนี้ กรงเล็บภูตเหม่ยเหรินรวมกับจื่อซิงหลอและสมุนไพรชนิดอื่น สามารถปรุงเป็โอสถนี่เซวียนได้ โอสถนี้มีสรรพคุณชั้นเลิศในการรักษาอาการาเ็
แม้ตอนนี้จะยังไม่มีโอกาสได้ใช้ แต่ก็ต้องเผื่อไว้ก่อน สิ่งที่สำคัญคือกรงเล็บภูตเหม่ยเหรินที่หาได้ยากมาก เยี่ยเฟิงจึงไม่อยากพลาดโอกาสเช่นนี้
ตอนที่ทั้งสองเข้าไปที่โรงประมูล การประมูลได้เริ่มขึ้นแล้ว เพื่อไม่ให้เป็ที่สังเกต เยี่ยเฟิงกับหลี่เสี้ยวจึงได้จองห้องที่อยู่ด้านหน้าเอาไว้
“คุณชายเยี่ย ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ท่านต้องประมูลหญ้าหยางชุนมาให้ได้นะ ข้าได้แต่ฝากความหวังไว้ที่ท่าน!” หลี่เสี้ยวไม่ลืมเื่หญ้าหยางชุน ระหว่างทางมาที่นี่เขาพูดไปหลายสิบรอบแล้ว เยี่ยเฟิงฟังจนหูชา
“ข้าว่าเ้าพักก่อนได้หรือไม่ ต่อให้ได้หญ้าหยางชุนมาก็รักษาโรคของเ้าให้หายขาดไม่ได้ อีกอย่างหวังป้ากับซือถูคงล้วนอยู่ที่นี่ หากเ้า้าจะแย่งหญ้าหยางชุนจริง ไม่แน่อาจจะเปิดเผยเื่ของเ้านะ” เยี่ยเฟิงหันมองหลี่เสี้ยวแล้วเอ่ยขึ้นอย่างจนใจ
“นี่... ให้ตายสิ ทำไมข้าถึงคาดการณ์สถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้นะ แล้วท่านคิดว่าข้าควรทำเช่นไรดี ตระกูลหลี่มีข้าเป็ลูกเพียงคนเดียว ท่านต้อง...”
เยี่ยเฟิงรีบพูดขัดขึ้น แล้วเอ่ยอย่างดูแคลน
“เื่นี้ง่ายมาก ต่อไปหากท่านไปหอวั่งชุนหรือหอจุ้ยฮวาก็แค่ดูเท่านั้นพอ ไม่ต้องเสียเงินด้วย ดีจะตายไป”
“พี่ชายที่รัก ท่านอย่าได้ล้อข้าเล่นเช่นนี้ ข้ากำลังร้อนใจอยู่นะ” หลี่เสี้ยวทำหน้าเศร้า ทำให้สีหน้าเขาดูน่าเกลียดไม่น้อย
“พอก่อนเถอะ เลิกทำเช่นนั้นได้แล้ว น่าจะมีคนไม่น้อยที่้าแย่งหญ้าหยางชุน ราคาคงจะสูงมาก อีกอย่างหญ้านั่นไม่ได้รักษาโรคของท่านจนหายขาด แต่ข้ากลับมียาตัวหนึ่งที่รักษาโรคด้านนี้ได้ชะงัด กลับไปข้าจะเอาให้ท่าน”
หลี่เสี้ยวชะงัก เขามองเยี่ยเฟิงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“ท่านคงไม่ได้หลอกข้าใช่ไหม หากมีของเช่นนี้จริงทำไมท่านไม่บอกข้าั้แ่แรก”
“พูดไปก็ไร้ประโยชน์”
“เพราะเหตุใด ข้าร้อนใจขนาดนี้แล้ว สองเดือนมานี้แทบจะนอนไม่หลับเลย ข้า...”
“ไม่ได้เพราะอะไร แต่เพราะตอนนี้ข้ายังไม่ได้ปรุงออกมา”
หลี่เสี้ยวทำหน้าไม่ถูก สีหน้าเขาน่าเกลียดกว่าคนตายเสียอีก เยี่ยเฟิงเห็นเขาทำท่าจะคุกเข่าลง จึงโบกมือ
“พอแล้ว กลับไปข้าจะปรุงยาให้ท่าน พรุ่งนี้ท่านก็มาเอาได้เลย รับรองโรคของท่านหายขาดแน่”
“ไม่ได้หลอกข้าใช่หรือไม่?” หลี่เสี้ยวคว้ามือของเยี่ยเฟิงเอาไว้ เขาแทบจะเกาะอยู่บนตัวเยี่ยเฟิงแล้ว
“รีบปล่อยเดี๋ยวนี้ ข้าไม่ได้หลอกท่าน” เยี่ยเฟิงจนปัญญาจริงๆ เขาแอบด่าเยี่ยเฟิงคนเก่าอยู่ในใจ เหตุใดเขาถึงเป็เพื่อนกับคนประหลาดเช่นนี้
ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกัน มียาสมุนไพรบางส่วนถูกประมูลไปบ้างแล้ว ในแต่ละครั้งราคาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ เยี่ยเฟิงได้แต่หรี่ตามอง เมืองอวิ๋นอู่สมแล้วที่เป็เมืองหลวง และแหล่งรวมตัวกันของขุนนางมากมาย ราคาที่ประมูลเริ่มจากหลักพันหลักหมื่นทั้งนั้น
เยี่ยเฟิงมองรายการประมูล แล้วหันไปบอกหลี่เสี้ยว
“ข้าต้องได้หญ้าหนวดักับกรงเล็บภูตเหม่ยเหริน ท่านต้องช่วยข้าเสนอราคา สมุนไพรสองชนิดนี้ต้องประมูลมาให้ได้”
“คุณชายเยี่ย ท่านจะเอาของพวกนี้ไปทำอะไร ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วยซ้ำ” หลี่เสี้ยวสงสัย ก่อนหน้านี้เยี่ยเฟิงไม่เคยสนใจของพวกนี้เลย แต่ครั้งนี้กลับบอกให้เขาประมูลมา
“ต่อไปท่านก็จะรู้เอง ช่วยข้าเสนอราคาก็พอ”
เยี่ยเฟิงไม่อยากถูกตระกูลหวังกับตระกูลซือถูสงสัย ตอนนี้พลังของเขายังไม่แกร่งพอ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องระมัดระวังตัว
หลี่เสี้ยวได้ยินเยี่ยเฟิงพูดเช่นนี้ก็ไม่ได้ถามต่อ หันกลับไปมองเวทีประมูลที่อยู่กลางโถงอย่างตั้งใจ
สมุนไพรบางอย่างถูกเสนอราคาจนสูงลิบ ส่วนสมุนไพรที่ไม่คุ้นชื่อกลับไม่มีคนสนใจ เยี่ยเฟิงนั่งเงียบๆ อยู่ภายในห้อง หลับตาพักผ่อน จนกระทั่งหญ้าหนวดัถูกนำขึ้นไปบนเวที เขาถึงได้ลืมตาขึ้น
“คุณชายเยี่ย หญ้าหนวดัมาแล้ว!” สำหรับเื่ที่เยี่ยเฟิงบอก หลี่เสี้ยวใส่ใจไม่น้อย เมื่อเห็นหญ้าหนวดั เขารีบหันไปบอกเยี่ยเฟิงทันที
“ไม่ต้องรีบร้อน ดูก่อนค่อยว่ากัน รอให้ไม่มีใครเสนอราคาแล้วค่อยลงมือ!” เยี่ยเฟิงเอ่ยปากบอกหลี่เสี้ยว
เขาต้องได้หญ้าหนวดัมา ไม่จำเป็ต้องไปแย่งในตอนเริ่มต้น แค่รอให้ถึงตอนท้ายแล้วประมูลให้ได้ในทีเดียว
เมื่อได้ยินที่เยี่ยเฟิงบอก หลี่เสี้ยวก็เข้าใจความหมายทันที ช่างเ้าเล่ห์เสียจริง ในสายตาเขาการทำเช่นนี้มันสะใจมาก คาดว่าผู้ร่วมประมูลหลายคนคงต้องกระอักเืเพราะการทำเช่นนี้แน่
“ต่อไปสิ่งที่จะประมูลคือหญ้าหนวดัสามต้น ส่วนสรรพคุณของหญ้าหนวดั ข้าไม่ต้องพูดอะไรมากทุกคนคงรู้ดี หากหญิงสาวใช้จะคงไว้ซึ่งความงดงามและความอ่อนเยาว์ หากผู้สูงอายุใช้จะมีสรรพคุณช่วยให้อายุยืนยาว”
บนเวทีประมูล ผู้เฒ่าที่ดูแลเื่การประมูลถือค้อนไม้ไว้ในมือ จากนั้นทุบลงไปอย่างแรง ใบหน้าสดใสอารมณ์เบิกบาน คอยพูดถึงแต่สรรพคุณของหญ้าหนวดั ก่อนหน้านี้สมุนไพรหลายตัวถูกประมูลไปในราคาสูงลิบ พวกเขาคงได้กำไรมหาศาล
เพียงสองประโยคแรกก็ทำให้เยี่ยเฟิงอยากจะกุมขมับ ให้ตายสิ สมกับเป็พ่อค้าหน้าเืจริงๆ หญ้าหนวดัคงความงามได้ั้แ่เมื่อใดกัน? สามารถทำให้อายุยืนได้ั้แ่เมื่อใด?
เขานวดขมับอย่างเบามือ รู้สึกหมดคำจะพูด เพื่อให้สามารถได้ราคาประมูลที่สูง พวกเขาไม่มีจรรยาบรรณแม้แต่น้อย ล้วนสร้างเื่โกหกต่อผู้คน
หลี่เสี้ยวที่อยู่ข้างกันกลับเข้าใจได้ทันที เขาจับมือของเยี่ยเฟิงหัวเราะแล้วพูดว่า
“คุณชายเยี่ย ที่แท้หญ้าหนวดัสามารถคงความงามเอาไว้ได้ ข้าก็ว่าท่านจะเอาสิ่งนี้ไปทำไม ท่านคงอยากให้องค์หญิงประหลาดใจใช่หรือไม่ ท่านน่าจะบอกกันก่อน กับพี่น้องอย่างข้ามีเื่ใดที่พูดไม่ได้”
หลี่เสี้ยวทำหน้าเหมือนเข้าใจ จากนั้นหัวเราะพลางบอกว่า “อิจฉาท่านเสียจริง องค์หญิงเป็คนที่งดงามมากอย่างแท้จริง เฮ้อ... ทำไมข้าไม่มีวาสนาเหมือนกับท่านบ้าง หากมีคนที่งดงามขนาดนี้มาให้ข้า ข้าคงไม่ต้องไปหอวั่งชุน”
เยี่ยเฟิงหันมองหลี่เสี้ยวอย่างประหลาดใจ เ้าหมอนี่เหมือนลูกข่างจริงๆ ความคิดโลดแล่นรวดเร็วมาก ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก หลี่เสี้ยวกลับทำหน้าหื่นกามแล้วหัวเราะร่า
“คุณชายเยี่ย ข้าจะเตือนท่านเอาไว้ก่อนนะ เื่อย่างว่าข้ามีประสบการณ์มากกว่าท่าน แม้ก่อนหน้านี้พวกเราจะไปหอวั่งชุนด้วยกัน แต่ท่านไม่เคยได้ออกรบจริงจังเลยสักครั้ง ข้าเคยอาบน้ำร้อนมาก่อน ที่ตรงนั้นน่ะต้องคอยบำรุงเสมอ ไม่อย่างนั้นอาจจะโดนสูบจนแห้งโดยที่ท่านไม่รู้ตัวก็ได้นะ ท่านเสกสมรสกับองค์หญิงก็เหมือนฟืนกับไฟอยู่ด้วยกัน จุดปุ๊บติดปั๊บ ท่านคงรู้ดี...”
เยี่ยเฟิงกระอักกระอ่วน น้ำชาที่เพิ่งเข้าปากไปเมื่อสักครู่ถูกพ่นออกมาทันที
เ้าหมอนี่!
พูดเื่อื่นยังพอทน แต่เขาจะถูกสูบจนแห้งได้อย่างไร? เขาเป็อัจฉริยะด้านปรุงโอสถนะ แม้แต่คนใกล้ตายยังช่วยให้ฟื้นได้ จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้อย่างไรกัน
หลี่เสี้ยวถอนหายใจ “เฮ้อ คุณชายเยี่ย ทำไมท่านต้องไปท้าดวลกับหวังเซียวและซือถูอวี่ด้วย หนำซ้ำยังเลือกประลองกันบนเวทีเป็ตายอีกต่างหาก ต่อให้ท่านอยากจะแก้แค้นขนาดไหน ก็ต้องรอให้ผ่านการเสกสมรสไปก่อนสิ อีกไม่ถึงสองเดือนก็ได้เวลาอภิเษกสมรสแล้ว องค์หญิงเป็คนที่งดงามขนาดนั้น หากท่านตายบนเวทีประลอง คงน่าเสียดายมาก”
เยี่ยเฟิงหมดคำจะพูด ส่วนเื่เวทีประลองเป็ตายในตอนนี้เขาก็ยังไม่อยากอธิบาย แต่เ้าหลี่เสี้ยวนี่มันหื่นกามเสียจริง...
“ข้าให้หนึ่งพันตำลึง”
“ข้าให้หนึ่งพันหนึ่งร้อยตำลึง”
ขณะนี้การประมูลหญ้าหนวดักำลังเข้าสู่่ดุเดือด ทุกคนต่างแย่งกันเสนอราคา ทำให้ราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ผ่านไปสักครู่ ราคาก็ถูกยกขึ้นไปสูงถึงสองพันตำลึง