สายลมหนาวพัดลอดเข้ามายังโพรงถ้ำ เสียงหอบหายใจของเหวินหลงก้องสะท้อนในความเงียบ เขาพิงผนังหินแข็งที่เย็นเยียบ เืสีคล้ำยังคงไหลรินจากาแหลายแห่งทั่วร่างหลังศึกก่อนหน้านี้ แม้ร่างกายแทบไม่หลงเหลือเรี่ยวแรง แต่แววตาของเขากลับยังไม่ยอมมอดดับ
“เ็ปเช่นนี้…แต่ข้ายังไม่ตาย”
ริมฝีปากซีดเผือดเอ่ยเสียงแหบพร่า ความดื้อรั้นแฝงในน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ทันใดนั้น ความมืดรอบตัวเริ่มสั่นไหว เงาของเหวินหลงที่ทอดยาวบนพื้นกลับบิดเบี้ยวอย่างผิดธรรมชาติ เสียงกระซิบก้องกังวานขึ้นภายในศีรษะ—ไม่ใช่เสียงภายนอก หากแต่เป็เสียงจากในเงาเอง
“เืของเ้า…คือประตู เงาของเ้า…คือเส้นทาง”
หัวใจเขาเต้นแรง เหวินหลงรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ไหลเวียนในเส้นเื คล้ายกำลังจะฉีกทำลายข้อจำกัดของร่างกาย เขากำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าฝ่ามือ เืหยดลงบนพื้น และเงาก็แผ่ขยายราวกับมีชีวิต
จากเงาที่บิดเบี้ยว ค่อย ๆ ก่อร่างเป็แขนสีดำสนิทยื่นออกมา ลากไล้ไปตามผนังถ้ำ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็เงาร่างคนหนึ่งที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเหวินหลง
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง—“ร่างเงาที่สอง”
มันไม่ใช่เพียงเงาธรรมดา แต่คือภาพสะท้อนที่เคลื่อนไหวตามเจตนาของเขา ราวกับเป็อีกหนึ่งแขนขาที่เกิดขึ้นจากิญญาของตนเอง
ความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วกายเหมือนถูกเหล็กแหลมแทงทะลุเส้นเืทุกเส้น แต่ั์ตาของเหวินหลงกลับสว่างวาบ เขาเข้าใจทันที…นี่คือพลังใหม่ที่เขาต้องแลกด้วยเืและิญญา
“ถ้านี่คือคำสาป…ข้าจะใช้มันเป็อาวุธ”
ไม่ทันได้ขบคิด เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังมาจากปากถ้ำ เงาของบุรุษหลายคนทอดยาวบนผนังหินก่อนที่ร่างจริงจะก้าวเข้ามา พวกเขาสวมชุดเกราะิญญาสีเงิน อักขระเต๋าสว่างไสวบนแผ่นอก
ชายผู้ถือดาบยาวก้าวออกมาเป็ผู้นำ ั์ตาแข็งกร้าว “เ้าคือปีศาจเงาที่ถูกลือไปทั่วสินะ…เหวินหลง”
อีกคนหัวเราะเย้ยหยัน “ถูก์ประทับตราว่าเป็ภัยต่อสมดุล เ้าคิดว่าจะหนีพ้นหรือ?”
“ปีศาจเช่นเ้า…ต้องถูกกำจัด”
เหวินหลงไม่ตอบ เขายืนขึ้นอย่างช้า ๆ ร่างกายสั่นเทาเพราะความเจ็บ แต่แววตากลับแน่วแน่ เงาที่สองเื้ัเคลื่อนไหวซ้อนกับเขา พลังเย็นะเืแผ่กระจายไปทั่วถ้ำ
“ถ้าอยากลองล่า…ข้าก็จะเป็ผู้ล่าพวกเ้าเสียเอง”
สิ้นเสียง เงาสาดออกจากพื้นราวกับคลื่นมืด แขนเงาพุ่งเข้ากระแทกใส่ชายชุดเกราะคนหนึ่งจนปลิวกระแทกผนังหิน เืทะลักจากปากทันที
“อะไร! พลังนี่…ไม่อยู่ในลำดับเต๋าใดเลย!” หนึ่งในนั้นร้องลั่น
ดาบิญญาฟาดฟันลงมา เงาของเหวินหลงกลับยกแขนขึ้นรับ ดาบปะทะกับเงาเกิดเสียงก้องสะท้าน แรงปะทะทำให้ถ้ำสั่นะเืหินร่วงหล่น แต่เงากลับไม่แตกหักง่ายดาย หากยังผลักดันกลับไปจนศัตรูถอยหลัง
เหวินหลงอาศัยจังหวะนั้น พุ่งเข้าซัดหมัดใส่หน้าอกอีกฝ่าย แม้กำลังร่างกายของเขาอ่อนแรง แต่เงาที่สองเสริมแรงเข้าไปทำให้ศัตรูกระเด็นออกไปไกล เืกระอักไม่หยุด
อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่เงาตอบสนอง ความเ็ปภายในเหวินหลงกลับรุนแรงขึ้น ร่างกายสั่นสะท้านเหมือนจะฉีกขาดจากภายใน
“พลังนี้…แลกด้วยเืและิญญาจริง ๆ”
เขากัดฟันทน เืซึมจากขอบตา แต่ยิ่งเ็ป เงากลับยิ่งแข็งแกร่ง เงาคล้ายสัตว์ร้ายตวัดกรงเล็บกรีดอากาศ ฟันทะลุเกราะิญญาศัตรูอีกคนจนแตกกระจาย
เสียงกรีดร้องดังสะท้อนในถ้ำ เืสาดกระเซ็น ผู้เหลืออยู่รีบถอยออกไปตั้งหลัก
หัวหน้ากัดฟันแน่น “ทุกคนรวมพลัง อย่าให้ปีศาจนี่รอดไปได้!”
พลังเต๋า์แผ่ซ่าน ดาบและหอกล้วนเปล่งแสงพร่างพราย เฉกเช่นสายฟ้าและเปลวเพลิงผสานกัน
เหวินหลงหอบหายใจ เืไหลจากมุมปาก เงาที่สองเื้ัสั่นไหวรุนแรง ก่อนแปรเปลี่ยนเป็เกราะเงาหุ้มร่างกายเขาไว้
“มาเถอะ…ถ้าพวกเ้าจะล่า งั้นข้าจะล่าพวกเ้าแทน”
คลื่นปะทะระลอกใหม่ะเิขึ้นภายในถ้ำ แสงเต๋าปะทะความมืด เสียงฟาดฟันกึกก้อง หินถล่มลงจากเพดาน
หลังการต่อสู้ยืดเยื้อ เหวินหลงใช้เงาที่สองบังคับให้แขนเงาแทงทะลุอกหัวหน้าศัตรู เืสาดกระเซ็น ร่างนั้นล้มลงไร้ลมหายใจ
เหลือเพียงสองคนที่รอด พวกเขาตกตะลึงสุดขีด มองภาพตรงหน้าราวกับเห็นปีศาจจากห้วงลึก ก่อนจะรีบหนีหายไปในความมืด ไม่กล้าหันกลับมาอีก
ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง เงาที่สองสลายหายไป เหวินหลงทรุดตัวลงกับพื้น เืทะลักออกจากปากอย่างหนัก ความเย็นจากพลังมืดกัดกินไปถึงไขกระดูก
“เงานี้…คืออาวุธของข้า แต่ก็เป็โซ่ตรวนเช่นกัน…”
เขาหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่ร่างสั่นสะท้าน สายตายังเปล่งประกายดื้อรั้นไม่ยอมแพ้
“ตราบใดที่ยังมีชีวิต ข้าจะฝึกฝนเงานี้ให้กลายเป็พลังที่แม้แต่์ก็ไม่อาจหยั่งถึง”