หลังจากที่จินเออร์คิดเแผนการได้ จึงบอกกล่าวให้จินหลงและคนตระกูลซูรับรู้ถึงแผนการและรอคอยวันที่คนบ้านเจียกลับมาอีกครั้ง ถึงจะเริ่มแผนการได้ แล้วไม่นานนัก เพียงสองวันให้หลังคนตระกูลเจียก็กลับมาจริง ๆ
“เปิด ๆ ข้าเห็นนะว่ามีคนอยู่ในบ้านออกมาเดี๋ยวนี้” ปัง ปัง ปัง เสียทุบประตูที่ดังมากกว่าครั้งก่อนดังขึ้น เพื่อบ่งบอกให้คนในบ้านทั้งหมดและรอบข้างได้รับรุ้ว่ามีคนมาหาบ้านเป่ย
“มาแล้วสินะ หึหึ” จินเออร์ที่รับรู้ได้จึงออกไปเปิดประตู
“คาระวะท่านปู่ท่านย่าเจ้าคะ มีธุระอันใดหรือไม่” จินเออร์ที่แสร้งใส่ชุดเสื้อผ้าที่อยู่ในระดับกลางๆ เอ่ยออกมา ด้วยสีหน้าอมทุกข์
“เจ้าเป็นใคร ไปตามคนบ้านซานหลงมาเดี๋ยวนี้” เมื่อคนบ้านเจียได้ยินเสียงเด็กสาวจึงเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อพบว่าตนเองไม่ได้รู้จักจึงเอ่ยออกไป
“ข้าจินเออร์เองเจ้าค่ะ” จินเออร์แนะนำตนเองต่อคนบ้านเจียอีกครั้ง
“ห๊าา ทำไมเจ้าถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้กัน” คนบ้านเจีย เมื่อทราบว่าคนตรงหน้าคือจินเออร์ก็อุทานออกมาด้วยยความตกใจ และแสดงสีหน้า งุนงงออกมา
“ไม่เห็นจะแปลกนะเจ้าค่ะ นี้ก็หลายเดือนผ่านมาแล้ว แถมตอนนี้ข้ายังอยู่ดีกินดี ร่างกายข้าก็เลยเปลี่ยนแปลงไปในด้านดีๆ มากขึ้น” จินเออร์เอ่ยตอบคำถามด้วยสีหน้าเศร้าแต่ก็แอบยิ้มมุมปากออกมาเบาๆ เพื่อกระตุ้นความโมโหของคนบ้านเจีย
“เจ้าๆ เจ้าจะพูดว่าอยู่บ้านข้า มันไม่มีดีเช่นนั้นหรือ นังเด็กสารเลว” การที่คนที่นี้ไม่มีความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของคนที่มีพลังปราณ นั้นก็เพราะว่าอย่างที่บอกแถบนี้ห่างไกลจากเมืองหลวงพอสมควร อีกทั้งเรื่องของการมีพลังปราณยังมีแค่คนในชนชั้นสูง ที่มีเงินปลุกพลังเสียส่วนมาก ทำให้คนบ้านเจียไม่สงสัยอันใดเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของจินเออร์ อีกทั้งใบหน้าของจินเออร์ยังมีเค้าโครงเดิมอยู่จึงน่าเชื่อถือมากขึ้น
“เปล่านะเจ้าค่ะท่านย่า ข้า ข้า แค่พูดว่ามาอยู่กับท่านตาท่านยายแล้ว ข้าสามารถกินอาหารได้ทุกมื้อจึงทำให้ร่างกายข้าแข็งแรงขึ้นเพียงเท่านั้นเจ้าค่ะ” จินเออร์รีบเอ่ยแก้ตัวพร้อมกับแสดงสีหน้าลำบากใจที่ต้องเอ่ยความจริงออกมาทันที เมื่อเห็นว่าเวลานี้ เริ่มมีชาวบ้านมามุงดูมากขึ้น
“ดี ๆ เช่นนั้นก็แปลว่าพวกเจ้าคงมีเงินสินะ ไป ๆ ไปเรียกพ่อเจ้ามา ข้ามีเรื่องจะคุยด้วย” เจียฮูหยินที่พยายามจะไม่ใส่ใจเรื่องอื่น เพราะต้องการคุยกับซานหลงไวๆ จึงไม่ได้ใส่ใจอันใดต่อไปในคำพูดของจินเออร์
“ท่านพ่อท่านแม่ยังไม่ฟื้นเจ้าค่ะ ตอนนี้มีเพียงข้า มีอันใดท่านปู่ท่านย่าคุยกับข้าได้เลยเจ้าค่ะ” จินเออร์ยังเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเศร้าหมองเช่นเดิม
“เช่นนั้นเราเข้าไปคุยกันด้านในดีหรือไม่ จินเออร์หลานป้า” สะใภ้ใหญ่ที่เห็นว่าชาวบ้านเริ่มเข้ามามุงดูเยอะมากขึ้นจึงกลัวว่าแผนจะแตก รีบชวนจินเออร์เข้าไปในตัวบ้าน เพื่อที่จะได้จัดการอะไรได้ง่ายๆ
“ไม่ดีกว่าเจ้าค่ะ ท่านตาท่านยายสอนไว้ว่า ห้ามคนแปลกหน้าเข้าบ้านเจ้าค่ะ” จินเออร์ที่รู้ทันแผนการของคนตรงหน้าจึงเอ่ยออกมาด้วยท่าทีใสซื่อ
“กรี้ดด นังเด็กอกตัญญู ข้าเป็นป้าเจ้านะ” สะใภ้ใหญ่เจียที่เห็นว่าจินเออร์ตอบกลับมาแบบนี้จึงส่งเสียงโวยวายทันที
“จริงหรือเจ้าค่ะ เรายังเป็นญาติกันจริงๆ หรือ” จินเออร์เมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวว่ายังเป็นป้าหลานกัน เช่นนั้นก็ตรงกับแผนการของนาง ถึงแม้คนที่เอ่ยออกมาจะมิใช่นายท่านเจียหรือเจียฮูหยินก็ตาม
“จริงสิ หลานปู่ มาเถอะ นำปู่และย่าเข้าไปด้านในบ้าน จากนั้นเราค่อยมาคุยกันเถิด”
“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านปู่ เช่นนั้นก็ดีเลยเจ้าค่ะ หลานกำลังต้องการคนช่วยเหลือ ตอนนี้หลานมีเงินเพียง 50 ตำลึงเงิน …” เอ๊ะ ฟังข้าให้จบก่อนไม่ได้หรือท่านย่า
“ไหนๆ เงินหลานอยู่ที่ใด ขอย่าดูหน่อย” ไม่พูดเปล่ารีบเข้ามาค้นตัวจินเออร์ทันที
“นี่เจ้าค่ะ ข้ากำลังจะเอาไปใช้หนี้ที่ยืมค่ายาจากท่านหมอมาเจ้าค่ะ ยังขาดอีก 50 ตำลึงเงิน”
“ห๊าา ข้ายาอันใดกันแพงขนาดนั้น ” พูดตัดหน้าไม่พอ นี่ยังฉกไวยิ่งกว่างูไปอีกกกก
“ท่านปู่ท่านย่าเจ้าค่ะ ข้าขอยืมเงินสัก 50 ตำลึงเงินได้หรือไม่ รวมกับเงินที่ข้ามีอยู่จะได้ใช้หนี้ท่านหมอเจ้าค่ะ อีกทั้งยังสามารถซื้อยา มาให้ท่านพ่อท่านแม่ต่อได้อีก”
“นั้นมันเรื่องของเจ้า เกี่ยวอะไรกับพวกข้า” เจียฮูหยินพูดพลางนับเงินที่ฉกจากจินเออร์ไปพลาง
“ท่านปู่เจ้าค่ะ เช่นนั้นขอเงินคืนข้าด้วยเถิด ข้าจะนำไปคืนท่านหมอเจ้าค่ะ” จินเออร์ยื่นมืออกไป ทำท่าจะขอเงินคืนจากเจียฮูหยิน
“เงินอันใดกัน นี่มันเงินที่พวกเจ้าสมควรให้ผู้ใหญ่เช่นข้า ที่มาเยี่ยมเยือนพวกเจ้า”
“ท่านย่าเจ้าค่ะ ข้าขอเงินคืนเถิดเจ้าค่ะ” จากนั้นจินเออร์จึงเข้าไปยื้อถุงเงินจากมือของเจียฮูหยินเบาๆ ไปมา เพื่อยื้อเวลา ให้คนตระกูลเจียโกรธมากกว่านี้ และสำเร็จ หลังจากนั้น เจียฮูหยิยจึงผลักจินเออร์ออกและทำท่าจะล้มลงเพียงแต่อวี้จงที่ยืนอยู่นั้น รอรับคุณหนูของตนเองอยู่แล้ว จินเออร์จึงไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ
“อกตัญญูแล้วเจ้าข้าเอ๊ย ออกมาดูเร็วๆ นังเด็กอกตัญญูมันจะตีปู่ย่าตนเองแล้วขโมยเงินข้า” เจียฮูหยินรีบตะโกนเรียกชาวบ้านออกมามุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที เพื่อใช้ประโยชน์จากขี้ปากชาวบ้านทำให้จินเออร์ยอมแพ้
“ท่านปู่ท่านย่าเจ้าขา หลานขอร้อง คืนเงินให้หลานเถิด ท่านพ่อท่านแม่หลานไม่สบาย ต้องกรเงินไปใช้หนี้และซื้อยาจากท่านหมอจริงๆ นะเจ้าค่ะ” จินเออร์การละคร พวกท่านเคยดูหรือไม่ หึ หลังจากนั้นจินเออร์จึงเอ่ยไปพลางน้ำตาไหลไปพลาง
ชาวบ้านที่มุงดูจึงเอ่ยออกมาด้วยความสงสารเด็กสาวตรงหน้า ที่ต้องมาอ้อนวอนขอเงินของตนเองคืนจากปู่ย่าแปลกหน้า แต่หลังจากนั้นไม่นาน ชาวบ้านที่มามุงดุต่างเอ่ยออกมาอย่างออกอรรถรส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความอกตัญญูของจินเออร์ เพียงแต่ไม่นานชาวบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือจากบ้านเป่ยมาก่อนหลายๆ คนต่างก็เอ่ยแย้ง
และเล่าให้คนอื่นๆ ฟังว่า แท้จริงแล้วเป่ยซานหลงหาใช้บุตรชายจริงๆ ของคนเหล่านี้ไม่ เพียงแต่พบเจอแล้วจึงนำกลับบ้านมาเลี้ยงเพื่อใช้งานแทนบุตรของตนเอง จนไปถึงเรื่องที่ทำไมซานหลงถึงพาครอบครัวกลับมาที่บ้านเดิมของภรรยา นอกจากนี้ชาวบ้านบางคนยังถึงขั้น วิ่งออกไปตามผู้ใหญ่บ้านมาที่นี้ เพื่อช่วยเหลือเด็กน้อยอย่างจินเออร์
“เกิดอันใดขึ้นหรือจินเออร์”
“คารวะท่านผู้ใหญ่บ้านเจ้าค่ะ”
“อืม แล้วคนพวกนี้คือใครกัน ทำไมมาวุ่นวายที่บ้านของเจ้ากันเล่า”
“อึก อือ ท่านผู้ใหญ่บ้านเจ้าคะ คนเหล่านี้ เดิมคือท่านปู่ท่านย่าของข้าเจ้าค่ะ”
“อืมม เดิม งั้นแปลว่าตอนนี้หาใช่แล้ว ใช่หรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
“อกตัญญูที่สุด พวกข้าเลี้ยงดูเจ้าและพ่อแม่เจ้ามาขนาดนี้ ยังว่าไม่ใช่หรือ”
“อ้าว เรื่องเป็นเช่นไรกันจินเออร์”
“คือ..คือว่า หลังจากนั้นจินเออร์จึงเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ผู้ใหญ่บ้านฟัง ด้วยน้ำเสียงดังฟังชัดที่แม้แต่ชาวบ้านรอบๆ ยังต้องได้ยินออกไป รวมไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้”
“เช่นนั้นเจ้าไปตามอาซานอาหลินมาเถิด จินเออร์จะได้คุยกัน”
“คืออ..ว่า..ท่านพ่อท่านแม่ของข้าป่วยเจ้าค่ะ ตอนนี้ยังนอนอยู่บนเตียงไม่สามารถออกมาได้จริงๆ เจ้าค่ะ”
“อืมม เป็นอันใดมากหรือไม่ ทำไมเจ้าไม่แจ้งข่าวให้ข้ารู้ ข้าจะได้ช่วยเหลือพวกเจ้า”
“ข้าเกรงใจเจ้าค่ะ อีกอย่างตอนนี้เงินก็ใกล้หมดแล้ว ข้าเกรงว่า…”
“มารยา นังเด็กมารยา ป่วยที่ไหนกัน ข้าจะเข้าไปดูสิ”
“อย่านะขอรับ นายท่านเป่ยสั่งห้ามใครเข้าไปรบกวนบุตรสาวและบุตรเขยขอรับ”
“เช่นนั้น เชิญนายท่านเป่ยมาคุยดีหรือไม่จินเออร์”
“ท่านตาและท่านยายไม่อยู่เจ้าค่ะ เข้าเมืองไปตามหาหมอมารักษาท่านพ่อกับท่านแม่เจ้าค่ะ อึก อืออ”
“อืมๆ เช่นนั้น มีใครพอจะเป็นพยานให้นังหนูจินเออร์ได้หรือไม่ เรื่องบิดามารดา”
เมื่อผู้ใหญ่เอ่ยถามออกไปเช่นนี้ ชาวบ้านที่มามุงดูต่างเงียบกริบ พร้อมกับตั้งตารอดู
“ข…ข้า ข้าเจ้าค่ะ ข้าเอง ก้าวออกมา”