ตอนที่ 28 สังเกตการณ์
วันนี้เป็วันที่กู้จื้อเฉิงต้องออกจากโรงพยาบาลจางฉุ้ยเหลียนจึงนั่งรอฟังข่าวของกู้จื้อเฉิงจากอันหลงอย่างใจจดใจจ่อ รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีข่าวคราวใด ๆ ส่งมาแต่อย่างใด รอจนกระทั่งบ่าย จางฉุ้ยเหลียนก็ได้รับจดหมายจากบุรุษไปรษณีย์ฉบับหนึ่ง
จางฉุ้ยเหลียนรีบเปิดซองจดหมายที่เธอได้รับในทันทีเมื่อเปิดออกเธอก็พบกับตั๋วแลกเงินไปรษณีย์และกระดาษจดหมายที่เขียนด้วยลายมือหนึ่งฉบับข้อความในจดหมายระบุไว้ว่า ตั๋วแลกเงินไปรษณีย์ที่เธอได้รับนี้เป็ค่าต้นฉบับจากบทความทั้ง 3บทความที่เธอส่งไปให้กับทางสำนักพิมพ์ รวมเป็เงินทั้งสิ้น 24 หยวนสำหรับจางฉุ้ยเหลียนแล้ว เงินจำนวนนี้ก็ถือว่าเป็จำนวนเงินที่เยอะมากเลยทีเดียว
เมื่อจางฉุ้ยเหลียนมองไปที่ตั๋วแลกเงินไปรษณีย์ที่อยู่ในมือ เธอก็คิดถึงเื่ราวในอดีตของเธอขึ้นมาเธอคิดว่าการที่เธออ่านหนังสือมากมายใน่เวลาหลายปีที่ผ่านมานั้นมันไม่ได้เสียเปล่าเลยจริง ๆและเธอก็ต้องยกความดีความชอบให้กับเชี่ยวเชี่ยวลูกสาวของเธอเพราะหล่อนชอบอ่านหนังสือแนวนี้มาก มันเลยทำให้เธอได้อ่านหนังสือแนวนี้ไปด้วยอีกทั้งเธอยังจำโครงเื่ทั้งหมดได้อย่างขึ้นใจ
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้จางฉุ้ยเหลียนก็ตัดสินใจที่จะเขียนนิยายเื่สั้น เธอจึงได้เริ่มวางโครงเื่่ที่เธอกลับบ้านใน่วันหยุดสุดสัปดาห์เมื่อมีเวลาว่างเธอก็มักจะฝึกเขียนโครงเื่นิยายอยู่เสมอ ๆและตอนนี้เธอก็สามารถเขียนนิยายเื่สั้นได้ประมาณ 16,000 ตัวอักษรแล้ว
เมื่อจางฉุ้ยเหลียนส่งต้นฉบับนิยายของเธอไปให้กับทางสำนักพิมพ์แล้วตอนนี้เธอก็ทำได้เพียงแค่รอจดหมายตอบรับจากทางสำนักพิมพ์
ในตอนนี้เวลาก็ได้ล่วงเลยมาจนถึงเดือนตุลาคมแล้วจางฉุ้ยเหลียนรู้สึกกระวนกระวายใจเป็อย่างมาก เมื่อไม่ได้รับจดหมายจากตระกูลกู้เธอจึงคิดในใจว่าหรือว่ากู้จื้อเฉิงจะหมั้นกับคนอื่นไปแล้ว ?
“จางฉุ้ยเหลียน มีคนมาหาเธอน่ะ ! ” ในขณะที่เธอกำลังเดินเหม่อลอยอยู่ตรงระเบียงทางเดินก็มีคนมาะโเรียกชื่อเธออยู่ที่หน้าห้อง
จางฉุ้ยเหลียนเดินลงมาจากหอพักด้วยความรู้สึกประหลาดใจเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูหอพักเธอก็เห็นอันหลงและกู้จื้อฉิวกำลังยืนส่งยิ้มมาให้เธออยู่
ในใจของจางฉุ้ยเหลียนนั้นเต้นแรงขึ้นมาทันทีเธอยิ้มและเดินเข้าไปหาทั้งสอง จากนั้นเธอก็พูดทักทายออกไปว่า “สวัสดีค่ะคุณป้านึกไม่ถึงเลยว่าคุณป้าจะมาหาหนู !”
อันหลงยิ้มพร้อมกับมองไปทางกู้จื้อชิวจากนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “เรามาทำธุระแถวนี้พอดีแล้วลูกสาวของป้าก็อยากเจอหนู หล่อนบอกว่าไม่ได้เจอหนูนานแล้วและ่นี้ป้าก็กำลังหาที่เรียนให้กับลูกสาวอยู่พอดีป้าคิดว่าอยากจะให้ลูกสาวของป้ามาเรียนที่นี่กับหนูด้วย จะได้เป็เพื่อนกัน!”
เป็ไปไม่ได้หรอก !จางฉุ้ยเหลียนทอดถอนใจออกมาเธอรู้ดีว่าอันหลงไม่มีทางยอมให้ลูกสาวของตัวเองมาเรียนที่วิทยาลัยครูแห่งนี้อย่างแน่นอนเพราะหล่อนได้วางแผนชีวิตให้กับลูกสาวของตัวเองไว้เรียบร้อยแล้วกู้จื้อชิวก็เปรียบเสมือนคนที่จะมาสานต่อความฝันของหล่อนสานต่อสิ่งที่ในชีวิตนี้หล่อนไม่สามารถทำได้ดังนั้นหล่อนจึงทุ่มเทให้กับกู้จื้อชิวเป็อย่างมาก
เหตุการณ์เมื่อชาติที่แล้วหลังจากที่กู้จื้อชิวจบจากมหาวิทยาลัยแล้ว หล่อนก็ไปทำงานเป็ข้าราชการและต่อมาหล่อนก็ลาออกจากงานแล้วผันตัวไปทำธุรกิจกับสามีในเขตชายแดนนั่นจึงเป็เหตุผลว่าทำไมจางฉุ้ยเหลียนถึงรู้ว่าอันหลงไม่มีความคิดที่จะให้ลูกสาวของตัวเองมาเรียนที่วิทยาลัยครูแห่งนี้อย่างแน่นอน
ที่วันนี้พวกเธอทั้งสองมาหาจางฉุ้ยเหลียนที่นี่ต้องมีเื่อะไรอย่างแน่นอน และเธอเดาว่าคงเป็เื่การแต่งงานของกู้จื้อเฉิง
จางฉุ้ยเหลียนพาทั้งสองคนเดินมานั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้และพูดคุยกันเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาอันหลงจึงถามจางฉุ้ยเหลียนออกไปทันทีด้วยความร้อนใจว่า “จางฉุ้ยเหลียนครั้งที่แล้วที่หนูบอกว่าถูกพ่อกับแม่ส่งให้มาเรียนที่นี่ มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่พอจะบอกเื่นี้กับป้าได้ไหม!”
ความจริงแล้วที่อันหลงมาหาเธอก็เพื่อที่จะมาถามเื่ครอบครัวของเธอนี่เองจางฉุ้ยเหลียนทอดถอนหายใจออกมา ชาติที่แล้วอันหลงไม่รู้ภูมิหลังของครอบครัวของเธอมาก่อนหล่อนจึงยอมให้กู้จื้อเฉิงแต่งงานกับเธอแต่เธอก็ไม่รู้ว่าถ้าเธอได้บอกความจริงทุกอย่างให้หล่อนได้ฟังแล้วหล่อนยังจะยอมให้กู้จื้อเฉิงแต่งงานกับเธออยู่รึเปล่า
จางฉุ้ยเหลียนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เธอยิ้มพร้อมกับเล่าเื่ทั้งหมดให้กับอีกฝ่ายได้ฟังแต่เพราะเธอได้รับบทเรียนจากในอดีตมาแล้วเธอจึงไม่ได้เล่าเื่ที่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของตัวเองนั้นเป็คนอย่างไรและไม่ได้บอกหล่อนว่าพวกเขานั้นเห็นแก่เงินและโลภมากแค่ไหนเธอเล่าเพียงเื่ฐานะที่ไม่ดีของครอบครัวของตัวเองเพียงเท่านั้น !
ในตอนที่ได้ยินว่าจางฉุ้ยเหลียนนั้นสอบได้คะแนนสูงกู้จื้อชิวก็ตาลุกวาวขึ้นมาในทันที และถามออกไปอย่างตื่นเต้นว่า: “พี่สอบได้คะแนนสูงขนาดนี้พี่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยดี ๆ ได้สบาย ๆ เลยนะ ทำไมพี่ถึงมาเรียนที่วิทยาลัยครูแห่งนี้ล่ะพี่ไม่เสียดายหรือ!”
จางฉุ้ยเหลียนยิ้มและหันไปพูดกับอันหลงว่า:“หนูคิดว่ามันเป็เพราะโชคชะตาน่ะค่ะ !ในโลกใบนี้มีตั้งหลายร้อยอาชีพให้เลือกแต่มันก็ต้องมีสักอาชีพที่เป็ของเรา ต่อให้ต้องผิดพลาดอีกสักกี่ครั้งมันก็ต้องมีสักครั้งที่เป็วันของเรา! ”
เมื่ออันหลงได้ยินดังนั้นหล่อนก็กระตุกยิ้มมุมปากและคิดอยู่ในใจเงียบ ๆ ว่า “มีการศึกษาแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ!”
หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่อันหลงก็คลี่ยิ้มออกมาแล้วถามจางฉุ้ยเหลียนออกไปว่า “กว่าเธอจะเรียนจบ เธอก็แต่งงานช้ากว่าคนอื่นแล้วพ่อแม่ของเธอได้พูดเกริ่นถึงเื่การแต่งงานหรือมีใครมานัดดูตัวเธอที่บ้านแล้วรึยัง? ”
เป็อย่างที่คิดไว้จริง ๆจางฉุ้ยเหลียนแอบรู้สึกตื่นเต้นอยู่ในใจ แต่เธอยังคงตีหน้านิ่งต่อไปจากนั้นจึงคลี่ยิ้มแล้วพูดออกไปว่า “ไม่มีหรอกค่ะ ! หนูยังต้องเรียนอีก 3 ปี หลังจากที่หนูเรียนจบอายุของหนูก็ยังไม่เยอะมากเท่าไหร่และพ่อกับแม่ของหนูก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเื่การแต่งงานของหนูด้วยและตอนนี้หนูเองก็ยังไม่ได้คิดถึงเื่แต่งงานค่ะ!”
อันหลงพยักหน้าเป็การตอบรับจากนั้นหล่อนก็แกล้งถามที่อยู่บ้านของจางฉุ้ยเหลียนซึ่งจางฉุ้ยเหลียนก็ทำเป็ไม่รู้ว่าหล่อนกำลังแกล้งถามที่บ้านของเธออยู่เมื่ออันหลงได้ที่อยู่ของจางฉุ้ยเหลียนมาแล้ว หล่อนก็ลุกขึ้นเตรียมตัวที่จะกลับ
ก่อนที่จะมาที่นี่อันหลงก็ได้พูดนัดแนะแผนการกับกู้จื้อชิวเอาไว้แล้วว่าถ้าหล่อนทำท่าจะกลับบ้าน ก็ให้กู้จื้อชิวแสดงละครว่าตนเองนั้นยังไม่อยากจะกลับเมื่อกู้จื้อชิวเห็นว่าแม่ของตัวเองกำลังลุกเตรียมที่จะกลับบ้านหล่อนจึงเริ่มทำตามแผนการที่วางไว้ทันที: “แม่จะกลับบ้านแล้วหรือคะ!หนูยังพูดกับพี่ฉุ้ยเหลียนได้ไม่หนำใจเลย! ”
จางฉุ้ยเหลียนคลี่ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่เป็ไรหรอก เราส่งจดหมายหากันก็ได้เธอบอกที่อยู่บ้านของเธอมาสิ!”
เมื่ออันหลงได้ยินดังนั้นหล่อนก็รีบบอกให้กู้จื้อชิวบอกที่อยู่บ้านให้กับจางฉุ้ยเหลียนในทันทีจากนั้นหล่อนก็คลี่ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าและพูดออกมาว่า “ใช่ ๆ !ถ้าหนูว่างก็มานั่งเล่นที่บ้านของป้าก็ได้นะยังไงหนูกับลูกสาวของป้าก็สนิทกันแล้ว!”
จางฉุ้ยเหลียนแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจในสิ่งที่อันหลงพูดเธอยังคงพูดกับอันหลงด้วยน้ำเสียงเกรงใจว่า“วันหยุดที่จะถึงนี้หนูจะกลับบ้านไปทำผักดอง ถ้าคุณป้าไม่รังเกียจหนูจะเอาไปให้คุณป้าที่บ้านนะคะ!”
หลังจากที่ทั้งสามคนกล่าวลากันแล้วจางฉุ้ยเหลียนก็กลับเข้ามาที่หอพักของตัวเอง
เธอบอกที่อยู่บ้านของเธอให้กับอันหลงไปอย่างชัดเจนแล้วเธอรู้ดีว่าหลังจากนี้อันหลงจะต้องส่งคนไปแอบดูที่บ้านของเธออย่างแน่นอนจางฉุ้ยเหลียนคิดว่าตอนนี้เธอยังไม่สามารถแต่งงานกับกู้จื้อเฉิงได้เพราะเธอยังเรียนไม่จบ และเพื่อไม่ให้งานแต่งงานของเธอกับกู้จื้อเฉิงต้องถูกทำลายเธอจึงได้เริ่มคิดแผนการต่าง ๆ ไว้
ถึงแม้ว่าจะมีวันหยุดใน่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตใน่ฤดูใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่วันแต่นักศึกษาจำนวนมากต่างก็พากันกลับไปที่บ้านของตัวเองวันหยุดใน่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตใน่ฤดูใบไม้ร่วงมีทั้งหมด 10 วันจางฉุ้ยเหลียนจึงตัดสินใจว่าเธอจะอยู่ที่บ้านตระกูลจาง 5 วัน และหลังจากนั้นอีก 5วัน เธอก็จะไปอยู่ที่บ้านตระกูลเซี่ย
5 วันแรกของการอยู่ที่บ้านตระกูลจางมันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากไปกว่าการทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่เธอต้องปัดกวาดเช็ดถูทุกซอกทุกมุมของบ้าน ทั้งด้านในและด้านนอกจัดการนำผ้าห่มและผ้าปูที่นอนออกมาซักตากแดด เช็ดกระจกและล้างเล้าเป็ดทั้งเล้าด้วยตัวเอง
เมื่อทำงานทุกอย่างเสร็จจางฉุ้ยเหลียนก็เดินออกไปเก็บหัวไชเท้า ผักกาดขาว แตงกวาและทำความสะอาดสวนผักเพื่อไม่ให้รกรุงรัง เธอนำหัวไชเท้า ผักกาดขาวแตกกวามาตากแห้ง หลังจากนั้นก็นำแตงกวาและหัวใช้เท้ามาดอง และนำผักกาดขาวมาทำกิมจินั่นจึงทำให้ระยะเวลา 5 วันที่เธออยู่ที่บ้านตระกูลจางผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว
เช่าหวามองไปทางจางฉุ้ยเหลียนและคิดอยู่ในใจเงียบๆ ว่า เด็กคนนี้เข้าใจอะไรมากขึ้นหลังจากที่ได้ไปเรียนที่วิทยาลัยกลับบ้านมาครั้งนี้หล่อนก็เล่นทำความสะอาดบ้านทั้งหลังคนเดียวโดยที่ไม่ใส่ใจตัวเองเลยแม้แต่น้อย
ความจริงแล้วจางฉุ้ยเหลียนก็มีความรู้สึกเห็นแก่ตัวเช่นกันการที่หล่อนทำความสะอาดบ้านทั้งหลังแบบนี้ก็เพื่อที่จะสร้างความประทับใจให้กับญาติของตระกูลกู้ที่อันหลงเป็คนส่งให้มาสอดแนมที่บ้านของเธอหลังจากที่เธอกลับบ้านมาได้ 2 วันเธอก็เฝ้าถามตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่ญาติของตระกูลกู้จะมาเพราะเธอคาดการณ์ไว้ว่าหล่อนจะมาภายในสองวันนี้
เพื่อให้ญาติของตระกูลกู้มีความประทับใจที่ดีต่อครอบครัวของเธอการทำความสะอาดบ้านจึงเป็เื่ที่สำคัญ ถึงจะมีฐานะยากจนก็ต้องสะอาด ถ้าบ้านสกปรกย่อมทำให้คนที่พบเห็นดูแคลนได้
หลังจากที่เก็บกวาดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วจางฉุ้ยเหลียนก็สะพายกระเป๋าเตรียมตัวที่จะไปบ้านตระกูลเซี่ยครั้งนี้เช่าหวาไม่ได้รั้งเธอไว้แต่อย่างใดตรงกันข้ามหล่อนกลับสนับสนุนเธอเสียด้วยซ้ำ “แกไปอยู่ที่บ้านของพวกเขาก็ดี!เพราะถึงอย่างไรสองสามีภรรยาคู่นั้นก็ส่งเงินมาให้แกได้เรียนได้ใช้!”
พูดไปพูดมาก็ยังไม่พ้นเื่เงินเช่าหวาคิดว่าจางฉุ้ยเหลียนคงใช้ชีวิตอยู่ในวิทยาลัยอย่างลำบากเพราะจางฉุ้ยเหลียนไม่มีเงินติดตัวเลยสักหยวนแต่ถึงจะเป็อย่างนั้นหล่อนก็ไม่มีทางที่จะให้เงินจางฉุ้ยเหลียนอย่างแน่นอนแต่หล่อนกลับไม่รู้เลยว่า ความจริงแล้วที่จางฉุ้ยเหลียนกลับมาที่บ้านในครั้งนี้เธอไม่ได้้าจะมาขอเงินแต่เธอกลับมาที่บ้านเพื่อที่จะมาทำความสะอาดบ้านต่างหาก
จางฉุ้ยเหลียนเองก็ไม่ได้อธิบายอะไรออกไปแต่อย่างใดเธอสะพายกระเป๋าและเดินออกไปยังถนนด้านหลังในขณะที่เธอกำลังเดินไปที่ป้ายรอรถประจำทางเธอก็เดินสวนกับผู้หญิงที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาคนหนึ่งเข้าพอดี
เมื่อจางฉุ้ยเหลียนมองพินิจพิจารณาผู้หญิงคนนั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วเธอก็นึกมาขึ้นได้ว่าหล่อนเป็ญาติของอันหลง อันหลงส่งหล่อนให้มาสังเกตการณ์ที่บ้านของเธออย่างนั้นหรือ? ในใจของจางฉุ้ยเหลียนตอนนี้เต้นดังตึกตัก ๆ เธอคิดว่าเธอควรจะเดินตามผู้หญิงคนนั้นไปเพื่อดูว่าหล่อนจะทำอย่างไรต่อไป
ผู้หญิงคนนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าจางฉุ้ยเหลียนเดินตามหล่อนมาอีกทั้งหล่อนก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างด้วย หล่อนได้รับการไหว้วานจากญาติของหล่อนให้มาสังเกตการณ์ดูบ้านของเด็กสาวคนหนึ่ง ครั้งนี้หล่อนจึงได้มาที่นี่
จางฉุ้ยเหลียนแอบเดินตามหลังของผู้หญิงคนนั้นไปอย่างเงียบๆ เมื่อเห็นว่าหล่อนกำลังเดินตรงไปยังบ้านของคุณน้าเฉิน เธอจึงรู้สึกโล่งใจที่แท้คุณน้าเฉินก็เป็แม่สื่อเื่การแต่งงานของเธอกับกู้จื้อเฉิงเมื่อชาติที่แล้วนี่เอง
จางฉุ้ยเหลียนจำไม่ได้ว่าแม่สื่อของเธอนั้นเป็ใครเธอจำได้เพียงแค่ว่าแม่สื่อทั้งสองฝ่ายในตอนนั้นไม่ได้พูดถึงอาการาเ็ที่ขาของกู้จื้อเฉิงเลยแม้แต่น้อยและหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้แต่งงานกับกู้จื้อเฉิงแบบสายฟ้าแลบและด้วยความที่เธอนั้นยังเด็ก อีกทั้งยังมีนิสัยทีขี้อายเธอจึงจำเหตุการณ์ทั้งหมดในงานวันนั้นไม่ได้เลยแม้แต่ผู้าุโที่ส่งตัวเธอเข้าหอเธอเองก็ยังจำไม่ได้ว่าเป็ใคร
จางฉุ้ยเหลียนแอบมองดูเหตุกาณ์อยู่เงียบ ๆที่มุมหนึ่ง หลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้าไปในบ้านของคุณน้าเฉินได้ไม่นานเธอก็เห็นคุณน้าเฉินเดินออกมาส่งผู้หญิงคนนั้นที่หน้าบ้านด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงรู้สึกโล่งใจเพราะเธอรู้ว่าคุณน้าเฉินต้องพูดเื่ของเธอให้ญาติของตระกูลกู้ฟังในทางที่ดีอย่างแน่นอนเธอจึงหันหลังและเดินกลับออกไป
จางฉุ้ยเหลียนรู้ว่าคุณน้าเฉินชอบเธอเพราะไม่อย่างนั้นหล่อนก็คงจะไม่แนะนำเธอให้กับญาติของหล่อนหรอกเมื่อจางฉุ้ยเหลียนรู้ว่าคุณน้าเฉินเป็แม่สื่อให้กับงานแต่งงานของเธอเธอก็วางใจได้แล้ว
เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเอาชนะใจของกู้จื้อเฉิงได้ยังไงหลังจากที่เขากลับไปที่กรมทหารแล้ว เธอหาโอกาสไหนไปเจอเขาได้อีก!
หลังจากที่จางฉุ้ยเหลียนเดินออกไปผู้หญิงคนนั้นที่อันหลงไหว้วานให้มาสังเกตการณ์ที่บ้านของเธอก็เดินออกมาจากบ้านคุณน้าเฉินเช่นกันแต่หล่อนเดินออกมาได้เพียงไม่กี่ก้าวหล่อนก็เดินย้อนกลับที่บ้านคุณน้าเฉินอีกครั้งหล่อนเดินตรงเข้าไปลากแขนของคุณน้าเฉินพร้อมกับพูดออกไปว่า“พี่ของฉันไหว้วานฉันให้มาสังเกตการณ์ที่บ้านของเด็กสาวคนนั้นเพราะฉะนั้นวันนี้ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าแม่ของเด็กสาวคนนั้นเป็คนยังไง”
คุณน้าเฉินก็ได้แต่ทอดถอนหายใจออกมา“ถ้าแม่ของเด็กคนนั้นมีคุณธรรมจริง ๆยังไงก็ไม่มีใครกล้ามาดูถูกลูกสาวของหล่อนได้หรอกเด็กคนนั้นมีทางเดินเป็ของตัวเอง แม่สามีจะเข้าไปแทรกแซงได้อย่างไรฉันก็บอกเธอไปแล้วว่าฉันเองก็อยากจะแนะนำเด็กคนนั้นให้กับลูกชายของพี่สะใภ้ของฉันเหมือนกันแต่น่าเสียดาย ที่เด็กทั้งสองคนไม่มีวาสนาต่อกัน!”
พวกเธอทั้งสองคนพูดไปพลางเดินไปพลางจนกระทั่งเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้านของตระกูลจางเมื่อเห็นลานบ้านที่สะอาดสะอ้าน พวกเธอทั้งสองก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ :“ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า หล่อนเป็คนสะอาดเรียบร้อยมากแค่ไหน!”
เมื่อเห็นลานบ้านที่สะอาดสะอ้านคุณน้าเฉินก็รู้สึกใอยู่ไม่น้อยแต่หล่อนคิดว่าที่บ้านตระกูลจางสะอาดแบบนี้ต้องเป็ฝีมือของจางฉุ้ยเหลียนอย่างแน่นอนหล่อนจึงหัวเราะและพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “จางฉุ้ยเหลียนต้องเป็คนทำความสะอาดบ้านอย่างแน่นอนถ้าเธอไม่เชื่อ เดี๋ยวฉันจะเป็คนถามแม่ของหล่อนให้เอง”
เมื่อพูดจบคุณน้าเฉินก็กระแอมออกมาสองสามทีแล้วะโออกไปเสียงดังว่า “พี่สะใภ้อยู่บ้านรึเปล่า ? ”
เมื่อเช่าหวาเห็นว่ามีคนมาะโเรียกชื่อของตัวเองอยู่หน้าบ้านหล่อนจึงได้ะโตอบกลับออกไปโดยที่หล่อนก็ไม่ได้เดินออกมาจากบ้านแต่อย่างใด “อยู่ๆ เข้ามาสิ!” เมื่อเห็นว่าคนที่มาหาหล่อนเป็คุณน้าเฉิน หล่อนก็คลี่ยิ้มออกมาทันที“ไอ้หยา น้องสะใภ้เฉินนี่เอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่าฉันก็คิดถึงเธออยู่พอดีเลย เราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะเนี่ย!”
คุณน้าเฉินคลี่ยิ้มออกมา แล้วพูดว่า“ฉันก็เหมือนกัน ่นี้เราไม่ได้เจอกันเลย เมื่อกี้ตอนที่เดินเข้ามาฉันเห็นบ้านของเธอสะอาดสะอ้านเชียวจางฉุ้ยเหลียนเป็คนทำความสะอาดหรือว่าเธอเป็คนทำล่ะ ? ”
เช่าหวายิ้มพร้อมกับพูดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจว่า“ฉันน่ะสิที่เป็คนทำ!นังเด็กนั่น ี้เีจะตาย หล่อนจะทำความสะอาดได้ยังไงล่ะ ? ”
คุณอาเฉินถึงกับนิ่งอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดของเช่าหวาจากนั้นเธอก็แสร้งทำเป็ยิ้มแล้วพูดออกไปว่า “เป็อย่างนั้นจริง ๆ หรือ ? แต่ฉุ้ยเหลียนทำงานบ้านได้คล่องแคล่วมากเลยนะแล้วในบรรดาคนในบ้าน หล่อนก็เป็คนที่ขยันที่สุดด้วย!”
เช่าหวาที่ไม่รู้เจตนาที่คุณอาเฉินมาที่บ้านของหล่อนในครั้งนี้หล่อนจึงได้เบะปากและพูดออกไปว่า “หล่อนหน้าเงินจะตาย ถ้าไม่มีใครให้เงินหล่อนก็ไม่ทำหรอก!” แต่แล้วเช่าหวาก็นึกถึงข่าวลือก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ทุกคนต่างก็พูดว่าหล่อนปฏิบัติกับลูกสาวอย่างไม่เป็ธรรมหล่อนจึงได้รีบพูดอธิบายออกไปทันทีว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะหล่อนทำตัวแบบนั้นฉันก็คงจะไม่เกลียดหล่อนแบบนี้หรอก!”
เมื่อพูดจบหล่อนก็พูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามออกไปอีกว่า“เธอว่าการมีลูกแบบหล่อนมันดียังไงล่ะ งานการก็ไม่ทำ แล้วยังชอบเถียงอีก ไอ้หยาไม่พูดแล้วดีกว่า ว่าแต่เธอมาที่นี่มีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ ? ”
เมื่อเช่าหวาเห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมากับคุณน้าเฉินด้วยหล่อนจึงไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก หล่อนเพียงแค่ยิ้มและถามออกไปว่า“ผู้หญิงคนนี้เป็ใครหรือ ? ”
คุณน้าเฉินคลี่ยิ้มแล้วพูดออกมาว่า :“หล่อนเป็ลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง หล่อนมาเยี่ยมฉันที่บ้านน่ะแล้ว่นี้ก็เป็วันหยุดพอดี ฝากบอกฉุ้ยเหลียนด้วยนะว่าถ้าหล่อนอยากทำงานก็มาทำงานที่บ้านของฉันได้เลย!”
เมื่อได้ยินดังนั้นเช่าหวาก็พูดออกไปด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นว่า“หล่อนคงไม่ไปทำงานที่บ้านของเธอหรอก เพราะตอนนี้นิสัยของหล่อนก็เปลี่ยนไปแล้วหล่อนเข้าเรียนที่วิทยาลัยได้ก็คงจะเชิดหน้าชูคอน่าดูหล่อนเพิ่งจะออกจากบ้านไปเมื่อกี้นี้เอง!”
เมื่อเห็นท่าทางและคำพูดของเช่าหวาคุณน้าเฉินก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่ต่อ เธอจึงยิ้มพร้อมกับลุกขึ้น “เข้าใจแล้วแต่ถ้าฉุ้ยเหลียนอยากไปทำงานที่บ้านของฉัน ก็บอกให้เธอมาทำได้เลยนะส่วนที่เธอก็อยู่บ้านสบาย ๆ ไม่ต้องหาเงินต่อไปเถอะ ฉันขอตัวก่อน!”
เมื่อพูดจบคุณน้าเฉินก็พาผู้หญิงคนนั้นออกจากบ้านตระกูลจางในทันทีเช่าหวายังคงนั่งอยู่ที่เดิม ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามันแปลก ๆ ว่าทำไมจู่ ๆคุณน้าเฉินถึงมาหาเธอที่บ้าน อีกทั้งยังพาผู้หญิงคนนั้นมาด้วยแต่แล้วเธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ จึงได้แต่ปรบมือเสียงดัง “ไอ้หยา แย่แล้ว!หล่อนคงไม่ได้พาผู้หญิงคนนั้นมาดูตัวจางฉุ้ยเหลียนหรอกนะ!”
เมื่อนึกถึงเสื้อผ้าที่ดูดีมีราคาของผู้หญิงคนนั้นเธอก็มั่นใจได้ในทันทีเลยว่าผู้หญิงคนนั้นจะต้องเป็คนที่มีฐานะอย่างแน่นอนเมื่อเธอนึกย้อนกลับไปในคำพูดที่เธอพูดออกไปก่อนหน้านี้ เธอก็ได้แต่นั่งเสียใจเพราะเธอได้ทำลายโอกาสดี ๆ นั่นไปแล้ว และเธอก็นึกโกธรคุณน้าเฉินที่พาคนมาดูตัวจางฉุ้ยเหลียนโดยที่ไม่บอกอะไรเธอเลยสักคำ