หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม เรือรบทองม่วงก็ค่อยๆเทียบท่า จอดสนิทลงบนยอดภูเขาน้ำแข็งตระหง่านด้านล่างคือทุ่งน้ำแข็งเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา มองไกลออกไปนับพันลี้ยังพอเห็นเงาเลือนรางของเมืองใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตั้งตระหง่านอยู่
นั่นคือเมืองศักดิ์สิทธิ์เป่ยจี๋
มีผู้ฝึกตนจากดินแดนเหนือจำนวนไม่น้อยที่ขับเคลื่อนสายรุ้งทิพย์สัญจรไปมายังเมืองศักดิ์สิทธิ์เป่ยจี๋อย่างคึกคัก
มู่เสินฉวนใช้กระแสจิตสำรวจไปรอบด้าน
สัมผัสได้ถึงพลังแห่งฟ้าดินอันลึกลับซับซ้อนที่รวมตัวกันอยู่ในแนวเทือกเขาแห่งนี้
ส่วนมู่อวี่เซิงผู้เป็นปรมาจารย์หยั่งกำเนิดรุ่นที่ห้ามีความสามารถพิเศษอย่างแท้จริง
สามารถหยั่งรู้‘พลัง’ ที่คนทั่วไปยากจะเข้าใจได้
ไม่นานนัก
มู่อวี่เซิงก็นำแท่นบูชาเสวียนเทียนที่ได้มาจากสุสานอู๋สื่อออกมาสะบัดนิ้ว เกิดเป็นอักขระแห่งวิถีของจักรพรรดิสมบูรณ์ถึงสามสิบหกอักขระ
เขาใช้ท่วงท่าอันประณีตบรรจงสลักพวกมันไว้ในความว่างเปล่ารอบภูเขาน้ำแข็ง
ในชั่วพริบตาภูเขาน้ำแข็งทั้งลูกก็ดูเลือนราง คล้ายจริงคล้ายมายา งดงามราวกับแดนสวรรค์
มู่เสินฉวนเก็บกระแสจิตกลับคืนมานั่งขัดสมาธิอยู่บนดาดฟ้าเรือรบทองม่วง
โอสถมังกรอมตะที่ได้มาก่อนหน้านี้เขาได้กลั่นกินจนหมดแล้ว
ในตอนนี้ความแข็งแกร่งของกายเนื้อและลมปราณของเขาเข้าใกล้ระดับเซียน
แต่เมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งของกายเนื้อของกายศัากดิ์สิทธิ์บรรพกาลเท่านั้น
หากเทียบกับเซียนทั่วไปเขาแข็งแกร่งกว่าหลายเท่าตัว
กฎแห่งความโกลาหลที่อยู่ข้างกายเขาพลุ่งพล่านกดข่มให้สรรพสิ่งสั่นสะท้านคร่ำครวญเริ่มเข้าสู่การบ่มเพาะพลังในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
และรอบภูเขาน้ำแข็งแห่งนี้อักขระแห่งวิถีและค่ายกลที่ปกคลุมอยู่ก็ยิ่งมีมากขึ้นดูศักดิ์สิทธิ์อย่างหาที่สุดมิได้
เมื่อเวลาผ่านไป
มีผู้ฝึกตนจากเป่ยหยวนจำนวนไม่น้อยที่สังเกตเห็นความผิดปกติของภูเขาน้ำแข็งแห่งนี้และต่างก็พากันมาตรวจสอบสถานการณ์
"เอ๊ะ? ทำไมภูเขาน้ำแข็งแห่งนี้ถึงได้มีพลังกล้าแกร่งเพียงนี้?"
"กระทั่งจิตสำนึกของข้ายังถูกสกัดกั้นไว้ข้างนอก"
"เป็นเช่นนั้นข้าก็เดินผ่านเส้นทางนี้มาหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้เลย"
"คงเป็นเพราะช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงของฟ้าดิน"
ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยรวมตัวกันอยู่รอบภูเขาน้ำแข็งจ้องมองทิวทัศน์เลือนรางเบื้องหน้าด้วยสายตาประหลาด รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล
ท้ายที่สุดแล้ว ในดินแดนเป่ยหยวนนี้ก็มีสถานที่แปลกประหลาดอยู่ไม่น้อยเพราะมันเป็นสิ่งที่รวมตัวกันจากพลังแห่งฟ้าดินที่สะสมมานาน
...
เวลาผ่านไปอย่างเงียบงันพริบตาเดียวก็ผ่านไปสามเดือนแล้ว
ในวันนี้ทั่วทั้งดินแดนเป่ยหยวนก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!
พลังปราณอันมหาศาลที่ล่องลอยอยู่ในฟ้าดินราวกับถูกบางอย่างดึงดูด จึงพุ่งไปยังทิศทางเดียวกันอย่างบ้าคลั่ง!
ความเร็วระดับนั้นน่าตกตะลึงอย่างยิ่งราวกับจะสูบพลังทั้งหมดในดินแดนออกไป!
ในชั่วขณะนั้นมีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนถูกปลุกให้ตื่น
ในดวงตาของพวกเขาปรากฏความหวาดหวั่นและต่างพุ่งตัวไปยังรอบเมืองศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่จะเข้าไปสำรวจให้กระจ่าง
และในขณะนี้ร่างเงาที่นั่งนิ่งดุจท่อนไม้ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
"จะเริ่มแล้วสินะ..." มู่เสินฉวนพึมพำกับตัวเอง จากนั้นก็ก้าวเท้าออกจากภูเขาน้ำแข็ง
ตูมๆ!!!
ฟ้าดินสั่นสะเทือนเสียงดังกึกก้องราวกับภูเขาไฟนับล้านลูกปะทุพร้อมกันพลังงานจากแหล่งศิลากำเนิดทะลวงผ่านสรวงสวรรค์!
มังกรทองมหึมาทะยานขึ้นฟ้าทะลวงผ่านเบื้องบนและเบื้องล่าง ส่องประกายแสงเจิดจ้าส่งให้ภูเขาน้ำแข็งทั้งลูกกลายเป็นจุดแสงเพียงหนึ่งเดียวในฟ้าดิน
หึ่ง!
แผนภาพวิถีต้นกำเนิดแหวกฟ้าทั้งเก้าออกรัศมีมงคลสาดส่องทั่วทั้งจักรวาล เสียงแห่งวิถีแผ่ซ่านราวกับระฆังสีทองขนาดใหญ่ที่เคาะลงบนจิตของผู้ฝีกตนทุกผู้
"แผนภาพวิถีต้นกำเนิด!!!"
"นี่คือภาพนิมิตที่ปรากฏขึ้นเมื่อกายาศักดิ์สิทธิ์ทะลวงขอบเขต?"
กึ่งเซียนโบราณคนหนึ่งตกตะลึงเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
"กายาศักดิ์สิทธิ์?"
"กายาศักดิ์สิทธิ์ในยุคนี้มีเพียงแต่มู่เสินฉวนจากตงฮวงเท่านั้นไม่ใช่หรือ?"
"เขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับเซียนไปแล้วไฉนถึงมาทะลวงด่านที่เป่ยหยวนได้?"
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งพึมพำกับตนเองด้วยความเคลือบแคลง
"หากนี่ไม่ใช่มู่เสินฉวน!!"
"ทัณฑ์สวรรค์ไม่มีทางที่จะดูดซับพลังปราณจากฟ้าดินได้มากมายขนาดนี้!"
"เหมือนว่าจะมีร่างหนึ่งกำลังจะถือกำเนิดขึ้น!!"
ผู้อาวุโสจากมหาสำนักที่มีความรู้เหนือผู้อื่นเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่เสียงก็ยังไม่อาจสงบลงได้
เขายังไม่เคยเห็นภาพนิมิตฟ้าดินที่น่าตกตะลึงเช่นนี้มาก่อน!
ไม่รู้ว่าร่างกายที่สูงส่งเช่นไรกำลังจะถือกำเนิดขึ้นถึงกับรวมพลังปราณทั้งสิบทิศเข้าสู่ร่างได้อย่างบ้าคลั่งเช่นนี้
ตูม!!!
ห้วงอากาศสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องท้องฟ้าถูกฉีกออกเป็นรอยแยกขนาดใหญ่
ทันใดนั้นแสงสีทองหมื่นจั้งก็สาดส่องแผ่รัศมีเทพปกคลุมท้องนภา ภาพนิมิตอันตื่นตาอัดแน่นอยู่เต็มห้วงเวหา!
ดอกบัวแห่งความโกลาหล!
ราชันย์เซียนจุติเหนือฟ้า!
แผนภาพแห่งหยินหยาง!
ภูผาธาราอันงดงาม!
ภาพนิมิตทั้งสี่อันยิ่งใหญ่ของกายาศักดิ์สิทธิ์โบราณปรากฏขึ้นทีละอย่างรวมตัวกันอยู่บนฟ้าอยู่เป็นเวลานาน
แม้แต่มู่เสินฉวนในตอนนี้สีหน้าก็ดูเปลี่ยนไป
เจ้าหนูน้อยคนนี้…เพิ่งจะเกิดมาก็แสดงภาพนิมิตทั้งหมดของกายาศักดิ์สิทธิ์ออกมาแล้วจะฝืนลิขิตฟ้าขึ้นเป็นเซียนเลยหรือ?
ทว่าภาพนิมิตที่น่าตกตะลึงทั้งสี่ชนิดปรากฏขึ้นยังไม่ใช่จุดจบ
พลังปราณโกลาหลอันไร้ขีดจำกัดพลันพุ่งออกมาจากรอยแยกในห้วงอากาศปกคลุมอยู่เหนือศีรษะจนผู้ฝึกตนที่มาชมพิธีทั้งหลายต่างก็หน้าซีดด้วยความหวาดกลัว!!
"พลังปราณโกลาหล!!"
"นี่คือพลังปราณโกลาหล!!"
"พระเจ้า!จะมีกายาโกลาหลถือกำเนิดอีกแล้วหรือ?"
"ไม่สิต้องเป็นกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล!!"
ในตอนนี้ ท้องฟ้าถูกพลังปราณโกลาหลปกคลุมห้วงอากาศพลันบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงจนส่งเสียงคำราม
คล้ายจะเอาใจ คล้ายจะหวาดกลัวคล้ายจะคร่ำครวญ
เงาของสัตว์ร้ายโบราณที่น่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นพร้อมกัน กิเลน มังกร และอื่นๆเสียงคำรามดังกึกก้องอยู่บนนภาเหนือทั่วทั้งแดนเป่ยหยวน
ภูเขาน้ำแข็งทั้งลูกถูกห่อหุ้มไปด้วยรัศมีเทพและพลังปราณโกลาหลราวกับขุมทรัพย์ศักดิ์สิทธิ์ที่จะสะเทือนโลกหล้ากำลังจะปรากฏขึ้น
พลังปราณที่ถูกกลืนกินไปนั้นยังคงหลั่งไหลไปยังทิศทางของภูเขาน้ำแข็งอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายราวกับแม่น้ำใหญ่ที่เชี่ยวกราก
ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งจำนวนไม่น้อยสัมผัสได้ว่าพลังปราณในฟ้าดินเหนือทั้งหมดเริ่มเบาบางลง
มีธารน้ำแข็งนับไม่ถ้วนกำลังละลายทุ่งหิมะนับหมื่นลี้กำลังระเหยหาย
ในขณะเดียวกันผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์หาที่เปรียบมิได้ก็ค่อยๆ ก่อร่างขึ้น
มันถูกห่อหุ้มไปด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์และท่วงทำนองแห่งวิถีไร้ที่สิ้นสุดแต่ละลวดลายต่างรวมตัวกันเป็นแสงสีทองที่ส่องประกายเจิดจรัสและส่องสว่างไปทั่วทั้งฟ้าดิน!