ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

ตอนที่ 193 เข้าถ้ำเสือ

        “นายน้อยท่านพูดจริงๆ เช่นนั้นหรือ ตระกูลอี้สามารถสร้างอาวุธระดับราชันย์ได้แล้วเช่นนั้นหรือ? เช่นนั้นแสดงว่าแร่เหล็กเฟ่ยผิงนี้มีค่ามากกว่าแร่เหล็กหลินลู่มากมิน่านายน้อยถึงต้องการทดสอบพวกเรา”ผู้นำตระกูลซ่งเอ่ยขึ้นมาเขาหันไปมองยังผู้นำตระกูลอี้ อีหวัง

        “ใช่แล้วหละท่านผู้นำซ่งท่านผู้นำหยุน พวกเราสามารถสร้างอาวุธระดับราชันย์ขึ้นมาได้แล้วและยังไม่ใช่เพียงชิ้นเดียวนะ ทั้งหมดที่พวกเราสร้างได้ในตอนนี้มีกว่าสิบชิ้นแล้ว”

        “สิบชิ้น!!!” ผู้นำตระกูลทั้งสองถึงกับเอ่ยขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

        “ถูกแล้วท่านผู้นำหยุนที่เราต้องทำเช่นนี้เพราะต้องการคนที่จริงใจและยอมร่วมมือกับเราจริง ๆยิ่งระดับอาวุธสูงมากเท่าไหร่ราคาของมันก็ยิ่งแพงมากขึ้นและความต้องการของมันก็ยิ่งสูงอีกด้วย อีกไม่ถึงสองปีแร่เหล็กหลินลู่ที่เหมืองท่านเสนาบดีถงคงจะหมดลง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สำคัญตอนนี้คือพวกท่านต้องเรียนรู้วิธีการถลุงแร่เหล็กเฟ่ยผิง รวมถึงส่วนผสมของของเหลวทั้งหมดพวกท่านจะได้รับการถ่ายทอดจากผู้อาวุโสอี้หวังเถาโดยตรง”

        “ขอบคุณนายน้อยมากพวกเราหวังว่าจะสร้างอาวุธระดับราชันย์ขึ้นมาได้จริงๆ  สักครั้ง ครั้งนี้พวกเราคงจะกลายเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องการตีเหล็กอย่างแน่นอน”

        “เอาหละพวกท่านเชิญตามผู้อาวุโสอี้หวังเถาไปข้าและหวังจื่อคงต้องขอตัวไปคุยธุระกับท่านปรมาจารย์หวังต้าหากพวกท่านไม่เข้าใจขั้นตอนวิธีการใดให้ถามท่านผู้อาวุโสอี้หวังเถาได้เลย ”

        “ขอรับนายน้อย”

        หลังจากนั้นเฟยหลงจึงได้เดินทางออกมาจากตระกูลอี้พร้อมกับหวังจื่อพวกเขามุ่งหน้าไปยังที่พักของปรมาจารย์หวังต้าเมื่อไปถึงคนรับใช้ของท่านปรมาจารย์ได้พาเฟยหลงและหวังจื่อเข้าไปพบในทันที

        “คารวะท่านปรมาจารย์”

        “ตามสบายพวกเจ้าไม่ต้องมากพิธี”

        “ขอบคุณท่านปรมาจารย์”

        “จริงสิเรื่องอาวุธและกองกำลังที่เจ้าฝึกฝนอยู่ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว”

        “ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นเรื่องอาวุธตอนนี้ตระกูลซ่งและตระกูลหยุนจะช่วยตระกูลอี้ผลิตแร่เหล็กเฟ่ยผิงก็มีอยู่มากที่สำคัญตอนนี้ท่านต้องเตรียมกำลังพลเอาไว้ให้พร้อมส่วนอาวุธและชุดเกราะนั้นข้าจะทยอยส่งมาให้ท่าน ส่วนทางด้านกองกำลังทั้งห้าพันคนตอนนี้พวกเขาฝึกฝนอย่างหนักมาโดยตลอดหกเดือนอาวุธชุดนี้ท่านส่งให้กับองครักษ์ประจำตัวขององค์กษัตริย์ก่อนพวกเขาจำเป็นต้องคุ้มครองฝ่าบาท และชีวิตของพวกเขาเอง”

        “ขอบใจเจ้ามาเฟยหลงหวังว่าสิ่งที่พวกเราคิดจะไม่เกิดขึ้นจริง หวังว่าท่านเสนาบดีถงจะไม่นำอาวุธพวกนั้นมาสร้างความเดือดร้อนให้กับคนภายในอาณาจักรนะ”

        “ข้าเองก็ภาวนาให้เป็นเช่นนั้นท่านผู้อาวุโสข้าคิดว่าข้าจะลอบเข้าไปสืบข้อมูลดูท่านพอจะรู้บ้างไหมว่าช่างตีเหล็กของตระกูลหวงพวกเขาชอบไปที่ไหนกันบ้าง?”

        “แต่ว่างานนี้มันอันตรายมากเลยนะข้าเคยส่งคนไปสืบดูแล้ว แต่พวกเขากลับถูกจับได้และสังหารในทันทีหากเจ้าต้องการเข้าไปจริงๆ ข้าก็สามารถช่วยเจ้าได้ หวงต้าชอบไปที่หอพฤกษามรกตเขาจะไปเที่ยวที่นั่น ทุกๆ  เจ็ดวัน แต่เจ้าต้องระมัดระวังตัวด้วยหวงต้าหยุนคนนี้มีไหวพริบไม่ใช่เล่น อีกทั้งยังเป็นคนสนิทของผู้นำตระกูลหวงอีกด้วย”

        “ท่านพอจะเล่าเรื่องคนตระกูลหวงให้ข้าฟังได้หรือไม่? ทุก ๆ เรื่องที่ท่านรู้เมื่อข้าลักลอบเข้าไปจะได้ไม่ถูกจับง่าย ๆ”

        “ได้สิข้าจะเล่าเรื่องของตระกูลหวงให้เจ้าฟังเอง แต่เจ้าต้องสัญญากับข้าก่อน หากเจ้าถูกจับได้ให้รีบหนีออกมาทันทีอย่าได้ฝืนกำลังตนเองโดยเด็ดขาดคนของตระกูลหวงเองก็มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงอยู่จำนวนมาก อีกทั้งหวงเสี่ยวเทียนยังเป็นถึงมือขวาของเสนาบดีถงอีกด้วยเจ้าต้องระมัดระวังคนพวกนั้นเอาไว้ให้ดี”

        “ขอรับท่านปรมาจารย์หากข้าไม่เสี่ยงเข้าถ้ำเสือแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าด้านในนั้นมีอะไรบ้าง”

        “ก็จริงของเจ้านะ”หลังจากนั้นท่านปรมาจารย์จึงได้เล่าเรื่องของตระกูลหวงทั้งหมดที่เขารู้ให้กับเฟยหลงได้รับรู้รวมถึงรูปร่างหน้าตาของหวงต้าอย่างละเอียด ก่อนที่เฟยหลงจะจากไปเขาสั่งให้หวังจื่อเดินทางไปดูแลเหมืองแร่เฟ่ยผิงถึงแม้จะมีกองกำลังของเมืองเจินหมิงอยู่แต่เขาก็ยังไม่ไว้ใจเพราะตอนนี้เหมืองแร่แห่งนั้นสำคัญสำหรับพวกเขาเป็นอย่างมาก

        เฟยหลงได้เดินทางไปยังหอพฤกษามรกตในทันทีแต่เขากลับเลือกที่จะไม่เข้าไปในหอพฤกษามรกตนั้นแต่อย่างใดเขานั่งในโรงเตี้ยมฝั่งตรงกันข้ามกับหอพฤกษามรกตแห่งนั้นแทนในวันแรกเฟยหลงยังไม่พบว่าหวงต้านั้นจะมาที่หอพฤกษามรกตแห่งนี้แต่อย่างใด

        วันที่สองเฟยหลงก็ยังคงไปนั่งรออยู่ที่เดิมแต่ก็ไร้วี่แววของหวังต้าคนนี้ วันที่สาม วันที่สี่ ก็ยังคงไร้วี่แววใด  ๆ ในที่สุดเฟยหลงจึงหมดความอดทน เขากำลังจะลุกเดินจากไปแต่ก่อนที่เขาจะลุกออกจากโต๊ะนั้น รถม้าที่ติดสัญลักษณ์ตระกูลหวงวิ่งมาแต่ไกลมันค่อย  ๆ มาหยุดลงหน้าประตูหอพฤกษามรกตแห่งนี้จากนั้นชายวัยกลางคน คนหนึ่งเดินลงมาจากรถม้า และเดินเข้าไปในหอพฤกษามรกตแห่งนั้นในทันที  เฟยหลงรีบจ่ายเงิน และติดตามคนขับรถม้านั้นไปทันทีหลังจากที่คนขับรถม้านำรถม้าไปจอดไว้ในที่จอดแล้วเขาจึงได้เดินออกมานั่งที่ร้านขายสุราริมทางไม่ห่างจากหอพฤกษามรกตเฟยหลงร่ายเวทย์เปลี่ยนโฉมหน้าของเขาทันที

        “พี่ชายข้าขอนั่งดื่มด้วยคนจะได้ไหม?” เฟยหลงเอ่ยขึ้นมา

        “ได้สิเจ้าหนุ่มข้าเองก็ไม่มีเพื่อนนั่งอยู่พอดี”หลังจากนั้นทั้งสองจึงได้นั่งดื่มกัน

        “จริงสิพี่ชายข้าพึ่งจะมาถึงเมืองนี้ท่านพอจะบอกได้หรือไม่ว่าตราสัญลักษณ์ที่ติดอยู่ที่รถม้าของพวกท่านเป็นตราสัญลักษณ์ของตระกูลใด?”

        “ตราสัญลักษณ์นั่นเป็นตราของตระกูลหวงหากเจ้าเจอตราสัญลักษณ์พวกนั้นบนรถม้าคันอื่น หรือตราสัญลักษณ์อื่น ๆเจ้าต้องหลีกทางให้พวกเขา เพราะพวกเขาเป็นคนของตระกูลใหญ่ภายในอาณาจักรถังแห่งนี้”

        “ตราสัญลักษณ์ของตระกูลหวงเช่นนั้นท่านก็เป็นคนของตระกูลหวงด้วยเช่นนั้นหรือ?”

        “ข้าเป็นเพียงคนขับรถม้าของตระกูลหวงเท่านั้นนายของข้าชื่อหวงต้า ชอบมาที่นี่เป็นประจำ ว่าง ๆ หากเจ้าเจอข้านั่งอยู่ที่นี่ เจ้าก็มานั่งดื่มด้วยกันกับข้าก็ได้นะ”

        “ขอบคุณพี่ชายมากว่าแต่เจ้านายของพี่เขาเป็นขุนนางหรือเปล่า”

        “ไม่ใช่หรอกเจ้านายของข้าเป็นช่างตีเหล็ก เมื่อไม่นานมานี้พวกเขาพึ่งจะสามารถสร้างอาวุธระดับทองได้เชียวนะ”

        “จริงหรือพี่ชายอาวุธระดับทองข้าอยากเห็นสักครั้ง แต่คงไม่มีวาสนาถึงขั้นนั้นจริงไหมหละพี่ชาย”

        “อย่าว่าแต่เจ้าเลยข้าเองก็ยังไม่เคยเห็นเช่นเดียวกัน”

        “ท่านป้าเอาสุรามาเพิ่มให้พวกเราหน่อย กับแกล้มอีกสักสองสามอย่างด้วยนะวันนี้ข้าจะเลี้ยงพี่ชายคนนี้เอง จริงสิข้าลืมแนะนำตัวไปเลย ข้าซี ซี  วันนี้ข้าขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงท่านเอง”

        “ข้าชื่อเฉินเจ้าเรียกข้าง่าย  ๆ ว่าลุงเฉินก็ได้”

        “ท่านลุงเฉิน”หลังจากนั้นเฟยหลงจึงได้เริ่มสอบถามข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับหวงต้าและตระกูลหวงเป็นระยะ ๆ พวกเขานั่งดื่มกินกันเกือบสองชั่วโมง

        “ซีซี ขอบใจเจ้ามากที่มานั่งเป็นเพื่อนข้า สักครู่เจ้านายของข้าคงจะกลับแล้วไว้คราวหน้าข้าจะเลี้ยงเจ้าเอง”

        “ได้ท่านลุงเฉิน คราวหน้าท่านต้องเลี้ยงข้าคืนด้วย”

        หลังจากนั้นเฟยหลงจึงได้จ่ายเงินพร้อมกับพุ่งทะยานเข้าไปในรถม้าของตระกูลหวงในทันทีในขณะที่คนขับรถม้าของตระกูลแวะเข้าไปข้างทางเพื่อทำธุระส่วนตัวหลังจากนั้นไม่นานรถม้าค่อย  ๆเคลื่อนตัวมารออยู่ด้านหน้าหอพฤกษามรกต เฟยหลงจัดการเรียกตำหนักเทพสงครามออกมามันขยายใหญ่จนเต็มด้านในรถม้าหากเปิดม่านเข้ามาก็จะเข้าไปในตำหนักเทพสงครามในทันที

        ลุงเฉินนั่งรออยู่บนรถม้าได้ราวๆ  สิบนาทีหวังต้าก็เดินออกมาจากหอพฤกษามรกตแห่งนั้น เมื่อเดินเข้าไปในรถม้า  หวังต้าพลันตกตะลึงทันทีเขาพบว่าเขาเข้ามาอยู่ในตำหนักใหญ่หลังหนึ่ง เฟยหลงเก็บตำหนักเทพสงครามเข้าไปในร่างของเขาทันทีพร้อมกับร่ายเวทให้ตัวของเขานั้นเปลี่ยนเป็นหวังต้า

        “นายท่านท่านต้องการไปที่โรงตีเหล็กเลยหรือไม่ขอรับหรือว่านายท่านต้องการไปหาท่านผู้นำตระกูลก่อนขอรับ”

        “ไปพบท่านผู้นำตระกูลก่อนก็แล้วกัน”เฟยหลงตอบ

        “ขอรับนายท่าน”จากนั้นรถม้าของตระกูลหวงจึงค่อย  ๆเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังตำหนักตระกูลหวงเพียงไม่นานรถม้าก็เคลื่อนเข้าไปยังตระกูลหวงมุ่งหน้าไปยังตำหนักใหญ่ในทันทีเมื่อเฟยหลงลงมาจากรถม้า ลุงเฉินได้เดินนำทางเฟยหลงไปยังห้องโถงใหญ่ทันทีพร้อมกับรีบเข้าไปรายงานให้กับผู้นำตระกูลหวงว่าเจ้านายของเขามาพบในทันที

        “ขอบใจเจ้ามากเจ้าไปพักได้แล้ว”

        “ขอรับนายท่าน”หลังจากลุงเฉินเดินจากไปเฟยหลงจึงได้เดินเข้าไปพบกับผู้นำตระกูลหวง

        “เจ้ากลับมาก็ดีแล้วข้ามีเรื่องจะปรึกษาเจ้าอยู่พอดี?”

        “ท่านผู้นำมีเรื่องอะไรจะปรึกษาข้าเช่นนั้นหรือ?”

        “ตอนนี้อาวุธที่พวกเราผลิตออกมาส่วนใหญ่เป็นอาวุธระดับเงินเสียเป็นส่วนมาก นับวันอาวุธระดับทองที่ผลิตได้ก็น้อยลงไปทุกทีข้าเกรงว่าจะทำให้ท่านเสนาบดีหวังไม่พอใจผลงานของพวกเราและส่งมองแร่เหล็กหลินลู่ให้กับตระกูลเหลียวมากขึ้น”

        “ท่านผู้นำตอนนี้แร่เหล็กของพวกเราเหลือมากไหมข้าอยากจะไปดูสักหน่อยบางทีมันอาจจะเป็นเพราะคุณภาพของแร่ที่ขุดออกมาแตกต่างกันก็เป็นได้ข้าเคยเห็นแร่ที่เราได้รับมาบางครั้งก็แตกต่างกัน ยังไงเสียพวกเราลองคัดแยกจากสีและจากน้ำหนักของแร่เหล็กหลินลู่ดู บางทีมันอาจจะทำให้เราสามารถสร้างอาวุธระดับทองได้มากกว่าเดิมก็ได้”

        “ได้สิเจ้าตามข้ามา บางทีความคิดนี้ของเจ้าอาจจะถูกก็ได้ หากเป็นอย่างที่เจ้าบอกมาจริงข้าก็คงหมดห่วง ว่าแต่ช่วงนี้เจ้าเร่งผลิตอาวุธให้มากขึ้นหน่อยอีกสองวันพวกเราต้องส่งอาวุธให้กับท่านเสนาบดีแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้ครบตามจำนวนหรือเปล่า?”

        “ขอรับท่านผู้นำข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด” หลังจากพวกเขาเดินมาได้สักระยะหนึ่งก็มาถึงยังห้องที่เก็บแร่เหล็กหลินลู่ของตระกูลหวง เมื่อผู้นำตระกูลเปิดประตูออกมาเฟยหลงพบว่าแร่เหล็กหลุนลู่จำนวนมากถูกเก็บรักษาไว้ด้านในนี้อย่างดี

        “เอาหละพวกเราลองตรวจสอบกันดูก่อนแล้วลองเลือกแร่ที่มีสีและน้ำหนักที่แตกต่างกันดูอีกที” ผู้นำตระกูลหวงได้หยิบตัวอย่างหินแร่เหล็กหลินลู่ออกมาบางส่วนทางด้านเฟยหลงเขาเลือกหยิบแต่เหล็กหลินลู่ที่มีคุณภาพสูงขึ้นมาเท่านั้นเมื่อพวกเขาออกมา ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังโรงตีเหล็กของตระกูลหวังในทันทีจากนั้นจึงแบ่งช่างตีเหล็กออกเป็นสี่ชุด และทำการถลุงเหล็กตามตัวอย่างแร่ที่พวกเขาทั้งสองคัดเลือกมา

        หลายชั่วโมงต่อมาแร่เหล็กที่ถลุงได้ ถูกนำมาสร้างเป็นอาวุธทั้งสองต้องรออีกหลายชั่วโมงกว่าอาวุธแต่ละชิ้นจะสร้างเสร็จเมื่อนำอาวุธแต่ละชิ้นออกมาตรวจสอบ ผู้นำตระกูลหวงถึงกับยิ้มไม่หุบเมื่อแร่เหล็กที่เฟยหลงนำออกมาทดสอบนั้นกลับตีอาวุธระดับทองออกมาได้ทั้งสองชิ้นส่วนที่ผู้นำตระกูลนำออกมานั้นกลับตีได้แค่อาวุธระดับเงินเท่านั้น

        “หวงต้าเจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริง  ๆเจ้าใช้อะไรในการคัดแยกแร่เหล็กหลินลู่นี้เจ้าบอกพวกเราหน่อย”

        “ท่านผู้นำตระกูลข้าเพียงแค่หยิบก้อนแร่ที่มีน้ำหนักมากและสีของมันเข้มที่สุดเท่านั้น”

        ผู้นำตระกูลจึงกลับไปที่ห้องเก็บหินแร่เหล็กหลินลู่อีกครั้งหนึ่งพร้อมกับเลือกแร่เหล็กหลินลู่ตามที่เฟยหลงแนะนำ จากนั้นจึงให้ช่างทั้งสี่ชุดของเขาทำการถลุงอีกครั้งหนึ่ง 

คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน