ชายวัยกลางคนชื่อ ‘หวังยี’ เป็คนรับใช้ของตระกูล ‘หวัง’ เพราะมีระดับการฝึกฝนที่สูงเป็ปรมาจารย์ระดับ3 ทำให้ทางตระกูลรับเข้ามาในสายตระกูล ปกติทำหน้าที่รับใช้เ้านายหญิงอย่างคุณหนู ‘หวังเสวีย’ ซึ่งเป็สตรีคนโตของตระกูล
เมื่อสามปีก่อนหวังยีได้รับคำสั่งพิเศษในติดตามสร้างความเดือดร้อนให้กับหญิงสาวนางหนึ่งร่วมกับเพื่อนอีกคน
โดยคำสั่งให้ทำงานอย่างแเีและไม่ให้ใครสืบหาเจอ
พวกเขาทำงานได้อย่างดีเป็เวลากว่า3 ปี
จัดการทุกอย่างรอบตัวของหญิงสาวนางนี้อย่างรอบคอบทั้งจ้างอันธพานระดับต่ำไปกลั่นแกล้ง เคาะห้อง ข่มขู่และเทขยะเหม็นๆไว้ที่หน้าประตูเมื่อบีบให้หญิงสาวออกไปใช้ชีวิตที่ห้องเช่าเก่าๆได้ ก็ให้ผู้คนไม่กล้ารับหญิงสาวเข้าทำงานบ้านเก่าขายไม่ได้ ค่อยๆทำร้ายและทำให้สภาพความเป็อยู่ตกต่ำลง
ความจริงเื่หมาป่าสายลมพวกเขาก็ให้คนไปจัดฉากขึ้น
แน่นอนว่าทำให้ลำบากแต่ยังไม่ถึงกับฆ่าตรงๆ
แต่หากอีกฝ่ายตายเพราะความอดอยากนั้นก็ไม่นับ
แผนเป็ไปอย่างดี แต่จู่ๆลูกน้องที่ถูกส่งไปเฝ้าก็มารายงานว่าอีกฝ่ายกำลังจะหอบลูกหลบหนีไปเมืองอื่น
ดังนั้นพวกเขาจึงรีบเข้าไปจัดการด้วยกลัวว่าเมื่ออีกฝ่ายหนีไปเมืองอื่นได้จริงๆพวกเขาจะไม่มีอำนาจพอที่จะบีบคั้นอีกฝ่ายเหมือนที่เมืองทรายแดงเพราะว่าอำนาจในเมืองอื่นนั้นไม่สามารถข่มเหงได้อย่าง่ายๆเหมือนถิ่นตัวเอง
ล้วนมีงูเ้าถิ่นและัตัวใหญ่
แม้จะเป็ปรมาจารย์อันทรงเกียรติแต่เมืองอื่นก็มีเช่นกันดังนั้นระหว่างปรมาจารย์จากนอกเขตกับปรมาจารย์ในเมืองผู้ครองเมืองย่อมเลือกรักษาอำนาจคนของตนเองทำให้เกือบทุกเมืองเมื่อมีอำนาจใหม่เข้ามาจะทำทุกเื่อย่างติดขัดนอกจากจะมีเส้นสายกับผู้มีอำนาจประจำเมือง มันก็เป็อีกเื่
แน่นอนว่าตระกูล ‘หวัง’ หนึ่งในสามของตระกูลที่ยิ่งใหญ่
แต่มันก็จำกัดแค่เมืองทรายแดงเท่านั้นไปเมืองอื่นตระกูล ‘หวัง’ ก็ไม่นับว่าเป็อะไรได้
ดังนั้นหวังยีและปรมาจารย์อีกคนจึงรีบร้อนและไปยังสถานีขนส่งโลกเพียงแต่ไม่คิดว่าการไปครั้งนี้จะทิ้งหนึ่งชีวิตและไม่มีโอกาสทราบว่าหญิงสาวที่ตนขู่เข็ญเหมือนลูกไก่ย้ายไปเมืองใดแล้วแถมเขายังถูกขับไล่และมีออร่าแห่งการสังหารติดตัวมาด้วย
สถานการณ์พลิกกลับแล้วเขาจึงได้แต่กลับมารายงานคุณหนูได้เท่านั้น
หวังยีเดินเข้าไปในปราสาทขนาดเล็กข้างๆตัวปราสาทใหญ่เขาตรงไปยังที่พักของคุณหนูใหญ่ ปราสาทหลังนี้สวยงามมากหินที่สร้างปราสาทเป็หินหยกคุณภาพดีที่เสียเงินเยอะมากเพื่อนำมาสร้างเป็ปราสาทคนรับใช้จำนวนมากที่เดินกันขวักไขว่ ในมือถืออาหาร ถือหีบเครื่องประดับและเสื้อผ้า
หวังยีใช้เวลาไม่นานก็มาถึงห้องโถงของปราสาทเขาก้าวเข้าไปอย่างคุ้นเคยก่อนจะก้มหัวลงเพื่อทำความเคารพ
“หวังยีเข้าพบคุณหนูใหญ่”
ม่านโปร่งแสงจำนวนมากที่เป็สีแดงและชมพูพริ้วไหวในม่านสามารถเห็นโครงร่างคร่าวๆ เป็ร่างของหญิงสาวนอนอย่างเกียจคร้านอยู่บนเตียงโดยมีสาวใช้ค่อยป้อนองุ่นอยู่ข้างๆ
“อืม...ตายแล้วหรือ”
ในน้ำเสียงที่เกียจคร้านนั้นเต็มไปด้วยความยินดี
หวังยีมีเหงื่อเย็นเม็ดเล็กผุดขึ้นบนหน้าผากก่อนจะก้มหน้าลงและรายงาน
“เธอและลูกหนีไปเมืองอื่นแล้วขอรับ”
“หนี? หนีไปได้ยังไง ไปเมืองไหนไม่ใช่ว่าข้าสั่งให้จัดการให้เรียบร้อยหรือไง!!”เสียงที่แผดขึ้นมาอย่างกระทันหันทำให้หญิงรับใช้รีบก้มหน้าลงกับพื้นพร้อมๆกับที่ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
หวังยีก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเขาคุกเข่าลงพร้อมกับก้มหน้าลงกับพื้น
“คุณหนูอย่าได้โกรธหญิงนางนั้นแทบไม่เหลือเงินติดตัวแล้ว หนีไปที่ไหนย่อมเกิดความลำบากอย่างมากอย่าว่าแต่เช่าบ้านแค่เงินจะซื้อของกินยังยากอีกทั้งเด็กทั้งคู่ย่อมทนไม่ไหวและการเสียชีวิตเป็ได้สูงมาก”
“เหอะ...ไม่เหลือเงินแต่มีปัญญาข้ามเมืองได้ เ้าคิดว่ายังไม่มีเงินอีกหรือไง” หวังเสวียอดไม่ได้ที่ยิ้มเยาะ“ไม่ได้เื่”
“คุณหนูโปรดเมตตาๆความจริงเื่นี้ไม่ผิดที่ตัวข้าน้อยแต่เป็เพราะสถานีขนส่งโลกนั้นไม่ให้หน้าข้าน้อยทำให้เมื่อไปสอบถามเพื่อที่จะติดตามไปจัดการกับหญิงนางนั้น กลับเข่นฆ่าหวังหวางไปหนึ่งคนและยังไล่ล่าข้าน้อยตลอดทางจนกระทั้งมาหยุดติดตามที่หน้าประตูปราสาท”
หวังเสวียได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่ลุกขึ้นมานั่งใบหน้าหวานนั้นมีความเ็าอยู่เจ็ดส่วน
“เ้าหมายความว่าสถานีขนส่งโลกปกป้องผู้คน”
หวังยีพยักหน้า “ใช่ขอรับไม่อย่างนั้นข้าละหวังหวางยังไม่สามารถจัดการผู้หญิงตัวเล็กกับเด็กอีกสองคนได้หรือขอรับ”
หวังเสวียปากเบี้ยวและใบหน้าเต็มไปด้วยความอาฆาตความจริงแล้วเธอ้าฆ่าแม่และลูกชั้นต่ำนั้น เพียงแต่กลัวว่าจะมีปัญหากับท่านเซสชายในฝันของเธอ แม้จะเคืองตาจนแทบจะหลั่งเืแต่เธอไม่สามารถสั่งฆ่าหญิงแพศยาและเด็กมารหัวขนได้
กลัวชายในฝันจะรังเกียจ
ดังนั้นเธอจึงให้หวังยีและหวังหวางไปจัดการ
เพียงแต่ไม่คิดว่าปลาบนเขียงจะหนีไปได้ในนาทีสุดท้าย