ผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (รอรีไรท์)

    ตอนที่ 34 พลังของผู้อ่อนแอ

                   โลกที่มืดมิดตรงหน้าคอยๆมีแสงสว่างขึ้นมาไม่นานก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นโลกสีขาวโผลนเช่นเดิมแต่ที่แปลกออกไปคือโลกแห่งนี้มีประตูขนาดใหญ่ที่ห่างออกไปราวสองกิโลเมตร


                ก่อนที่เทพมังกรน้ำแข็งจะส่งเธอมาที่นี่เขาก็ส่งกล่าวคำพูดสั้นๆกระชับได้ใจความ "บททดสอบสุดท้ายนี้ง่ายมากเจ้าเพียงแค่เดินไปจนถึงประตูใหญ่นั่นก็พอ"
               เพียงแค่เดินไปเท่านั้นเหรอจะว่าง่ายก็ไม่จะว่ายากก็ไม่ มันทั้งไม่ง่ายและไม่ยาก ถ้ามันเป็นแค่ทางเดินให้ไปที่จุดหมายมันก็คงไม่เรียกว่าบททดสอบ
               การทดสอบนี้มีแต่ต้องลองเดินเข้าไปดูเท่านั้น ว่าแล้วเทียร่าก็ก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าตรงเข้าหาประตูใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า
    .......
              ยี่สิบเมตร
             สามสิบเมตร
             สี่สิบเมตร
             ห้าสิบเมตร
            ก็ไม่มีวี่แววของอุปสรรคแม้แต่อย่างเดียว ภายในใจของเธอยังคงเชื่อว่ามันต้องไม่ใช่แค่นี้แน่นอน แต่เมื่อเท้าของเธอเหยียบลงบนระยะที่ห้าสิบเอ็ด
              ดาบเล่มสีดำขนาดใหญ่ที่ใหญ่กว่าตัวเธอถึงหนึ่งหมื่นเท่าฟาดลงตรงตำแหน่งของเธอ เทียร่าด้วยความที่ตกตะลึง เทียร่าทำโดยสัณชาตตญาณเธอก็เตรียมถอยหลังกลับไปตั้งหลักที่ด้านหลังเพียงแต่ด้านหลังของเธอมันไม่มีที่ยืนอีกต่อไปแล้วมันกลับกลายเป็นเหวลึกที่ไม่อาจมองเห็นก้นบึ้ง พร้อมด้วยกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นระหว่างระยะสี่สิบเก้าเมตรกับระยะห้าสิบเมตร
              เมื่อเป็นเช่นนั้นเทียร่าใช้ท่าร่างประจำตัวเหยียบอากาศเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วจนกระทั่งผ่านระยะหนึ่งร้อยเมตรออกมา ทว่าก็ราวกับเธอหนีเสือปะจระเข้ดาบเล่มสีดำขนาดใหญ่ก็ฟาดฟันลงมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้มาถึงสามเล่มมันเพิ่มเป็นเท่าตัว! พร้อมกับความเร็วที่พุ่งเข้าฟาดฟันที่เทียร่าเพิ่มมากขึ้น
              เทียร่าคิดจะใช้ท่าร่างเช่นเดิมเพียงแต่ทันใดนั้นเองก็มีเถาวัลย์น้ำแข็งเลื้อยผุดขึ้นมาจากดินพันรัดรอบตัวตัวเธอเอาไว้ตรึงร่างกายของเทียร่าไว้เช่นนั้น
              เทียร่าแสดงสีหน้าตะลึงงันบททดสอบที่เรียกได้ว่าเพียงแค่เธอเดินออกมาจากจุดปลอดภัย ก้าวมาได้ไม่ถึงสองร้อยเมตรก็จะโดนสังหารเสียแล้วถึงว่าไม่เคยมีใครผ่านบททดสอบอย่าว่าแต่ที่นี่เลยแม้แต่บททดสอบที่หนึ่งหากใครไม่มีความอดทนจริงก็จะต้องโดนน้ำแข็งนิรันดร์กลืนกินไปในที่สุด
               เทียร่าตัดสินใจเรียกพลังธาตุมืดออกมาตัดทำลายเถาวัลย์น้ำแข็งจนขาดสะบั้นฝ่ามือของเธอเปี่ยมล้นด้วยพลังธาตุมืดอันเข้มข้นเทียร่าโบกสะบัดคราหนึ่งทำให้ดาบเล่มสีดำขนาดใหญ่ที่กำลังฟาดลงที่ตัวเธอพลันสลายหายไปในทันที แต่ก็โดนผลสะท้อนของดาบเล่มนั้นทำให้เธอกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
                รัศมีพลังความมืดปกคลุมทั่วทั้งร่างกาย ผมสีทองเปร่งประกายกลับกลายเป็นสีดำทมิฬดวงตาสีฟ้าครามที่งดงามแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิต
               "เข้ามาได้เลย"
                เทียร่าปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาจนทำให้สถานที่ทดสอบต้องสั่นไหวด้วยความเข้มข้นของพลังธาตุมืด เธอพุ่งแหวกอากาศมุ่งหน้าสู่ประตูใหญ่ด้วยความเร็วที่แทบทำให้ใครต่อใครต้องปากอ้าตาค้างได้ ดาบเล่มสีดำขนาดใหญ่ที่เพิ่มจำนวนขึ้นเท่าทวีต่างฟาดฟันด้วยความเร็วที่ยิ่งเทียร่าเข้าระยะทุกร้อยเมตรนั้นก็สำแดงพลังราวกับจะกลบฝังเทียร่าทั้งเป็นให้ได้แต่ด้วยพลังธาตุมือที่แข็งแกร่งกอปรด้วยพลังทำลายล้างอย่างสุดโต่งทำให้ดาบเล่มสีดำขนาดใหญ่ไม่อาจกระทำอันตรายใดๆแก่เทียร่าได้
               สามร้อยเมตร
               สี่ร้อยเมตร
              ห้าร้อยเมตร
    แต่เมื่อเหยียบเข้าระยะที่ห้าร้อยเมตรก็มีนักรบโครงกระดูกน้ำแข็งมากมายจนไม่อาจนับจำนวนได้ต่างกรูเข้ามาเพื่อหวังกำจัดผู้เข้าทดสอบเช่นเทียร่า พวกมันต่างถืออาวุธหลากหลายชนิดบ้างก็มีดาบที่พุ่งเข้าประชิดตัวเทียร่า หอกที่คอยทิ่มแทง หรือแม้กระทั้งธนูที่ยิงจากระยะไกล พวกมันราวกับสื่อทางจิตใจกันได้เมื่อเทียร่าโบกสะบัดพลังความมืดทำลายพวกมันไปพวกมันก็จะเข้าแทนที่กันในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้เธอต้องเสียพลังเวทย์ไปมหาศาลก่อนจะฝ่าวงล้อมออกมาโดยใช้เวลาถึงสามชั่วโมงเต็มๆ เทียร่าเร่งโคจรพลังให้มากขึ้นพลังความมืดที่ห่อหุ้มร่างกายก็หนาแน่นยิ่งขึ้น ความเร็วในการเคลื่อนที่ก็เทียบเท่าผู้พิชิตขั้นที่เก้าไปเรียบร้อยแล้ว
             ......
              หนึ่งพันเก้าร้อยห้าสิบเมตร
             หนึ่งพันเก้าร้อยหกสิบเมตร
              หนึ่งพันเก้าร้อยเจ็ดสิบเมตร

               หนึ่งพัรเก้าร้อยแปดสิบเมตร
             หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเมตร

             ………..

             ทันทีที่อีกแค่ไม่กี่สิบเมตรก็จะถึงที่หมายดาบเล่มสีฟ้าขนาดใหญ่ มันใหญ่กว่าด่านระยะแรกที่เข้ามาถึงยี่สิบเท่าพุ่งแหวกอากาศฟาดฟันเข้าหาเทียร่าด้วยพลังของน้ำแข็งที่รุนแรง แรงกดดันของรัศมีดาบกดทับลงบนตัวของเทียร่าทำให้เธอชะงักไปในทันทีดาบที่พุ่งมาด้วยความเร็วตรงดิ่งเข้าใส่ร่างกายของของเธอเต็มแรงจนร่างกายของเธอกระเด็นกระดอนด้วยความเร็วที่มากกว่าตอนมาห้าเท่าทำให้ตัวเธอกระแทกเข้ากับอากาศธาตุจุดที่เข้ามายังขุมนรกแห่งนี้ครั้งแรกนั่นก็คือระยะห้าสิบเมตรแรก ยังดีที่มันมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นเอาไว้ไม่เช่นนั้นเธอก็คงตกลงไปในเหวนั่นแน่นอน
                  เทียร่ากระอักเลือดคำโตออกมาถึงสามคำ สติของเธอเริ่มเลือนรางลงเรื่อยๆดวงตาพร่ามัวของอะไรแทบไม่เห็นแรงที่ฟันเมื่อสักครู่เธอได้ใช้พลังธาตุน้ำที่เป็นธาตุฝึกฝนที่สองเบี่ยงการโจมตีออกไปถึงเก้าส่วนเหลืออีกหนึ่งส่วนที่กระทบเข้ากับตัวเธอ
                   ยังดีที่มันลดไปได้ถึงเก้าสองถ้าหากเพิ่มมาอีกสักส่วนเธอมั่นใจว่าร่างของเธอขาดเป็นสองท่อนอย่างแน่นอน
                 เทียร่าในตอนนี้ได้แต่ปากอ้าตาค้างนี่นะหรือบททดสอบที่แท้จริงเมื่อสักครู่แค่เพียงรัศมีของดาบก็กดทับตัวของเธอจนเคลื่อนไหวไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เธอโชคดีที่ตนเองเกิดมาในเผ่าเอลฟ์ทำให้พลังธาตุทำอะไรเธอไม่ค่อยได้จึงทำให้พอโคจรธาตุน้ำออกมาเบี่ยงการโจมตีได้ทัน
                  "ข้า...ข้ามั่นใจแล้วละท่านเทพมังกรน้ำแข็งว่าทำไมถึงไม่มีใครสามารถผ่านบททดสอบท่านได้เลยก็เพราะไม่มีใครสามารถก้าวข้ามความแข็งแกร่งของท่านในอดีตไปได้แม้แต่คนเดียว"
                 "ทำไมรึเจ้าจะยอมแพ้อย่างนั้นรึ ข้าไม่ว่าอะไรหรอกนะอย่างน้อยเจ้าก็จะได้ถูกบันทึกชื่อเอาไว้ว่าสามารถผ่านการทดสอบมาได้ถึงสองบททดสอบด้วยเวลาและความสามารถที่ทำให้ข้าต้องตกตะลึง….แต่ว่าหากเจ้ายอมแพ้ข้าก็จำเป็นต้องขอใช้สิทธิ์ลบความทรงจำของเข้าเกี่ยวกับบททดสอบสองอย่างก่อนหน้าของเจ้าทิ้งไป เจ้าจะว่าอย่างไร"
                 เมื่อเทพมังกรน้ำแข็งกล่าวออกมาเช่นนั้นมันก็ทำให้เทียร่าหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างไม่เคยมาก่อนในชีวิต "ฮ่า ฮ่า ท่านเข้าใจผิดแล้วละท่านเทพมังกร ข้าไม่ได้จะละทิ้งบททดสอบแต่เพียงแค่ว่าข้าจะบอกกล่าวแก่ท่านให้เข้าใจว่าข้าเข้าใจความลับของบททดสอบนี้แล้วและข้าสามารถก้าวข้ามตัวตนในอดีตของท่านไปได้อย่างแน่นอน"
                  ความเด็ดเดี่ยวที่มีของเทียร่าสั่นครอนไปถึงเทพมังกรน้ำแข็งอย่างรุนแรงอีกครั้ง ไม่สิมันเป็นความมั่นใจว่าสามารถทำมันได้ต่างหาก
                  เทียร่าเอื้อมมือดึงดาบออกมาจากอากาศธาตุ มันคือดาบเล่มสีดำอีกเล่มที่ถ้าไม่มีความจำเป็นเธอจะไม่นำมันออกมาโดยเด็ดขาดมันคือไพ่ตายชิ้นสำคัญที่จะชี้ชะตาของเธอ
                 เทียร่าปลุกรัศมีพลังความมืดปลุกคุมร่างกายอีกครั้งเพียงแต่ในครั้งนี้เต็มไปด้วยธาตุน้ำล้อมรอบร่างกาย เธอพุ่งแหวกอากาศไปด้วยความเร็วที่มากกว่าครั้งก่อนความเร็วที่แม้แต่เทพมังกรน้ำแข็งยังตกใจอาจเรียกได้เหลือเชื่อไปเลย พลังแบบนี้มันเคยเห็นเมื่อครั้งอดีตพลังที่ทำให้เหล่าทวยเทพต้องแตกดับลงไปมันคือพลังแห่งการก้าวข้ามขีดจำกัดที่มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ครอบครองพลังที่ว่านี้ ในใจของมันกล่าวคำว่าเป็นไปไม่ได้ออกมาทำไมทั้งที่เธอเป็นแค่เผ่าเอลฟ์แต่มีพลังแบบนี้ได้ยังไง
                 นั่นอาจเป็นเพราะการที่เธอได้รู้จักกับเควิน ในตอนแรกเธอมองเห็นเขาที่เป็นมนุษย์กระจ้อยร่อยอ่อนแอ่ มีเพียงแค่พ่อ(พ่อบุญธรรม)ของเธอรูเคียสเท่านั้นที่เธอยอมรับจากใจจริงว่าเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่มีพลังเหลือล้น
                              แต่สิ่งที่เควินได้แสดงออกมามันคือพลังที่เรียกว่าการก้าวข้ามขีดจำกัดพลังที่มีเพียงแค่มนุษย์เท่านั้นที่ครอบครองมัน เขายืนท่ามกลางสนามรบที่เต็มไปด้วยปีศาจและมารอสูรที่แข็งแกร่งแต่ว่าเขาไม่เคยแม้แต่จะพลาดพลั้งแม้แต่เพียงครั้งเดียวเมื่อได้ต่อสู้ เขาไม่เคยที่จะหันหลังกลับ ไม่เคยมีแม้แต่ความกลัวภายในจิตใจมีเพียงความทะเยอทะยานที่อยากจะแข็งแกร่งเขาก้าวข้ามขีดจำกัดนับครั้งไม่ถ้วนเอาชนะสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
                 การก้าวเดินของเขาอาจมีแต่ทางที่เต็มไปด้วยการนองเลือดแต่มันก็เป็นหนทางที่เขาเหยียบย่ำไปนั่นคนที่อยู่ข้างหลังเขาก็จะปลอดภัยทุกคน ความแข็งแกร่งที่มีไว้ปกป้องคนที่รักของเขาได้สะท้อนเข้ามาในจิตใจของเทียร่าที่มีแต่ความหมองหม่นมาโดยตลอดในตอนนั้นให้ตื่นขึ้น
                  กลิ่นอายความมืดมนของเธอก็สูญสลายหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นอายฤดูใบ้ไม้ผลิที่เป็นรัศมีพลังดั้งเดิมของเธอแต่ก่อน เพราะเธอคือเอลฟ์และเอลฟ์เป็นที่รักของธรรมชาติเพียงแต่หัวใจของเธอได้รับมาแล้วนั้นนั่นก็คือพลังการก้าวข้ามขีดจำกัดที่เป็นพลังของมนุษย์ที่เป็นเพียงแค่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่ไร้ค่าสำหรับพวกเผ่าพันธุ์สูงส่ง
                 แต่พวกเขาลืมไปแล้วว่าเมื่อสิบล้านปีก่อนใครกันที่ทำลายเหล่าทวยเทพโลภมากพวกนั้น ใครกันที่ทำลายความโสมมของเทพที่มองสิ่งมีชีวิตอื่นด้อยค่ากว่าตนเองที่คิดจะรังแกเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วใครกันที่ลุกขึ้นยืนท่ามกลางเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งผงาดเข้าฟาดฟันสับสังหารเหล่าเทพชั่วร้ายจนสิ้นพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ไป
                      "ข้าจะไม่ยอมแพ้อย่างเด็ดขาดเข้ามาเลยต่อให้กายนี้ต้องแตกสลายไปก็ตาม"เทียร่าพุ่งเข้ามาจนถึงระยะหนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบตำแหน่งในตอนแรกที่เธอได้มาถึง 
                 ดาบเล่มสีฟ้าขนาดใหญ่ฟาดฟันลงมาตำแหน่งเดิมองศาเดิมความเร็วเท่าเดิมถ้าเป็นเหมือนในตอนแรกก็ใช่ที่เธอไม่อาจรับมันซึ่งหน้าได้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เพราะพลังแห่งก้าวข้ามขีดจำกัดของเธอถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาแล้วมันจะไม่เป็นเช่นเดิม
                วิชาดาบรัตติกาลกลืนแสง-กระบวนท่าที่หนึ่ง รัตติกาลผ่าทลาย
                รัศมีความมืดห่อหุ้มตัวดาบจุดเด่นของท่วงท่าของวิชานี้คือการฟาดฟันที่เสริมมาด้วยพลังธาตุมืดอันเข้มข้นซึ่งคล้ายกับวิชาดาบจิตวิณญาณแห่งรุ่งอรุณเพียงแต่วิชานี้จะมีพลังแห่งความมืดที่เป็นสื่อกลางหลักของพลังทำลายล้างที่แท้จริงทำให้อำนาจการฟาดฟันเพิ่มขึ้นมากกว่าวิชาดาบประเภทอื่นถึงห้าเท่า
                  พลังธาตุมืดที่ห่อหุ้มกลายเป็นตัวนำดาบสีดำของเทียร่าเข้าปะทะกับดาบเล่มสีฟ้าขนาดใหญ่ พลังชนิดเดียวกันเข้าปะทะกันก็ทำให้การโจมตีทั้งสองกลายเป็นต้านทานกันไปมา
                "หึ ก็แค่เพียงแค่ภาพมายาที่บททดสอบสร้างขึ้นมาทำไมข้าจะไม่สามารถก้าวข้ามมันไปได้"เทียร่าเปลี่ยนท่าจับดาบใหม่ เธอเร่งกระบวนท่าฟาดฟันเข้าไป
                 วิชาดาบรัตติกาลกลืนแสง-กระบวนท่าที่สอง รัตติกาลหวนคืน
                พลังธาตุมืดระเบิดออกมายิ่งกว่าเดิมแสงสว่างโดยรอบถูกดูดกลืนมาเป็นพลังในการโจมตีให้แก่เทียร่าทำให้เธอสามารถผลักดันดาบเล่มสีฟ้าขนาดใหญ่กลับไปและกวัดแกร่งดาบฟาดฟันจนพังทลายสูญสลายหายไปในเวลาอันรวดเร็ว
                เทียร่าพยุ่งร่างกายที่อ่อนล้าบาดแผลปริแตกไปทั่วร่างกายอันงดงามเสื้อผ้าฉีดขาดบางส่วนจนเผยให้เห็นผิวขาวราวหิมะของเธอออกมาสู่โลกขาวโพลนสติของเธอเริ่มเลือนรางดวงตาพร่ามัวจนมองไม่เห็นจะมีก็เพียงแต่เท้าที่ก้าวเดินอย่างมั่นคง
               หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเจ็ด
               หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบแปด
               หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้า
               ร่างกายของเธอหยุดชะงักด้วยอาการบาดเจ็บร้ายแรงพลังวิณญาณและพลังเวทมนตร์ในร่างกายถูกใช้จนหมดแม้แต่จิตวิณญาณยังถูกสั่นครอนเล็กน้อย
              "ก้าวต่อไปสิ….."
             "ก้าวเดินไป...ขา...ของข้า"
              ในที่สุดเท้าของเธอก็ขยับไปเทียร่ายกเท้าขึ้นมาอย่างยากลำบากราวกับเท้าของเธอมีน้ำหนักมหาศาลราวสิบล้านกิโลกรัม
               เทียร่ากัดฟันไม่ว่าอย่างไรโอกาสมาถึงแล้วเธอต้องทำมันให้ได้ วันที่เป็นของเธอมันได้มาอยู่ตรงหน้าเธอเรียบร้อยแล้ว
              "ก้าวไปซะ….ก้าวข้ามขีดจำกัดพลังของผู้อ่อนแอ!"เท้าของเทียร่าก็ย่ำลงไปนั่นก็คือระยะสองพันเมตรมือที่ขาวราวหิมะพร้อมร่างกายที่อ่อนล้าสัมผัสกับประตูบานใหญ่พอดีกับที่สติของเธอดับวูบลงไป
                        ……….

    คล้ายกับเรื่องผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (รอรีไรท์) ที่คุณอ่าน