“กรี๊ดดด” เสียงกรีดร้องจากเด็กสาวที่อยู่ในรถม้าดังขึ้นเมื่อผ้าทึบสามชั้นถูกเปิดกว้างออก
ฟางซินมองภาพของสองคนนั้นนิ่งอย่างไร้ความรู้สึก ทั้งๆ ที่ภายในใจเต้นกระหน่ำ ผิดหวัง เสียใจแต่ก็มิอาจแสดงออกมาได้ ฝู่เซี่ยยี่ได้แต่อ้าปากค้างทำสิ่งใดมิถูกมือใหญ่ยังคงกอบกุมเต้าน้อยๆ สองข้าง ชุดเสื้อผ้าสตรีหลุดลุ่ยไปหมดยังดีที่ทั้งคู่ยังไม่ถึงขั้นร่วมรักกันตอนนี้ แต่ถ้านางไม่มาเปิดดูมันก็ไม่แน่ในเมื่อผ้าคาดเอวของฝ่ายชายก็ถูกปลดออกไปแล้ว
“ไม่ใช่อย่างที่เ้าเห็นนะฟางซิน!!” ฝู่เซี่ยยี่ยังคงโป้ปด “เด็กสาวผู้นี้ล่อลวงพี่” รีบจัดชุดเสื่อผ้าตัวเองและผลักกวนมี่หลิวล้มลงข้างๆ
“ล่อลวงพี่งั้นรึ?” มี่หลิวตวาดเสียงดัง “ท่านร่วมรักกับข้ามาแรมเดือนหากข้าพ้นวัยปักปิ่นและมีระดูข้าคงตั้งครรภ์ไปนานแล้วกระมัง!!!”
“หากเ้ามิล่อลวงคิดว่าข้าจะสนใจเ้ารึ?” เซี่ยยี่ยังคงพยายามปัดความรับผิดชอบแม้ว่าหลักฐานนั้นมัดตัวอย่างแ่า
“หยุดเถิดเ้าค่ะคุณชายฝู่” ฟางซินหมดความนับถือต่อบุรุษตรงหน้ามิมีแล้วคำว่า ‘พี่เซี่ยยี่’ ที่นางเคยกล่าว “สองตาของข้ามิได้มืดบอด หูข้าก็มิได้หนวก ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นข้าตู้ฟางซินนั้นรับรู้แล้วทุกอย่าง นับจากนี้ข้าขอประกาศว่าห้ามบุคคลใดในสกุลของท่านมาเหยียบย่ำบ้านของข้าอีก ข้ามิยินดีต้อนรับ”
“ไม่..ไม่ๆๆๆ ฟางซิน” ฝู่เซี่ยยี่รีบลนลานลงจากรถม้าพยายามเข้ามาจะจับตัวนางแต่บ่าวชายที่ติดตามมาด้วยรีบมายืนขวางไว้ “เ้าต้องฟังพี่?!” ท่ามกลางสายตาผู้คนละแวกนั้นที่ได้ยินเสียงเอะอะก็พากันมายืนแอบดู “นางเป็เพียงที่ระบายความใคร่ของบุรุษหาใช่สำคัญอันใดไม่ ในวันข้างหน้าหากเ้ามิพอใจพี่จะมิยุ่งเกี่ยวกับนางอีก พี่รักเ้า!!”
“หน้าหนาหน้าทนเสียจริงคุณชายฝู่!!! ทำเื่น่าละอายกับเด็กสาวที่ยังมิพ้นวัยปักปิ่นเช่นนี้แถมยังกล่าวหาว่านางเป็เพียงที่ระบายความใคร่ แล้วยังกล้ามาเอ่ยคำรักกับพี่ใหญ่เช่นนั้นรึ บุรุษน่ารังเกียจ!!” ฟางอินที่ทนไม่ไหว ด่าทอฝู่เซี่ยยี่อย่างไม่ไว้หน้า
“เ้าเป็ผู้ใดถึงได้กล้ามาด่าทอข้า!!! ..มิรู้รึว่าข้าอายุมากกว่าเ้าตั้งเท่าใด?” ฝู่เซี่ยยี่หันกลับไปตวาดฟางอิน
“นางเป็น้องสาวของข้า ‘ตู้ฟางอิน’ ท่านคงมิเคยเห็นนาง ก็อย่างที่นางบอกท่านช่างหน้าทนเสียจริงแทนที่ท่านจะกล่าวว่ายอมรับนางไปเป็ฮูหยิน ไปเป็อนุ กลับมาบอกคำรักข้าช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก”
“แต่เ้าควรคิดบ้างว่าเื่ระบายความใคร่เป็เื่สามัญของบุรุษเ้ามิควรตัดเยื่อใยจากพี่เช่นนี้”
“เื่สามัญของบุรุษ ต้องกระทำกับสตรีที่มิพ้นวัยปักปิ่นเช่นนั้นรึ?” ฟางซินส่ายหน้าไปมา “นี่มันเป็การกระทำของบุรุษที่ผิดปกติเช่นท่านน่ะสิ..ข้ามิอาจยอมรับได้เชิญท่านไปรับผิดชอบต่อนางเถิด เื่ราวนับจากวันนี้ข้ามิมีส่วนเกี่ยวข้องอีก..ขอลา" ฟางซินจับมือฟางอินเดินไปขึ้นรถม้าของนางตามด้วยสาวใช้อีกสองคนปล่อยทิ้งฝู่เซี่ยยี่ กวนมี่หลิวและป้ากวนไว้เื้ั แล้วรถม้าสกุลตู้ก็เคลื่อนตัวจากไป
เพี้ยะ!!! เพี้ยะ!!! เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าสุดแรงดังขึ้น
“อย่านะเ้าคะคุณชาย!!” ป้ากวนวิ่งไปประคองบุตรสาวของตนที่ถูกชายหนุ่มสะบัดตบหน้าจนล้มลงกับพื้น
“มันเป็เพราะเ้านังตัวขัดขวางความก้าวหน้า!!! เพราะเ้า!!” เดินไปจะยกเท้าขึ้นถีบอีกครั้งแต่ก็ถูกชาวบ้านห้ามไว้
“อย่านะเ้าคะ หากท่านยังมิยอมหยุดข้าจะไปฟ้องร้องแก่ผู้ตรวจการ” ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ เริ่มเดินเข้ามาล้อมรอบมากกว่าสิบคน ฝู่เซี่ยยี่จึงหยุดการกระทำที่ชั่วช้า
“หากข้างอนง้อฟางซินไม่ได้!! เ้าตายแน่มี่หลิว” กล่าวอาฆาตแล้วเดินขึ้นรถมาจากไป
คล้อยหลังรถม้าสกุลฝู่
“ข้าจะไปแจ้งเื่ไว้กับผู้ตรวจการ มิเช่นนั้นหากเกิดสิ่งใดขึ้นกับมี่หลิวข้าจะทำเช่นใด” ป้ากวนมองบุตรสาวที่นางกอดไว้อย่างสงสาร มี่หลิวนั่งร้องไห้มิว่ากล่าวอันใด แต่เื่ที่บุรุษผู้นั้นล่อลวงนางเป็เื่จริง หาใช่นางเป็ผู้ไปล่อลวงเขา หากมารดานางจะไปแจ้งเื่แก่ผู้ตรวจการ นางก็จะขอไปด้วยเพราะหลังจากวันนี้นางก็มิอาจรู้ได้ว่าฝู่เซี่ยยี่จะทำอย่างไรกับนาง
“ข้าจะไปกับท่านด้วยท่านแม่” มี่หลิวบอกมารดาด้วยสายตาจริงจัง “เผื่อการณ์ข้างหน้าเกิดสิ่งใดขึ้นกับข้าผู้คนทั้งเมืองหลวงจะได้รู้ไว้ว่าเป็เพราะเขา” มี่หลิวหยิบถุงเงินใบใหญ่ส่งให้มารดา “เบี้ยนี่ท่านเก็บไว้เถิด” สองแม่ลูกนั่งกอดกันจนรถม้าที่คนข้างบ้านอาสาจะไปส่งยังป้อมผู้ตรวจการมาถึง
“มาเถิด ขึ้นรถข้าจะไปส่ง” ลุงเช่า ท่านลุงข้างบ้างเอ่ยเรียกสองแม่ลูกและพาพวกนางไปแจ้งเหตุยังป้อมตรวจการ
-----±++++-------+++++++------
บ้านสกุลตู้
“เ้าว่าอย่างไรนะ คุณชายฝู่น่ะรึเป็บุรุษวิปริตร่วมรักกับเด็ก?” ตู้ชงไห่เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ จากข่าวที่รับรู้มาคุณชายฝู่เป็บุรุษที่ใฝ่การศึกษามิใช่รึ?
“เ้าค่ะ ท่านพ่อเื่นี้ลูกเห็นด้วยตาตนเองจนกระจ่างแก่ใจแล้ว ยามนี้ลูกได้ขอตัดขาดจากสกุลฝู่มิขอพบเจอพูดคุยและมิต้อนรับพวกเขาเข้ามาในบ้านอีก” ฟางซินบอก
“แน่ใจแล้วใช่หรือไม่?” ตู้ชงไห่ถามบุตรสาวด้วยความเห็นใจ เขารับรู้มาบ้างว่านางก็มีใจเอนเอียงไปทางฝู่เซี่ยยี่อยู่มากให้หักใจง่ายๆ คงยาก แต่จะให้มานั่งพูดคุยพบปะเช่นเดิมเขาผู้เป็บิดาย่อมมิยินยอมถึงแม้เขาจะมีฮูหยินหลายคนแต่เขาก็มิใช่บุรุษที่นิยมร่วมรักกับเด็ก สกุลฝู่หยามหน้าเขาถึงเพียงนี้
“ลูกแน่ใจเ้าค่ะ..นับจากนี้จะมิขอพบเจอพวกเขาอีก”
“ข้าได้ยินมาว่าคุณชายฝู่คิดจะมาหลอกลวงพี่ใหญ่พร้อมกับ้ากิจการร้านค้าของเราด้วยนะเ้าคะท่านพ่อ..บุรุษน่ารังเกียจ” ฟางอินรีบฟ้องบิดาในสิ่งที่นางได้ยิน
“คิดจะมาเหมารวมเอากิจการของข้ารึ?” ตู้ชงไห่หน้าตาบิดเบี้ยว “กล้าดีนักนะ..ถึงข้าเป็เพียงสกุลพ่อค้าแต่ก็เป็ถึงพ่อค้าอันดับหนึ่งของเมืองหลวงที่ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งให้ มันคงคิดว่าข้าโง่เขลามาก..ก็ดีๆ” หันหน้าไปทางพ่อบ้าน “พ่อบ้านมู่”
“ขอรับนายท่าน” พ่อบ้านมู่รับคำ
“ไปเรียกไจ่ซื่อมาหาข้า” ตู้ชงไห่เรียกหาบ่าวชายที่เป็วรยุทธและเป็ผู้คุมกองคาราวานสินค้าของสกุลตู้ ลักษณะท่าทางคล้ายนักเลงรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้ามีรอยบากเป็ทางแต่เดิมเคยเป็โจรป่ามาก่อน ยามนั้นภรรยาของไจ่ซื่อตั้งครรภ์ แต่ในป่าหาได้มีอุปกรณ์ในการคลอดบุตร มิมีหมอหญิงไจ่ซื่อรู้สึกกระวนกระวายร้อนรนทำสิ่งใดไม่ถูก จนพบขบวนสินค้าของตู้ชงไห่ที่ผ่านทางมาพอดี ประกอบกับมีฮูหยินเอกร่วมเดินทางมาด้วย
ในคืนนั้นผู้ที่ทำหน้าที่คลอดบุตรให้ภรรยาของเขาคือฮูหยินใหญ่และสาวใช้อีกสองคน นับจากนั้นเป็ต้นมาครอบครัวของไจ่ซื่อก็ติดตามจงรักษ์ภักดีต่อตู้ชงไห่และฮูหยินเอกมาโดยตลอด ภรรยาของไจ่ซื่อยามนี้เป็สาวใช้ข้างกายของฮูหยินมีความสุขสบายดีทุกอย่าง ตู้ชงไห่สั่งให้ไจ่ซื่อคอยสอนบ่าวชายในบ้านให้เป็วรยุทธเพื่อคอยปกป้องคุ้มครองทุกคนในบ้านและคอยคุ้มครองกองคาราวานสินค้า มีบ้างที่ต้องออกไปจัดการคนที่คอยขัดขวางการทำกิจการ การค้าของตู้ชงไห่แต่ไจ่ซื่อก็หาได้หวาดกลัวไม่และเขายังทำหน้าที่ได้เป็อย่างดี
ห้องทำงานของตู้ชงไห่ ก่อกๆๆๆ ก่อกๆๆ
“นายท่านขอรับ ข้าไจ่ซื่อ”
“เข้ามาเลย” ตู้ชงไห่นั่งจิบชารออย่างสบายใจจนไจ่ซื่อเดินเข้ามา “ไปตามดูฝู่เซี่ยยี่ว่ามันจะทำอะไรต่อไป หากมันยังกล้ามาตามดูฟางซินเ้าก็ลากคอมันไปจัดการเสียอย่าให้ถึงตาย..จะใช้คนเท่าไหร่ก็เอาไป”
“ขอรับ” ไจ่ซื่อรับคำแล้วขอตัวออกไป