ท่ามกลางซากปรักหักพังของชั้นที่ยี่สิบเอ็ด หลงเทียนเฟย (龙天非) ยังคงทอดกายนิ่งอยู่บนพื้นศิลาที่เย็นเยียบ แม้ร่างกายจะเริ่มฟื้นฟูด้วยโอสถและพลังจากสายเลือดมังกร แต่จิตใจของเขากลับหนักอึ้งยิ่งกว่าถูกขุนเขาทับถม
'นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน' เขาครุ่นคิดในใจ 'ข้าแค่ต้องการจะจบการประลองในลำดับที่ไม่มีผู้ใดเหลียวแล เหตุไฉนสวรรค์จึงต้องกลั่นแกล้งข้าด้วยภาระอันหนักหน่วงถึงเพียงนี้'
การติดอยู่ในชั้นที่อันตรายเกินกว่าระดับพลังของตนเอง ไม่ใช่แค่เรื่องท้าทาย แต่มันคือการคุกคามโดยตรงต่อ "สิทธิ ในการพักผ่อน" อันเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของข้า ข้าจะไม่ยอมเสี่ยงอันตรายไปมากกว่านี้โดยเด็ดขาด
เด็กหนุ่มใช้ 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' (无序之眼) กวาดมองไปทั่วบริเวณเพื่อค้นหาสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด ในที่สุดเขาก็พบรอยแยกเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงหินที่พังทลาย มันดูคับแคบและอึดอัด แต่ก็เป็นจุดที่ลับตาคนที่สุด
เมื่อเข้าไปซ่อนตัวในรอยแยกนั้นแล้ว เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
"ระบบ เปิดใช้งานมิติเร่งเวลา"
ทิวทัศน์รอบกายพลันบิดเบี้ยว ความรู้สึกกดดันและกลิ่นอายแห่งความตายของชั้นที่ยี่สิบเอ็ดจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยอากาศอันบริสุทธิ์และพลังปราณที่อุดมสมบูรณ์ของลานหยกขาวอันคุ้นเคย
'เฮ้อ' เขาถอนหายใจยาวเหยียด 'ในที่สุดก็ได้กลับมาสู่สรวงสวรรค์ของข้าเสียที ที่นี่เท่านั้นที่จะทำให้ข้าปลอดภัยและประหยัดแรงได้อย่างแท้จริง'
หลงเทียนเฟย เรียกสหายตัวน้อยออกมาจาก 'กำไลเงามังกรซ่อนกาย' (龙影藏环) ลูกงูเทพส่งเสียงร้องอย่างยินดีเมื่อได้กลับมาสู่สภาพแวดล้อมที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิต มันเลื้อยขึ้นมาคลอเคลียที่ข้างแก้มของเขาอย่างรวดเร็ว หลงเทียนเฟยสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในดวงตาสีรุ้งคู่นั้น มันดูฉายแววเฉลียวฉลาดและมีความเข้าใจมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด การต่อสู้ที่ผ่านมาดูเหมือนจะปลุก "ภูมิปัญญามังกรบรรพกาล" ที่ซ่อนเร้นอยู่ในสายเลือดของมันให้ตื่นขึ้นมาบางส่วน
หลงเทียนเฟยเอนกายลงบนเก้าอี้หยกตัวโปรด ปล่อยให้พลังฟื้นฟูจนกลับมาสมบูรณ์เต็มเปี่ยม ก่อนจะเริ่มภารกิจที่สำคัญที่สุดในตอนนี้...การวิเคราะห์และวางแผน
เขานำม้วนตำรา 'เคล็ดวิชาหลอมรวมธาตุ: วารีและอัสนี' ออกมาพินิจพิจารณา
[ระบบ: กำลังวิเคราะห์: เคล็ดวิชาหลอมรวมธาตุ: วารีและอัสนี]
[ระบบ: คุณสมบัติ: ทักษะขั้นหลอมรวมธาตุที่เชี่ยวชาญการผสานพลังธาตุน้ำและสายฟ้า สามารถนำไปหลอมรวมกับวิชาอื่นเพื่อเพิ่มคุณสมบัติธาตุได้]
'น่าสนใจ' เขาลูบคาง 'แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือสิ่งนี้'
เขาหลับตาลง แล้วจดจ่อไปยังกระแสข้อมูลมหาศาลที่ระบบได้ส่งมอบเข้ามาในห้วงจิตสำนึก... 'ร่องรอยความทรงจำและประสบการณ์การต่อสู้ (ปราณแท้จริง)'
มันมิใช่การเพิ่มระดับพลังโดยตรง แต่เป็นกระแสธารแห่งความเข้าใจอันแปลกประหลาดที่หลั่งไหลเข้าสู่จิตสำนึกของเขา มันคือเศษเสี้ยวของร่องรอยความทรงจำ...คือสัญชาตญาณในการโคจรพลัง...คือวิถีแห่งการต่อสู้ของผู้ฝึกตนระดับปราณแท้จริงที่ถูกผนึกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนเขา
'ยอดเยี่ยม! ข้าไม่ต้องไปเสี่ยงเอาชีวิตเพื่อเรียนรู้สิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย นี่แหละคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด'
เมื่อมีทั้งความรู้และวัตถุดิบพร้อมสรรพ แผนการที่จะขัดเกลาคมเขี้ยวที่ซ่อนไว้เพื่อรับมือกับสถานการณ์จึงเริ่มต้นขึ้น
เขาใช้เวลาอีกหลายสิบวันในมิติเร่งเวลาเพื่อทำความเข้าใจและ "หลอมรวม" กับลมปราณมังกรฟ้าบรรพกาลที่ไหลเวียนในกายให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ร่องรอยความทรงจำที่ได้รับมาช่วยให้เขาเข้าใจกลไกการดูดซับพลังของสายเลือดตนเองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง พลังปราณที่เคยอยู่ในระดับ 8 เริ่มควบแน่นและบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น เขาสัมผัสได้ถึง "คอขวด" ที่ขวางกั้นระหว่างขั้น 8 และขั้น 9 ได้อย่างชัดเจน มันเป็นกำแพงที่มองไม่เห็นซึ่งต้องอาศัยการหยั่งรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านี้จึงจะก้าวข้ามไปได้
ในขณะเดียวกัน ลูกงูเทพซึ่งบัดนี้ดูฉลาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็เริ่มฝึกฝนทักษะของมันเองโดยสัญชาตญาณ มันใช้ 'พุ่งทะยานเงา' ได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น และ 'ลมหายใจไฟแรกเริ่ม' ก็ดูจะควบคุมทิศทางได้ดีกว่าเดิม มันเองก็ได้เลื่อนระดับสู่ สัมผัสปราณขั้นปลาย เช่นกัน
จากนั้น หลงเทียนเฟยจึงหันมาให้ความสนใจกับ 'คัมภีร์ดาบหมื่นสรรพสิ่ง' เขาไม่ได้คิดจะฝึกฝนมันโดยตรง แต่ใช้ความเข้าใจในเคล็ดวิชาหลอมรวมธาตุที่ได้มาใหม่ สังเคราะห์ 'แก่นแท้แห่งวารี' และ 'แก่นแท้แห่งอัสนี' เข้าไปในวิชากระบี่ของเขาอย่างแนบเนียน
บัดนี้ กระบี่พลังปราณที่มองไม่เห็นของเขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างพลิ้วไหวและอ่อนโยนดุจสายน้ำ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถพุ่งเข้าจู่โจมด้วยความเร็วที่เหนือล้ำดุจสายฟ้าฟาด
'เอาล่ะ อาวุธสำหรับรับมือพวกน่ารำคาญก็พร้อมแล้ว' เขาครุ่นคิด 'ต่อไปคือปัญหาที่ใหญ่ที่สุด...ข้าจะกลับไปชั้นล่าง หรือออกจากหอคอยที่น่าปวดหัวนี้ได้อย่างไร'
เขาใช้ 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' จ้องมองไปยัง 'รอยร้าวในมิติ' ที่เคยปรากฏขึ้นในมิติเร่งเวลาของเขาเอง มันคือความบิดเบี้ยวของพลังงานที่เกิดจากการเคลื่อนย้ายมิติ เขาเริ่มวิเคราะห์โครงสร้างของมันอย่างละเอียด พยายามทำความเข้าใจตรรกะเบื้องหลัง ค่ายกลส่งตัว ของหอคอย
เวลาในมิติผ่านไปอีกเนิ่นนาน จนกระทั่งความคิดหนึ่งพลันสว่างวาบขึ้นในใจ
'ถ้าการเคลื่อนย้ายระหว่างชั้นคือการเดินทางผ่าน "ประตูมิติ" ที่ถูกกำหนดไว้ แล้วถ้าข้าสามารถสร้าง "รอยแยก" ของตัวเองที่นำไปสู่ชั้นที่ข้าต้องการได้เล่า' เขาคิด 'รอยร้าวในมิติของหอคอยคือความผิดพลาดของพลังงาน แต่ "สัมผัสแห่งความโกลาหล" ของข้ากลับมองเห็นมันเป็น "โอกาส"'
หลงเทียนเฟยลืมตาขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าที่เคยดูซื่อตรงบัดนี้กลับฉายแววของความมั่นใจและเจ้าเล่ห์อย่างถึงที่สุด เขามีแผนแล้ว...แผนที่จะ "โกง" ระบบของหอคอยชิงหลง
'หึ' เขายิ้มมุมปาก 'การพักผ่อนที่แท้จริง ย่อมต้องอาศัยความเฉลียวฉลาดในการเอาชนะความยุ่งยากเสียก่อน ข้าจะแสดงให้สวรรค์เห็นเองว่า วิถีแห่งการหลบหลีกของข้านั้นเหนือกว่ากฎเกณฑ์ใดๆ'
ทว่า...ขณะที่เขากำลังจะออกจากมิติเร่งเวลาเพื่อทดลองแผนการอันชาญฉลาดของตนเองนั้นเอง จิตสำนึกของเขาก็พลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ตูม...
มันไม่ใช่เสียงที่ดังขึ้นในมิติเร่งเวลา แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่ส่งตรงมาจากโลกภายนอก มันส่งผ่านเข้ามาในจิตสำนึกของเขาราวกับเสียงกระซิบแห่งลางร้าย ปลุกเขาให้ตื่นจากความสงบสุขจอมปลอมในทันที
'อะไรกัน' เขาขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกไม่สบายใจแผ่ซ่านไปทั่วจิตวิญญาณ เขารีบออกจากมิติเร่งเวลาในทันที
ภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ ณ ใจกลางของลานประลองที่เคยว่างเปล่า บัดนี้กลับมีไอพลังงานสีเลือดควบแน่นขึ้นอย่างรวดเร็ว ฝุ่นผงและเศษศิลาที่แตกสลายลอยขึ้นจากพื้น ถักทอรวมกันเป็นรูปร่างของมนุษย์ กลิ่นอายแห่งความตายและเจตจำนงสังหารโบราณที่เคยจางหายไป บัดนี้ได้หวนกลับมาอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ร่างจำแลง
ของผู้ฝึกตนโบราณ...มันกำลังจะ ฟื้นคืน (复活) ขึ้นมาใหม่
(จบตอนที่ 42)