หอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้

    ตอนที่ 83 เดินเข้าสู่กับดักโดยไม่รู้ตัว

    ตอนที่ 83เดินเข้าสู่กับดักโดยไม่รู้ตัว

    ประตูรถถูกเปิดออกทีละคันผู้รอดชีวิตประมาณหนึ่งร้อยคนกระโดดลงมาจากรถเหล่านั้นอย่างระมัดระวังบางคนถือปืนพก บางคนถือปืนลูกซองปืนไรเฟิลเก่าที่หาได้ตามเมืองในช่วงวันสิ้นโลกถูกสะพายอยู่บนไหล่ของหลายคน

    ขณะที่บางคนถืออาวุธระยะประชิดอย่างมีดดาบ ขวาน หรือไม้เบสบอลที่ดัดแปลงจนกลายเป็นอาวุธสังหารการแต่งกายของพวกเขาไม่เหมือนกันเลย มีบางคนใส่เสื้อเกราะตำรวจเก่าที่มีรอยกระสุนขณะที่บางคนสวมแจ็กเก็ตหนังยังมีคนใส่เสื้อผ้าธรรมดาที่เสริมแผ่นเหล็กเข้าไปเล็กน้อยส่วนคนอีกไม่น้อยก็แค่พันผ้าหรือสายหนังรอบแขนเพื่อกันการถูกกัดเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้มาจากค่ายเดียวกัน

    พวกนี้คือกองกำลังผู้รอดชีวิตที่ถูกรวบรวมมาจากหลายค่ายตามคำสั่งของลอร์ดแต่ละคนในพันธมิตรผู้แก้แค้นแม้จะมีเพียงร้อยคนที่ปรากฏตัวให้เห็นแต่โฮมรู้ดีว่านี่เป็นเพียงกำลังส่วนหน้าเท่านั้น กองกำลังหลักอีกเก้าร้อยคนกำลังเคลื่อนตัวตามมาอยู่ด้านหลังเพียงแต่ยังไม่เปิดเผยตัว

    ชายร่างสูงคนหนึ่งเปิดประตูรถบรรทุกคันหน้าแล้วก้าวลงมาอย่างช้าๆเขามีผมสีดำสนิท ดวงตาคมกริบเหมือนสัตว์นักล่าร่างกายกำยำสวมเสื้อเกราะโลหะที่มีรอยขีดข่วนเต็มไปหมดที่ไหล่ของเขามีตราสัญลักษณ์รูปกรงเล็บสีแดง

    โฮมจำตรานั้นได้ทันทีสัญลักษณ์ของค่ายกรงเล็บโลหิต ค่ายระดับสอง ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาเขาย่อมมีข้อมูลของค่ายต่างๆ ในเขตดัลลัสชายคนนั้นเดินผ่านกลุ่มผู้รอดชีวิตที่ยืนระวังตัวอยู่ ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าโฮมเขากวาดตามองโฮมและทหารอีกสองคนอย่างรวดเร็ว ราวกับประเมินกำลังของฝ่ายตรงข้าม

    จากนั้นจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

    “ฉันเดรโกเป็นตัวแทนของลอร์ดจากค่ายกรงเล็บโลหิตระดับสองและครั้งนี้ฉันยังมาในฐานะตัวแทนของพันธมิตรผู้แก้แค้นด้วยเรามาที่นี่ตามข้อตกลงเรื่องการแลกเปลี่ยนกับค่ายมิดไนท์”

    โฮมพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะตอบอย่างสุภาพแต่ไม่เสียจังหวะ“ผมโฮมเป็นที่ปรึกษาทหารของค่ายมิดไนท์ลอร์ดไนท์ให้ผมมาจัดการเรื่องการแลกเปลี่ยนครั้งนี้”

    เดรโกกวาดตามองรอบตัวอีกครั้งเขาเห็นรถเพียงไม่กี่คัน และคนเพียงสามคน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ดูเหมือนพวกนายจะมากันน้อยกว่าที่ฉันคิด”

    “เพราะเรามาเพียงเพื่อแจ้งข่าวครับ” โฮมยิ้มบางๆ

    “แจ้งข่าวอะไร” เดรโกหรี่ตาลงทันที

    โฮมหายใจเข้าช้าๆก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

    “จุดนัดพบสำหรับการแลกเปลี่ยนถูกเปลี่ยนแล้วเราไม่สามารถทำการแลกเปลี่ยนที่นี่ได้อีกต่อไป”

    ทันทีที่ได้ยินคำว่าเปลี่ยนจุดนัดพบสีหน้าของเดโกก็แข็งกร้าวขึ้นทันทีความไม่พอใจปรากฏชัดในแววตา เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าวเสียงรองเท้าบูตกระทบพื้นถนนดังชัดในความเงียบ

    “เปลี่ยนงั้นเหรอ” น้ำเสียงของเขาเริ่มกดต่ำลง

    “นี่ไม่ใช่เรื่องที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้พวกนายคิดจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนเลยแบบนี้ได้ยังไง” ด้านหลังเขาผู้รอดชีวิตหลายคนเริ่มขยับตัวอย่างไม่พอใจ บางคนยกปืนขึ้นเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณบรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นทันที เดรโกจ้องโฮมอย่างเย็นชาแล้วพูดต่อ

    “ถ้าจะเปลี่ยนสถานที่ก็ต้องแจ้งล่วงหน้านี่มันเหมือนพวกนายกำลังเล่นตุกติกมากกว่า”

    โฮมยังคงยืนสงบเหมือนไม่ได้รับแรงกดดันใดๆเขาตอบกลับอย่างใจเย็น ราวกับเตรียมคำพูดนี้ไว้แล้ว

    “ช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาพวกเราได้รับข่าวว่ามีข่าวลือเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนครั้งนี้หลุดออกไปมีค่ายอื่นเริ่มเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ลอร์ดไนท์จึงไม่ต้องการเสี่ยงให้เกิดการซุ่มโจมตีระหว่างการทำธุรกรรม” เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

    “ดังนั้นลอร์ดไนท์จึงตัดสินใจย้ายจุดนัดพบทันทีและเพื่อให้การแลกเปลี่ยนดำเนินไปอย่างราบรื่นโต๊ะสิ่งประดิษฐ์รวมถึงอาวุธที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน คันธนูเหล็กดำ T1 จำนวนสองร้อยคันถูกนำไปยังสถานที่ใหม่เรียบร้อยแล้ว” โฮมหยุดเล็กน้อยก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

    “เพื่อแสดงความจริงใจเราเพิ่มลูกศรล่าพยัคฆ์ ระดับ T1 ซึ่งสามารถทะลุเกราะ T1คุณภาพสูงได้ในศรเดียวไปอีกจำนวนหนึ่งด้วย”

    เดโกนิ่งไปชั่วครู่สีหน้าของเขายังคงไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด การเปลี่ยนสถานที่กะทันหันแบบนี้ไม่อยู่ในแผนของพวกเขาเลยตามแผนเดิม พวกเขาต้องการล่อให้ค่ายมิดไนท์นำโต๊ะสิ่งประดิษฐ์ออกมาจากค่ายก่อนจากนั้นจึงจะลงมือยึดมันพร้อมกับสังหารคนที่นำของออกมาแต่ตอนนี้สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

    เดรโกเหลือบมองไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณรถบรรทุกหลายคันยังจอดอยู่บนถนนผู้คนกำลังยืนระวังตัวอยู่ข้างรถและลึกเข้าไปกว่านั้นกองกำลังหลักอีกเก้าร้อยนายที่มาซุ่มอยู่ก่อนแล้ว กำลังรอคำสั่งอยู่ไม่ไกล

    ถ้าเขาถอยกลับไปปรึกษาพวกนั้นตอนนี้มีโอกาสสูงที่ฝ่ายของโฮมจะเริ่มสงสัย และถ้าข่าวรั่วไปถึงค่ายมิดไนท์ การแลกเปลี่ยนครั้งนี้อาจพังทลายทันทียิ่งไปกว่านั้น ถ้าลอร์ดไนท์รู้ตัวและเลือกใช้วิธีสุดโต่งเช่นนำโต๊ะสิ่งประดิษฐ์ไปมอบให้ลอร์ดแกนนอนเพื่อขอเข้าร่วมพันธมิตรราชาทุกอย่างที่พวกเขาวางแผนไว้ก็จะสูญเปล่า

    เดรโกกัดฟันเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าไม่พอใจกับสถานการณ์นี้เลย แต่สุดท้ายเขาก็ไม่มีทางเลือกมากนักถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแข็งกระด้าง

    “จุดนัดพบใหม่มันอยู่ที่ไหน?”

    “ย่านการเงินทางทิศตะวันตกของเขตดัลลัส พื้นที่นั้นมีอาคารสูงจำนวนมากเส้นทางก็ซับซ้อนและมีซอมบีกระจายอยู่พอสมควรแต่ก็เหมาะสำหรับการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องกังวลสายตาของค่ายอื่น” โฮมตอบทันทีราวกับรอคำถามนี้อยู่แล้ว

    เดรโกมองหน้าโฮมอยู่ครู่หนึ่งเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักทุกอย่างในใจ สุดท้ายก็พยักหน้าช้าๆ อย่างจำใจ

    “ดีงั้นนำทางไปได้เลย” โฮมยิ้มเล็กน้อยราวกับพอใจกับคำตอบนั้นเขาหันตัวเดินกลับไปยังรถกระบะของตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูขึ้นไปนั่งทหารมืดอีกสองคนกระโดดขึ้นรถตามทันที

    เครื่องยนต์ถูกสตาร์ตเสียงเครื่องดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของถนนร้าง ด้านหลังพวกเขา เดรโกยกมือส่งสัญญาณเงียบๆผู้รอดชีวิตจำนวนหนึ่งรีบขึ้นรถบรรทุกและรถกระบะของตัวเองอย่างรวดเร็ว

    ไม่นานนักขบวนรถของทั้งสองฝ่ายก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากถนนร้างมุ่งหน้าไปยังย่านการเงินโดยไม่มีใครรู้เลยว่าสถานที่ที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปนั้น กำลังจะกลายเป็นสนามรบของกองทัพหลายพันคนในไม่ช้า

    ...

    ห่างออกไปจากจุดที่โฮมพบกับเดรโกไม่กี่ร้อยเมตรภายในซากอาคารสำนักงานที่พังทลายครึ่งหนึ่งกองกำลังจำนวนมหาศาลกำลังซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเงามืดผู้รอดชีวิตเกือบเก้าร้อยคนกระจายกำลังตามชั้นอาคาร ถนนร้าง และซากรถที่ถูกทิ้งไว้พวกเขาพยายามซ่อนตัวให้แนบเนียนที่สุด บางคนถือปืนไรเฟิล บางคนถือปืนลูกซองเก่าๆที่เก็บมาจากคลังอาวุธสมัยก่อนวันสิ้นโลก ขณะที่บางคนถือขวาน มีดหรือดาบที่ดัดแปลงขึ้นมาเอง

    การแต่งกายของพวกเขาปะปนกันไปหมดทั้งเสื้อเกราะทหารเก่า เสื้อแจ็กเก็ตหนัง เกราะโลหะที่ประกอบขึ้นแบบหยาบๆหรือแม้แต่เสื้อผ้าธรรมดาที่เสริมแผ่นเหล็กเข้าไป นั่นเป็นเพราะกองกำลังนี้ไม่ได้มาจากค่ายเดียวกัน แต่เป็นกองกำลังรวมของพันธมิตรผู้แก้แค้น

     

    ภายในชั้นสองของอาคารที่พังครึ่งหนึ่งชายสามคนกำลังยืนมองออกไปยังถนนด้านนอกผ่านช่องหน้าต่างที่แตก ชายคนแรกเป็นชายร่างสูงผมสั้นสีเทาเข้ม ดวงตาคมเหมือนสัตว์นักล่าเขาคือเร็กซ์ตัวแทนลอร์ดจากค่ายเขี้ยวหมาป่าระดับสอง

    อีกคนหนึ่งยืนอยู่ข้างเขาร่างกายใหญ่โตผิดมนุษย์ สวมเกราะโลหะหนาหนักที่มีรอยบุบหลายแห่งเสียงเหล็กกระทบกันเบาๆ ทุกครั้งที่เขาขยับตัว ชายคนนั้นคือโบรัมตัวแทนลอร์ดจากค่ายกระดูกเหล็กระดับสอง

    ส่วนคนสุดท้ายยืนพิงกำแพงอยู่ในเงามืดร่างของเขาผอมสูง ใบหน้าคมเย็นชา ดวงตาเหมือนคนที่ไม่ค่อยเชื่อใจใครเขาคืออีธานตัวแทนลอร์ดจากค่ายเงาดำระดับสอง

    รวมเดรโกด้วยทั้งสี่คนคือผู้นำการโจมตีที่แท้จริงของกองกำลังพันนายนี้และเป็นค่ายที่สนับสนุนให้เกิดการโจมตีค่ายมิดไนท์ตั้งแต่ต้น

    เร็กซ์กำลังใช้กล้องส่องทางไกลดูไปยังทิศทางของถนนที่เดรโกเดินไปก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย

    “เดรโกส่งสัญญาณมือและกำลังเคลื่อนที่แล้ว” เขาพูดเสียงต่ำ โบรัมหันมองทันที

    “เร็วเกินไปหรือเปล่าพวกมันยังไม่เริ่มแลกเปลี่ยนไม่ใช่เหรอ”

    เร็กซ์ลดกล้องลงแล้วตอบ“ใช่และนั่นแหละที่แปลก”

    อีธานที่ยืนเงียบอยู่ข้างหลังพูดขึ้นช้าๆ

    “เขาไม่ได้กำลังเตรียมแลกเปลี่ยนเขากำลังพาพวกนั้นเดินออกจากจุดนัดพบ”

    โบรัมขมวดคิ้วทันที“หมายความว่าไง”

    เร็กซ์ถอนหายใจเบาๆก่อนจะพูด “ดูเหมือนว่าค่ายมิดไนท์จะเปลี่ยนสถานที่นัดพบ”

    คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงทันทีโบรัมสบถเบาๆ

    “บ้าเอ๊ย!เปลี่ยนตอนนี้เนี่ยนะ” อีธานหรี่ตาลงเล็กน้อย

    “หรือพวกมันเริ่มสงสัยแล้ว” เร็กซ์ส่ายหัวช้าๆ

    “ถ้าสงสัยจริงเดรโกคงลงมือจัดการพวกนั้นทั้งสามคนไปแล้ว แต่นี่เขายังเดินตามพวกนั้นไปแปลว่าเขาตัดสินใจทำตามแผนต่อ”

    โบรัมกำหมัดแน่นจนเกราะโลหะส่งเสียงดังกรอบแกรบ

    “แล้วเราจะเอายังไงถ้าเปลี่ยนสถานที่ เราจะตามไปหรือถอยก่อน”

    อีธานมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเงียบๆก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ “ถ้าถอยตอนนี้ เราจะเสียโอกาสทั้งหมดโต๊ะสิ่งประดิษฐ์ไม่ได้ออกมานอกค่ายบ่อยๆ”

    เร็กซ์พยักหน้าเล็กน้อย“ถูกต้องจุดประสงค์ของเราคือให้พวกมันเอาของออกมาก่อน ตอนนี้มันออกมาแล้วเราแค่ต้องตามไปเอามัน”

    โบรัมยังดูไม่พอใจ“แต่ถ้ามันเป็นกับดักล่ะ”

    อีธานยิ้มมุมปาก“กับดักเหรอนายคิดว่า ค่ายมิดไนท์จะมีกำลังพอจัดกับดักสำหรับกองทัพพันคนของเราได้รึไง”

    คำพูดนั้นทำให้โบรัมเงียบไปครู่หนึ่งเร็กซ์หันกลับไปมองกองกำลังที่ซ่อนตัวอยู่ด้านล่าง ก่อนจะพูดเสียงหนักแน่น

    “พวกเรามากันตั้งเก้าร้อยนายต่อให้มันเป็นกับดักจริง พวกมันก็ไม่มีทางรับมือได้”

    เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ“และอย่าลืมว่าเดรโกยังอยู่ข้างหน้าถ้ามันอันตรายคงไม่เดินตามไป” อีธานพยักหน้าเล็กน้อย

    “งั้นก็ไม่มีเหตุผลให้ลังเลแล้ว” โบรัมหัวเราะหึเบาๆก่อนจะขยับไหล่ที่สวมเกราะหนา

    “ดีเหมือนกันฉันเริ่มเบื่อการซ่อนตัวแล้ว”

    เร็กซ์ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ผู้ใต้บังคับบัญชา

    “สั่งกำลังทั้งหมดเตรียมเคลื่อนที่”

    ทหารที่ซ่อนตัวอยู่ทั่วอาคารเริ่มขยับตัวทันทีเสียงขึ้นลำกล้องปืน เสียงเกราะกระทบกันและเสียงฝีเท้าที่พยายามกดให้เบาที่สุดดังขึ้นทั่วบริเวณเร็กซ์มองไปยังทิศทางที่เดรโกจากไป ก่อนจะพูดเสียงต่ำ

    “ตามไป” โบรัมยิ้มอย่างดุร้ายอีธานดึงมีดสั้นออกมาหมุนเล่นเบาๆ

    และไม่นานนักกองกำลังเก้าร้อยนายของพันธมิตรผู้แก้แค้นก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากที่ซ่อนพากันขึ้นรถบรรทุกและรถยนต์ดัดแปลง มุ่งหน้าไปยังย่านการเงินโดยไม่รู้เลยว่าพวกเขากำลังเดินเข้าสู่สนามรบที่มีคนเตรียมไว้รออยู่แล้ว

    คล้ายกับเรื่องหอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้ ที่คุณอ่าน