ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 7 บทที่ 185 กายาวิถีศักดิ์สิทธิ์โกลาหลถือกำเนิด

            หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม เรือรบทองม่วงก็ค่อยๆเทียบท่า จอดสนิทลงบนยอดภูเขาน้ำแข็งตระหง่านด้านล่างคือทุ่งน้ำแข็งเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา มองไกลออกไปนับพันลี้ยังพอเห็นเงาเลือนรางของเมืองใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตั้งตระหง่านอยู่

            นั่นคือเมืองศักดิ์สิทธิ์เป่ยจี๋

            มีผู้ฝึกตนจากดินแดนเหนือจำนวนไม่น้อยที่ขับเคลื่อนสายรุ้งทิพย์สัญจรไปมายังเมืองศักดิ์สิทธิ์เป่ยจี๋อย่างคึกคัก

            มู่เสินฉวนใช้กระแสจิตสำรวจไปรอบด้าน

            สัมผัสได้ถึงพลังแห่งฟ้าดินอันลึกลับซับซ้อนที่รวมตัวกันอยู่ในแนวเทือกเขาแห่งนี้

            ส่วนมู่อวี่เซิงผู้เป็นปรมาจารย์หยั่งกำเนิดรุ่นที่ห้ามีความสามารถพิเศษอย่างแท้จริง

            สามารถหยั่งรู้‘พลัง’ ที่คนทั่วไปยากจะเข้าใจได้

            ไม่นานนัก

            มู่อวี่เซิงก็นำแท่นบูชาเสวียนเทียนที่ได้มาจากสุสานอู๋สื่อออกมาสะบัดนิ้ว เกิดเป็นอักขระแห่งวิถีของจักรพรรดิสมบูรณ์ถึงสามสิบหกอักขระ

            เขาใช้ท่วงท่าอันประณีตบรรจงสลักพวกมันไว้ในความว่างเปล่ารอบภูเขาน้ำแข็ง

            ในชั่วพริบตาภูเขาน้ำแข็งทั้งลูกก็ดูเลือนราง คล้ายจริงคล้ายมายา งดงามราวกับแดนสวรรค์

            มู่เสินฉวนเก็บกระแสจิตกลับคืนมานั่งขัดสมาธิอยู่บนดาดฟ้าเรือรบทองม่วง

            โอสถมังกรอมตะที่ได้มาก่อนหน้านี้เขาได้กลั่นกินจนหมดแล้ว

            ในตอนนี้ความแข็งแกร่งของกายเนื้อและลมปราณของเขาเข้าใกล้ระดับเซียน

            แต่เมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งของกายเนื้อของกายศัากดิ์สิทธิ์บรรพกาลเท่านั้น

            หากเทียบกับเซียนทั่วไปเขาแข็งแกร่งกว่าหลายเท่าตัว

            กฎแห่งความโกลาหลที่อยู่ข้างกายเขาพลุ่งพล่านกดข่มให้สรรพสิ่งสั่นสะท้านคร่ำครวญเริ่มเข้าสู่การบ่มเพาะพลังในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

            และรอบภูเขาน้ำแข็งแห่งนี้อักขระแห่งวิถีและค่ายกลที่ปกคลุมอยู่ก็ยิ่งมีมากขึ้นดูศักดิ์สิทธิ์อย่างหาที่สุดมิได้

            เมื่อเวลาผ่านไป

            มีผู้ฝึกตนจากเป่ยหยวนจำนวนไม่น้อยที่สังเกตเห็นความผิดปกติของภูเขาน้ำแข็งแห่งนี้และต่างก็พากันมาตรวจสอบสถานการณ์

            "เอ๊ะ? ทำไมภูเขาน้ำแข็งแห่งนี้ถึงได้มีพลังกล้าแกร่งเพียงนี้?"

            "กระทั่งจิตสำนึกของข้ายังถูกสกัดกั้นไว้ข้างนอก"

            "เป็นเช่นนั้นข้าก็เดินผ่านเส้นทางนี้มาหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้เลย"

            "คงเป็นเพราะช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงของฟ้าดิน"

            ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยรวมตัวกันอยู่รอบภูเขาน้ำแข็งจ้องมองทิวทัศน์เลือนรางเบื้องหน้าด้วยสายตาประหลาด รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล

            ท้ายที่สุดแล้ว ในดินแดนเป่ยหยวนนี้ก็มีสถานที่แปลกประหลาดอยู่ไม่น้อยเพราะมันเป็นสิ่งที่รวมตัวกันจากพลังแห่งฟ้าดินที่สะสมมานาน

            ...

            เวลาผ่านไปอย่างเงียบงันพริบตาเดียวก็ผ่านไปสามเดือนแล้ว

            ในวันนี้ทั่วทั้งดินแดนเป่ยหยวนก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!

            พลังปราณอันมหาศาลที่ล่องลอยอยู่ในฟ้าดินราวกับถูกบางอย่างดึงดูด จึงพุ่งไปยังทิศทางเดียวกันอย่างบ้าคลั่ง!

            ความเร็วระดับนั้นน่าตกตะลึงอย่างยิ่งราวกับจะสูบพลังทั้งหมดในดินแดนออกไป!

            ในชั่วขณะนั้นมีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนถูกปลุกให้ตื่น

            ในดวงตาของพวกเขาปรากฏความหวาดหวั่นและต่างพุ่งตัวไปยังรอบเมืองศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่จะเข้าไปสำรวจให้กระจ่าง

            และในขณะนี้ร่างเงาที่นั่งนิ่งดุจท่อนไม้ค่อยๆ ลืมตาขึ้น

            "จะเริ่มแล้วสินะ..." มู่เสินฉวนพึมพำกับตัวเอง จากนั้นก็ก้าวเท้าออกจากภูเขาน้ำแข็ง

            ตูมๆ!!!

            ฟ้าดินสั่นสะเทือนเสียงดังกึกก้องราวกับภูเขาไฟนับล้านลูกปะทุพร้อมกันพลังงานจากแหล่งศิลากำเนิดทะลวงผ่านสรวงสวรรค์!

            มังกรทองมหึมาทะยานขึ้นฟ้าทะลวงผ่านเบื้องบนและเบื้องล่าง ส่องประกายแสงเจิดจ้าส่งให้ภูเขาน้ำแข็งทั้งลูกกลายเป็นจุดแสงเพียงหนึ่งเดียวในฟ้าดิน

            หึ่ง!

            แผนภาพวิถีต้นกำเนิดแหวกฟ้าทั้งเก้าออกรัศมีมงคลสาดส่องทั่วทั้งจักรวาล เสียงแห่งวิถีแผ่ซ่านราวกับระฆังสีทองขนาดใหญ่ที่เคาะลงบนจิตของผู้ฝีกตนทุกผู้

            "แผนภาพวิถีต้นกำเนิด!!!"

            "นี่คือภาพนิมิตที่ปรากฏขึ้นเมื่อกายาศักดิ์สิทธิ์ทะลวงขอบเขต?"

            กึ่งเซียนโบราณคนหนึ่งตกตะลึงเสียงสั่นเครือเล็กน้อย

            "กายาศักดิ์สิทธิ์?"

            "กายาศักดิ์สิทธิ์ในยุคนี้มีเพียงแต่มู่เสินฉวนจากตงฮวงเท่านั้นไม่ใช่หรือ?"

            "เขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับเซียนไปแล้วไฉนถึงมาทะลวงด่านที่เป่ยหยวนได้?"

            ผู้ฝึกตนคนหนึ่งพึมพำกับตนเองด้วยความเคลือบแคลง

            "หากนี่ไม่ใช่มู่เสินฉวน!!"

            "ทัณฑ์สวรรค์ไม่มีทางที่จะดูดซับพลังปราณจากฟ้าดินได้มากมายขนาดนี้!"

            "เหมือนว่าจะมีร่างหนึ่งกำลังจะถือกำเนิดขึ้น!!"

            ผู้อาวุโสจากมหาสำนักที่มีความรู้เหนือผู้อื่นเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่เสียงก็ยังไม่อาจสงบลงได้

            เขายังไม่เคยเห็นภาพนิมิตฟ้าดินที่น่าตกตะลึงเช่นนี้มาก่อน!

            ไม่รู้ว่าร่างกายที่สูงส่งเช่นไรกำลังจะถือกำเนิดขึ้นถึงกับรวมพลังปราณทั้งสิบทิศเข้าสู่ร่างได้อย่างบ้าคลั่งเช่นนี้

            ตูม!!!

            ห้วงอากาศสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องท้องฟ้าถูกฉีกออกเป็นรอยแยกขนาดใหญ่

            ทันใดนั้นแสงสีทองหมื่นจั้งก็สาดส่องแผ่รัศมีเทพปกคลุมท้องนภา ภาพนิมิตอันตื่นตาอัดแน่นอยู่เต็มห้วงเวหา!

            ดอกบัวแห่งความโกลาหล!

            ราชันย์เซียนจุติเหนือฟ้า!

            แผนภาพแห่งหยินหยาง!

            ภูผาธาราอันงดงาม!

            ภาพนิมิตทั้งสี่อันยิ่งใหญ่ของกายาศักดิ์สิทธิ์โบราณปรากฏขึ้นทีละอย่างรวมตัวกันอยู่บนฟ้าอยู่เป็นเวลานาน

            แม้แต่มู่เสินฉวนในตอนนี้สีหน้าก็ดูเปลี่ยนไป

            เจ้าหนูน้อยคนนี้…เพิ่งจะเกิดมาก็แสดงภาพนิมิตทั้งหมดของกายาศักดิ์สิทธิ์ออกมาแล้วจะฝืนลิขิตฟ้าขึ้นเป็นเซียนเลยหรือ?

            ทว่าภาพนิมิตที่น่าตกตะลึงทั้งสี่ชนิดปรากฏขึ้นยังไม่ใช่จุดจบ

            พลังปราณโกลาหลอันไร้ขีดจำกัดพลันพุ่งออกมาจากรอยแยกในห้วงอากาศปกคลุมอยู่เหนือศีรษะจนผู้ฝึกตนที่มาชมพิธีทั้งหลายต่างก็หน้าซีดด้วยความหวาดกลัว!!

            "พลังปราณโกลาหล!!"

            "นี่คือพลังปราณโกลาหล!!"

            "พระเจ้า!จะมีกายาโกลาหลถือกำเนิดอีกแล้วหรือ?"

            "ไม่สิต้องเป็นกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล!!"

            ในตอนนี้ ท้องฟ้าถูกพลังปราณโกลาหลปกคลุมห้วงอากาศพลันบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงจนส่งเสียงคำราม

            คล้ายจะเอาใจ คล้ายจะหวาดกลัวคล้ายจะคร่ำครวญ

            เงาของสัตว์ร้ายโบราณที่น่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นพร้อมกัน กิเลน มังกร และอื่นๆเสียงคำรามดังกึกก้องอยู่บนนภาเหนือทั่วทั้งแดนเป่ยหยวน

            ภูเขาน้ำแข็งทั้งลูกถูกห่อหุ้มไปด้วยรัศมีเทพและพลังปราณโกลาหลราวกับขุมทรัพย์ศักดิ์สิทธิ์ที่จะสะเทือนโลกหล้ากำลังจะปรากฏขึ้น

            พลังปราณที่ถูกกลืนกินไปนั้นยังคงหลั่งไหลไปยังทิศทางของภูเขาน้ำแข็งอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายราวกับแม่น้ำใหญ่ที่เชี่ยวกราก

            ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งจำนวนไม่น้อยสัมผัสได้ว่าพลังปราณในฟ้าดินเหนือทั้งหมดเริ่มเบาบางลง

            มีธารน้ำแข็งนับไม่ถ้วนกำลังละลายทุ่งหิมะนับหมื่นลี้กำลังระเหยหาย

            ในขณะเดียวกันผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์หาที่เปรียบมิได้ก็ค่อยๆ ก่อร่างขึ้น

            มันถูกห่อหุ้มไปด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์และท่วงทำนองแห่งวิถีไร้ที่สิ้นสุดแต่ละลวดลายต่างรวมตัวกันเป็นแสงสีทองที่ส่องประกายเจิดจรัสและส่องสว่างไปทั่วทั้งฟ้าดิน!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน