เมฆครามรู้สึกขำเล็กน้อยแต่เขายังแสดงสีหน้านิ่งเฉยเป็นปกติเพียงแค่ยิ้มมุมปากเล็กๆเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเฟย์นั้นเป็นคนที่เรียนเก่งอย่างมากแต่เธอก็เกลียดการอ่านหนังสือมากด้วยเช่นกันอย่างไรก็ตามต่อให้เธออ่านหนังสืออย่างฝืนใจแต่เกรดของเธอก็ยังคงอยู่ในอันดับต้นๆของคลาสอยู่ดี
“การสอบในมหาวิทยาลัยยากขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”เมฆครามแกล้งถามต่อ
เฟย์นึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยเธอไม่ได้รังเกียจหรือรู้สึกดูถูกแต่กลับรู้สึกอยากแบ่งปันประสบการณ์ของตนเองดังนั้นเธอจึงเล่าเรื่องการเรียนในมหาวิทยาลัยให้เมฆครามฟังไปๆมาๆก็เล่ากระทั่งเรื่องกิจกรรมต่างๆว่าสนุกสนานอย่างไรและมีอะไรบ้างที่เธอไม่ชอบเมฆครามนั่งฟังเธอเล่าเรื่องทั้งหลายอย่างเพลิดเพลินไม่มีท่าทีรำคาญหรือเบื่อหน่ายเลยสักนิดแม้ว่าเขาจะเคยฟังมาก่อนแล้วก็ตาม
เพราะพูดไปเยอะรู้ตัวอีกทีหญิงสาวก็ดื่มกาแฟของตนเองจนหมดแก้วไปแล้วเธอกระพริบตาช้าๆก่อนจะเอ่ยว่า “คุณนี่เป็นคนที่นิสัยดีจริงๆเลยนะเพื่อนๆมักจะบ่นว่าฉันเป็นคนเล่าเรื่องไม่สนุกแถมยังพูดมากจนบางทีก็น่ารำคาญแต่คุณกลับดูไม่มีท่าทีรำคาญฉันเลยสักนิด”
เมฆครามไม่เคยขัดสิ่งที่เธอเล่าเลยทั้งยังคอยถามกลับเป็นระยะด้วยความสนใจทำให้คนที่ชอบเล่าเรื่องราวอย่างเธอรู้สึกประทับใจมาก
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ “นั่นก็เพราะสิ่งที่คุณเล่ามามันน่าสนใจผมไม่เคยเรียนในมหาวิทยาลัยมันจึงเป็นเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับผมอย่างมาก อีกอย่างปีหน้าน้องสาวของผมก็จะเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้วได้รู้เรื่องพวกนี้เอาไว้ผมจะได้เข้าใจสถานการณ์ของน้องสาวได้ง่ายขึ้น”
“คุณเป็นพี่ชายที่ดีมาก” ระหว่างที่เธอกำลังเล่าเรื่องของตนเองเธอก็ได้ถามเขาบางอย่างและได้รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของอีกฝ่ายเช่นกันเธอประทับใจที่เมฆครามเลี้ยงดูน้องสาวมาด้วยตนเองเขาออกจากการเรียนเพื่อที่จะพยายามหาเงินและส่งน้องสาวเรียนจนเกือบจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วยตัวคนเดียวแม้ว่าเธอจะรู้จักคนหนุ่มที่มีความสามารถมากมายแต่ส่วนใหญ่พวกเขาก็เป็นลูกหลานของตระกูลที่ร่ำรวยและมีพื้นฐานที่ดีจึงได้เปรียบคนอื่นเท่านั้น
นอกจากนี้เธอยังรู้สึกถึงบรรยากาศที่ดูไม่เหมือนคนธรรมดาจากตัวเมฆครามตั้งแต่เด็กเธอได้เรียนรู้ที่จะสังเกตผู้คนจึงสามารถบอกได้เลยว่าความสามารถของเมฆครามไม่ใช่แค่คนที่พอจะดิ้นรนเอาตัวรอดไปวันๆอย่างแน่นอนแต่เขาเป็นคนที่มีความสำเร็จและความภาคภูมิใจเป็นของตนเอง เหนือสิ่งอื่นใดคือการวางตัวของเขานั้นดูสง่างามมากกว่าพวกคุณชายที่มาจากตระกูลร่ำรวยเสียอีกสายตาของเขามองเธอด้วยความชื่นชมและลึกล้ำแต่กลับไม่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเหมือนกับคนอื่นและทำให้เธอรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยกับเขา
พูดคุยกันอยู่อีกพักหนึ่งเฟย์ก็ขอตัวจากไปเพราะเธอต้องไปสะสางธุระที่มหาวิทยาลัยเมฆครามเองก็ต้องกลับไปเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมที่จะถูกจัดขึ้นในเกมเช่นกัน
เมื่อเข้ามาในเกมเมฆครามก็เปิดดูรายชื่ออันดับบอร์ดเมืองไจโรเขายิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่านักรบไร้พ่ายขึ้นมาเป็นอันดับหกด้วยระดับ 33ที่เหลือก็ล้วนแต่เป็นคนของกิลด์สิงโตครองฟ้าที่อยู่ในทีมของเขาไม่ต้องสงสัยเลยว่านักรบไร้พ่ายได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ซื้อไปจากเขาได้คุ้มค่าอย่างแน่นอน
หลังจากเติมน้ำยาต้านทานธาตุเข้าไปในร้านเมฆครามก็ได้ส่งข้อความไปหาทุกคนในทีมวันนี้ฟ้าใสกับเสี่ยวหลินมีเรียนดังนั้นพวกเธอจะกลับมาออนไลน์ช่วงเย็นแต่มังกรคำรามและกระต่ายหมายจันทร์ออนไลน์อยู่แล้วเขาจึงนัดทั้งสองคนมาเจอกันก่อน
“วันนี้พวกเราจะไปเก็บระดับที่ไหนกันต่อดีหรือจะไปที่ดันเจี้ยนถ้ำลาวาอีกครั้ง” มังกรคำรามเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
เมฆครามส่ายหน้า “วันนี้พวกเรายังไม่รีบไปเก็บระดับเพิ่ม พวกนายสองคนไปที่ลานประลองกับฉันวันนี้ฉันจะสอนเทคนิคในการ PK ให้”
“เทคนิคในการ PK?” ทั้งสองคนตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้นความสามารถในการ PK ของเมฆครามนั้นสูงมากอย่างแน่นอนแม้ว่าจะไม่ใช่ผู้เล่นอาชีพเดียวกันแต่การที่มีเขาช่วยชี้แนะย่อมทำให้ทั้งคู่พัฒนาไปได้อย่างก้าวกระโดดตอนนี้ทุกคนในกลุ่มก็ล้วนแต่ผ่านการทดสอบหอคอยแห่งเผ่าพันธุ์ระดับ S ได้แล้วแต่เมฆครามยังกังวลว่าพวกเขาอาจจะผิดพลาดในกิจกรรม PVP หากบังเอิญโชคร้ายเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง
เมฆครามสอนทั้งสองคนจนถึงช่วงบ่ายหลังจากนั้นฟ้าใสกับหลินหลินก็ออนไลน์เข้ามาเมฆครามจึงรู้ว่าพวกเธอกลับบ้านเพราะที่โรงเรียนเป็นคาบชมรมที่ไม่จำเป็นต้องทำอะไรในเมื่อพวกเธอมากันแล้วเมฆครามจึงสอนเทคนิคการ PK ให้กับพวกเธอด้วยเช่นกัน
หลินหลินเป็นนักบวชตามความเข้าใจของทุกคนนักบวชไม่จำเป็นต้องเก่งกาจอะไรมากมายนักแต่เมฆครามย่อมมีมุมมองที่แตกต่างออกไปห้าปีหลังจากสงครามสวรรค์เปิดตัวผู้เล่นที่แข็งแกร่งและโดดเด่นนั้นมีอยู่ทุกสายอาชีพและเผ่าพันธุ์แม้แต่นักบวชเองก็มีการจัดอันดับนักบวชที่แข็งแกร่งที่สุดพวกเขาไม่ใช่แค่มีทักษะการรักษาที่ทรงพลัง การสนับสนุนที่แข็งแกร่งแต่ยังมีพลังต่อสู้ที่ไม่ด้อยไปกว่าอาชีพอื่นๆอีกด้วย
แม้ว่าพวกเขาจะโจมตีไม่รุนแรงและเคลื่อนไหวช้าแต่ความสามารถในการปกป้องตัวเองของนักบวชระดับสูงนั้นแข็งแกร่งมากมีคำกล่าวว่านักบวชที่เก่งกาจจะไม่พ่ายแพ้ให้กับนักฆ่าทั่วไปเว้นเสียแต่ว่านักฆ่าคนนั้นจะเก่งกาจมากพอ
ตอนนี้หลินหลินยังระดับสามสิบห้าทักษะต่างๆที่สำคัญของนักบวชยังขาดไปหลายอย่างทว่าก็มีบางทักษะที่จะช่วยให้เธอเอาตัวรอดได้ยกตัวอย่างเช่นม่านแสงที่ช่วยปกป้องเป้าหมายจากสถานะผิดปกติหนึ่งครั้ง เป็นทักษะที่ทำให้พลิกสถานการณ์ได้ยังมีทักษะกำแพงศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยป้องกันการโจมตีระยะไกลและเวทมนต์ได้สามครั้งแต่ถ้าเป็นการโจมตีของบอสจะกันได้แค่ครั้งเดียวทักษะเหล่านี้ล้วนแต่เป็นลูกเล่นที่สำคัญของนักบวช
สำหรับฟ้าใสที่น่าจะมีประสบการณ์น้อยที่สุดแต่เธอกลับทำได้ดีเป็นอย่างมากไม่ใช่แค่มีพรสวรรค์ในการเล่นเกมแต่ฟ้าใสนั้นเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบและทุ่มเทมากด้วยเช่นกันเพราะแบบนี้เธอถึงทำได้ดีในการเรียนจนได้รับอันดับหนึ่งของชั้นอยู่เสมอ แม้ว่าเธอมักจะแสดงความสดใสและร่าเริงในการเล่นเกมแต่จริงๆแล้วเธอเป็นคนที่จริงจังกับมันมากๆไม่ต่างจากคนอื่น
ดูจากความเข้าใจที่เธอมีต่ออาชีพตนเองเมฆครามก็รู้สึกชื่นชมเธอมากแล้วทักษะต่างๆของอาชีพนักดนตรีนั้นซับซ้อนกว่าอาชีพอื่น ขณะที่จอมเวทใช้ทักษะเพื่อโจมตีแต่นักดนตรีจะเป็นอาชีพที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการโจมตีสนับสนุนและควบคุมคู่ต่อสู้ การทำทุกอย่างพร้อมกันให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีจะต้องรู้จักอ่านสถานการณ์และตัดสินใจที่เด็ดขาดรวดเร็วทั้งยังต้องมีความมั่นใจที่สูงอีกด้วย
สิ่งที่เมฆครามไม่รู้ก็คือเหตุผลที่ฟ้าใสพัฒนาตัวเองมาถึงจุดนี้ก็เพราะเธอมีแบบอย่างที่ดีอย่างตัวเขาอยู่ก่อนที่เขาจะย้อนเวลากลับมาฟ้าใสได้ถอดใจและเลิกเล่นเกมนี้ไปเพราะเธอไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับเกมและยังไม่มีแรงกระตุ้นที่จะเรียนรู้แต่ตอนนี้เธอได้เล่นเกมร่วมกับพี่ชาย ได้เห็นความแข็งแกร่งและโดดเด่นของเขาทำให้เธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผู้เล่นทั่วไปเล่นเกมกันอย่างไรมาตรฐานของฟ้าใสจึงสูงกว่าผู้เล่นทั่วไปหลายเท่า
ในการทดลองต่อสู้ตัวต่อตัวฟ้าใสได้สร้างปัญหาให้กับเมฆครามได้มากกว่าคนอื่นๆเพราะทักษะร่างแยกจิตวิญญาณธรรมชาติของเธอเป็นเหมือนสูตรโกงในการต่อสู้ตัวต่อตัว!เหมือนกับการรุมผู้อื่นด้วยผู้เล่นสองคนร่างหนึ่งจับอีกร่างหนึ่งโจมตี ร่างหนึ่งโจมตีอีกร่างหนึ่งสนับสนุน
น่าเสียดายที่ตอนนี้เมฆครามแข็งแกร่งเป็นอย่างมากพลังโจมตีของนักดนตรีไม่มากพอที่จะเอาชนะเขาได้ในเวลาสั้นๆและเมฆครามก็ไม่ปล่อยให้เธอถ่วงรั้งเขาเอาไว้ได้เป็นเวลานานสุดท้ายเธอจึงพ่ายแพ้ไปโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้
“พลังชีวิตของนายสูงมากจริงๆ” กระต่ายหมายจันทร์มองดูการประลองก่อนจะถอนหายใจทั้งทีมตอนนี้ไม่มีใครสามารถจัดการกับเมฆครามได้สักคน
ชายหนุ่มหัวเราะพลางเปิดดูค่าสถานะของตน
ผู้เล่นเมฆาหวนคืน สังกัด ไม่มี
เผ่าวิญญาณ อาชีพ อัศวิน
ระดับ 36
พลังชีวิต8400 พลังเวทมนต์ 450
พลังโจมตี450-530 พลังโจมตีเวทมนต์ 95-100
พลังป้องกัน380 พลังป้องกันเวทมนต์250
พละกำลัง185
ความคล่องแคล่ว170
สติปัญญา30
โชค 12
พลังป้องกันของเมฆครามสูงมากจนทำให้แม้แต่มังกรคำรามก็ยังต้องถอนหายใจเวลาที่โจมตีใส่เขาทั้งหมดต้องขอบคุณโล่และอุปกรณ์สีเงินระดับสามสิบห้าทุกชิ้นที่อยู่บนตัว ถึงแม้อัศวินเผ่าวิญญาณจะมีพลังป้องกันพื้นฐานด้อยกว่าเผ่ามนุษย์แต่ด้วยอุปกรณ์เหล่านี้จึงไม่มีอัศวินคนไหนในเกมที่แข็งแกร่งเท่าเขาอย่างแน่นอน
ยังมีพลังชีวิตที่เกือบถึงหมื่นหน่วยด้วยพลังป้องกันรวมกับพลังชีวิตแบบนี้ต่อให้ผู้เล่นคนหนึ่งระดมโจมตีใส่เขาอย่างสุดกำลังหนึ่งนาทีเต็มก็ยังไม่แน่ว่าจะฆ่าเขาได้
ในช่วงสี่โมงเย็นในที่สุดระบบก็ได้ประกาศว่า “นักผจญภัยทุกท่านเนื่องจากเกมสงครามสวรรค์ได้เปิดตัวครบสิบวันแล้ว ดังนั้นทางผู้ให้บริการจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะจัดกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่เพื่อให้ผู้เล่นทุกท่านได้ท้าทายความสามารถของตนเอง”
ทันใดนั้นหน้าจอกิจกรรมก็ปรากฏขึ้นด้านหน้าของทุกคนเพื่อให้พวกเขาได้อ่านรายละเอียดของกิจกรรม
เมฆครามไล่อ่านเพียงเพื่อทบทวนให้แน่ใจว่าตนเองไม่ได้ตกหล่นเรื่องสำคัญไปเท่านั้นกิจกรรม PVP ครั้งแรกของเกมได้ถูกจัดโดยแบ่งออกเป็นสองโหมดได้แก่โหมดPVP เดี่ยวและโหมด PVPทีมห้าคน ในการ PVP เดี่ยวเนื่องจากมีผู้เล่นอยู่ในเกมมากกว่าสิบล้านคนดังนั้นในกิจกรรมจึงใช้วิธีการประลองแบบสิบคนและจะมีเฉพาะสองคนสุดท้ายที่เหลือรอดเท่านั้นที่ได้เข้ารอบทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเหลือผู้เข้ารอบเพียง 100 คนแล้วค่อยเข้าสู่รอบประลองแบบตัวต่อตัว
สำหรับการ PVP ทีมห้าคนก็ใช้หลักการคล้ายกันคือให้ทีมห้าทีมเข้าร่วมสนามประลองแล้วคัดทีมที่แพ้ออกเหลือเพียงทีมที่ชนะเท่านั้นวนไปเรื่อยๆจนกว่าจะเหลือแค่แปดทีมสุดท้าย
ทุกคนในทีมหันมามองเมฆครามด้วยความตกตะลึงกระต่ายหมายจันทร์รีบเอ่ย “สหายบอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าจริงๆแล้วนายเป็นผู้ดูแลระบบปลอมตัวมาใช่ไหม?”
เมฆครามหัวเราะ “ผู้ดูแลระบบอะไรกัน”
“ฉันเองก็สงสัยนะ ทำไมพี่เมฆถึงพาพวกเรามาซ้อมการ PKเหมือนรู้ว่ากิจกรรมนี้กำลังจะมา”หลินหลินมองเมฆครามด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“บังเอิญน่ะ ก็แค่คิดว่าอีกสักพักกิลด์ดาบแห่งโลกาและกิลด์สมาพันตะวันจันทราอาจจะมาหาเรื่องพวกเราได้ดังนั้นการฝึกฝีมือเอาไว้ก่อนก็ย่อมดีกว่าไม่ใช่เหรอ”
เมื่อไม่สามารถเค้นความจริงจากชายหนุ่มได้ทุกคนก็ทำได้เพียงยอมแพ้เท่านั้นเมฆครามยิ้มขำก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “จริงสิการประลองเดี่ยวกับกลุ่มนั้นแยกเวลากันดังนั้นพวกเราจะลงทั้งสองแบบ ระหว่างประลองถ้าเจอผู้เล่นคนไหนที่ดูมีแววก็จำชื่อเอาไว้ให้ดีละเผื่อในอนาคตจะลองติดต่อให้มาร่วมทีมกับพวกเราเรายังขาดทีมสองเพื่อที่จะรวมทีมสิบคนสำหรับเข้าดันเจี้ยนอยู่”
“พวกเราจะหาสมาชิกทีมเพิ่มแล้วเหรอ” กระต่ายหมายจันทร์อุทานด้วยความตื่นเต้นแม้ว่าห้าคนตอนนี้จะแข็งแกร่งมากแล้วแต่ในหลายสถานการณ์ก็จำเป็นต้องใช้จำนวนผู้เล่นที่มากขึ้นเพื่อให้ผ่านไปได้ในอนาคตอาจจะมีดันเจี้ยนที่ยากๆปรากฏขึ้นมาอีกถึงตอนนั้นอาศัยแค่ทีมเล็กๆนี้คงจะไม่พอรับมือแล้ว
เมฆครามพยักหน้า “ถูกต้องนอกจากจะหาผู้เล่นมาสร้างทีมย่อยที่สองแล้วฉันยังอยากหาคนที่จะมาเป็นสมาชิกกิลด์ของพวกเราในอนาคตรอให้ได้รับใบอนุญาตก่อตั้งกิลด์มาสักใบหนึ่งพวกเราก็จะสามารถขยับขยายกันได้แล้ว”
คำพูดของเมฆครามทำให้ทุกคนยกเว้นฟ้าใสรู้สึกตื่นเต้นจนเลือดสูบฉีดทันทีถึงตอนนี้ทีมของพวกเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหนแต่การที่จะยืนอยู่บนจุดสูงในเกมได้อย่างไรก็หนีไม่พ้นการมีกิลด์ที่แข็งแกร่งเป็นของตนเองเพราะเกมออนไลน์นั้นเป็นโลกที่ตัดสินกันด้วยจำนวนคนและคุณภาพรวมกัน ที่ผ่านมาไม่มีใครพูดเรื่องนี้เพราะเมฆครามยังไม่เคยพูดถึงมันมาก่อนแต่เมื่อเมฆครามกล่าวว่าเขาจะสร้างกิลด์ทุกคนต่างก็เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อและคาดหวังที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของกิลด์ที่ยิ่งใหญ่ภายใต้การนำของหัวหน้าทีมอย่างช่วยไม่ได้