ตอนที่4 กายา!
.
.
ปิ้ง!!
จู่ๆก็พลันมีเสียงประหลาดดังขึ้นในตัวของหยุนเฟยชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นอย่างสงสัย ก่อนที่เสียงแปลกประหลาดจะดังขึ้นอย่างไม่หยุดสาย
ปิ้งปิ้ง ปิ้ง!...ปิ้ง!
เสียงแปลกประหลาดดังขึ้นภายในกายของหยุนเฟยกว่า16 หนพร้อมกับพลังกายของหยุนเฟยที่เพิ่มพูนขึ้นมาชายหนุ่มยิ่งขมวดคิ้วแน่นขนัดขึ้นเมื่อจู่ๆร่างกายของมันก็เบาลงมือขวาของมันยื่นไปจับเตียงนอนของมัน ก่อนที่จะ...ยกมันขึ้นมาอย่างสบาย! มันแทบไม่ต้องใช้แรงเลยซักนิดในการยกเตียงขึ้นมา
“นี่มัน! กายา!”
น้ำเสียงสั่นๆถูกเอื้อนเอ่ยมากจากชายหนุ่มที่กำลังใช้เพียงแค่สามนิ้วในการยกเตียงนอนขนาดใหญ่ร่างกายของมันสั่นเทิ้มเล็กน้อย หากแต่หาใช่ความกลัวไม่ มันเป็ความดีใจต่างหาก! กายานั้นคือสิ่งใดตัวมันนั้นรู้ดี
ว่ากันว่าในภพแห่งนี้นั้นมีกายศักดิ์สิทธิ์อยู่7 ชนิด อันได้แก่ กายจตุรธาตุ กายทมิฬ กาย์ กายนรก กายเทพีรักษ์ กายจอมมารและสุดท้ายกายา ซึ่งเป็กายศักดิ์สิทธิ์ที่หาได้ยากที่สุดผู้ที่กายนี้นั้นในประวัติศาสตร์ล้วนไม่เคยพบเจอมาก่อนนอกจากที่มีจารึกเอาไว้เป็กายศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุดที่สืบทอดมาจากองค์เหนือเ้า ผู้ที่เหนือกว่าทั้งปวงในภพแห่งนี้
“เ้าหนุ่มนี่น่าอิจฉาจนน่าตบให้ตายนัก!”
หยุนเฟยกล่าวอย่างหมั่นไส้เล็กๆน้อยหากมันมีกายนี้ในอดีตชาติมันก็คงไม่ต้องใช้เวลากว่า 10 ปีในการล้างแค้นว่าแล้วก็นึกไปถึงคุณสมบัติของกายศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างไม่อยากจะเชื่อ
กายานั้นเป็กายที่สืบทอดมาั้แ่สมัยาจากผู้ที่ถูกตั้งฉายาว่าเทพา ผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของมวลมนุษย์อย่างแท้จริงคุณสมบัติของกายนี้นั้นช่างน่าเกรงขาม หากผู้ใดเลือนระดับปราณขึ้น 1ขั้นมันผู้นั้นจะมีพลังกายเพิ่มพูนขึ้นถึง 2 พันจิน(1 พันกิโลกรัม) ตอนนี้หยุนเฟยอยู่ในระดับปราณก่อตั้งขั้น6 พลังกายของมันจึงเพิ่มพูนขึ้นถึง 1 หมื่น 6 พันจิน!แล้วพลังเช่นนี้จะมิให้น่าเกรงขามได้อย่างไรเมื่อผู้ฝึกตนนั้นจะเน้นไปที่พลังปราณไม่เน้นพลังกายในตอนนี้หยุนเฟยสามารถหักแขนของคนที่มีระดับมากกว่ามันถึง 5 ขั้นได้ง่ายๆด้วยซ้ำ!
“หืม...?”
ยกยิ้มมุมปากอย่างสุขใจได้มันนานสันชาติญาณของหยุนเฟยก็ทำงาน
ตึง!
เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงตามมาด้วยเสียงฝีเท้าก้าวหนักเดินมาอย่างเร่งรวดมันผู้นั้นมิใช่คนอื่นใด มันคือหยุนเสี่ยวนั่นเองเป็เพราะเสียงโอดครวญของหยุนเฟยจึงทำให้มันเร่งกายมายังตำหนักแห่งนี้แต่มันก็ต้องชะงักไปเมื่อได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ท่านพ่อ...”
หยุนเฟยกล่าวขึ้นอย่างไปไม่ถูกเมื่อเห็นคนเป็พ่อร่างกายสั่นเทิ้มไปด้วยน้ำตาเป็น้ำตาของจริง น้ำตาจากความปิติยินดีสุดชีวิต!
ฝึบ!
หยุนเสี่ยวไม่รอช้ารีบโผเข้ากอดลูกชายอย่างเอ็นดูพร้อมกับน้ำตาที่ไหลย้อยลงมาเป็สายน้ำตกดีจริง! ดียิ่งนัก!ว่าแล้วมันก็ผละตัวออกมาจากลูกชายก่อนที่จะลอบสำรวจระดับพลังปราณของลูกชายอีกครั้งครา
“เฟยเอ๋อร์เ้า!...เ้า!”
กล่าวไม่ทันจบความน้ำตาของหยุนเสี่ยวก็ไหลรินออกมาอีกครั้งหากมีใครเห็นคงจักต้องร้องห่มร้องให้ตามด้วยความทราบซึ้งเป็แน่
“ท่านพ่อข้าลมปราณข้าหายพิการแล้ว!”
เด็กหนุ่มกล่าวเสียงใสทำให้ชายชราตรงหน้าเข่าทรุดลงกับพื้นูเาหลายสิบลูกที่เคยก่อตัวบนแผ่นหลังพลันจางหายไปทั้งสิ้นสายธารน้ำไหลหลากจากใบหน้าหล่นลงสู่บนพื้นหินอ่อนอย่างไม่รู้จักหมดหยุนเสี่ยวแหงนขึ้นมองหน้าลูกชายที่เปลี่ยนไปอย่างสุขล้นในใจมือใหญ่ข้างขวายกขึ้นมาลูบเช็ดน้ำตาเบาๆ ก่อนที่ชายชราจะตั้งสติได้
“เ้า! เ้าหายได้อย่างไร? เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เ้าเป็อะไรหรือไม่? เหตุใดเ้าถึง...”
คำถามกว่าหลายสิบประโยคพันคำพลันถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากกร้านของหยุนเสี่ยวหย่างไม่หวาดมิอาจไหวหยุนเฟยเห็นเช่นนั้นก็ลอบถอนหายใจ พลันยกมือขึ้นสองข้างเป็ความในว่าท่านหยุดพูดได้แล้ว ผู้เป็พ่อจึงหยุดชะงักไป
“อะแฮ่ม! เหตุการณ์มันเป็เช่นนี้ท่านพ่อเมื่อวันก่อนมีเซียนองค์หนึ่งาเ็หนัก ขาที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบเข้าช่วย และเมื่อมันฟื้นขึ้นมาเห็นตัวข้ามันเลยถือว่าข้าเป็ผู้มีพระคุณจึงลงมือรักษาเส้นปราณของข้าอย่างที่ท่านเห็น”
คำกล่าวโป้ปดถูกระดมกล่าวออกมาอย่างไหลลื่นเสียจนผู้ฟังไม่อาจหาจุดผิดปกติได้หยุนเสี่ยวที่ได้ฟังเช่นนั้นจึงผงกศีรษะอย่างปลงๆ ลูกชายของมันโชคดียิ่ง! ขึ้นชื่อว่าเซียนย่อมต้องยิ่งใหญ่ และจะยิ่งใหญ่เข้าไปอีกหากเป็เซียนที่สามารถรักษาแม้กระทั้งเส้นลมปราณพิการได้!
“แล้วท่านเซียนผู้นั้นเล่า?”
หยุนเสี่ยวกล่าวพร้อมกับทำสีหน้าตื่นเต้นในแววตาที่หยุนเฟยลอบสังเกตนั้นล้วนแต่มีความรู้สึกขอบคุณอยู่ภายใน แต่ก็ยังไม่พ้นความโลภเช่นกันแต่จะให้ทำเช่นไรเล่าเมื่อความโลภในแววตาของหยุนเสี่ยวนั้นกลับเป็ความ้าที่จะให้ลูกชายได้ดิบได้ดี? ว่าแล้วก็ถอนหายใจ
เซียนผู้นั้นก็อยู่ตรงหน้าท่านนี่ไงเล่า!?
“น่าเสียดายยิ่งเซียนผู้นั้นได้ออกไปตังแต่ครึ่งวันก่อน ไม่ได้ทิ้งกระทั่งชื่อเอาไว้ขอรับ แต่...”
“แต่กระไรรึ!?”
หลังจากที่ได้ฟังประโยคแรกที่ว่าเซียนท่านนั้นจากไปหยุนเสี่ยวก็ทำหน้าหงอยนิดๆแต่เมื่อได้ยินคำว่า แต่... ในประโยคหลังดวงตาของมันก็แวววับขึ้นมา
“ท่านเซียนท่านนั้นฝากข้อความบางอย่างเอาไว้ขอรับ!”
“ข้อความ!? ข้อความอันใดกัน?”
ดวงตาของหยุนเสี่ยวสว่างยิ่งขึ้นเมื่อเซียนผู้นั้นยังไม่ได้ตัดสายใยจากลูกชายในทันที
“เซียนผู้นั้นกล่าวไว้ว่าหากข้าสามารถก้าวขึ้นไปสู่ระดับจักรพรรดิได้ท่านเซียนผู้นั้นจะรับข้าเป็ข้ารับใช้!”
หยุนเฟยกล่าวพลางลอบขำนี่คือเื่ตลกที่สุดในชีวิตของมัน ระดับจักรพรรดิแต่กลับเป็ได้แค่ข้ารับใช้? ใครเล่าจะเชื่อลงหากแต่ถ้าไม่พูดเช่นนี้หยุนเสี่ยวก็จะตัดจากเซียนผู้นี้ยากยิ่งขึ้นนั่นจึงเป้นเหตุผลที่หยุนเฟยเลือกที่จะกล่าวโป้ปดเสียยิ่งใหญ่
“...!?”
ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆจากหยุนเสี่ยวมีเพียงความนิ่งอึ้งในใบหน้าที่ใครๆก็ดูออกว่ากำลังอยู่ในสภาวะใสุดแรงระดับจักรพรรดิ? เป็ได้แค่ข้ารับใช้? นี่มันคือเื่ตลกอันใดกัน? เช่นนั้นพวกมันทั้งมวลมิใช่แค่เพียงน้ำล้างเท้าหรอกหรือ? ลูกชายของเขาไปพบเจอเซียนจากที่ใดเข้ากันแน่?
“ฮิฮิ! เช่นนั้นข้าขอพักผ่อนนะขอรับท่านพ่อ!”
ไม่ทันให้หยุนเสี่ยวได้ตริตรองมากนักหยุนเฟยก็ได้กล่าวตัดบทความออกไปปล่อยให้หยุนเสี่ยวยืนงงอย่างโง่งมหน้าประตูหนาอยู่พักใหญ่ๆก่อนที่จะเดินกลับไปที่ตำหนักของตนด้วยสภาพไร้ิญญา
“นี่ข้าเป็ได้แค่น้ำล้างเท้าหรอกหรือ?”
.
.
To be continue…